ขณะเดียวกัน อีกฟากหนึ่งของถนนใน่เวลาเกิดอุบัติเหตุ สองหนุ่มสาวอย่างราฟาเอลและเจสสิก้ากำลังจะเดินออกจากร้านอาหารเพื่อเดินทางกลับ
"เสียงอะไรคะ ดังสนั่นเลย" หญิงสาวเอ่ยอย่างใ
"น่าจะเกิดอุบัติเหตุ" ชายหนุ่มตอบ โจนส์ บอดี้การ์ดเดินมากระซิบบอกเขาเื่อุบัติเหตุ
"เรานั่งรอในร้านสักครู่ค่อยออกไปดีกว่า เพราะเกรงว่าออกไปตอนนี้การจราจรน่าจะติดขัด รอสถานการณ์เรียบร้อยก่อนค่อยออกไปดีกว่านะครับ" พนักงานร้านอาหารเข้ามาพูดกับบุคคลทั้งสองบอกให้รอสักครู่เนื่องจากด้านนอกมีอุบัติเหตุ
"นั่นสิคะ" เธอเอ่ยพลางชะเง้อมองออกไปด้านนอกผ่านกระจก
เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมง สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ทั้งสองจึงตัดสินใจออกจากร้านอาหาร ทั้งคู่ต่างมองไปที่จุดเกิดเหตุ เสียงรถพยาบาลกำลังเคลื่อนออกไป ดูแล้วมีแต่ความวุ่นวาย ราฟาเอลจึงหันมาทางหญิงสาว
"ผมคิดว่าวันนี้คงไปส่งคุณไม่ได้ ท่าทางรถจะติด อีกสักพักดูแล้วน่าจะยังเคลียร์ไม่ได้ คนของผมโทรมาบอกว่ารถเข้าไม่ได้เลยรถจอดอยู่อีกฝั่ง เกรงว่าจะทำให้คุณเสียเวลา"
"ไม่เป็ไรค่ะ! เดี๋ยวเจสซี่นั่งรถแท็กซี่ไปก็ได้" เธอรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่ชายหนุ่มไม่ได้ไปส่ง แต่ไม่เป็ไร ครั้งหน้าก็ยังมีโอกาส
"ขอบคุณนะคะสำหรับอาหารมื้อนี้ อร่อยมาก ไว้เจอกันค่ะ" ใครจะคาดคิด เธอถือโอกาสจุ๊บแก้มชายหนุ่มเบา ๆ เขาไม่แสดงอาการขัดขืนอะไร จากนั้นจึงเปิดประตูรถให้เธอก้าวขึ้นไปนั่งบนรถแท็กซี่
"ไว้เจอกันที่งานวันเกิดนะคะ" หญิงสาวร่ำลาอ้อยอิ่ง อุตส่าห์ให้รถที่บ้านกลับไปก่อน เฮ้อ!
