หลังจากสารวัตรตุลยากรได้พูดคุยกับทางชิงพลบเสร็จสิ้น และได้นัดพบที่บ้านของชิงพลบในวันพรุ่งนี้ แม้ว่าตัวสารวัตรเองยังงงกับคำตอบ ที่ชิงพลบบอกจะช่วยรักษาอาการให้ ทั้งที่คุณหมอหาสาเหตุของอาการไม่ได้ แต่อีกใจก็อยากรู้ว่าชิงพลบจะช่วยเขาได้อย่างไร
ส่วนชิงพลบหลังออกมาจากห้องรับแขก ก็รีบไปเคลียร์งานที่ตึกสังคมทันที เพราะวันนี้เขามีภารกิจสำคัญ ในการกำจัดคุณไสยมนต์ดำ ให้หมดไปจากโรงเรียนแห่งนี้
แต่ในระหว่างทางเข้าตึกสังคม เขาก็รู้สึกขนลุกซู่เหมือนหนูเจอแมว เมื่อได้เห็นตำรวจหญิงณัฏฐพร ยืนรอเขาบริเวณด้านหน้าตึกแล้ว
สายตาอันเปล่งประกายกับรอยยิ้มมุมปากที่แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในตัวเองได้เป็อย่างดี
“สวัสดีค่ะ ครูชิงพลบ แหม! ดูซิ ทำหน้าตาตื่นเหมือนเจอเสือมาเลย” ณัฏฐพรพูดทักทายขึ้นมาอย่างเป็ธรรมชาติ พร้อมกับรอยยิ้มปนหัวเราะนิด ๆ เมื่อได้เห็นท่าทางที่ดูตลกจากทางชิงพลบ
“...สวัสดีครับ คุณตำรวจ มีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าครับ” ชิงพลบพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย ถึงแม้จะประหลาดใจกับพฤติกรรมของตำรวจสาวคนนี้ทำ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจเท่าไรนัก
“ทีสารวัตรยังมีธุระส่วนตัวกับคุณได้เลย แล้วฉันของมีบ้าง ไม่ได้หรือไงคะ”
“ได้ครับ ว่าแต่มีเื่อะไรหรอ พอดีผมต้องรีบไปเคลียร์งานให้เสร็จด้วยครับ”
“งั้นขอเวลาสักครู่ อยากให้ครูตอบคำถามนี้! ให้ฉันหายสงสัยหน่อยค่ะ” ณัฏฐพรพูดด้วยน้ำเสียงเข้มขรึม และดูจริงจัง พร้อมยืนแล็ปท็อปขนาดเล็กให้กับทางชิงพลบดู
ในแล็ปท็อปมีไฟล์เอกสารเปิดทิ้งไว้ ซึ่งเป็ข้อมูลสำคัญที่ชิงพลบกำลังอ่าน นั่นคือบทความ ที่เกี่ยวกับเื่ราวไสยศาสตร์ มนต์ดำ และประวัติศาสตร์ที่ถูกกล่าวถึงเมื่อ่ 500 ปีที่แล้ว โดยเนื้อหาในไฟล์เอกสารนี้ พูดถึงเื่ตำนานความเชื่อในวิชาอาคมคุณไสยของสำนักต่าง ๆ ที่เคยมีมาในอดีต พร้อมกับข้อมูลของห่อผ้าสีแดงที่ตำรวจสืบค้นเจอ พบว่าเป็สิ่งของในวิชาคุณไสยชนิดหนึ่ง ทำขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนแปลงพื้นที่คนเป็ ให้เป็อาณาเขตคนตาย มักพบได้บ่อยจากทางภาคเหนือของประเทศ
‘ข้อมูลอันนี้ซินะ ที่ทำให้สารวัตรตุลยากร ดั้นด้นมาหาเราถึงโรงเรียน’ ชิงพลบนึกขึ้นมาในใจ หลังจากอ่านเนื้อหาเอกสารในมือจนจบ พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมามองหน้าของตำรวจสาวอย่างพินิจพิจารณา ถึงความสามารถที่สืบหาข้อมูลเหล่านี้มาได้
