龙束缚
Chapter 5
หลังจากวันที่ได้เจอเสี่ยวเจียนหลินวันนั้นก็ผ่านมา5วันแล้ว ผมกลับมาทำงานเหมือนเดิมส่วนเื่ร่างกายหายดีร้อยเปอร์เซ็นต์
“อาลู่ รีบเตรียมตัว”เสียงนุ่มของรุ่นพี่เลียนหรงเอ่ยด้วยความรีบร้อนผมจึงรีบคว้าปืนแล้ววิ่งตามรุ่นพี่ไป
พวกเรามาถึงที่ย่านTsim Sha Tsui แล้วบุกเข้าไปในร้านขายของโบราณร้านหนึ่งที่ได้รับแจ้งมาว่ามีการค้าของผิดกฎหมายใบหน้าเนียนเงยหน้ามองป้ายชื่อหน้าร้าย
“เสี่ยวเฟง”เสียงใสพึมพำขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะก้าวเดินตามรุ่นพี่เลียนหรงเข้าไป
“มีเื่อะไรหรอครับ”เสียงใสของเ้าของร้านเลยถามดวงตากลมฉายแววงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนจะมีชายอีกคนเดินออกมาจากหลังร้าน ท่าทางของเขาดูกดดันมากกว่าเสี่ยวเจียนหลิน
“เราได้รับแจ้งมาว่าที่นี่มีการลอบขายของโบราณ”รุ่นพี่เลี่ยนหลินเอ่ยบอก พลางกวาดสายตามองไปรอบๆร้าน
“คงเป็เื่เข้าใจผิด เพราะที่ร้านนี้มีแต่ของที่ถูกกฎหมายถ้าไม่เชื่อ ก็เชิญตรวจได้เลย” เมื่อเสียงเข้มเอ่ยจบก็เดินหลบไปทางอื่นเพื่อให้พวกเราทำการตรวจสอบตามที่เขาพูด
เมื่อได้รับคำอนุญาตแล้วพวกเราจึงทำการตรวจสอบทั่วร้าน แต่ก็ไม่พบอะไรที่ผิดกฎหมาย
ถูกหลอกเป็ครั้งที่2
“ถูกหลอกอีกแล้วหรอ” เสียงนุ่มของรุ่นพี่สบถอย่างหงุดหงิดดวงตาเรียวฉายแววไม่พอใจ
“ใครเป็คนแจ้งความมา” ผมเอ่ยถามรุ่นพี่เลียนหรงด้วยความสงสัยใบหน้าหล่อจึงหันมามองผม ก่อนจะเอามือถือตัวเองขึ้นมาหาเบอร์ของใครบางคนพลันกดโทรออกด้วยอารมณ์หงุดหงิด
“หยางหลิน! นายเห็นสำนักงานตำรวจเป็อะไร” เสียงนุ่มตวาดดังลั่นร้าน จึงทำให้เป็จุดสนใจของทุกคนที่อยู่บริเวณนั้น
“นาย!” เสียงนุ่มสบถอย่างเกรี้ยวกราดก่อนจะกดวางสายไปแล้วเดินไปหาเ้าของร้าน
“ผมต้องขอโทษด้วยกับเื่ที่เกิดขึ้น ผมจะรับผิดชอบเอง”
“ไม่เป็ไรครับ” เมื่อเสียงใสเอ่ยจบรุ่นพี่เลียนหรงก็ก้มหัวให้ ก่อนจะรีบเดินออกจากร้านทันที ผมจึงก้มหัวให้พวกเขา2คนก่อนเดินออกจากร้าน
เมื่อเดินออกมาจากร้านแล้วรุ่นพี่เลียนหรงก็หันมาบอกว่าจะออกไปข้างนอก ผมจึงได้แต่ยืนมองรุ่นพี่ขับรถออกไปเงียบๆก่อนจะมีข้อความมาดึงสติของผม
จิวซือ : (“ชั้นกลับมาแล้ว มาเจอกันที่ SKY TERRACE 428”)
เมื่อผมอ่านข้อความที่ส่งเข้ามาก็พลันยกยิ้มหวานเต็มใบหน้าเนียน แล้วเดินไปที่รถของตัวเอง เพื่อไปหาจิวซือเพื่อนสนิทสมัยเรียน และยังเป็นายน้อยตระกูลเผิง เพียงคนเดียวในสามตระกูลที่ผมไว้ใจ