"ครับ" ชายหนุ่มปิดประตู ก่อนจะหยิบแว่นตากันแดดออกมาใส่หลังจากที่รถแท็กซี่เคลื่อนตัวจากไปแล้ว
"รถจอดอยู่ฝั่งโน้นเยื้องออกไปทางร้านหนังสือครับนาย สถานการณ์เริ่มกลับมาปกติแล้วครับ" โจนส์เอ่ย
"อือ! บอกไรอัลให้รออยู่นั่นแหละ เดี๋ยวเดินไปที่รถเอง ไม่ต้องกลับรถมาให้เสียเวลา" ราฟาเอลหันมาพูดกับโจนส์ แล้วทั้งคู่ก็เดินข้ามถนนไป
หลังจากเหตุการณ์ตื่นเต้นระหว่างความเป็ความตายของคนคนหนึ่งได้ผ่านไปแล้ว บริเวณที่เกิดเหตุในขณะนั้น เสียงปรบมือจากทุกคนโดยรอบต่างชื่นชมความกล้าหาญและความมุ่งมั่นของมีร่าในการพยายามช่วยชีวิตคนเจ็บ
หญิงสาวยิ้มเขินให้กับทุกคนพลางนึกในใจ
'มันไม่ชินเอาเสียเลย!' เธอค้อมศีรษะให้คนเ่าั้อย่างไม่รู้จะทำอย่างไร ตำรวจนายหนึ่งยกนิ้วให้และเอ่ยว่า
"เยี่ยมมากคนสวย" เธอยิ้มเขินๆ พยักหน้าให้เป็เชิงขอบคุณและยกนิ้วให้เขาเช่นกันที่ช่วยเคลียร์พื้นที่ให้
เมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างเริ่มกลับไปเป็ปกติ มีร่าก็เดินกลับไปเอากระเป๋าที่ลืมไว้ที่ร้านหนังสือ
ระหว่างนั้น จะด้วย์แกล้งหรือไม่ก็มิทราบได้ ศัลยแพทย์สาวเดินไปเอากระเป๋าที่ร้านหนังสือเสร็จแล้วจึงเดินกลับมาเพื่อจะขึ้นรถแท็กซี่ที่อยู่อีกฟากหนึ่งของถนน แต่ด้วยความรีบเร่งไม่ทันได้ระวังเพราะจะรีบไปผ่าตัดเคสที่ได้รับอุบัติเหตุเมื่อสักครู่ จึงเดินชนเข้ากับกำแพงอะไรสักอย่างเสียงดังปึก! ไม่ใช่สิ คนต่างหาก
"ว้าย" หญิงสาวอุทานด้วยความใ ร่างของเธอเซถลาเล็กน้อยไม่ถึงกับล้ม
"เดินระวังหน่อยสิ" เสียงตวาดลั่นใส่ด้วยความหงุดหงิด เธอได้ยินเสียงนั้นอยู่ไม่ไกลนักจึงเงยหน้ามอง พบผู้ชายรูปร่างสูง ใส่แว่นตากันแดดสีดำ สวมสูทราคาแพงที่กำลังมองเธออยู่เช่นกัน
ชายหนุ่มหรี่ตามองใบหน้าสวยท่าทางเหน็ดเหนื่อย ดวงตาเรียวคมกริบคู่นั้นเป็ประกายเพียงแวบเดียวภายใต้แว่นกันแดด
"ขอโทษค่ะ! ยังไงก็ต้องขอโทษอีกครั้ง ฉันเดินไม่ระวังเอง แต่ตอนนี้ฉันรีบจริง ๆ ถ้าไม่ว่าอะไรขอตัวก่อนนะคะ" เธอเอ่ยขอโทษกับชายหนุ่มอีกครั้งแล้วรีบเดินไปกวักมือเรียกแท็กซี่จากไปโดยไม่สนใจชายหนุ่มอีกเลย
เขามองตามเธอไปจนสุดสายตา ใครจะรู้ว่าภายใต้แว่นกันแดดและใบหน้าเรียบเฉยนั่นกำลังคิดอะไร ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเดินไปขึ้นรถออกจากบริเวณนั่นเช่นกัน
ภายในรถหรู ราฟาเอล บิซอฟ กอนซาเลส นั่งพิงพนักเบาะหลับตานิ่ง นึกถึงหญิงสาวร่างสูงเพรียวระหง ใบหน้าสวยกระจ่างท่าทางรีบร้อนที่เดินชนเขาเมื่อครู่ ใช่สิ! ทำไมเขาจะจำเธอไม่ได้ มิแรนด้า กรีนคาร์กหรือคุณหนูมีร่า อดีตเ้านายของเขาเอง
แล้วภาพอดีตในความทรงจำก็ไหลวนกลับมาเป็ฉาก ๆ เพราะไม่เคยจางหายไปเลย
ชายหนุ่มถอนหายใจเบา ๆ เขาและเธอเหมือนเส้นขนานที่ไม่มีทางกันได้ แต่ใครจะรู้ว่านับจากนี้ไปอะไรจะเกิดขึ้น! ราฟาเอลเหยียดยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างคนเ้าเล่ห์ เตรียมตัวไว้ให้ดีเถอะคนสวย!!!
