จากที่ได้ยินคำตอบของชิงเซียนทุกคนต่างพากันใกันเป็อย่างมาก เพราะพวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าสัตว์อสูรสามารถกลายร่างเป็คนได้ด้วยอีกอย่างเป็สัตว์อสูรระดับใดกันถึงสามารถกลายร่างเป็คนได้! แล้วทั้งสองเป็ตัวอะไร?
"เอ่อ....ว่าเเต่ทั้งสองเป็สัตว์อสูรชนิดดะ......." แต่ก่อนที่ฉางอี้จะกล่าวจบก็มีร่างสองร่างปรากฏกายด้านหน้าขอพวกเขาซะก่อน
"มาทันเวลาพอดีเลยฮุ่ยหลง จินเฟิ่ง พวกเ้าแนะนำตัวให้ทุกคนรู้จักหน่อยสิเพราะพวกเ้าต้องเป็อาจารย์ให้พวกท่านทั้งสี่..."ชิงเซียนกล่าวกับทั้งสองพร้อมเผยรอยยิ้มแบบมีเลศนัยไม่น่าไว้วางใจมาให้ยังทางครอบครัวของตน
"พวกท่านมั่นใจแล้วใช่หรือไม่? ว่าอยากรู้จักตัวตนที่แท้จริงของพวกข้า.." ฮุ่ยหลงกล่าวออกมา ถึงจะไม่ได้ใช้เสียงที่ให้ความเคารพแก่ทุกคนแต่ก็ยังให้เกียรติในฐานะครอบครัวของชิงเซียน ที่ทั้งสองแสดงท่าทีแบบนี้เพราะพวกเขาทั้งเป็ทั้งสัตว์เทพและยังมีอายุมากกว่าจนอยากจะนับได้จึงไม่จำเป็ต้องเคารพใครนอกจากนายของตน แต่ก็ยังคงความสุภาพเอาไว้อยู่หลายส่วนเช่นกัน....
"ใช่...พวกข้าอยากรู้จักพวกท่าน และอยากจะรู้ว่าพวกท่านจะสามารถปกป้องเซียนเออร์ได้หรือไม่! พวกข้าหาได้ดูถูกพวกท่านนะ แต่เพราะพวกข้าเป็ห่วงเซียนเออร์จริงๆถึงแม้จะพอคาดเดาได้ว่าพวกท่านแข็งแกร่งมากเพราะด้วยั้แ่เกิดมาพวกข้าไม่เคยเห็นสัตว์อสูรกลายร่างเป็คนได้เลย และในสามแคว้นใหญ่ๆนี้หามีสัตว์อสูรที่มีความสามารถเช่นพวกท่านไม่...." ชิงหลงกล่าวด้วยท่าทีใจเย็นถึงแม้ในใจจะอดตื่นเต้นไม่ได้ก็ตาม
"ได้! ตามที่พวกท่าน้าแต่ข้าจะบอกให้อย่างหนึ่งไม่ใช้ว่าในโลกนี้ไม่มีสัตว์อสูรเช่นพวกข้าแต่เป็พวกท่านที่ไม่รู้กันเองเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่นเ้าไป๋หู่พยัคฆ์ขาวของชินอ๋องหยางหลงเทียนเ้านั้นก็สามารถเปลี่ยนเป็คนได้เช่นกันและขอแนะนำตัวอย่างเป็ทางการ ข้า! ฮุ่ยหลง ัฟ้าทมิฬา!" กล่าวจบฮุ่ยหลงก็กลายร่างเป็ัทันที
"ส่วนข้า...จินเฟิ่ง วิหคเพลิงฟ้าา!" ทั้งสองเเนะนำตัวก่อนจะลอยขึ้นบนท้องนภาและกลับคืนร่างจริงทันที! ทั้งสี่ถึงจะเตรียมใจไว้แล้วแต่ก็อดตื่นตระหนกใไม่ได้อยู่ดี...
