เมื่อถึงหน้าการเลือกตัวละคร กิ่งได้เอ่ยขึ้นว่า “ปกติเราจะเล่น Soul Stealer 1-1 กัน แต่เพราะนายเพิ่งหัดเล่นครั้งแรก ฉันจะเปลี่ยนมาเล่น Devourer แทนแล้วกัน ส่วนนายก็ลองปรึกษาเต้ดูว่าสามารถใช้ฮีโร่ตัวใดแก้ทาง Devourer ได้บ้าง”
“และฉันจะต่อให้นายด้วย หากนายฆ่าฉันได้หนึ่งตัวหรือทำลายป้อมได้ก่อน จะถือว่านายเป็ฝ่ายชนะไปเลย” กิ่งพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ
“ฉันไม่ได้้าให้เธอออมมือให้สักหน่อย...” โจ้พยายามเอ่ยปากทักท้วง
แต่คำพูดของเขาก็ถูกกิ่งขัดจังหวะ “ถ้านายไม่ยอมรับข้อเสนอ ฉันก็จะไม่ดวลกับนาย”
เมื่อเห็นสีหน้าที่หนักแน่นของเธอ โจ้จึงพยักหน้ายอมรับแบบไม่เต็มใจ
‘แล้วไอ้ตัว Devourer นี่หน้าตาเป็ยังไงกัน?’ เขานึกสงสัยในใจก่อนจะเอ่ยถามเต้ “เต้ มีตัวไหนแก้ทางตัวละครที่เธอบอกได้บ้าง?”
“ก็มีหลายตัวที่ใช้แก้ทางได้นะ แต่ว่า...” เต้ดูลังเลที่จะพูดออกมา เพราะ Devourer เป็ฮีโร่ที่เขากลัวมากที่สุดตอนเล่น HON เนื่องจากเมื่อเขาถูกตะขอดึงไปแล้ว เขามักจะตายก่อนทันได้สวนกลับเสียอีก
แต่เพื่อนๆ ของเขาต่างพูดเป็เสียงเดียวกันว่า Devourer นั้นไม่น่ากลัวอย่างที่เขาคิด เพราะหากถึง่กลางเกมแล้ว Devourer ยังฆ่าใครไม่ได้ ใน่เลทเกมจะกลายเป็ฮีโร่ที่ค่อนข้างไร้ประโยชน์ แถมยังมีฮีโร่หลายตัวที่สามารถใช้แก้ทางได้ด้วย
แต่ถึงจะพูดเช่นนั้นเต้กลับจำไม่ได้เลยว่ามีฮีโร่ตัวไหนบ้างที่สามารถใช้แก้ทาง Devourer ได้
เมื่อเห็นอาการอ้ำอึ้งของอีกฝ่ายที่ไม่สามารถให้คำตอบเขาได้ โจ้จึงเลิกรอคำตอบและคิดจะลองเลือกเองจากชื่อตัวละคร เพราะชื่อของแต่ละตัวอาจพอบ่งบอกถึงความสามารถของตัวละครนั้นๆ ได้
เขาใช้เมาส์เลื่อนชี้ไอคอนหน้าฮีโร่ทีละตัว โดยที่หน้าต่างตัวละครใน HON มีการบอกรายละเอียดของฮีโร่ไว้โดยละเอียด เช่น ค่าพลังโจมตี ค่าพลังป้องกัน ค่าความเร็วในการเคลื่อนที่ ฯลฯ โจ้ค่อยๆ เลือกดูฮีโร่แต่ละตัวอย่างใจเย็น
“นายรีบเลือกมาสักตัวเถอะ มันมีเวลาจำกัดนะ” ถึงเต้จะไม่สามารถหาคำตอบมาให้โจ้ได้ แต่เขาก็ไม่ลืมเตือนเื่เวลาในการเลือกตัวละคร
ตอนนั้นเองโจ้ถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีเวลานับถอยหลังอยู่และกำลังจะถึง 0 วินาที
เมื่อเห็นแบบนั้นโจ้ก็ลุกลี้ลุกลนจัดการใช้เมาส์คลิกเลือกตัวละครหนึ่งตัวแบบส่งๆ และเสี้ยววินาทีต่อมา...
