ระหว่างที่ความคิดในหัวผมยังวิ่งพล่าน พี่คมศักดิ์ก็ขับ bmw เข้ามาจอดที่หน้าบ้านแล้ว เขาก้าวลงมาอย่างสุภาพ ก่อนจะเปิดประตูให้คุณท่านและคุณนายที่เพิ่งเดินมาถึงพอดี
“คุณท่านครับ นี่คือคนขับรถที่จะมาทำงานแทนผมชั่วคราวครับ” พี่คมศักดิ์พูดพลางผายมือมาทางผม
สายตาของทั้งสองหันมาจับจ้องที่ผมทันที
ผมยกมือไหว้อย่างสวยงาม ก่อนเอ่ยเสียงเรียบสุภาพ “สวัสดีครับ ผมชื่อวายุนะครับ”
คุณท่านยิ้มออกมา ท่าทางใจดีจนทำให้ความตึงเครียดในอกผมเบาลง “อ๋อ…คนนี้สินะ ฝากบ้านด้วยนะ”
“ครับผม” ผมตอบกลับอย่างนอบน้อมทันที
ด้านคุณนายเพียงส่งยิ้มบาง ๆ มาให้ เธอไม่ได้เอ่ยคำใด แต่เพียงรอยยิ้มนั้นก็ทำให้ผมรู้สึกเกร็งขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
ขณะที่คุณนายพาคุณท่านขึ้นไปนั่งบนรถ ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวผม ผมสังเกตเห็นชุดที่เธอสวมใส่ มันเป็ชุดสบายๆ ที่วัยรุ่นนิยมใส่กัน คือเสื้อเชิ้ตสีเทาตัวยาวที่ยาวเกือบถึงหัวเข่า แต่เข้ากับรูปร่างของเธออย่างพอเหมาะ
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย พี่คมศักดิ์ก็ขับรถออกไป ประตูหน้าบ้านเลื่อนเปิดอัตโนมัติ ก่อนจะปิดสนิทลง ทันทีที่เสียงเหล็กเสียดสีกันหายไป เหลือเพียงเสียงฝนโปรยลงมาอย่างแ่เบาเป็ฉากหลัง
ทว่า...บรรยากาศกลับไม่เงียบจริงเสียทีเดียว เพราะคุณนายยังคงยืนอยู่ด้านหลังผม โดยไม่ได้ขยับไปไหน
ขณะนั้นเอง เสียงใสของหญิงวัย 43 ก็ดังขึ้นมา
“คุณวายุ”
ผมหันไปตามเสียงทันที ก่อนตอบกลับด้วยท่าทางนอบน้อม “…ครับ คุณนาย” มือผมผสานกันไว้ที่หว่างขา พลางก้มศีรษะเล็กน้อย
เธอกอดอก สีหน้าเรียบนิ่ง ดูเรียบร้อย ก่อนเอ่ยเสียงนิ่ง ๆ
“ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้”
ผมเงยหน้ามองเธอ ก่อนจะได้ยินต่อ “อีกอย่าง…อย่าเรียกฉันว่าคุณนาย มันดูแก่”
“ครับ…คุณ…ชะ…” ผมพูดติดขัดทันที
เธอแทรกขึ้นก่อน “คุณเอม หรือคุณชะเอมก็ได้”
หลังจากนั้น เธอให้ผมตามเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ ขณะนี้เวลาเกือบตีห้า ฟ้าด้านนอกยังมืดครึ้ม แสงสลัวจากโคมไฟหน้าบ้านสะท้อนบนพื้นเปียกชุ่ม ฝนยังคงโปรยลงไม่หยุด
ไฟในบ้านเปิดเพียงบางส่วน ทำให้แสงสลัวพอให้มองเห็นทางเดิน คุณเอมเดินนำไปแล้วนั่งลงบนโซฟา ดูเหมือนเป็ห้องนั่งเล่นมีโซฟาจัดวางหน้าทีวี