ใครเขาจะไปคิดกันล่ะว่าทั้งสองจะเป็สัตว์เทพที่เป็ตัวตนดั่งในตำนานกัน แต่ในตอนนี้กลับมาปรากฏตัวตรงหน้าพวกเขาแถมยังเป็สัตว์อสูรในพันธะสัญญาของบุตรสาวหรือน้องสาวของตนอีกชินอ๋องนั้นพวกตนพอจะเข้าใจเพราะคนผู้นั้นแข็งแกร่งมาั้แ่แรกโดยไร้ข้อกังขาใดๆแม้จะมีข่าวลือเื่ไร้ค่าบ้างก็ตามที
แต่เมื่อเอามาเปรียบเทียบกับชิงเซียนที่แต่ก่อนนางเป็เพียงสตรีที่ร่างกายอ่อนแอป่วยง่ายเท่านั้น นับว่า์เมตตาและรักนางยิ่งนัก! โอ้....์...ท่านช่างรักแลเอ็นดูนางยิ่งนัก......เป็บุญของตระกูลเยว่ของพวกข้ายิ่ง!...ขอบคุณๆ......
"กลับลงมาได้แล้วฮุ่ยหลง จินเฟิ่ง พวกท่านก็อย่าใไปเลย ไว้เราชนะศึกครั้งนี้แล้วข้าจะพาพวกท่านไปหาสัตว์อสูรมาเป็ของตัวเอง เองเ้าค่ะและอีกอย่างสัตว์อสูรทุกตัวก็สามารถเเปลงกายเป็คนได้แค่มันต้องก้าวข้ามมาถึงระดับตำนานให้ได้เท่านั้นเองเ้าค่ะ แต่ถึงจะได้สัตว์อสูรที่ระดับต่ำกว่าระดับตำนานมาเราก็สามารถส่งเสริมพวกมันให้ก้าวข้ามขึ้นมาระดับตำนานได้เ้าค่ะ..."พอทุกคนได้ยินแบบนั้นต่างก็มีดวงตาที่เปล่งประกายและตื่นเต้นออกมาอย่างปกปิดไม่อยู่..
"จริงรึเซียนเออร์? เ้าจะพาพวกแม่ไปหาสัตว์อสูรมาทำพันธะสัญญาจริงๆรึแล้วยังสามารถทำให้มันพัฒนาหลังการทำพันธะสัญญาได้อีกรึ?!"เหมยเซียนกล่าวถามอย่างยินดีตื่นเต้นและใที่รู้ว่ามีวิธีทำให้สัตว์อสูรในพันธะสัญญาสามารถพัฒนาได้อีกด้วย...
"จริงเ้าค่ะท่านแม่ แต่ข้าก็สงสัยว่าทำไมพวกท่านไม่เห็นมีสัตว์อสูรเป็ของตัวเอง ส่วนเื่เลื่อนระดับของพวกสัตว์อสูรก็ต้องได้แน่นอนพวกท่านจะใอันใดกันเ้าคะ?"
"จะไปมีได้อย่างไรเซียนเออร์ เพราะการจับสัตว์อสูรมาทำสัญญาต้องมีผู้ใช้อักขระขั้นสีส้มเป็ผู้ลงอักขระผูกหมัดให้ แล้วจะให้พวกพ่อไปหาผู้ใช้อักขระขั้นสีส้มที่ไหนกัน? มีแค่ราชวงศ์กับสำนักใหญ่ๆเท่านั้นที่มีถึงจะมีได้แต่ค่าตัวก็สูงมากทีเดียว พวกพ่อจึงตัดใจเสียไม่ใช้ไม่มีเงินจ้างแต่ถ้าจะมีก็อยากให้คนในครอบครัวมีเช่นกัน ส่วนเื่ระดับของพวกมันพอก็ไม่เห็นจะมีตัวใดที่ทำพันธะสัญญากับมนุษย์เราจะสามารถเลื่อนระดับได้สักตัวอย่างเช่นของของเ้าสำนักหลวงก็อยู่เพียงระดับสูงเท่านั้นและมันก็มีระดับแค่นี้มาั้แ่ทำพันธะสัญญา?"ฉางอี้กล่าวตอบชิงเซียนไปแบบงงงวยที่นางถามเช่นนั้น