“แล้วคุณตำรวจ อยากถามอะไรผมหรอครับ”
“จากข้อมูลประวัติศาสตร์ที่คุณได้อ่านไป ฉันเลยสงสัยว่าทำไม? พวกสำนักไสยศาสตร์ที่เคยปรากฏขึ้นในอดีต หายจากประเทศได้อย่างไร ฉันเลยขออำนาจเบื้องบนให้ส่งผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้มาร่วมหาตอบ ก็พบว่าในสมัยก่อนประเทศเรา เคยมีหน่อยงานที่ดูแลเฉพาะเื่ไสยศาสตร์ ทำงานเหมือนหน่วยรบพิเศษที่ขึ้นตรงต่อเ้านครเท่านั้น ได้ทำการสู้รบกับสำนักผู้มีวิชาอาคมมายาวนาน และได้กำจัด พร้อมขับไล่สำนักไสยศาสตร์ทั้งหลายให้หมดไปจากประเทศประมาณ 500 ปีก่อน คุณรู้มั้ยว่าหน่วยรบนี้มีชื่อว่าอะไร?” ณัฏฐพรอธิบายอย่างใจเย็น ถึงสมมติฐานที่ตั้งไว้ ว่าต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับ ผู้ชายคนนี้อย่างแน่นอน
“???? ไม่ครับ”
“หน่วยรบพิเศษนี้มีชื่อว่า หน่วยแพทยาคม ตามข้อมูลเดิมกล่าวไว้ว่าเป็หน่วยงานที่ดูแลครอบคลุมในเื่การป้องกันรักษา ควบคุม และจู่โจมเหล่าผู้มีเวทย์มนต์ อาคม คุณไสยโดยเฉพาะ ซึ่งประกอบไปด้วยอำนาจของผู้ควบคุมทั้ง 3 คน แต่มีเื่ที่น่าสนใจ คือหนึ่งในผู้ควบคุมที่เป็เสาหลักดูแลหน่วยงานพิเศษนี้ทั้งหมด ต้องเป็คนที่สืบเชื้อสายจากตระกูล อถรรพเวท* เท่านั้น ทำให้ฉันสงสัยว่าคุณอาจรู้เื่พวกนี้ ไม่มากก็น้อยนะ คุณชิงพลบ อถรรพเวท” ณัฏฐพรบอกเล่าเื่ราวด้วยท่าทางที่ดูสุขุม พร้อมกับจ้องมองหน้าชิงพลบเพื่อจับพิรุธ จากพฤติกรรมแปลก ๆ ที่ชิงพลบทำมา บ่งบอกได้ว่าเขาต้องรู้อะไรมาอย่างแน่นอน (*อถรรพเวท คือ ชื่อคัมภีร์ที่ ๔ ของพระเวท ประกอบด้วยบทสวด คาถาเกี่ยวกับไสยศาสตร์)
พอได้ฟังรองสารวัตรณัฏฐพร เล่าเื่จนจบชิงพลบถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออก ถึงความสามารถในการแกะเื่ราวจากจุดเล็ก ๆ โยงมาถึงเื่คุณไสยได้ แสดงว่าตำรวจสาวคนนี้ ต้องมีเื้ัไม่ธรรมดา ถึงสืบทราบข้อมูล อันเป็ความลับระดับประเทศได้ เพราะหน่วยแพทยาคมนี้ มีเพียงไม่กี่คนบนโลกที่ทราบว่าเคยมีอยู่จริงในอดีต เนื่องจากเป็หน่วยงานดูแลในเื่เหนือธรรมชาติ และไม่้าให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ จึงถูกประเทศปกปิดเื่นี้ไว้อย่างมิดชิดมาตลอด 500 ปีที่ผ่านมา
