"อ่าวทำไมรีบออกมากันละคะ"
"ผมว่าข้างนอกร้อนครับ เลยชวนคุณอินทร์เข้าไปกราบพระพุทธรูปในโบสถ์"
"ดีเลยค่ะ ตาก็ยากเข้าไป"
ทุกอย่างในวันนี้เสร็จสิ้นความรู้สึกของคนสองคนเพิ่มพูนจากแม่สื่อพ่อสื่ออย่างวิชัยและอิงๆที่มั่นยอดคำชงให้ไม่ขาด และทุกคนทั้งสี่ต่างขอเบอร์กันและกันไว้ในเครืื่องเรียบร้อยยกเว้นแต่นาคราชหนุ่มนั้นที่บอกว่าโทรศัพท์ตนพังยังไม่ได้ซื้อใหม่ แต่จะเอาเบอร์ของน้าวิชัยโทรไปเมื่อติดต่อกัน
วันเวลาผ่านพ้นไป ทุกคืนวันทั้งสองคนที่เป็เอกของเื่ต่างโทรหาพูดคุยกันจนเรียกได้ว่าสนิทกันไปอีกขั้น และหลังจากวันนี้ที่ไปยังถ้ำความเปลี่ยนของทุกคนก็ดีขึ้นยกเว้นสิตาที่ไม่ได้เปลื่ยนอะไร เพราะคำขอที่ขอไปสิตาได้แล้วก่อนขอคือความรักที่สมบูรณ์ของเ้าอินทร์ ส่วนอิงๆนั้นตอนนี้ดังเปรี้ยงปร้าง งานเข้าไม่ขาดสาย เป็บุคคนที่ใกล้จะได้ใช้คำว่าซุปเปอร์สตาร์ ส่วนสารวัตรวิชัย ตอนนี้นั้นได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้นคือรองผู้กำกับการ(รอง ผกก)
"คุณตาทานอาหารรึยังครับ"
"ตาทานแล้วค่ะ คุณอินทร์ละคะ"
"เหมือนกันครับ คืนนี้ดาวบนฟ้าสวยจัง"
"หรอคะ ตาก็ชอบดูดาวมากเลยนะคะ แต่เสียดายที่กรุงเทพมองไม่ชัดเลย"
"เดี๋ยวสักวันผมจะทำดาวให้คุณตามองเองครับ"
"ดาวอะไรคะ ดาวกระดาษหรอคะ"
"เดี๋ยวคุณตาก็รู้ครับ"
"อ่อ อีกสองวัน ผมจะขึ้นกรุงเทพกับน้าวิชัยนะครับ"
"ดีเลยค่ะ ตาจะได้เห็นหน้าคุณสักที เห็นผ่านแต่ทางโทรศัพท์"
"ชื่นใจจังที่แฟนพูดแบบนี้"
"คุณอินทร์คะ ลูกค้ามารับเสื้อ เดี๋ยวตาวางก่อนนะคะ"
นาคราชหนุ่มแสนเสียดายที่แฟนสาววางสายไป งงละสิว่าทำไมถึงเรียกว่าแฟนเื่มีอยู่ว่าหลังจากที่อิงๆและสิตากลับกรุงเทพนาคราชหนุ่มกับสิตาก็คุยกันตลอด แชร์เื่ทุกข์เื่สุขและนาครราชหนุ่มยังช่วยแก้ปัญหาต่างๆและให้คำปรึกษาหลายๆอย่างกับสิ่งที่เกิดขึ้นจึงทำให้ความสนิทนี้ผูกพันธ์กันแบบไม่รู้ตัว จนสิตาที่ใจแข็งเป็ทุนเดิมรับรักนาคราชหนุ่มด้วยการเป็แฟนอย่างเต็มใจในความโอนโยนที่นาคราชหนุ่มทำให้มาตลอด
สองวันผ่านไปไวเหมือนโกหกนาคราชหนุ่มบัดนี้ยืนอยู่หน้าคอนโดยแฟนสาวโดยมีวิชัยยืนอยู่ข้างๆ ทุกคนรอเพียงรางบางของสิตาเดินออกมาเพื่อจะไปยังวัดเก่าที่นัดกันไว้จะไปทำบุญ
"น้าวิชัยสวัสดีคะ"
"สวัสดีครับ ไม่เจอกันหลายเดือนคุณตาเหมือนจะผอมลงนะครับ"
"่นี้ตางานเยอะคะ โหมงานจนไม่มีเวลาพัก จนคุณอินทร์บังคับให้ตาหยุดงานไปเที่ยวด้วย"
"คุณทานข้าวมายังครับ"
"เรียบร้อยแล้วคะ ตาเตรียมพร้อมมาก"
ทักทายกันเสร็จต่างก็เดินขึ้นรถ โดยที่วิชัยจะขับพาสองคนไปส่งที่วัดวัดหนึ่ง แล้วตนนั้นจะขอกลับบ้านเพื่อไปหาลูกและภรรยาที่รออยู่
"คุณอินทร์คะ มองอะไรหรอคะ"
"ป่าวครับ"
