sidestory 1 อสูรสีขาวผู้พิชิตโลกทั้งสิบ
ท้องฟ้าและสายลมอันหนาวเหน็บ กลิ่นเหล็กและสนิมที่เป็เอกลักษณ์ของเืลอยฟุ้งขึ้นไปในอากาศอย่างตลบอบอวล ท้องฟ้าสีแดงฉานราวกับวันสิ้นโลก
ร่างเงาสีเงินร่างหนึ่งเขาปะทะกับศัตรูนับร้อยนับพันอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย
“บ้าจริง!! นี่หรืออสูรสีขาวในตำนาน” ชายคนหนึ่งที่ดูสถานการณ์กล่าวขึ้นอย่างลืมตัว
ผู้ที่อยู่ในานี้ไม่มีเพียงแค่หนึ่ง ทว่ากับมีหลากหลายเผ่าพันธุ์เข้าร่วมเพื่อชิงสิ่งของสุดล้ำค่าจากตัวของเด็กหนุ่ม
ใช่แล้วร่างแสงสีเงินนั้นเป็เพียงเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนหยัดต่อสู้กับคนทั้งกองทัพ
แม้ร่างกายของเขาจะอ่อนล้าแต่เขาก็ไม่หยุดขยับฟาดฟันศัตรูเบื้องหน้าของเขา ผมสีเงินยาวกับถูกย้อมด้วยสีแดงจากเืของคนนับหมื่น
ดาบสีเงินส่องประกายตอนนี้กับกลายเป็สีดำเนื่องจากถูกใช้โดยไม่พัก
“าแบบนี้เมื่อไหร่จะสิ้นสุด” ร่างชายชราคนหนึ่งกล่าวออกมาท่ามกลางผู้คนจำนวนมาก
“านี้ยาวนานนับร้อยปีแล้ว อสูรตนนี้ก็ยังหนีจากวงล้อมไปได้ทุกครั้ง” ชายกล้ามโตกล่าวขึ้นเขามองซากศพที่ถูกถ่มลงพื้นเรื่อย ๆ ด้วยสีหน้าไม่สู้ดี
“ใช่แต่ทุกครั้งสิ่งที่แลกจากการรอดชีวิตก็หนักหนาพอสมควร” ชายคนหนึ่งกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มน่าขยะแขยง
“สูญเสียคนรัก พรรคพวก กองทัพ เมือง ถิ่นที่อยู่ จักรพรรดิผู้ไร้บัลลังก์ ผู้สูญเสียทุกอย่าง”
“เพียงเพราะสิ่งของชิ้นเดียว” ชายที่มีรอยยิ้มน่าขยะแขยงกล่าวขึ้นมา
ทำให้ทุกคนเปลี่ยนสายตาจากความสมเพชเวทนากลายเป็ความโลภในทันที
ของเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้านี้เริ่มขึ้น ของเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้ ทั้งโลกมาแย่งชิงมัน
“กริมมัวร์ว่ากันว่าผู้ใดที่ได้มันจะเท่ากับโลกทั้งใบไว้ในมือ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ”
“จอร์พูดมากไปแล้ว” ชายอีกคนหนึ่งต่างเผ่าพันธุ์เขามาหยุดชายที่มีรอยยิ้มน่าขยะแขยง
“อ่าวคริมสันหรือนายจะบอกว่าทุกคนในที่แห่งนี้ไม่รู้เื่ของอสูรสีขาวนั้น” จอร์กล่าวขึ้นพร้อมกับชี้มือไปยังเด็กหนุ่มที่กำลังต่อสู้อยู่กับเผ่าเทพ
เด็กหนุ่มกระฉากปีกและหัวของพวกมันออกมาก่อนที่จะต่อยที่ร่างของเทพตนนั้นจนเกิดคลื่นพลังสีเงินเป็รูปัจีนทะยานพุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่หยุด จนทำให้ทัพหน้าของเหล่าเทพแตกพ่าย
“เขาสมควรได้รับสมญานามนั้น”
“ใช่ อสูรสีขาว” ทุกคนต่างเห็นด้วยอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง
