เกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ

    ตอนที่ 25

    ระหว่างที่ความคิดในหัวผมยังวิ่งพล่าน พี่คมศักดิ์ก็ขับ bmw เข้ามาจอดที่หน้าบ้านแล้ว เขาก้าวลงมาอย่างสุภาพ ก่อนจะเปิดประตูให้คุณท่านและคุณนายที่เพิ่งเดินมาถึงพอดี


    “คุณท่านครับ นี่คือคนขับรถที่จะมาทำงานแทนผมชั่วคราวครับ” พี่คมศักดิ์พูดพลางผายมือมาทางผม


    สายตาของทั้งสองหันมาจับจ้องที่ผมทันที


    ผมยกมือไหว้อย่างสวยงาม ก่อนเอ่ยเสียงเรียบสุภาพ “สวัสดีครับ ผมชื่อวายุนะครับ”


    คุณท่านยิ้มออกมา ท่าทางใจดีจนทำให้ความตึงเครียดในอกผมเบาลง “อ๋อ…คนนี้สินะ ฝากบ้านด้วยนะ”


    “ครับผม” ผมตอบกลับอย่างนอบน้อมทันที


    ด้านคุณนายเพียงส่งยิ้มบาง ๆ มาให้ เธอไม่ได้เอ่ยคำใด แต่เพียงรอยยิ้มนั้นก็ทำให้ผมรู้สึกเกร็งขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว 


    ขณะที่คุณนายพาคุณท่านขึ้นไปนั่งบนรถ ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวผม ผมสังเกตเห็นชุดที่เธอสวมใส่ มันเป็๲ชุดสบายๆ ที่วัยรุ่นนิยมใส่กัน คือเสื้อเชิ้ตสีเทาตัวยาวที่ยาวเกือบถึงหัวเข่า แต่เข้ากับรูปร่างของเธออย่างพอเหมาะ


    เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย พี่คมศักดิ์ก็ขับรถออกไป ประตูหน้าบ้านเลื่อนเปิดอัตโนมัติ ก่อนจะปิดสนิทลง ทันทีที่เสียงเหล็กเสียดสีกันหายไป เหลือเพียงเสียงฝนโปรยลงมาอย่างแ๶่๥เบาเป็๲ฉากหลัง


    ทว่า...บรรยากาศกลับไม่เงียบจริงเสียทีเดียว เพราะคุณนายยังคงยืนอยู่ด้านหลังผม โดยไม่ได้ขยับไปไหน


    ขณะนั้นเอง เสียงใสของหญิงวัย 43 ก็ดังขึ้นมา


    “คุณวายุ”


    ผมหันไปตามเสียงทันที ก่อนตอบกลับด้วยท่าทางนอบน้อม “…ครับ คุณนาย” มือผมผสานกันไว้ที่หว่างขา พลางก้มศีรษะเล็กน้อย


    เธอกอดอก สีหน้าเรียบนิ่ง ดูเรียบร้อย ก่อนเอ่ยเสียงนิ่ง ๆ


    “ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้”


    ผมเงยหน้ามองเธอ ก่อนจะได้ยินต่อ “อีกอย่าง…อย่าเรียกฉันว่าคุณนาย มันดูแก่”


    “ครับ…คุณ…ชะ…” ผมพูดติดขัดทันที


    เธอแทรกขึ้นก่อน “คุณเอม หรือคุณชะเอมก็ได้”


    หลังจากนั้น เธอให้ผมตามเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ ขณะนี้เวลาเกือบตีห้า ฟ้าด้านนอกยังมืดครึ้ม แสงสลัวจากโคมไฟหน้าบ้านสะท้อนบนพื้นเปียกชุ่ม ฝนยังคงโปรยลงไม่หยุด 


    ไฟในบ้านเปิดเพียงบางส่วน ทำให้แสงสลัวพอให้มองเห็นทางเดิน คุณเอมเดินนำไปแล้วนั่งลงบนโซฟา ดูเหมือนเป็๲ห้องนั่งเล่นมีโซฟาจัดวางหน้าทีวี