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป ภายในห้องทำงานของราฟาเอล
"นี่ครับนาย" ไรอัลถือซองเอกสารบางอย่างมายื่นให้ชายหนุ่ม
"อะไร" เขาถามทั้งที่ยังก้มหน้าอ่านเอกสารบนโต๊ะอย่างตั้งใจ
"ก็นายสั่งให้หาประวัติของผู้หญิงคนหนึ่ง" ไรอัลกำลังจะเอ่ยต่อแต่ก็หยุดเพียงแค่นั้น
ราฟาเอลหยิบซองสีน้ำตาลขนาดเล็กที่ไรอัลยื่นมาให้ทันที เขาเปิดมันออกด้วยท่าทางสบาย ๆ แล้วหยิบแฟลชไดร์ฟที่อยู่ในซองเสียบเข้ากับคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงาน สายตาจดจ่อกับสิ่งที่ปรากฏบนจออย่างตั้งใจ
บอดี้การ์ดทั้งสองหันมามองหน้ากันด้วยความฉงนแต่ก็ไม่มีใครได้เอ่ยถาม เพราะรู้ว่านายของเขากำลังสนใจสิ่งที่อยู่บนจอมากกว่า
"โอเค! วันนี้เราจะไปเยี่ยมเพื่อนเก่ากัน" ราฟาเอลเอ่ยขึ้นก่อนจะหยิบเสื้อสูทมาสวม บอดี้การ์ดทั้งสองมองหน้ากันด้วยท่าทางฉงน 'เพื่อนเก่า' ใครกัน?
โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองใหญ่
ภายในโรงอาหารสวัสดิการของโรงพยาบาลที่ตอนนี้เป็เวลาพักเที่ยงของเ้าหน้าที่ โรงพยาบาลแห่งนี้ไม่ได้แบ่งแยกระหว่างแพทย์กับเ้าหน้าที่คนอื่น ๆ เมื่อถึงเวลาพักเที่ยงจึงมีเ้าหน้าที่และแพทย์ปะปนกันอย่างคลาคล่ำ
"โอ๊ย! เหนื่อยชะมัดเลย" เสียงบ่นของนายแพทย์หนุ่มอเล็กซานเดอร์ดังมาแต่ไกล เขาลากเก้าอี้มาทิ้งตัวนั่งลงตรงข้ามศัลยแพทย์สาวมิแรนด้า
"วันนี้คนไข้เยอะมาก ทำงานอย่างกับเครื่องจักรแทบไม่มีวันหยุด จะหยุดดูหนังฟังเพลงแทบไม่มีเวลา" นายแพทย์หนุ่มบ่นอย่างเซ็งๆ
"คุณก็หยุดสิ วันพักร้อนเหลือตั้งหลายวัน"
"ไม่มีใครอยู่น่ะสิ ลาพักร้อนกันหมด" นายแพทย์หนุ่มบ่นเพื่อให้หายหงุดหงิดเสียมากกว่า ก็ลูกน้องตัวแสบเล่นลาพักร้อนทีเดียวพร้อมกันหลายคน แล้วใครจะอยู่ทำงานถ้าไม่ใช่เขา!
