ตอนที่ 35: แขกคนใหม่ผู้ทรงอิทธิพล
"นั่นคือ ส.ส. อนุกูล... เขาได้ชื่อว่าเป็นคุณพ่อตัวอย่างและรักภรรยาคนเดียวมาตลอดสิบปี" คุณเกริกกระซิบข้างหูฉันพลางชี้ชวนให้มอง
เสียงกระซิบที่แฝงไปด้วยความเคารพยำเกรงระคนอิจฉาของคุณเกริกดังอยู่ข้างใบหู ท่ามกลางเสียงดนตรีคลาสสิกที่บรรเลงอย่างแผ่วเบาจากเครื่องเป่าทองเหลืองและเครื่องสายบนเวทียกสูงของห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมหรูระดับห้าดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ค่ำคืนนี้ถูกจัดขึ้นเป็นงานกาล่าดินเนอร์ระดับชาติเพื่อต้อนรับคณะทูตต่างประเทศและเหล่านักธุรกิจชั้นนำของประเทศ ลมหายใจอุ่น ๆ ของคุณเกริกที่เป่ารดผิวแก้มไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกหวั่นไหวแม้แต่น้อย ทว่าสายตาของฉันกลับจับจ้องไปยังทิศทางที่เขากำลังส่งสายตาชี้ชวนให้มองด้วยความสนใจที่ถูกจุดประกายขึ้นมาในทันที
ภายในโถงจัดเลี้ยงอันโอ่อ่าตระการตาที่ประดับประดาด้วยโคมไฟระย้าคริสตัลขนาดมหึมา แสงไฟสีอบอุ่นสะท้อนผ่านเหลี่ยมมุมของแก้วคริสตัลส่องประกายระยิบระยับประหนึ่งหมู่ดาวบนฟากฟ้ายามค่ำคืน ผนังห้องบุด้วยหินอ่อนนำเข้าสีขาวนวลสลับลวดลายสีทองอร่ามขับเน้นความหรูหราอลังการ เสียงสนทนาพึมพำของผู้คนในสังคมชั้นสูงที่สวมใส่เสื้อผ้าหรูหราผสมผสานกับเสียงเครื่องดนตรีเป่าที่เน้นเสียงทุ้มนุ่มลึกชวนเคลิบเคลิ้ม กลิ่นน้ำหอมราคาแพงและกลิ่นอายของไวน์ชั้นเลิศอบอวลอยู่ในไอเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศ สร้างบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยกิเลสและการเสแสร้งทางสังคมอย่างที่ฉันคุ้นเคย
ฉันขยับกายเล็กน้อย ท่วงท่าการเยื้องกรายของฉันสะกดสายตาของแขกเหรื่อรอบข้างได้อย่างง่ายดาย ค่ำคืนนี้ฉันสวมชุดราตรีเดรสยาวเข้ารูปสีขาวงาช้างที่ตัดเย็บจากผ้าไหมเนื้อดีเนียนละเอียด ตัวชุดรัดรึงเข้ากับสรีระส่วนเว้าโค้งของร่างกายอย่างพอเหมาะพอดี เน้นส่วนสะโพกผึ่งผายและเอวคอดกิ่วอันเป็นเอกลักษณ์ ทว่าจุดเด่นที่สุดของชุดนี้คือรอยผ่าหน้าขาสูงลิ่วที่เปิดเผยเรียวขาขาวผ่องยามที่ฉันก้าวเดิน ทุกจังหวะการย่างกรายคือการประกาศศักดาแห่งเสน่ห์หญิง ลิปสติกสีส้มอิฐที่ทาเคลือบเรียวปากอิ่มช่วยขับเน้นให้ใบหน้าสวยคมเฉี่ยวดูโดดเด่นและน่าค้นหามากยิ่งขึ้น
คุณเกริกประคองต้นแขนของฉันไว้ด้วยความภาคภูมิใจ เขายิ้มแย้มทักทายผู้คนในแวดวงสังคมพลางอวดโฉมฉันในฐานะคู่รักคนใหม่ของเขา ชายวัยกลางคนผู้มั่งคั่งคนนี้ไม่เคยรู้เลยว่าตนเองกำลังเป็นเพียงตั๋วผ่านทางและสะพานเชื่อมให้ฉันได้ก้าวเข้าสู่อาณาจักรของผู้มีอิทธิพลระดับสูงขึ้นไป แหล่งรวมเหยื่อชั้นยอดที่ฉันปรารถนาจะทดสอบสติปัญญาและมารยาหญิงของตนเอง