ป่าวแค่คำพูดแต่ใจรู้ดีว่าตอนนี้มีสิ่งที่ตาม ถ้าเดาไม่ผิดคงไม่พ้นคนของเสด็จพ่อที่ให้คนมาสืบเื่ของตนที่หายจากเมืองตนมาอยู่บนเมืองมนุษย์ คงรู้แล้วสินะว่าคำที่ให้เอกและบุญไปบอกคือคำโกหกว่าตนขอขึ้นมาศึกษาธรรมที่วัดแห่งนั้น
"มีธุระอะไรรึโยม"
เมื่อมาถึงยังศาลาที่บัดนี้มีเ้าอาวาสนั่งทำสมาธิอยู่ก็ก้มลงกราบ ครั้นพอเงยหน้าขึ้นจากการกราบก็เจอกับคำถามที่สื่อออกมา
"ตาอยากร่วมสร้างโบสถ์คะ"
สิตาลวงเอาเช็คเงินสดออกจากกระเป๋าแล้วยื่นให้เ้าอาวาส เช็คใบนี้คือเงินที่ได้มาจากการร่วมทำบุญของใครหลายคนอาทิเช่น หม่อมย่า คุณอินทร์ น้าวิชัย อิงอิงและพ่อกับแม่เธอ รวมถึงเพื่อนอีกกลุ่มที่รู้เื่ต่างก็พากันโอนมาให้
"ขอให้มีความสุข ความเจริญนะโยม โยมผู้ชายไปเอาที่กรวดน้ำตรงนั้นมาหน่อย อาตมาจะแผ่เมตตาให้"
"เป็คู่กันแล้ว ไม่แคล้วกันหรอก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอให้โยมทั้งสองจงมีสติ"
หลวงพ่อพูดคำนี้ก่อนอำลา แล้วเดินจากไป หลงเหลือสองหนุ่มสาวที่มองหน้ากัน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ใจลึกๆยังดีใจที่ได้ยินคำว่าเป็คู่กัน
ทั้งสองเมื่อรู้ว่าได้เวลากลับก็ก้มกราบพระประทานที่อยู่ในศาลา แล้วพากันจับมือเดินออกมา มายังรถที่จอดรออยู่ของน้าวิชัย
"เ้าอินทร์ครับ คุณตาครับ นี่นวลภรรยาผมครับ"
"นวลนี้เ้าอินทร์หลานผมเอง แล้วก็นี่คุณตาแฟนเ้าอินทร์"
ทั้งสามคนรับไหว้กันและกันแล้วขึ้นรถ จุดมุ่งหมายคือที่ทำงานสิตาเมื่อเ้าหล่อนต้องไปทำงานต่อหลังจากที่ทำบุญ ส่วนนวลนั้นเป็หญิงวัยกลางคนที่รูปร่างหน้าตาดี รัศมีตำแหน่งคุนนายเฉิดฉาย ผิวพรรณบงบอกเป็ผู้ลากมากดี หน้าตานั้นบงบอกนิสัยใจบุญสมแล้วกับที่ได้เป็ภรรยาหนึ่งเดียวในใจวิชัย
"คุณตาไม่ไปเที่ยวหนองคายด้วยกันหรอคะ"
"ตายังไม่ว่างเลยคะ เดี๋ยวถ้าว่างตาจะตามไปนะคะ"
"ได้เลยคะ น้าจะได้มีเพื่อน"
"น้าวิชัยอย่าลืมพาน้านวลไปเที่ยววัดที่เราเคยไปนะคะ ที่ตรงนั้นสวยมากเลยคะ" "อ่อพี่วิชัยเคยเล่าให้ฟังอยู่คะ พูดถึงถ้ำ เมื่อคืนนวลฝันเห็นพญานาคด้วยคะ ตัวใหญ่มากใหญ่กว่าบ้านคนอีก แถมยาวมากด้วยคะแต่เสียดายไม่เห็นเศียรท่าน"
"บุญไม่ถึงนะสิ พี่บอกแล้วว่าถ้าเราทำบุญและทำความดีเราก็จะได้สิ่งที่ดี"
"จ๊ะพี่วิชัย"
ทั้งสี่คนพูดคุยจนมาถึงปลายทาง สองร่างที่มีใจเดียวกันจำใจต้องจาก หญิงอาลัยชายอาวรณ์อยู่แบบนั้น ดีหน่อยที่ลงรถออกมาอยู่ข้างนอกไม่พูดชวนเลี้ยนให้คนในรถได้ยิน
"นี่คือสร้อยที่มีหนึ่งเดียวในโลก ผมทำขึ้นมาเพราะคุณ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนสร้อยเส้นนี้ก็จะไม่ห่างกายเพราะมันเลือกนายแล้วเป็คุณ"
สร้อยคอเพชรสีน้ำเงินเม็ดโตที่อยู่บนเรือนร่างของสิตาขนาด 10 กะรัต เจียระไนเป็รูปหัวใจของมหาสมุทร ที่บงบอกว่าเธอคือผู้หญิงหนึ่งเดียวของเ้าแห่งน้ำทั้งปวง