SKY TERRACE428
ผมขับรถมาที่ SKY TERRACE 428 ตามที่ข้อความบอก พอเดินมาถึงจุดชมวิว ก็เห็นจิวซือยืนมองวิวตรงหน้าอยู่ผมจึงยกยิ้มบางๆ แล้วเดินเข้าไปหาเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนาน2ปี
“ไง” เสียงใสเอ่ยทักเบาๆจิวซือหันมามองพลันยกยิ้มให้
“นานกลับมาตอนไหน”
“ฉันกลับมาได้3วันแล้ว” เสียงนุ่มเอ่ยบอกพลางตบไหล่ผมเบาๆ แล้วหันไปมองวิวของฮ่องกง
“งานนายเป็ไงบ้าง” เสียงนุ่มเอ่ยถาม
“ก็ดี แต่พักนี้เจอพวกกวนประสาท” เมื่อเอ่ยจบใบหน้าของเสี่ยวเจียนหลินก็พลันฉายเข้ามาในหัวผมจึงสะบัดหน้าเพื่อให้ใบหน้าหล่อคมนั้นออกไปจากหัว
“เป็อะไร?” เสียงนุ่มเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วงผมจึงหันมายกยิ้มแห้งๆให้จิวซือ ก่อนจะหันไปมองวิวด้านหน้าต่อ
ผมและจิวซือมาทานอาหารในภัตตาคารหงส์ภัตตาคารที่เป็อันดับหนึ่งในฮ่องกง และตระกูลหงยังเป็อดีตตระกูที่มีอำนาจแต่เพราะเื่ราวที่ซับซ้อนภายในตระกูล ถึงทำให้ตระกูลหงเป็ตระกูลที่ไม่มีอำนาจแต่ปัจจุบันนี้ตระกูลหงดูเหมือนจะเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาคงเพราะคนที่เป็เ้าบ้านอยู่ตอนนี้ แถม...ตระกูลเผิงและตระกูลหงยังเป็ตระกูลพี่ตระกูลน้องกันเพราะเ้าบ้านหงคนก่อน ท่านย่าเฟยหง ได้แต่งงานกับคนในตระกูลเผิงเลยทำให้ตระกูลหงมีอำนาจมากขึ้น
“นายเลี้ยงนะ” ผมยกยิ้มหวานให้จิวซือจนตาเป็สระอิส่วนจิวซือนั้นยกยิ้มขำแต่ยังตีหน้าเก๊กไว้
“ได้” เสียงนุ่มเอ่ยตอบ พลันเดินนำหน้าผมไปที่ห้องอาหารส่วนตัว
“คุณชายเผิง เชิญทางนี้คะ” พนักงานสาวเดินมาต้อนรับจิวซือเป็อย่างดี
เมื่อเดินมาถึงห้องอาหารเมนูอาหารที่จิวซือสั่งไว้ก่อนหน้านี้ก็เริ่มมาวางไว้บนโต๊ะอาหาร ด้วยความที่ไม่ได้เจอกันนานผมและจิวซือจึงคุยกันไปเรื่อย
“จิวซือ กลับมาเมื่อไหร่ทำไมไม่บอกฉันบ้าง” เสียงทุ้มต่ำของคนมาใหม่เอ่ยทักจิวซือด้านหลังผมจึงหันไปมองพร้อมใบหน้าสงสัย
“เพราะฉันรู้ไงว่านายต้องไม่ว่างมาเจอฉัน” เสียงนุ่มเอ่ยเล่นกับอีกคนก่อนจะเดินไปกอดกัน
“สำหรับนาย ฉันว่างเสมอ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยพลันตบไหล่จิวซือไม่แรงมากนักความสนิทของทั้ง2คนยิ่งทำให้ผมขมวดคิ้วเรียวเข้าหากัน
“แล้วนี่...” ใบหน้าหล่อเหลาหันมามองผมพร้อมคิ้วหนาที่ขมวดเข้าหากันแน่นพลันยกขึ้นด้วยความสงสัยเช่นกัน
“นี่ลู่เสี่ยน เพื่อนสนิทฉันเอง” เมื่อจิวซือเอ่ยนำแนะเสร็จผมจึงลุกขึ้นยืนจับมือหนาทำความรู้จักตามมารยาท