"เขาดูเป็นคนมีระเบียบวินัยและยึดมั่นในอุดมการณ์มากเลยนะคะ สมเกียรติของเขาในสังคมจริง ๆ" ฉันเอ่ยตอบคุณเกริกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฟัง ขณะที่ดวงตายังคงจับจ้องไปที่ชายหนุ่มใหญ่ผู้นั้นอย่างไม่ลดละ
ส.ส. อนุกูล ในวัย 42 ปี ยืนโดดเด่นอยู่ท่ามกลางกลุ่มนักการเมืองและข้าราชการระดับสูง เขาเป็นชายหนุ่มใหญ่รูปร่างสมส่วน สูงโปร่ง ผิวพรรณสะอาดสะอ้าน ใบหน้าหล่อเหลาคมคายตามแบบฉบับผู้ดีมีตระกูล เส้นผมสีเข้มถูกตัดแต่งและจัดทรงอย่างเรียบร้อยไร้ที่ติ แว่นตากรอบทองที่เขาสวมใส่ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ แต่ยังทำหน้าที่เป็นปราการด่านแรกที่บดบังแววตาที่แท้จริงของเขาจากโลกภายนอก สูทสากลเข้ารูปสีน้ำเงินเข้มเน้นช่วงไหล่กว้างและอกผึ่งผาย แสดงถึงความทะนงตนและการดูแลรักษารูปร่างมาเป็นอย่างดี
ข้างกายของเขาคือภรรยาคู่ยากที่แต่งงานกันมานานนับสิบปี หญิงวัยกลางคนผู้มีหน้าตาเรียบร้อยและกิริยามารยาทสุภาพอ่อนหวาน อนุกูลคอยแสดงความเอาใจใส่หล่อนตลอดเวลาอย่างเป็นธรรมชาติ เขาช่วยรับแก้วแชมเปญมาถือไว้ คอยประคองแผ่นหลังของภรรยายามที่มีคนเดินเบียดเสียด และก้มลงกระซิบกระซาบพูดคุยด้วยรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยน ทุกการกระทำของเขาดูสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ สมกับที่สื่อมวลชนและสังคมต่างยกย่องว่าเขาคือคุณพ่อตัวอย่างและสามีผู้ซื่อสัตย์รักเดียวใจเดียวอย่างหาได้ยากยิ่งในยุคปัจจุบัน
ทว่าสำหรับนักจิตวิทยาอย่างฉัน ภาพความสมบูรณ์แบบเหล่านั้นกลับเป็นเพียงหน้ากากที่ฉาบทาไว้หนาเตอะ
ในทางจิตวิทยา มนุษย์ที่พยายามแสดงออกถึงความดีงามและไร้จุดด่างพร้อยต่อหน้าสาธารณชนอย่างสุดโต่ง มักจะซ่อนความกดดันและกิเลสตัณหาอันมหาศาลไว้ในส่วนลึกของจิตใต้สำนึก กำแพงศีลธรรมที่หนาแน่นและสูงชันเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งค้ำจุนที่แท้จริง ทว่ามันคือกรงขังที่พวกเขาสร้างขึ้นเพื่อกักขังอสูรกายแห่งความใคร่ไว้ภายใน และยิ่งกรงขังนั้นแข็งแกร่งเท่าใด แรงระเบิดยามที่มันพังทลายลงมาก็จะยิ่งรุนแรงและเร่าร้อนมากเท่านั้น