‘Taelnwza007 ได้เลือกฮีโร่ Bubbles’ ข้อความแจ้งเตือนปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
“ทำไมนายถึงเลือก Bubbles ล่ะ” เต้ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถามอีกฝ่าย
“ก็ฉันเห็นว่าเวลามันใกล้หมดแล้วเลยสุ่มกดมั่วๆ เอาน่ะสิ” โจ้พูดพลางเอามือกุมหน้าผาก เขาคิดว่าการดวลครั้งนี้มันจบสิ้นแล้ว เพราะฮีโร่ตัวนี้ดูไม่มีความน่ากลัวอะไรเลยทั้งในแง่ของชื่อหรือหน้าตา มันเป็เพียงแค่เต่าโง่ๆ ตัวหนึ่งเท่านั้นในสายตาเขา
“ที่จริง...หากไม่ได้เลือกตัวละครตอนหมดเวลาไปแล้วระบบเกมจะสุ่มฮีโร่ให้อัตโนมัติ” เต้พูดด้วยความท้อแท้
“แล้วทำไมนายไม่บอกฉันให้เร็วกว่านี้!” โจ้รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย เขาคิดว่าที่สถานการณ์เป็แบบนี้เพราะเต้มัวแต่อ้ำอึ้ง...
“นายไม่ต้องไปโทษเต้หรอก เขาแค่เตือนเื่เวลากับนาย แต่เขาไม่ได้บังคับให้นายเลือกสักหน่อย” กิ่งพูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
ถึงแม้ภายนอกของเธอจะดูสงบนิ่งแต่ภายในกลับไม่เป็เช่นนั้นเลย หัวใจของเธอกำลังเต้นแรงราวกับกลองรัว มือสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น เพราะ Bubbles คือตัวละครตัวแรกที่เธอใช้ฝึกเล่น HON เธอหลงรักมันั้แ่ครั้งแรกที่ได้ลองเล่นและหลังจากนั้นก็เอาแต่เล่นซ้ำไปซ้ำมาแบบไม่เคยเบื่อ
เหตุใดโจ้ถึงได้เล่น Bubbles เป็ครั้งแรกเหมือนกับเธอ มันจะเป็แค่เื่บังเอิญอย่างนั้นเหรอ…
และก่อนที่ความคิดของเธอจะเตลิดไปไกลกว่านี้ เสียงของโจ้ได้ปลุกเธอจากภวังค์
“เธอพูดถูก...มันเป็ความผิดฉันเอง แต่ถึงยังไงฉันก็ไม่ยอมแพ้หรอกนะ!” โจ้พูดด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น
โดยขณะนี้ครีปของทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ถูกส่งออกมา นั่นจึงถือว่าเกมยังไม่ได้เริ่มต้นอย่างเป็ทางการ กิ่งทำการซื้อไอเทมต้นเกม จากนั้นสั่งให้ตัวละครของเธอเดินไปรอในเลนเพื่อทำการ body block ครีป เธอควบคุมตัวละครด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับว่ามันเป็ส่วนหนึ่งของร่างกาย
ผิดกับทางด้านของโจ้และเต้ที่ตอนนี้กำลังสับสนอลหม่าน...
“รีบซื้อไอเทมเร็วเข้าโจ้ ครีปกำลังจะออกมาแล้ว” เต้พูดเร่งเร้า
“เอาไว้ทีหลังได้ไหม ตอนนี้ฉันขออ่านสกิลฮีโร่ก่อนว่าทำอะไรได้บ้าง” โจ้ดูไม่ได้รีบร้อนอะไรเลย เพราะเขาคิดว่าควรทำความรู้จักกับตัวละครของตัวเองให้ดีก่อนจะออกไปสู้
“ไม่ต้องอ่านแล้ว ตัวละครนายมีสี่สกิล สกิลหนึ่งคือปล่อยกระดอง สกิลสองคือใบ้ สกิลสามคือหลบหลีกและสุดท้ายอัลติใช้เพื่อตรึงอีกฝ่าย” เต้รีบพูดสรุปสกิลสั้นๆ ให้เขาฟัง
‘อะไรคือปล่อยกระดอง? อะไรคือใบ้?’ โจ้งุนงงกับคำพูดของอีกฝ่าย