    เหนือศีรษะ เพดานสูงถึงชั้นสองโดดเด่นพร้อมโคมไฟระย้าขนาดใหญ่ห้อยลงมา แต่ไฟยังปิดอยู่ 


    ผมยืนอยู่ห่างจากเธอพอสมควร เธอนั่งไขว้ขา มือทั้งสองพาดวางบนตัก ก่อนจะหันมามองผมอย่างใจเย็น


    “ตอนเช้าประมาณแปดโมง ถ้าฝนยังไม่หยุด ให้คุณเตรียมรถไว้รอที่หน้าบ้านเลยนะ จะได้พาขมิ้นกับมะขิงไปมหาลัย แต่ถ้าฝนหยุดแล้วก็ไม่เป็๲ไร เดี๋ยวพวกเขาก็ขับรถกันไปเอง”


    “ได้ครับ” ผมพยักหน้าตอบ


    เธอเอียงคอมองผมเล็กน้อย ก่อนถามด้วยน้ำเสียงเรียบ “ว่าแต่คุณอายุเท่าไหร่ ทำไมยังดูหนุ่มอยู่เลย”


    “ผมอายุ 25 ครับ” ผมตอบอย่างสุภาพ


    คุณเอมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบาง ๆ ราวกับพอใจ น้ำเสียงเรียบของเธอยังคงมั่นคง แต่แววตาแฝงความสนใจอยู่บ้าง


    “อ้อ…” เธอเอ่ยพลางพยักหน้าช้า ๆ แล้วพูดต่อ “ไปพักตามสบายเลยนะ ถึงเวลาก็ค่อยว่ากันอีกที” จากนั้นเธอก็ลุกขึ้นแล้วเดินขึ้นบันไดไปชั้นสอง 

    ...


    เวลาแปดโมงเช้า ฝนยังคงโปรยลงมาไม่ขาดสาย ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ผมจึงขับรถโตโยต้า อัลพาร์ด มาจอดรอที่หน้าบ้าน ก่อนจะลงมายืนรออยู่ข้างประตูรถ พลางเหลือบตามองนาฬิกาเป็๞ระยะ


    ไม่นานนัก ประตูบ้านค่อย ๆ เปิดออก โดยมีแม่บ้านเป็๞คนก้าวออกมาเป็๞คนแรก ก่อนที่สาวสวยทั้งสามจะตามออกมา หนึ่งในนั้นคือคุณเอม ผู้เป็๞แม่ เดินเคียงมากับลูกสาวทั้งสองที่อยู่ในชุดนักศึกษามหาวิทยาลัย 


    ขณะที่พวกเธอกำลังเดินออกมา คุณเอมหันไปเอ่ยกับลูกสาวคนหนึ่ง “ขมิ้น…ลูกไม่พกร่มติดตัวไปเหรอ”


    ขมิ้นเดินหน้าตรง ไม่แม้แต่จะหันมองแม่ของเธอ “ไม่ค่ะแม่…มันหนัก”


    คุณเอมถอนหายใจเบา ๆ ส่ายหน้าช้า ๆ “เฮ้อ…ลูกคนนี้”


    จากข้อมูลของระบบ ขมิ้นอายุ 21 ปี เป็๞พี่สาวของมะขิง ผมเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง ก็ดูออกทันทีว่าเป็๞ผู้หญิงห้าว ๆ ท่าทางไม่ค่อยยี่หระใครนัก

    เธอสวมชุดนักศึกษา เสื้อเชิ้ตขาวที่รัดอก กับกระโปรงทรงเอที่สั้นเลยหัวเข่าขึ้นมา รูปร่างของเธอดูดีไม่แพ้คุณเอมแม่ของเธอเลยแม้แต่น้อย จนผมอดเปรียบเทียบในใจไม่ได้


    ขณะนั้นเอง ขมิ้นที่เดินมาถึงรถก่อนหยุดชะงักเล็กน้อย เมื่อสายตาเหลือบมาสบกับผมที่ยืนรอเปิดประตูอยู่ เธอยกยิ้มมุมปาก แล้วเอ่ยขึ้น


    “พี่เป็๲คนขับรถเหรอคะ?”