ซินมองภาพข้างหน้าด้วยสายตาเ็าราวกับโลกทั้งใบไม่ได้อยู่ในสายตาของเขา
“ซากศพเยอะขึ้นอีกแล้ว ผมเบื่อพวกคุณจริง ๆ ที่ตามมาได้ทุกครั้ง” ซินกล่าวออกมาด้วยความเ็า
ร่างกายของเขาแทบยืนไม่ไหวแล้วกับการต่อสู้ทั้งปีของเขาที่ไม่มีวันหยุดให้พักเลย
“เพียงเ้าส่งกริมมัวร์มาเื่ทุกอย่างก็จะจบ” เทพแห่งากล่าวด้วยท่าทางหยิ่งผยอง แต่แววตาของเขาสั่นสะท้านไปถึงข้างในเมื่อสบกับั์ตาสีทองแสนเ็านั้น
มันไม่มีจิตสังหารมีแต่ความสงบนิ่งไร้คลื่นระลอกใด ๆ ราวกับสิ่งที่เขาทำนั้น เป็เพียงเื่ธรรมดา เหมือนกับการดื่มน้ำหรือทานอาหาร
“คำตอบก็เหมือนเดิมทุกครั้งทำไมถึงยังถามอีกนะ ผมไม่เข้าใจพวกคุณ” ซินกล่าวถามด้วยน้ำเสียงเ็าเป็อย่างมากราวกับเขาได้ยินเื่ไร้สาระนี้มาหลากหลายครั้งแล้ว
“เ้าก็ควรรู้ได้แล้วว่ามนุษย์ไม่สมควรพลังนั้นไว้กับตนเอง” เทพสาวผู้หนึ่งกล่าวขึ้นอย่างเ็าราวกับไม่เห็นซินอยู่ในสายตา
“เธอยังหยิ่งยโสเหมือนเดิมเลยสาวน้อย แต่ผมบอกไปแล้วว่าถ้าครั้งหน้าเราเจอกัน ผมและเธอจะเป็แค่ศัตรูที่ต้องฆ่าอีกฝ่ายให้ตายเท่านั้น” ซินยิ้มออกมาครั้งแรกแต่รอยยิ้มนั้นทำให้ทั่วสนามรบเสียวสันหลังกันถ้วนหน้า
“ท่านพี่!! -” เทพหญิงเหมือนจะกล่าวอะไรแต่ก็หยุดคำกล่าวนั้นเอาไว้ก่อนที่จะหยิบดาบขึ้นฟาดฟันคนข้างหน้าอย่างเอาชีวิตเข้าแลก
าและการฆ่าฟันยังดำเนินต่อไปเื่ของหยิงสาวเผ่าเทพที่เปรียบเหมือนน้องสาวของเขาถูกฆ่าตัวทั้งหัวและปีกอย่างโเี้
ใบหน้าก่อนตายของเธอมีหลากหลายอารมณ์นับไม่ถ้วน ทั้งเ็ป โศกเศร้า ไม่อยากจะเชื่อ และโกรธแค้น
สิ่งที่เขาเห็นจนเคยชินเสียแล้วทั้งสายตาทั้งคำกล่าว มันเป็เื่ปกติของร้อยปีที่ผ่านมา ร่างของเขาก็ยังต้องชโลมด้วยเืของผู้คนจำนวนมากเพื่อพิชิตโลกใบนี้
เขาไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะเป็ผู้ใด
เขาไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะมีแผนการอะไร
สิ่งที่เขาทำได้แค่เพียงฆ่าอีกฝ่ายก่อนที่ตนเองจะถูกฆ่าเท่านั้น
ซากศพของเหล่าทวยเทพเกลื่อนกลาดพื้นสนามรบมากมายจนกายเป็ผู้เขาซากศพ
ซินมองคนที่ไม่กล้าขยับเขามาหาเขาด้วยสายตาเ็าและเหยียดหยามอีกฝ่ายอย่างน่าสมเพช
“พวกคุณก็แค่มดปลวกที่มาให้ผมเหยียบย้ำ ไม่ว่าจะทวยเทพหรือ พระเ้า ผมไม่สนใจหรอกนะว่าอีกฝ่ายจะเป็ใครหน้าไหน ขอแค่คุณเข้ามาผมก็พร้อมที่จะสังหารพวกคุณเสีย”
ซินประกาศกล่าวก่อนที่จะรวมพลังไว้ที่หมัดของตอนก่อนจะต่อยออกไปบนฟ้า
ัจีนสีเงินตอนแรกก็มีหนึ่ง ทว่า เมื่อลอยขึ้นไปแล้วมันกับแตกแยกออกเป็ร้อย ๆ ตัว ก่อนที่จะพุ่งลงมายังพื้นโลกราวกับอุกกาบาต
แรงสั่นะเืและความรุนแรงของทักษะทำเอารอบสนามรบหลายร้อยกิโลเมตรรอบตัวซินกลายเป็ซากทันที