ความท้าทายนี้เองที่ทำให้ความตื่นเต้นในอกของฉันเริ่มพลุ่งพล่าน หัวใจเต้นแรงด้วยความรู้สึกสะใจล่วงหน้า ฉันอยากจะรู้นักว่าหน้ากากคนดีของ ส.ส. อนุกูล จะทนทานต่อมารยาหญิงและการล่อลวงของฉันได้นานสักกี่น้ำ ชัยชนะที่ได้จากผู้ชายธรรมดาที่พร้อมจะคลานสยบแทบเท้าเพียงแค่ถูกแตะต้องตัวเริ่มทำให้ฉันเบื่อหน่าย แต่สำหรับชายผู้มีปราการศีลธรรมหนาแน่นคนนี้ เขาคือคู่ต่อสู้ที่คู่ควรและน่าทำลายล้างเป็นที่สุด
"เราเข้าไปทักทายท่านอนุกูลกันหน่อยดีไหมคะคุณเกริก พราวอยากทำความรู้จักกับนักการเมืองดาวรุ่งที่ทุกคนกำลังพูดถึงค่ะ" ฉันเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงออดอ้อนพลางหันไปส่งยิ้มหวานเชื่อมให้คุณเกริก
"ได้สิครับพราว ท่านอนุกูลเป็นคนมีความสามารถและมีอิทธิพลมากในตอนนี้ การมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเขาจะเป็นประโยชน์ต่อโครงการพัฒนาที่ดินของเราอย่างแน่นอน" คุณเกริกตอบรับทันทีโดยไม่ได้เอะใจในแผนการซ่อนเร้นของฉันเลยแม้แต่น้อย
เขากระชับอ้อมแขนและนำทางฉันก้าวเดินผ่านฝูงชนในงานเลี้ยงกาล่าดินเนอร์หรูหรา เสียงเดรสผ้าไหมของฉันที่เสียดสีกับเรียวขาผ่าสูงสร้างเสียงสวบสาบแผ่วเบาที่ชวนให้จินตนาการเตลิดเปิดเปิง ชายหนุ่มหลายคนในงานต่างหันมองตามหลังฉันด้วยความเสียดาย ทว่าสายตาของฉันจดจ่ออยู่เพียงจุดเดียว นั่นคือดวงตาหลังเลนส์แว่นตากรอบทองของอนุกูล
เมื่อเราเดินเข้าไปใกล้ กลุ่มคนที่ล้อมรอบอนุกูลอยู่ก่อนหน้านี้เริ่มขยับเปิดทางให้คุณเกริกผู้กว้างขวาง อนุกูลหันมามองตามมารยาท รอยยิ้มอย่างเป็นทางการและสุภาพยังคงประดับอยู่บนใบหน้าคมคายของเขา ทว่าในวินาทีแรกที่สายตาของเขาประสานเข้ากับดวงตาของฉัน ฉันสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้นกับเขาในทันที
แววตาหลังเลนส์แว่นกรอบทองของเขาสั่นไหวไปชั่วขณะหนึ่ง รอยยิ้มที่เคยเป็นธรรมชาติตึงกระชับขึ้นเล็กน้อย ลำคอหนาขยับไหวคล้ายกำลังกลืนน้ำลายแผ่วเบาใต้ปกเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดสะอ้าน ร่างกายของเขาเกร็งตัวขึ้นอย่างเฉียบพลันราวกับเผชิญหน้ากับศัตรูร้ายหรือสิ่งเร้าที่อยู่นอกเหนือการควบคุม ทักษะทางจิตวิทยาของฉันกรีดร้องบอกความสำเร็จด่านแรก ชายผู้ถือศีลธรรมคนนี้ไม่ได้เย็นชาต่อรูปโฉมของฉันอย่างที่พยายามแสดงออก
"สวัสดีครับท่าน ส.ส. อนุกูล ยินดีที่ได้พบในงานคืนนี้ครับ" คุณเกริกเอ่ยทักทายพร้อมกับยื่นมือออกไปจับด้วยความนอบน้อม
"สวัสดีครับคุณเกริก ยินดีที่ได้พบเช่นกันครับ งานคืนนี้จัดได้ยิ่งใหญ่สมฐานะจริง ๆ ครับ" อนุกูลตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง ทว่าสายตายังคงรักษาระยะห่างไว้อย่างเหนียวแน่น