    ผมรีบยกมือไหว้เล็กน้อย ตอบกลับอย่างนอบน้อม “ครับผม...ผมมาแทนพี่คมศักดิ์ชั่วคราวครับ”


    เธอกระพริบตาช้า ๆ ก่อนจะหันหลังกลับไปมองน้องสาว แต่คำพูดยังคงพาดพิงถึงผม


    “เดี๋ยวนี้คนขับหน้าตาดีเนอะ”


    ประโยคเล่นลิ้นของเธอทำให้ผมชะงักไปเล็กน้อย แต่ยังคงยิ้มบาง ๆ ตอบ


    เธอหยุดหายใจชั่วครู่แล้วเอ่ยต่อ “มะขิง...เร็ว ๆ หน่อยสิ พี่จะนั้งฝั่งนี้”


    มะขิงรีบวิ่งตามมาทันที เธอสวมแว่นตากรอบบาง ผมสั้นประบ่าเป็๲ระเบียบ เสื้อเชิ้ตหลวม ๆ คู่กับกระโปรงพลีทยาวถึงตาตุ่ม ทำให้ดูเรียบร้อยแตกต่างจากพี่สาวอย่างสิ้นเชิง


    เมื่อมาถึง เธอรีบก้าวขึ้นรถ ทว่าในจังหวะนั้นเอง ขมิ้นกลับแอบยกยิ้มกวน ๆ แล้วตบก้นน้องสาวเบา ๆ


    “พี่!” มะขิงสะดุ้งร้องขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ใบหน้าขึ้นสีเล็กน้อยอย่างเขินอาย


    ขณะเดียวกัน คุณเอมก็เอ่ยเตือนเสียงเรียบ


    “ขมิ้น แกล้งน้องอีกแล้วนะ”


    “นิดหน่อยเองแม่” ขมิ้นหันไปยิ้มกวน ๆ ก่อนจะก้าวขึ้นรถไปนั่งอย่างสบายใจ


    ผมยกมือดึงประตูรถเข้าหากันแล้วปิดเบา ๆ ระวังไม่ให้เกิดเสียงดังเกินไป


    ทันใดนั้น คุณเอมก็เอ่ยขึ้นก่อนที่ผมจะทันได้ก้าวขึ้นรถ


    “คุณวายุ...หลังจากส่งน้อง ๆ เสร็จแล้ว กลับมาด้วยนะ ฉันมีธุระจะให้พาไปต่อ”


    ผมพยักหน้ารับอย่างนอบน้อม “ครับ”


    ผมขึ้นรถเรียบร้อย ก่อนจะพูดกับระบบในใจ “ขอเส้นทางไปมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์”


    [รับทราบ]


    ทันใดนั้น จอโปร่งแสงขนาดเล็กก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า พร้อมแสดงเส้นนำทางทอดยาวไปตามถนนให้เห็นอย่างชัดเจน


    ผมทึงเล็กน้อย ก่อนบ่นออกมาในใจ “ทำไมฉันไม่เคยเห็นแผนที่นำทางแบบนี้มาก่อน”


    [นี่คือสกิลพิเศษ จากรถหรู]


    ผมยิ้มบาง ๆ พลางหันไปมองรถเก่าของตัวเองที่จอดตากฝนอยู่นอกโรงรถ รู้สึกได้ถึงความต่างอย่างชัดเจน จากนั้น ผมเคลื่อนรถออกจากลานจอด ประตูใหญ่ของบ้านก็เปิดออกรอไว้ให้เรียบร้อย เสียงน้ำฝนกระทบหลังคารถยังคงดังเป็๲จังหวะเบา ๆ ขณะผมค่อย ๆ ขับออกไปตามถนนหน้าบ้าน