เหนือศีรษะ เพดานสูงถึงชั้นสองโดดเด่นพร้อมโคมไฟระย้าขนาดใหญ่ห้อยลงมา แต่ไฟยังปิดอยู่
ผมยืนอยู่ห่างจากเธอพอสมควร เธอนั่งไขว้ขา มือทั้งสองพาดวางบนตัก ก่อนจะหันมามองผมอย่างใจเย็น
“ตอนเช้าประมาณแปดโมง ถ้าฝนยังไม่หยุด ให้คุณเตรียมรถไว้รอที่หน้าบ้านเลยนะ จะได้พาขมิ้นกับมะขิงไปมหาลัย แต่ถ้าฝนหยุดแล้วก็ไม่เป็ไร เดี๋ยวพวกเขาก็ขับรถกันไปเอง”
“ได้ครับ” ผมพยักหน้าตอบ
เธอเอียงคอมองผมเล็กน้อย ก่อนถามด้วยน้ำเสียงเรียบ “ว่าแต่คุณอายุเท่าไหร่ ทำไมยังดูหนุ่มอยู่เลย”
“ผมอายุ 25 ครับ” ผมตอบอย่างสุภาพ
คุณเอมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบาง ๆ ราวกับพอใจ น้ำเสียงเรียบของเธอยังคงมั่นคง แต่แววตาแฝงความสนใจอยู่บ้าง
“อ้อ…” เธอเอ่ยพลางพยักหน้าช้า ๆ แล้วพูดต่อ “ไปพักตามสบายเลยนะ ถึงเวลาก็ค่อยว่ากันอีกที” จากนั้นเธอก็ลุกขึ้นแล้วเดินขึ้นบันไดไปชั้นสอง
...
เวลาแปดโมงเช้า ฝนยังคงโปรยลงมาไม่ขาดสาย ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ผมจึงขับรถโตโยต้า อัลพาร์ด มาจอดรอที่หน้าบ้าน ก่อนจะลงมายืนรออยู่ข้างประตูรถ พลางเหลือบตามองนาฬิกาเป็ระยะ
ไม่นานนัก ประตูบ้านค่อย ๆ เปิดออก โดยมีแม่บ้านเป็คนก้าวออกมาเป็คนแรก ก่อนที่สาวสวยทั้งสามจะตามออกมา หนึ่งในนั้นคือคุณเอม ผู้เป็แม่ เดินเคียงมากับลูกสาวทั้งสองที่อยู่ในชุดนักศึกษามหาวิทยาลัย
ขณะที่พวกเธอกำลังเดินออกมา คุณเอมหันไปเอ่ยกับลูกสาวคนหนึ่ง “ขมิ้น…ลูกไม่พกร่มติดตัวไปเหรอ”
ขมิ้นเดินหน้าตรง ไม่แม้แต่จะหันมองแม่ของเธอ “ไม่ค่ะแม่…มันหนัก”
คุณเอมถอนหายใจเบา ๆ ส่ายหน้าช้า ๆ “เฮ้อ…ลูกคนนี้”
จากข้อมูลของระบบ ขมิ้นอายุ 21 ปี เป็พี่สาวของมะขิง ผมเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง ก็ดูออกทันทีว่าเป็ผู้หญิงห้าว ๆ ท่าทางไม่ค่อยยี่หระใครนัก
เธอสวมชุดนักศึกษา เสื้อเชิ้ตขาวที่รัดอก กับกระโปรงทรงเอที่สั้นเลยหัวเข่าขึ้นมา รูปร่างของเธอดูดีไม่แพ้คุณเอมแม่ของเธอเลยแม้แต่น้อย จนผมอดเปรียบเทียบในใจไม่ได้
ขณะนั้นเอง ขมิ้นที่เดินมาถึงรถก่อนหยุดชะงักเล็กน้อย เมื่อสายตาเหลือบมาสบกับผมที่ยืนรอเปิดประตูอยู่ เธอยกยิ้มมุมปาก แล้วเอ่ยขึ้น
“พี่เป็คนขับรถเหรอคะ?”