"นี่คุณพราวรินทร์ครับ หุ้นส่วนและคนพิเศษของผม เธอเป็นนักจิตวิทยาและเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของผมเลยครับ" คุณเกริกแนะนำฉันอย่างเป็นทางการ
ฉันก้าวไปข้างหน้าครึ่งก้าว จงใจขยับเดรสสีขาวงาช้างให้ผ่าหน้าเปิดกว้างขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นผิวเรียวขาขาวเนียนละเอียดที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับของค่ำคืน ฉันยกมือขึ้นไหว้ทักทายอย่างนอบน้อมและงดงามตามแบบฉบับกุลสตรีไทย
"สวัสดีค่ะท่านอนุกูล ยินดีที่ได้รู้จักและมีโอกาสได้พบตัวจริงในคืนนี้ค่ะ" ฉันส่งเสียงหวานละมุนที่ปรับโทนให้อ่อนโยนทว่าแฝงความนัยยั่วยวนผ่านสายตาคมเฉี่ยว
"สวัสดีครับคุณพราวรินทร์" อนุกูลรับไหว้และเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไร้ความรู้สึก
ดวงตาหลังเลนส์แว่นตากรอบทองของเขามองตรงมาที่ใบหน้าของฉันเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะเบนสายตากลับไปยังคุณเกริกและภรรยาของตนเองทันที เขารักษาระยะห่างทางกายภาพอย่างชัดเจนด้วยการขยับตัวไปยืนเคียงข้างภรรยาให้ชิดยิ่งขึ้น พร้อมกับโอบเอวหล่อนไว้เบา ๆ ราวกับต้องการใช้ร่างของภรรยาเป็นโล่กำบังป้องกันกิเลสที่กำลังคืบคลานเข้ามา
ท่าทีเฉยเมย เย็นชา และจงใจเมินเฉยของเขาต่อหน้าสาธารณชนนี้ไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกเสียหน้าแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มันคือการยืนยันว่าเขากำลัง "หวาดกลัว" เสน่ห์ของฉันจนต้องสร้างกำแพงป้องกันตนเองอย่างเร่งด่วน คนที่ไม่รู้สึกอะไรเลยย่อมจะทักทายและมองฉันอย่างปกติธรรมดา ทว่าการจงใจหลบตาและแสดงความเย็นชาใส่ผู้หญิงสวยที่เพิ่งรู้จักกันเป็นครั้งแรก คือหลักฐานชั้นยอดว่าหัวใจของเขากำลังถูกรบกวนด้วยความปรารถนาลับ ๆ ที่เขาไม่อยากยอมรับ
ฉันเฝ้าสังเกตภาษากายของเขาอย่างเงียบเชียบ นิ้วมือขวาของเขาที่กำลังประคองแก้วไวน์แดงอยู่กำแน่นขึ้นจนข้อนิ้วขาวซีด หน้าอกของเขาขยับขึ้นลงด้วยจังหวะการหายใจที่เร็วขึ้นเล็กน้อย และเขามักจะขยับแว่นตากรอบทองบ่อยครั้ง คล้ายต้องการสร้างความมั่นใจและรักษาการควบคุมตัวเองเอาไว้ภายใต้กรอบของนักบุญผู้ทรงศีล
"ท่านอนุกูลคะ พราวเคยอ่านบทความวิเคราะห์ของท่านเกี่ยวกับการส่งเสริมสถาบันครอบครัวและศีลธรรมในสังคม รู้สึกชื่นชมมากค่ะ นโยบายของท่านช่างดีงามและเปี่ยมด้วยคุณธรรมจริง ๆ" ฉันเอ่ยชมพลางส่งสายตาชื่นชมระคนเทิดทูน ซึ่งเป็นมารยาชั้นยอดที่ผู้ชายทุกคนหลงใหล