“เฮ้ย! นี่ก็ผ่านมาหลายรุ่นแล้วนะครับ ผมจะรู้เื่พวกนี้ได้อย่างไร? แต่ถามว่าพอมีความรู้บ้างมั้ย ก็คงต้องบอกว่า มีความรู้อยู่นิดหน่อยแหละครับ” เสียงถอนหายใจดังขึ้นอย่างเบื่อหน่ายกับคำถามที่ต้องเจอ เพราะไม่รู้จะตอบอย่างไร ให้ตำรวจสาวเชื่อในสิ่งที่เขาพูดมากที่สุด
“งั้นคงต้องรบกวนให้คุณ ช่วยตำรวจหน่อยแล้วกันค่ะ ฉันคิดว่าไม่มีใคร คนไหนเข้าเ้าเื่พวกนี้ มากกว่าต้นตระกูลที่เคยมีอำนาจ ควบคุมหน่วยแพทยาคมทั้งหมดหรอก คุณว่าจริงมั้ยล่ะ”
“เอาละ! แค่นี้ฉันก็ได้รับคำตอบที่พอใจแล้ว พรุ่งนี้ฉันจะตามสารวัตรไปบ้านคุณด้วยเพื่อคุยเื่งานกันอีกที” ณัฏฐพรพูดจบพร้อมกะพริบตาให้ชิงพลบ แล้วเดินออกไปจากตึกสังคมทันที ไม่รอให้ชิงพลบกล่าวคําอำลา เพราะเธอได้คำตอบที่ช่วยคลายข้อสงสัยที่ชิงพลบรู้เื่คุณไสย มนต์ดำมากเป็พิเศษ
‘นี่เราไปทำกรรมอะไร ไว้กับตำรวจนักหนาเนี่ย ถึงหาเื่ให้ไม่หยุดหย่อน อยากอยู่เฉย ๆ แบบคนปกติทั่วไปไม่ได้เลย หรือมันจะเป็เหมือนที่ปู่เคยบอกว่าตระกูลอถรรพเวท ทุกคนต้องมีโชคชะตาที่นำพาไปเกี่ยวข้องกับเื่ไสยศาสตร์อยู่ทุกคน’ ชิงพลบบ่นกับตัวเองพร้อมเอามือกุมขมับไว้ และขึ้นถึงคำพูดของปู่ขึ้นมาทันที เพราะไม่แน่ใจว่าการที่เข้าไปยุ่งกับเื่พวกนี้ เป็โชคชะตาที่ต้องเจอ หรือคำสาปของตระกูลกันแน่
ยามอาทิตย์อัสดง ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีจากสว่างกลายเป็มืด แม้ว่านครสยามจะเป็เมืองที่ไม่เคยหลับใหล ซึ่งก็มีบางสถานที่ ถึงมีแสงสว่างสาดส่องแต่ยังดูวังเวง สถานที่เ่าั้ส่วนใหญ่ เป็ที่อาศัยของิญญาคนตาย หรือพวกสัมภเวสีทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็สุสาน วัด โบสถ์ หรือมัสยิด ก็ให้บรรยากาศที่ชวนขนลุกใน่เวลากลางคืน
ในเวลานี้โรงเรียนเอกกะ มีบรรยากาศไม่ต่างจากสถานที่เ่าั้สักเท่าไร ด้วยพลังคุณไสยที่เข้มข้นมากขึ้น จึงเปลี่ยนให้โรงเรียนดูน่าสะพรึงกลัว เวรยามที่เคยรักษาการอย่างแข็งขัน ตอนนี้แทบจะไม่กล้าก้าวเท้าออกมาจากห้องรักษาความปลอดภัยเลย ด้วยอากาศที่เย็นเยือกกับหมอกควันที่ลอยอยู่เหนือโรงเรียน ยิ่งขับเน้นความน่ากลัวเพิ่มขึ้น แต่สำหรับชิงพลบแล้ว ่เวลาแบบนี้เหมาะมากในการทำลายวิชาคุณไสยของจอมขมังเวทย์ ที่้าสร้างอาณาเขติญญาในโรงเรียน
‘อากาศดี ๆ เริ่มรู้สึกคันมือคันไม้ ขอใส่เดียวกับจอมขมังเวทย์สักหน่อย เป็คนจากสำนักไหนนะ? ช่างเถอะสู้ก่อนเดี๋ยวรู้เองแหละ’