ผมรีบยกมือไหว้เล็กน้อย ตอบกลับอย่างนอบน้อม “ครับผม...ผมมาแทนพี่คมศักดิ์ชั่วคราวครับ”
เธอกระพริบตาช้า ๆ ก่อนจะหันหลังกลับไปมองน้องสาว แต่คำพูดยังคงพาดพิงถึงผม
“เดี๋ยวนี้คนขับหน้าตาดีเนอะ”
ประโยคเล่นลิ้นของเธอทำให้ผมชะงักไปเล็กน้อย แต่ยังคงยิ้มบาง ๆ ตอบ
เธอหยุดหายใจชั่วครู่แล้วเอ่ยต่อ “มะขิง...เร็ว ๆ หน่อยสิ พี่จะนั้งฝั่งนี้”
มะขิงรีบวิ่งตามมาทันที เธอสวมแว่นตากรอบบาง ผมสั้นประบ่าเป็ระเบียบ เสื้อเชิ้ตหลวม ๆ คู่กับกระโปรงพลีทยาวถึงตาตุ่ม ทำให้ดูเรียบร้อยแตกต่างจากพี่สาวอย่างสิ้นเชิง
เมื่อมาถึง เธอรีบก้าวขึ้นรถ ทว่าในจังหวะนั้นเอง ขมิ้นกลับแอบยกยิ้มกวน ๆ แล้วตบก้นน้องสาวเบา ๆ
“พี่!” มะขิงสะดุ้งร้องขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ใบหน้าขึ้นสีเล็กน้อยอย่างเขินอาย
ขณะเดียวกัน คุณเอมก็เอ่ยเตือนเสียงเรียบ
“ขมิ้น แกล้งน้องอีกแล้วนะ”
“นิดหน่อยเองแม่” ขมิ้นหันไปยิ้มกวน ๆ ก่อนจะก้าวขึ้นรถไปนั่งอย่างสบายใจ
ผมยกมือดึงประตูรถเข้าหากันแล้วปิดเบา ๆ ระวังไม่ให้เกิดเสียงดังเกินไป
ทันใดนั้น คุณเอมก็เอ่ยขึ้นก่อนที่ผมจะทันได้ก้าวขึ้นรถ
“คุณวายุ...หลังจากส่งน้อง ๆ เสร็จแล้ว กลับมาด้วยนะ ฉันมีธุระจะให้พาไปต่อ”
ผมพยักหน้ารับอย่างนอบน้อม “ครับ”
ผมขึ้นรถเรียบร้อย ก่อนจะพูดกับระบบในใจ “ขอเส้นทางไปมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์”
[รับทราบ]
ทันใดนั้น จอโปร่งแสงขนาดเล็กก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า พร้อมแสดงเส้นนำทางทอดยาวไปตามถนนให้เห็นอย่างชัดเจน
ผมทึงเล็กน้อย ก่อนบ่นออกมาในใจ “ทำไมฉันไม่เคยเห็นแผนที่นำทางแบบนี้มาก่อน”
[นี่คือสกิลพิเศษ จากรถหรู]
ผมยิ้มบาง ๆ พลางหันไปมองรถเก่าของตัวเองที่จอดตากฝนอยู่นอกโรงรถ รู้สึกได้ถึงความต่างอย่างชัดเจน จากนั้น ผมเคลื่อนรถออกจากลานจอด ประตูใหญ่ของบ้านก็เปิดออกรอไว้ให้เรียบร้อย เสียงน้ำฝนกระทบหลังคารถยังคงดังเป็จังหวะเบา ๆ ขณะผมค่อย ๆ ขับออกไปตามถนนหน้าบ้าน