"ก็อนุญาตเอง จะบ่นทำไม" มีร่าบ่นเชิงประชดอย่างไม่จริงจังนัก
"โอเค! ผมผิดเอง อย่าประชดผมเลยได้โปรด" อเล็กซานเดอร์เอ่ยอย่างปลง ๆ
หญิงสาวยิ้มขัน ๆ ขณะเดียวกันนั้นเองชายหนุ่มก็ลอบมองใบหน้าสวยงามไร้ที่ติอย่างรู้สึกชื่นชม รอยยิ้มนั่นมันทำให้เขามีแรงในการทำงาน เขาพยายามเก็บซ่อนความรู้สึกนั้นไว้เพื่อไม่ให้ความเป็เพื่อนที่เธอมีให้เสมอมีรอยร้าว
"ว่าแต่คุณเถอะ บ่ายนี้มีเคสผ่าตัดรึเปล่า" นายแพทย์หนุ่มเอ่ยถามพลางตักอาหารใส่ปากเคี้ยวตุ่ย ๆ
"ไม่มี ่บ่ายว่าง" เธอตอบพลางรวบช้อนกินข้าว เป็เวลาเดียวกับที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของอเล็กซานเดอร์ เขายกขึ้นมาแนบหูพลางทำหน้าเซ็ง ๆ อย่างช่วยไม่ได้
"ผมไปก่อนนะ งานเข้า" เขาเอ่ยขึ้นพลางหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มด้วยความรีบเร่งจนเกือบจะสำลัก ก่อนจะรีบเดินจ้ำอ้าวออกไปทันที
"อิ่มรึเปล่านั่น" มีร่าะโถามตามหลัง สายตาก็เหลือบมองจานอาหารซึ่งพร่องลงไปนิดเดียว อเล็กซานเดอร์หันมาโบกมือบอกไม่เป็ไร เธอเห็นแล้วก็ได้แต่ปลง
ที่จริงชีวิตของเธอก็ไม่ต่างกับเขาเท่าไร เพียงแต่วันนี้มีเคสผ่าเพียงเคสเดียว ถ้าไม่มีเคสฉุกเฉินเข้ามาก็ถือว่าว่าง คิดได้เช่นนั้นจึงเดินไปซื้อกาแฟกับแซนด์วิช ตั้งใจจะเอาไปฝากให้นายแพทย์หนุ่มที่ห้องฉุกเฉิน
ระหว่างที่เดินออกจากโรงอาหารสวัสดิการของโรงพยาบาลเพื่อจะมุ่งหน้าไปห้องฉุกเฉิน ด้วยจังหวะที่ไม่ทันระวังและเป็่มุมตึก ร่างของเธอก็ปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่เสียงดังปึก! หญิงสาวใเพราะคิดว่าตัวเองเดินชนกำแพง และสิ่งที่เกิดขึ้นก็ทำให้กาแฟที่ถือมาหกเลอะเทอะ ราดลงบนเสื้อของคนที่ถูกชนเป็วงใหญ่และมันก็ร้อนเสียด้วย
"อะไรเนี่ย! ให้ตายเถอะ กาแฟของเธอหกลงบนเสื้อฉัน ระวังหน่อยสิเวลาเดินน่ะ" เสียงตวาดดังลั่นด้วยความหงุดหงิด ผู้ชายคนที่ถูกมีร่าชนก้มลงมองเสื้อตัวเองอย่างหัวเสีย มัวแต่หงุดหงิดโดยไม่ทันได้สนใจมองหน้าคนที่เดินชน
มีร่าจึงได้แต่อ้าปากค้างด้วยความใ อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นกาแฟร้อนหกลงบนเสื้อสูทกับเสื้อเชิ้ตที่ดูจากเนื้อผ้าแล้วราคาคงแพงน่าดู
"รู้ไหม! มันร้อน" เขาสบถอย่างหัวเสีย เม้มปากและขบกรามเบาๆ
มีร่าหลังจากได้ยินเสียงสบถนั้นก็ถึงกับหายตกตะลึงเลยทีเดียว
‘นั่นสิ ่นี้เป็อะไรกันนะเรา เดินชนคนไปทั่ว จะว่าไปก็มันเป็มุมตึกพอดี ใครจะเห็น แต่ตอนนี้ทำยังไงดีล่ะ! กระดาษทิชชู! ผ้าเช็ดหน้า!’
หญิงสาวหันรีหันขวาง พยายามค้นหาอะไรที่จะมาเช็ด ล้วงไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์แต่ไม่มี!