“อ่าหวังว่าสารเตือนจะไปถึงนะ” ซินมองซากที่เกลื่อนกลาดกล่าวเบา ๆ ก่อนที่จะหายตัวไปราวกับหมอกควัน
ามีแต่ความโหดร้าย าที่ไล่ฆ่าสักหารอยู่ฝ่ายเดียว าที่ไม่แม้แต่มองเห็นความเป็ธรรม
คุณจะมาหาข้ออ้างอะไรมากมายเมื่อคุณอยู่ในา โลกใบนี้มันบิดเบี้ยวั้แ่คุณพยายามหาคำตอบของคำถามแล้ว
ร่างเด็กหนุ่มที่โชกเืทั้งศัตรูทั้งเขาต่างผสมกันมั่ว ไม่ว่าเขาเดินไปทิศทางไหนก็ต้องจบลงด้วยซากศพ
ถามเขาชอบชีวิตแบบนี้
ไม่เลย
ถามเขาอยากมีชีวิตแบบนี้
ไม่เลย
ชีวิตบัดซบพันนี้ใครจะ้ากัน เด็กหนุ่มมองขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างโดดเดี่ยวร่างหายของเขาทรุดลงกับพื้นก่อนที่จะหลับลงไป
แต่ ท่ามกลางความมืดมิดนั้นอาจมีแสงริบหรี่อยู่
แสงที่เรียกว่าโอกาสและความหวัง
ถ้ามีอากาศเขาไม่้าที่จะให้มันหลุดมืออีกครั้งเป็แน่
ถ้ามีความหวังเขาจะไขว่คว้าให้ถึงที่สุด
ร่างกายของเด็กหนุ่มกระตุกขึ้นจากความเ็ปาแจากา เขามองรอบกายอย่างสับสน
เด็กสาวผู้หนึ่งมีผมสีแดงสดกำลังยิ้มอย่างสดใส ขณะกำลังเตรียมอาหาร เขามองรอยยิ้มที่สดใสนั้นทำให้เขาคิดย้อนไปว่า
รอยยิ้มของเขาแบบนั้น
เขาได้ลืมมันไปหรือเปล่านะ
รอยยิ้มที่อยู่บนหน้าของเขาเป็รอยยิ้มที่เขาเคยรังเกียจตอนยังเป็เด็กหรือเปล่านะ
“ร่างกายเป็ยังไงบ้างคะ” เด็กสาวถามซินด้วยความประหม่า
อาจเพราะเขานั้นสร้างร่างกายของซินเทียร์มาสวยและสมบูรณ์แบบเกินไปจนหน้าหลงใหลทำให้หญิงสาวข้างหน้าไม่กล้าที่จะสบตาหรือมองเขาโดยตรงได้แต่มองพื้นอย่างเขินอาย แล้วเผลอใช้คำสุภาพไปเสียแล้วทั้ง ๆ ที่เด็กสาวนั้นน่าจะดูอายุเยอะกว่าร่างของซินด้วยซ้ำ
“อ๋อดีขึ้นแล้วละ” ซินกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มเฉยเมย
ดูท่าเขาจะลืมวิธียิ้มไปแล้วจริง ๆ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้เขาจะเลือกทางไหนนะ จะย้อนกลับมายังจุดเดิม ทำให้มันดีขึ้น หรือ ไม่สนใจสิ่งใดเลย
เขาเริ่มสับสนกับตัวเองขึ้นเรื่อย ๆ เด็กสาวคนนั้นรอคำตอบจากซินเมื่อเห็นเขาเงียบจึงเงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยสายตาที่ใสซื่อ
เธอมองเขาที่สับสนอย่างสงสัยก่อนที่จะนึกขึ้นได้ว่าน่าจะเพราะซินไม่รู้ว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้ยังแน่เลย
“เอ่อที่จริงพี่ชายหนู เขาไปเจอคุณสลบอยู่ที่ริมแม่น้ำนะคะ เลยพามาช่วยรักษาแผลให้” เด็กสาวกล่าวพยายามทำตัวให้น่าเชื่อถือมันออกจะดูน่าเอ็นดูและน่ารักไปบ้าง ซินรู้สึกว่าเขาอบอุ่นข้างในเล็กน้อย
“ขอบคุณมากนะครับคุณพี่สาว” ซินกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มที่ต่างจากเดิมเล็กน้อย
“อะอืม”