"เอ่อ....พวกท่านคงเข้าใจผิดแล้วการทำพันธะสัญญาคือการที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับซึ่งกันและกันและมีอยู่สองแบบคือหนึ่งต้องต่อสู้กับสัตว์อสูรตัวนั้นเพื่อพิสูจน์ความสามารถของเราให้พวกมันยอมรับ หรือสองคือทำสัญญาจากตอนมันเป็ไข่หรือมันยอมรับเราเองโดยไม่ต้องต่อสู้ หากทั้งสองฝ่ายยินยอมรับมันมันก็จะปรากฏวงอักขระพันธะสัญญาขึ้นมาเองพวกท่านทำเพียงแค่หยดเืตัวเองลงไปเท่านั้น แล้วการทำแบบนี้พวกมันก็สามารถพัฒนาได้และยังมีสติปัญญาครบถ้วน ส่วนวิธีที่ท่านกล่าวมานั้น มันคือการ 'ตรึงิญญา 'ที่ทำให้สัตว์อสูรมาเป็ทาสรับใช้ และยังไม่สามารถพัฒนาในส่วนต่างๆได้ พวกมันจะทำทุกอย่างตามคำสั่งหามีความคิดเป็ของตัวเองไม่นั้นก็หมายความว่าถ้าพวกท่านทำแบบนั้นก็เท่ากับว่าพวกท่านนำพวกมันมาทรมาณจนกว่าพวกมันจะตายจากไป..." ทุกคนที่ได้ยินดังนั้นต่างหน้าซีดเผือกเพราะพวกเขาไม่คิดว่ามันจะเป็แบบนี้ดีแล้วที่พวกเขาเลือกไม่ทำพันธะสัญญาก่อนหน้านี้
"ช่างเื่นี้ไว้ก่อน พวกท่านมาสนใจในการฝึกตอนนี้ดีกว่าข้าจะปรับเวลาให้หนึ่งปีเท่ากับหนึ่งชั่วยาม (1ชั่วยาม=2ชั่วโมง)ด้านนอก แล้วอีกสองปีเจอกันนะเ้าคะ ส่วนเ้าทั้งสองดูแลพวกเขาด้วยแล้วเดี๋ยวข้าจะให้จิ่นลี่มาช่วยสอนอีกแรง อ้อ ทุกคนเ้าค่ะเดียวพวกท่านจะใอีกจิ่นลี่หรือราชสีห์เมฆาอัศนีก็เเปลงกลายเป็คนได้นะเ้าค่ะ คิกคิก ข้าไปก่อนนะทุกคนไว้เดียวเจอกันขอให้ปลอดภัยนะเ้าค่ะ หึหึหึ..."ทุกคนนั้นตอนนี้ใจนไม่รู้ว่าจะใยังไงแล้ว!
ภายนอกมิติ
ข้าที่ปล่อยทุกคนไว้ในมิติก็ออกมาด้านนอกเพราะข้ามีอย่างอื่นต้องไปจัดการก่อน
"ฟง ฉิน รายงานความเคลื่อนไหวทุกอย่างมา..."
"ขอรับ/ขอรับ นายหญิง"
"ตอนนี้กิจการต่างๆของเรากำลังเป็ไปได้ด้วยดี การขยายสาขาไปยังหัวเมืองต่างของทั้งสามแคว้นใหญ่สำเร็จเรียบร้อยแล้วขอรับ ส่วนทางด้านเื่ที่ทางฝั่งโรงประมูลตระกูลหวังไม่ได้กลับมาหาเื่เราอีกแต่กลับส่งคนมาขอโทษเราแทนและบอกว่าเป็เื่เข้าใจผิดเพียงเท่านั้น แต่ก็ยังขอเจรจากับท่านใหม่อีกครั้งแต่ทางเราก็ปัดไปว่าท่านเดินทางไปต่างแคว้นไม่สามารถมาเจรจาได้เพราะถึงเราจะปฏิเสธแต่ทางนั้นก็ยังขอพบท่านอยู่ดี สำหรับเื่อื่นๆก็ไม่มีอะไรมากขอรับ ท่านฟู่กับท่านเหวินจัดการทุกอย่างตามที่ท่านสั่งเรียบร้อยแล้วขอรับ แต่ทางนั้นให้มาถามว่าท่านจะขยายกิจการไปยังหมู่เกาะหรือที่อื่นๆหรือไม่ขอรับ ด้วยตอนนี้ก็มีเรือสำเภาสินค้าของที่อื่นมาเปิดขายของตามท่าเรือใหญ่ๆหลายลำแถมยังมีแต่ของแปลกๆและพวกเขายังสนใจสินค้าของทางเราอีกด้วยขอรับ พวกเขาชอบมาดื่มที่ร้านเราหลายคราแล้วและพวกเขาแจ้งจำนงว่าอยากทำการค้ากับทางเราแต่ท่านฟู่ยังไม่ตกลงเพราะรอคำตอบของท่านว่าจะไปเปิดตลาดเองหรือจะทำการค้ากับพวกพ่อค้าเรือสำเภาดีขอรับ..." ฟงกล่าวรายงานแล้วรอฟังคำตอบจากผู้เป็นาย....