"ถอดเสื้อของเธอมาเช็ดให้ฉันเดี๋ยวนี้" ชายหนุ่มตรงหน้าเธอออกคำสั่งเสียงเข้มพลางมองอย่างไม่สบอารมณ์มาที่หญิงสาว เพราะสังเกตเห็นเธอก้มหน้าก้มตาหาอะไรบางอย่าง น่าจะเป็กระดาษทิชชูหรือผ้าอะไรสักอย่างแต่ไม่น่าจะมี
"อะไรนะ! เสื้อฉัน จะบ้าหรือไงคุณ" มีร่าขึ้นเสียงพลางเงยหน้ามองไปทางต้นเสียง ก็พบกับสายตาที่จ้องเขม็งอย่างเอาเื่ ใบหน้าหล่อเหลานั้น เธอแทบจะอ้าปากค้างด้วยความใ
‘เป็ไปไม่ได้’
เขาคือ! ไม่น่าจะใช่เขา ไม่สิ ไม่น่าจะเจอเขาในสถานที่แบบนี้มากกว่า ชายหนุ่มเองก็ไม่ต่างกัน เขาหรี่ตามองเธอ ถึงแม้จะใอยู่บ้างแต่ก็พยายามเก็บอาการ ซึ่งการเจอเธอในวันนี้อาจจะเจอโดยบังเอิญหรือไม่นั้นเขาไม่แน่ใจ แต่ถือเป็กำไรก็แล้วกัน ชายหนุ่มคิด
"ว่าไงคุณหมอคนสวย เสื้อของคุณว่างอยู่ไม่ใช่เหรอ เอามาเช็ดสิ! มันร้อนและตอนนี้มันก็ไหลไปถึงไหนต่อไหนแล้ว" เขาเอ่ยด้วยใบหน้าเรียบเฉย พูดพลางมองใบหน้าสวยเพื่อหยั่งเชิงดูว่าเธอจะทำยังไงและจำเขาได้หรือไม่
มีร่านิ่งไปอึดใจ กำลังใช้ความคิดว่าจะจัดการกับสถานการณ์นี้อย่างไร "โอเค! คุณตามฉันมา"
ชายหนุ่มเลิกคิ้วแต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรนอกจากเดินตามหลังเธอไป หญิงสาวเดินนำเขาไปยังห้องพักแพทย์ส่วนตัวเพราะเผอิญอยู่ใกล้แถว ๆ นี้พอดี
'มันจะบังเอิญไปไหม' มีร่าคิดอย่างตระหนก
ผู้ชายที่กำลังเดินตามหลังเธอคือราฟาเอล เธอแฮม ไม่ใช่สิ! มิเชลบอกว่าเขาเปลี่ยนชื่อเป็ ราฟาเอล บิซอฟ กอนซาเลส อภิมหาเศรษฐีติดอันดับ เธอจำได้เพียงเท่านี้
มีร่าเปิดประตูห้องเดินนำเขาเข้าไปด้านในห้องพักแพทย์ส่วนตัวของตนเอง เขาเดินตามเธอเข้าไปพลางใช้สายตามองสำรวจรอบ ๆ ห้องอย่างสนใจใคร่รู้
ภายในห้องดูสะอาดตา ตกแต่งเรียบง่าย มีเพียงโต๊ะทำงานและชุดรับแขกตั้งอยู่กลางห้อง จากนั้นเธอจึงเดินเข้าไปยังอีกห้องและเดินกลับออกมาพร้อมผ้าขนหนูและเสื้อยืดสีขาว
"นั่งลงสิ" มีร่าเอ่ยห้วน ๆ ชี้ไปที่โซฟารับแขก
"ถอดเสื้อด้วย" น้ำเสียงหวานสั่งห้วน ๆ มองเขาด้วยใบหน้าเรียบเฉย
"เดี๋ยวนะ! นี่คุณจะให้ผมถอดเสื้อเพื่อ"