"ขอบคุณครับคุณพราวรินทร์ มันเป็นหน้าที่ของผมที่ต้องช่วยรักษาสิ่งที่ดีงามไว้ให้คงอยู่ครับ" อนุกูลตอบอย่างเป็นทางการ รอยยิ้มสุภาพยังคงถูกสวมไว้บนใบหน้า ทว่าน้ำเสียงแฝงความระแวดระวัง
เราสนทนากันต่ออีกสองสามประโยคเกี่ยวกับธุรกิจและสังคมทั่วไป อนุกูลยังคงทำหน้าที่สามีและนักการเมืองแสนดีได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาไม่เคยมองมาที่ฉันตรง ๆ อีกเลย และคอยป้อนคำหวานดูแลภรรยาของเขาตลอดเวลา ยามที่หล่อนร่วมพูดคุยด้วย ฉันรู้ดีว่าการบุกโจมตีในขณะที่มีผู้คนห้อมล้อมและมีภรรยาอยู่เคียงข้างย่อมไม่ได้ผล ฉันต้องการเวลาและโอกาสที่เหมาะสมกว่านี้ โอกาสที่ปราการศีลธรรมของเขาจะถูกเปิดออกยามที่อยู่เพียงลำพัง
ไม่นานนัก โอกาสที่ฉันเฝ้ารอก็มาถึง
ภรรยาของอนุกูลขอตัวไปเข้าห้องน้ำและพูดคุยกับกลุ่มสมาคมแม่บ้านที่อยู่อีกฝั่งของงาน ขณะเดียวกัน คุณเกริกก็ถูกกลุ่มนักพัฒนาที่ดินรายใหญ่ดึงตัวไปสนทนาเรื่องสัมปทานโครงการใหม่ที่มุมห้องโถงใหญ่ ฉันปฏิเสธที่จะตามคุณเกริกไปด้วยโดยอ้างว่ารู้สึกล้าที่ข้อเท้าจากรองเท้าส้นสูงและอยากจิบเครื่องดื่มเย็น ๆ เงียบ ๆ
ฉันหันมองรอบกายและพบว่าอนุกูลกำลังก้าวเดินเลี่ยงฝูงชนที่วุ่นวายตรงไปยังมุมบาร์เครื่องดื่มส่วนตัวที่ตั้งอยู่บริเวณโถงทางเชื่อมที่ค่อนข้างเงียบสงบและมีแสงไฟสลัวกว่าภายในห้องแกรนด์บอลรูม
ฉันไม่รอช้า เยื้องกรายก้าวตามเขาไปอย่างเชื่องช้า ทว่ามั่นคง
เสียงเพลงแจ๊สจากวงดนตรีเครื่องเป่าทองเหลืองที่ดังแว่วมาจากห้องจัดเลี้ยงด้านในช่วยสร้างบรรยากาศที่เปี่ยมล้นไปด้วยอารมณ์เสน่หาละมุนละไม แสงไฟโทนสีส้มอ่อนและน้ำเงินสลัวขับเน้นให้โถงทางเดินดูสุนทรีย์และเป็นส่วนตัว ฉันก้าวเข้าไปในบาร์เครื่องดื่มเงียบ ๆ อนุกูลกำลังยืนพิงเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนสีดำขลับ ในมือถือแก้วเหล้าสีอำพันเข้มที่มีน้ำแข็งก้อนกลมละลายช้า ๆ แว่นตากรอบทองของเขาถูกถอดวางไว้ข้างตัวชั่วครู่ เผยให้เห็นดวงตาคมเข้มที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความคิดลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่หลังภาพลักษณ์อันงดงาม
"ค่ำคืนในงานกาล่าช่างเหนื่อยสายตากว่าที่คิดนะคะท่าน ส.ส. อนุกูล" ฉันเอ่ยทักด้วยเสียงกระซิบที่แฝงความนุ่มนวลชวนเคลิ้มฝัน ขณะก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างเขาที่เคาน์เตอร์บาร์