"อืม...ข้าว่าทำการค้ากับพวกเขาไปก่อน เพราะบางทีพวกเราอาจจะมีอะไรพอแลกเปลี่ยนกันได้บ้างและเป็การลดต้นทุนในการเดินทางด้วยไว้ให้ข้าไปดูที่ทางเองดีกว่าค่อยว่ากันตอนนี้ก็ค้าขายผ่านพวกเขาไปก่อนเพื่อเป็การทดสอบตลาดความเสี่ยงของการค้าในการหน้าของพวกเราไปก่อน"
"เอ่อ...แต่ถ้าเราทำการค้ากับพวกเขาเราจะติดตรงที่การสื่อสารนะขอรับ แต่ตอนที่คุยกับทางเราทางนั้นมีคนแปลให้ แต่ท่านฟู่ก็กลัวว่าเวลาทำสัญญาการขายเราอาจถูกโกงเพราะเราไม่รู้ภาษาของพวกเขาขอรับ"ฟง
"งั้นรึ แล้วเขาใช้ภาษาอันใดกัน? อืม...เอาแบบนี้พวกเ้าส่งข่าวไปเเจ้งทางอาฟู่ว่าข้าจะไปด้วยตัวเองอีกสองวันให้นัดเจรจากับทางนั้นได้เลย..."
"ขอรับนายหญิง"ฟง
"ทางเ้าล่ะฉิน?"
"ขอรับ เหตุการณ์ในค่ายยังคงปกติเช่นเดิม และก็ยังมีคนลักลอบเข้ามาบ้างแต่ก็ถูกจัดการหมดขอบรับ! ทางด้านชินอ๋องก็คอยมีคนมาส่งข่าวของทางด้านกบฎหรือฝั่งแคว้นต้าตลอด แต่ดูเหมือนข่าวที่ได้จะไม่มีรายละเอียดลงลึกมากนัก แต่ทางคนของเรารายงานมาแล้วว่าสาเหตุของการยกทัพในครั้งนี้เพราะไม่ใช่แค่ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันทรง้ายึดแผ่นดินแคว้นหยางเท่านั้น แต่เพราะฝั่งนั้นทราบว่าทางแคว้นหยางนั้นมีผู้ที่ได้รับการถ่ายวิชาต้องห้ามและเป็คนสำคัญในราชวงศ์จึงคิดว่าตำราที่ได้รับสืบทอดมาอาจจะต้องอยู่ในเขตพระราชวังจึงส่งคนมาแต่ก็ถูกเก็บกวาดจนหมด จึงคิดจะเปิดศึกเพราะถ้ายึดแคว้นหยางได้ก็จะสามารถได้ตำราเล่มนั้นไปด้วยในตัวขอรับ" ฉิน
"หือ??.....ไอ้ตำราต้องห้ามที่เ้าว่ามันชื่อว่าอะไรรึ?" ข้าถามด้วยความเอะใจเพราะมันบอกว่าตำราต้องห้ามและยังเป็คนสำคัญในราชวงศ์? แถมยังมายกทัพตอนที่ตัวข้าและพี่หลงเทียนที่เป็คนในราชวงศ์ฝึกสำเร็จ ทั้งที่พวกข้ากลับมาที่เมืองหลวงได้ไม่กี่เดือน?และอีกอย่างท่านอาจารย์ก็เคยเรียกมันว่าตำราต้องห้ามเหมือนกัน รู้สึกว่าจะมีพวกหนอนแมลงอยากกินแอปเปิ้ลของข้าเสียแล้วสิถ้าข้าคาดไม่ผิด.....