"นี่คุณ! ถ้าคุณไม่ถอดแล้วฉันจะซักให้คุณได้ยังไงมิทราบ" มีร่ายืนกอดอกมองหน้าชายหนุ่มตรงหน้า พยายามเลี่ยงไม่สบตาเขาตรง ๆ
ไม่รู้สิ มันกะทันหันจนเธอไม่สามารถควบคุมตัวเองได้แต่ก็พยายามไม่แสดงออกให้เขารู้ว่าเธอประหม่าเหลือเกิน
ราฟาเอลยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาถอดเสื้อสูทฟาดไว้ที่พนักเก้าอี้ ขณะที่กำลังจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน ทันใดนั้น เธอก็ร้องท้วงเสียงหลง ยกมือห้ามเป็พัลวัน
"เดี๋ยวคุณ! เดี๋ยว! จะถอดตรงนี้ไม่ได้นะ โน่นห้องน้ำ เครื่องอบผ้าก็อยู่ในห้องน้ำ" เธอชี้ไปที่ห้องน้ำพร้อมกับยื่นเสื้อยืดและผ้าขนหนูให้
"อ้าว! ก็เห็นบอกว่าให้ถอดเสื้อ ก็ถอดสิจริงไหม"
มีร่าแอบมองค้อน ชายหนุ่มยื่นมือมารับเสื้อและผ้าขนหนูจากมือเธอก่อนจะยักไหล่เล็กน้อยแล้วเดินเฉียดผ่านเธอไปเหมือนแกล้ง กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากตัวเขาลอยมาปะทะจมูก
นี่! เขาตั้งใจมาเดินเฉียดเธอหรือไงกันนะ เดินอ้อมไปทางอื่นก็ได้นี่
หลังจากชายหนุ่มเข้าไปจัดการธุระในห้องน้ำ มีร่ากลับนั่งไม่ติด เดินไปมาเดินมา กำมือแน่น ตอนนี้ความคิดในหัวตีกันวุ่นวายไปหมด บางครั้งก็เหลือบมองไปทางประตูห้องน้ำ
'ให้ตายเถอะ! ์แกล้งหรือเปล่านะ ทำไมต้องมาเจอกันอีกและเจอกันในสถานการณ์ที่อยู่กันสองต่อสองแบบนี้ เขามาทำอะไรในโรงพยาบาล มาเยี่ยมใคร หรือมาเื่ธุรกิจของเขากัน โอ๊ย! ปวดหัว'
มีร่าสลัดความคิดที่กำลังตีกันวุ่นวายออกไป ก่อนจะสูดหายใจลึก ๆ
แต่จู่ ๆ ประตูห้องน้ำก็เปิดพรวดออกมาพร้อมกับผู้ชายร่างสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาปานเทพบุตร เขาแตกต่างจากเมื่อก่อนอย่างมากแต่เค้าความหล่อยังเหมือนเดิม แถมตอนนี้ยิ่งหล่อเข้มขึ้นไปอีก เล่นเอาเธอประหม่าเหมือนกัน ทำอะไรแทบไม่ถูก
บ้าจริง! นี่เราคิดอะไร ไม่สิ! มันไม่มีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับเขาเลย
หญิงสาวก้มหน้างุดรีบจ้ำอ้าวสวนกับเขา เธอเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อจัดการเสื้อผ้าที่เปื้อนกาแฟ แต่ก็ต้องอึ้งไปทีเดียวเพราะเครื่องอบผ้ากำลังทำงาน