อนุกูลสะดุ้งเล็กน้อย เขาหันมามองฉันอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่คมจ้องมองมายังใบหน้าของฉันโดยไม่มีแว่นตาคอยบดบัง ฉันมองเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกแฝงความระแวดระวัง ทว่าลึกลงไปในนัยน์ตาคู่นั้น มีประกายไฟแห่งความใคร่และความสับสนอลหม่านที่พวยพุ่งขึ้นมาอย่างเด่นชัด
เขารีบหยิบแว่นตากรอบทองขึ้นมาสวมใส่ทันที ราวกับเกรงว่าฉันจะมองเห็นความอ่อนแอและเนื้อแท้ที่เขาซ่อนไว้หลังดวงตาเปล่าเปลือย
"คุณพราวรินทร์... ไม่คิดว่าจะเจอคุณที่มุมเงียบ ๆ แบบนี้ครับ" เขากล่าวพลางจัดระเบียบเสื้อสูทให้เข้าที่เพื่อเตรียมตัวเผชิญหน้า
"พราวเบื่อความวุ่นวายข้างในน่ะค่ะ เลยอยากหาที่เงียบ ๆ สูดอากาศและดื่มอะไรเย็น ๆ สักแก้ว" ฉันบอกพลางหันไปสั่งเครื่องดื่มค็อกเทลสีส้มสดใสจากพนักงานบาร์น้ำ
ฉันขยับร่างบางขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้สตูลสูงทรงโมเดิร์นข้างตัวเขา จงใจเอียงกายเล็กน้อยเพื่อให้รอยผ่าหน้าขาของเดรสสีขาวงาช้างแยกออกกว้าง เผยให้เห็นหน้าขาขาวผ่องเนียนละเอียดและเรียวขาส่วนเว้าโค้งยาวสวยงาม ผิวเนื้อขาวนวลของฉันตัดกับผ้าไหมสีขาวงาช้างและแสงไฟสีนวลของโถงบาร์อย่างชัดเจน ฉันนั่งไขว่ห้างช้า ๆ ปล่อยให้เรียวขานั้นแกว่งไกวเบา ๆ อยู่ในระยะสายตาของเขา
กลิ่นน้ำหอมกุหลาบราตรีที่ผสมผสานอารมณ์ความเซ็กซี่เย้ายวนใจอันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของฉันโชยพัดผ่านกระแสลมเย็นเข้ากระทบประสาทสัมผัสของเขาอย่างจัง กลิ่นดอกไม้ราตรีที่หอมหวานล้ำลึกทว่าชวนลุ่มหลงประหนึ่งยาพิษชั้นดีที่ค่อย ๆ ซึมลึกเข้าสู่ระบบหายใจของเขา
อนุกูลลอบกลืนน้ำลายอีกครั้ง สายตาของเขาจ้องมองผ่านแว่นตากรอบทองตรงมายังใบหน้าของฉัน ทว่าหน้าอกของเขากระเพื่อมไหวรวดเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปราการศีลธรรมอันแข็งแกร่งของเขากำลังถูกสั่นคลอนด้วยสิ่งเร้าที่แสนเย้ายวนเบื้องหน้า
"ท่านอนุกูลคะ พราวมีคำถามหนึ่งที่คาใจมานานเกี่ยวกับการศึกษาจิตวิทยาของมนุษย์ค่ะ" ฉันเริ่มต้นบทสนทนาป้อนเบ็ดอย่างมีชั้นเชิง น้ำเสียงนุ่มนวลประหนึ่งสายไหมที่โอบล้อมกายเขาไว้
"คำถามอะไรหรือครับคุณพราวรินทร์?" อนุกูลถามกลับ เสียงของเขาดูแหบพร่าลงเล็กน้อยจนเขาต้องกระแอมไอเบา ๆ เพื่อปรับน้ำเสียงให้กลับมาขรึมเหมือนเดิม
"ท่านคิดว่า มนุษย์เราที่พยายามทำตัวดีงามมีศีลธรรมตลอดเวลา... แท้จริงแล้วพวกเขาทำเพื่อสังคม หรือทำเพราะความกลัวความปรารถนาของตัวเองกันแน่คะ บางครั้ง กฎเกณฑ์และศีลธรรมก็เป็นเพียงกรงขังอันสวยหรูที่เราใช้ขังความรู้สึกจริงแท้ไว้ไม่ให้คนอื่นเห็น ทว่ายิ่งเราขังมันไว้แน่นหนาเท่าใด ความอยากรู้อยากลองและกิเลสภายในมันก็ยิ่งร่ำร้องดิ้นรนจะแหกกรอบออกมา... ท่านคิดเหมือนพราวไหมคะ"