"หมื่นพิษแปรผัน กายานิรันดร์หวนคืน ขอรับ" น่านไงทำไมเวลาซื้อหวยไม่ถูกอย่างนี้ ว่าแต่ที่นี่ไม่มีหวยนี่หว่า ˋ︿ˊ
"อ่าา....แล้วมีเื่อื่นอีกหรือไม่? "
"ขอรับ ทางเราคาดว่าทางฝั่งแคว้นต้าจะเข้าโจมตีในอีกไม่นานนี้เพราะฝั่งนั้นกำลังเต็มความพร้อมแล้ว และเห็นว่าฮ่องเต้องค์ปัจจุบันจะมาทำศึกในครั้งนี้ด้วยตัวเองด้วยขอรับ"ฉิน
"อืม.....พวกเ้าไปได้แล้ว"
"ขอรับ/ขอรับ"
"เข้ามาเลยเราจะได้เห็นดีกัน! อยากได้ใช่ไหมตำราน่ะมาสิมันอยู่กับข้าเองแหละ หาได้อยู่กับพี่หลงเทียนไม่ ใครที่้าของๆข้าและยังมารบกวนเวลาการใช้ชีวิตอันสงบสุขของข้าข้าจะให้มันได้รู้ว่าการอยากได้ของที่ไม่ใช่ของๆตัวเองมันจะส่งผลเช่นไรกับชีวิต น้อยๆของมัน! หึหึหึ!!"ชิงเซียนพึมพำกับตัวเองโดยไม่รู้เลยว่าตัวเองได้ทำให้ท้องฟ้ารอบๆค่ายมีเมฆครึ้มฟ้าครึ้มฝนพร้อมอากาศที่เย็นตัวลงเรื่อยๆอย่างน่าประหลาด นั่นเพราะผู้ที่อยู่ระดับจุติเซียนขั้นสูงสามารถเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศได้!
หยางหลงเทียน
ข้าที่นั่งดูความเป็ไปของคนในค่ายอยู่จู่ๆข้าก็ััพลังอันน่าขนลุกที่คุ้นเคยได้ ก่อนที่อากาศรอบค่ายจะแปรปรวน เมฆดำเริ่มปรกคุมดวงอาทิตย์แถมอากาศยังเย็นลงจนรู้สึกได้อีก....อ่า....
"อ่าาา..ใครกันที่กล้าทำให้เ้าไม่พอใจอีกน๊า...ปีศาจน้อยของข้า หึหึหึ คงไม่ใช่ว่านางรู้ว่าจะมีใครคิดจะไปแย่งของๆนางอีกหรอกนะ ช่างไม่กลัวตายกันจริงๆ!" ข้ารู้เพราะแต่ก่อนนางก็เป็เช่นนี้บ่อยๆ เพราะนี่เป็อาการข้างต้นของคนหวงของ! ข้าล่ะสงสารคนผู้นั้นยิ่งนัก!.....
หลงเทียนนั่งพึมพำกับตัวเองโดยไม่ดูรอบข้างเลยว่าองครักษ์ข้างกายหน้าซีดมากเพียงใด พวกเขารู้ดีว่าชินอ๋องพูดถึงใคร! ถ้าเป็ดั่งที่ชินอ๋องกล่าวแสดงว่าพวกตนจะได้เ้านายที่น่ากลัวหรืออาจจะยิ่งกว่าเพิ่มขึ้นอีกคน ขนาดแค่มีคนคิดจะขโมยของตนยังถึงกับทำให้อากาศแปรปรวนได้ขนาดนี้! ถ้าของถูกขโมยไปแล้วมันจะขนาดไหนกัน?!!
!!ม้ายยย...พวกท่านจะน่ากลัวเกินไปแล้ว....โธ่ถัง....ชีวิตน้อยๆของพวกข้า......