นี่เขาจัดการเรียบร้อยแล้วหรือไง
เมื่อไม่มีอะไรเหลือให้ทำ เธอจึงเดินออกมาจากห้องน้ำ เห็นชายหนุ่มยืนมองออกไปทางหน้าต่าง ร่างสูงยืนเต็มความสูง รูปร่างของเขาสมบูรณ์ ไหล่ตั้งตรง สมาร์ต สิ่งเหล่านี้ขับให้เขาเป็ผู้ชายที่น่ามอง แม้เสื้อยืดสีขาวของเธอที่เอาให้เขาใส่อาจจะเล็กไปหน่อย แต่พอได้ใส่ยิ่งเน้นให้เห็นรูปร่างที่สมบูรณ์ของบุรุษเพศมากขึ้นไปอีก
จู่ ๆ เขาก็หันมาและเดินมานั่งไขว่ห้างที่เก้าอี้นั่งทำงานของเธอ มองโน่นมองนี่ สำรวจไปทั่วนี่อย่างถือวิสาสะ
‘นี่มันโต๊ะทำงานของฉันนะ จะมากไปรึเปล่า’ หญิงสาวคิดพลางแอบมอง
"ไม่เจอกันเสียนาน...นานมาก คุณสบายดีใช่ไหม" ชายหนุ่มเอ่ยถามพลางเคาะนิ้วมือบนโต๊ะเบา ๆ เมื่อมีร่าไม่ตอบ ราฟาเอลจึงพูดขึ้นมาลอย ๆ เหมือนพูดกับตัวเอง
"คุณเป็หมอ เหมือนที่ฝันไว้"
"กาแฟไหม" มีร่าเอ่ยถามเสียงห้วน ไม่รู้จะคุยอะไร ชายหนุ่มยักไหล่ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย
"ตอบไม่ตรงคำถาม" เขาเม้มปากก่อนจะคลี่ยิ้มบาง ๆ
หญิงสาวนึกในใจ 'นี่เขา้าอะไรกันแน่'
มีร่าแทบจะนั่งไม่ติดอยู่บนโซฟา แต่ก็พยายามเก็บอาการซึ่งมันไม่รอดพ้นสายตาคมกริบของชายหนุ่มไปได้ เขารู้ว่าเธอประหม่า
"ส่วนผมสบายดีและรู้สึกดีมากเมื่อได้เจอของที่ถูกใจ" เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและเดินมานั่งไขว่ห้างตรงข้ามเธอ
สายตาคมกริบ แววตาเป็ประกายของราฟาเอลมองสำรวจมีร่าั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างไม่เกรงกลัว เขาลอบสังเกตปฏิกิริยาของเธอ เล่นเอาสาวสวยไปไม่เป็ อยากให้เวลามันหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็ว พยายามเสมองออกไปทางอื่น
เขายกยิ้มมุมปาก
"ฉันว่าเสื้อคุณคงเรียบร้อยแล้ว" มีร่ากล่าวพลางลุกเดินไปดื้อๆ โดยไม่สนใจคำพูดของเขา หลังจากนั้นจึงเดินออกมาพร้อมเสื้อในมือก่อนจะรีบยื่นส่งให้เขาเหมือนถือของร้อน
เขายื่นมือออกไปรับเสื้ออย่างเสียมิได้ ดูท่าเธอคงอยากให้เขาออกไปจากห้องให้เร็วที่สุด คิดได้ดันนั้นเขาจึงลุกขึ้นยืน ถอดเสื้อต่อหน้าเธอ สาบานได้ว่าเขาไม่ได้ประชดเลยจริง ๆ (?)