ฉันเอ่ยประโยคแฝงความนัยยั่วยวนนี้ออกไปช้า ๆ ดวงตากลมโตสบประสานสายตากับดวงตาคู่คมของเขาตรง ๆ แฝงสายตาที่ท้าทายจิตสำนึกของเขาอย่างลุ่มลึก
อนุกูลนิ่งงันไป นิ้วมือที่จับแก้วเหล้าสั่นไหวเล็กน้อยจนน้ำแข็งกระทบขอบแก้วดังกริ๊กเบา ๆ คำพูดเชิงจิตวิทยาของฉันแทงทะลุเข้าไปในรอยร้าวทางศีลธรรมที่เขาพยายามปิดบังมานานแสนนาน เขามองใบหน้าสวยคมและเรียวปากอิ่มสีส้มอิฐของฉันสลับกับเรียวขาขาวผ่องผ่าสูงที่ไขว่ห้างอยู่ข้างกาย
"กฎเกณฑ์และศีลธรรมมีไว้เพื่อรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคมครับคุณพราวรินทร์ หากเรายอมจำนนต่อกิเลสและความปรารถนาส่วนตัว สังคมคงจะไร้ขื่อแปและวุ่นวาย" เขาพยายามตอบกลับด้วยคำพูดที่เป็นหลักการ ทว่าแววตาหลังเลนส์แว่นกลับสั่นสะท้านอย่างหนักหน่วง
"แต่บางครั้ง... การได้ลิ้มลองสิ่งที่ห้ามลิ้มลองสักครั้งในชีวิต ก็อาจจะทำให้เราเข้าใจโลกและกิเลสมนุษย์ได้ดีขึ้นไม่ใช่หรือคะท่าน คนเรามักอยากรู้ว่ารสชาติของผลไม้ต้องห้ามมันจะหอมหวานและคุ้มค่ากับการทำลายกฎเกณฑ์เพียงใด" ฉันกระซิบตอบพลางเลื่อนมือเรียวสวยไปแตะใกล้กับขอบวางแว่นตาของเขาบนเคาน์เตอร์บาร์ ปลายนิ้วสัมผัสผิวหินอ่อนเฉียดใกล้นิ้วมือของเขาเพียงเศษเสี้ยวเซนติเมตร
อนุกูลหายใจสะดุด ร่างกายแข็งทื่อในทันที กลิ่นน้ำหอมกุหลาบราตรีโชยเข้ากระตุ้นกิเลสในส่วนลึกของเขา อนุกูลรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ริมหน้าผาสูงชันที่มีสายลมพัดแรงเย้ายวนให้ดิ่งลึกลงไปสู่ห้วงเหวแห่งความสุขสมสวาท
ทันใดนั้น เสียงพูดคุยและฝีเท้าของกลุ่มผู้ร่วมงานที่กำลังเดินกลับมาจากห้องน้ำและห้องจัดเลี้ยงด้านในดังขึ้น อนุกูลสะดุ้งตัวโยนและดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว เขารีบขยับถอยห่างจากฉันครึ่งก้าวในทันที ปรับสีหน้าและแววตาผ่านแว่นตากรอบทองให้กลับมาเคร่งขรึมและสุภาพเป็นทางการดังเดิม
"ภรรยาของผมคงจะกลับมาแล้ว ขอตัวก่อนนะครับคุณพราวรินทร์" เขากล่าวเสียงเรียบ รีบหยิบแก้วเหล้าขึ้นดื่มจนหมดรวดเดียว ก่อนจะก้าวเดินยาว ๆ จากไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย
ฉันยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนอย่างสงบ หยิบแก้วค็อกเทลสีสวยขึ้นจิบช้า ๆ กลิ่นหอมหวานปนขมของเครื่องดื่มอบอวลอยู่ในปาก รอยยิ้มบาง ๆ เผยขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็นและแสนพึงพอใจ