“นายรีบซื้อไอเทมก่อน เดี๋ยวฉันค่อยอธิบายให้ฟังทีหลัง” เมื่อเห็นว่าครีปกำลังจะถูกส่งออกมาในอีกไม่กี่วินาที เต้จึงพูดเร่งเร้าอีกฝ่าย
“แล้วทำไมนายไม่บอกฉันว่าต้องซื้ออะไรบ้าง?” โจ้พูดพลางคลิกไปที่สกิลของ Bubbles จากนั้นกดอัพสกิลสาม
“เฮ้ย นายไปอัพสกิลสามทำไม?” หลังจากความพยายามห้ามอีกฝ่ายอัพสกิลล้มเหลว ใบหน้าของเต้ก็เปลี่ยนสีทันที สีหน้าของเขาดูราวกับเพิ่งกินแมลงวันเข้าไป
“ก็ฉันลองกดอัพสกิลสี่แล้วมันกดไม่ได้ เลยลองเปลี่ยนมาอัพสกิลสามดูเพราะสกิลมันเรียงตามความเก่ง ดังนั้นยิ่งสกิลสูงก็จะยิ่งเก่งใช่ไหมล่ะ?” โจ้พูดอย่างภูมิใจในความคิดของตน
“โอ๊ย ไม่ใช่แบบนั้น...ช่างมัน นายรีบซื้อไอเทมก่อน” เต้ถอนหายใจและรู้สึกว่าสายไปแล้วที่จะพูด
หลังจากนั้นไม่นาน กลุ่มครีปของทั้งสองฝ่ายได้ถูกปล่อยออกมา พวกมันมุ่งหน้าเข้าสู่ฐานทัพของอีกฝ่ายอย่างแข็งขัน
กิ่งเห็นว่าในเวลานี้โจ้ยังคงอยู่ในบ่อน้ำและไม่ได้ซื้อไอเทมอะไรเลย เธอไม่อยากเอาเปรียบอีกฝ่ายที่ยังเป็มือใหม่จึงเลือกควบคุมตัวละครของตัวเองให้เดินกลับไปยังบ่อน้ำ
“เธอไม่ควรออมมือให้คู่ต่อสู้” กายพูดเสียงแข็งขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นการกระทำของกิ่ง เสียงของเขาทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็ยังคงสั่งให้ตัวละครเดินกลับไปอยู่หน้าบ่อน้ำ
“โจ้ นายรีบใช้เงินทั้งหมดซื้อไอเทมที่ร้านค้าแนะนำเถอะ” เต้เริ่มกังวลใจเมื่อเห็นเพื่อนค่อยๆ อ่านข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อไอเทมด้วยความใจเย็น
“ทำไมต้องใช้เงินให้หมดล่ะ? ถ้าไม่เก็บเงินเอาไว้ฉันก็ซื้อไอเทมราคาแพงๆ ได้ช้าน่ะสิ?” โจ้ถามด้วยความสงสัย
“นายหาเงินใหม่จากการลาสครีปได้ แถมเงินนายก็จะเด้งทุกๆ วินาที อีกอย่างถ้านายตายเงินก็จะถูกหัก” เต้บอกอย่างเหนื่อยใจ
“ถ้าตายก็ต้องเสียเงินด้วยเหรอ? นี่มันไร้สาระมาก” โจ้พูดเสียงดัง
“มันไร้สาระยังไง?” เต้ถามกลับอีกฝ่าย
“ก็เกมนี้มันตายง่ายมาก ฉันเห็นนายตายเป็ระยะๆ ตอนเล่นกับบอท ถ้าหากเราตายจนเงินถูกหักจนหมด แล้วจะเล่นไปเพื่ออะไร?” โจ้ทักท้วงตามความคิดของตน
“นายลองคิดตามฉันนะเพื่อน หากตายแล้วเสียเงินนั่นก็แปลว่ายิ่งเราฆ่าอีกฝ่ายได้มากเท่าไร เราก็ยิ่งสร้างความได้เปรียบให้กับตัวเองได้มากเท่านั้น” เต้พยายามอธิบายเหตุผลอย่างดีที่สุด
โจ้วิเคราะห์อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยอมรับว่าคำพูดของเต้นั้นดูสมเหตุสมผล ถึงแม้โทษของการตายจะหนักหนาไปสักหน่อย แต่ในทางตรงกันข้าม หากเขาฆ่าอีกฝ่ายได้ก็จะได้รับความได้เปรียบมากเช่นกัน!
‘ขอแค่เราไม่ตายก็พอสินะ’ เขาเกิดไอเดียบางอย่างและแสยะยิ้มออกมา