'เอาสิ! อยากไล่นักก็เชิญ ดูสิถ้าเขาถอดเสื้อตรงนี้เธอจะทำยังไง'
"คุณ" มีร่าทำตาโตอ้าปากค้าง เธอรีบเอามือปิดหน้ารีบหันหลังให้เขา ถึงกระนั้นก็ยังได้ยินเสียงหัวเราะหึหึในลำคอของชายหนุ่ม
‘อยากจะแกล้งนัก ผู้หญิงอะไรน่ารักชะมัด ยิ่งอายยิ่งน่ารัก’
'อีตาบ้า จะถอดเสื้ออะไรตรงนี้' มีร่าที่มัวแต่หันหลังจึงไม่ทันได้เห็นรอยยิ้มขันของชายหนุ่ม
"เอ้าคุณหมอ! นี่จะยืนหันหลังอีกนานไหม เสร็จแล้ว"
เพราะหญิงสาวยังไม่กล้าที่จะหันกลับมา ราฟาเอลจึงแกล้งโดยการเดินอ้อมไปยืนตรงหน้าเธอ เท่านั้นแหละ สาวสวยถึงกับใถอยหนีแทบจะทันที ที่สำคัญดันถอยไปติดขอบโต๊ะทำงานของตัวเอง
ราฟาเอลเดินตามมาติด ๆ มือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง จ้องมองเธอด้วยสายตายั่วเย้า ยิ้มกรุ้มกริ่ม เขาเดินอาด ๆ เข้ามาหาทีละก้าวอย่างช้า ๆ ระยะห่างตอนนี้เหลืออยู่เพียงหนึ่งเมตร เขาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าสวยซึ่งห่างกันไม่ถึงหนึ่งฟุต
มีร่าทำตัวไม่ถูก ยืนตัวเกร็งกำมือแน่นข้างลำตัว ได้แต่เบือนหน้าหนีไปทางอื่น ใบหน้าเริ่มเห่อร้อนอย่างประหลาดด้วยความเขิน เมื่อราฟาเอลเห็นว่าเธอประหม่าจึงอยากแกล้งมากขึ้น เขาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้กว่าเดิม
'ไม่สิ! ไม่เขิน' มีร่าใช้ความพยายามที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดบอกตัวเอง
เขายิ้มมุมปาก รู้สึกขันกับท่าทีของเธอจึงถอนหายใจเบา ๆ เดินถอยออกมาเพราะไม่อยากทำให้เธอรู้สึกอึดอัดจนเกินไปจากการจู่โจมกะทันหันแบบไม่ได้ตั้งตัว
'เขาไม่ได้แกล้งซะหน่อย' ราฟาเอลบอกตัวเองแบบนั้นแต่ก็ไม่มั่นใจเท่าไร
"ไว้เจอกันใหม่นะคุณหมอคนสวย ครั้งนี้เจอกันเป็ครั้งที่สองหลังจากที่ไม่ได้เจอกันนานหลายปี" ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากแค่เพียงแวบเดียว ก่อนจะปรับสีหน้าเป็เรียบเฉย หลังจากนั้นก็หันหลังเดินออกไป แต่มือที่กำลังจะเปิดประตูกลับชะงัก ชายหนุ่มขบกรามเบา ๆก่อนจะก็หันมาถามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
"อ้อ! เกือบลืม คุณมีแฟนรึยัง"
"….." มีร่ามองหน้าชายหนุ่มที่ถามด้วยความงงงวย ปากอ้าค้างเล็กน้อย
"คุณแต่งงานรึยัง" เขาถามต่ออีก
"….." เพราะหญิงสาวยังใกับคำถามแรก จึงยังไม่ได้ประมวลผลคำถามที่สองด้วยซ้ำ แต่ก่อนที่เธอจะได้ตอบอะไร ราฟาเอลก็โพล่งขึ้นมาว่า
"โอเค! เข้าใจล่ะ เงียบแบบนี้แสดงว่ายัง" เขาหัวเราะหึหึในลำคอ เสียงประตูปิดลงเบา ๆ เสียงรองเท้าค่อย ๆ เลือนหายไปจากโสตประสาท
มีร่าหัวใจแทบจะหยุดเต้นกับสิ่งที่เกิดขึ้น จากนั้นจึงค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจอย่างแ่เบา หญิงสาวทรุดนั่งบนขอบโต๊ะ นึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา
‘มันเกิดขึ้นได้อย่างไร และมันเกิดอะไรขึ้น’
คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัว ภาพความทรงจำเก่า ๆ เริ่มทับซ้อนเข้ามาในความทรงจำครั้งหนึ่งกับผู้ชายที่ชื่อ
ราฟาเอล เธอแฮม หรือ ราฟาเอล บิซอฟ กอนซาเลส