"หงส์ปีกหักที่คิดว่าบินสูงเสียดฟ้า... สุดท้ายก็หนีเงาของตัวเองไม่พ้นหรอกค่ะท่าน ส.ส. อนุกูล" ฉันพึมพำแผ่วเบากับตัวเอง
ไม่นานนัก คุณเกริกก็เดินกลับมาหาฉันพร้อมกับใบหน้ายิ้มแย้มยินดี ขณะที่ทางด้านหลังบาร์ อนุกูลกำลังยืนโอบเอวภรรยาของเขาและร่วมสนทนากับแขกผู้ทรงเกียรติคนอื่น ๆ ราวกับเป็นสามีผู้ซื่อสัตย์และผู้ทรงศีลที่ไร้ซึ่งกิเลสตัณหาต่อหน้าสังคมอย่างสมบูรณ์แบบ
ทว่าในจังหวะที่อนุกูลหันหลังคุยกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ใบหน้าของเขาเฉียงไปทางกระจกเงาบานใหญ่ที่ติดประดับอยู่บนผนังด้านข้างของโถงบาร์จัดเลี้ยง เงาสะท้อนในเลนส์แว่นตากรอบทองหันกลับมาสบเข้ากับสายตาของฉันที่เฝ้ามองผ่านกระจกเงาอยู่พอดี
ผ่านภาพสะท้อนจากเลนส์แว่นและกระจกบานใหญ่ ฉันเห็นดวงตาคมของอนุกูลกำลังแอบมองเรียวขาขาวผ่องผ่าสูงของฉันอย่างลุ่มหลงและปรารถนา แววตาของเขาที่ปราศจากความสุภาพเรียบร้อยทว่าเต็มไปด้วยความกำหนัดและความปรารถนาลับ ๆ ที่ปะทุขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่เรียวขาของฉันอยู่นานหลายวินาที ก่อนที่เขาจะรีบละสายตาหลบหลีกไปเมื่อรู้ตัวว่าถูกฉันจับได้
ฉันเหยียดยิ้มกว้างขึ้นที่มุมปาก ดวงตาเป็นประกายเย็นชาและเปี่ยมไปด้วยความสะใจ
ปลากินเบ็ดเรียบร้อยแล้ว ปราการศีลธรรมที่หนาแน่นดั่งหินผาของ ส.ส. อนุกูล เริ่มปรากฏรอยร้าวขนาดใหญ่ที่ยากจะประสาน หน้ากากแสนดีของเขากำลังจะถูกมารยาและแผนการจิตวิทยาของฉันฉีกกระชากออกทีละชิ้น และนั่นคือความตื่นเต้นท้าทายระดับสูงที่ฉันเฝ้ารอคอยมานานแสนนาน
เมื่อกลับถึงเพนท์เฮาส์หรูในคืนนั้น ฉันไม่รอช้าที่จะเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อค้นหาข้อมูลและสืบค้นตารางเวลาพักผ่อนและกิจกรรมส่วนตัวของเป้าหมายรายใหม่ ข้อมูลลับที่ฉันได้รับจากเครือข่ายของพวกไฮโซระบุว่า อนุกูลมักจะแอบหลบหนีความตึงเครียดของงานสังคมและการเมืองไปพักผ่อนเป็นการส่วนตัวที่สปาเซฟเฮ้าส์หรูยามค่ำคืนอยู่เสมอ และนั่นจะเป็นสถานที่ที่ไม่มีสายตาของนักข่าวหรือภรรยาคอยเฝ้ามอง
รอยยิ้มเย็นเยือกปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยคมยามที่ดวงตาสะท้อนแสงหน้าจอคอมพิวเตอร์ คืนวันถัดมาที่สปาเซฟเฮ้าส์และห้องอบซาวน่าส่วนตัวยามดึก แผนการสั่นคลอนจิตวิญญาณของนักบุญผู้นี้จะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ และฉันจะพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่มีปราการศีลธรรมใดในโลกนี้ต้านทานกระแสตัณหาอันเร่าร้อนที่ฉันสร้างขึ้นได้เลยแม้แต่คนเดียว