เมื่อประตูรถไฟได้ถูกเปิดออกตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่อ้วนแล้ว ไม่มีผู้โดยสารสักคนที่กล้าจะก้าวออกมาจากรถไฟ เนื่องจากการลั่นวาจาของเจ้าหน้าที่ก่อนหน้านี้ว่า หากมีใครก็ตามลงมาจากรถไฟโดยไม่ได้รับอนุญาตจะถูกยิงทันที
เจ้าหน้าที่กว่าสิบคนที่ดูเหมือนจะเป็นหน่วยกล้าตายได้ถูกสั่งให้เข้าตรวจสอบภายในรถไฟในเวลาต่อมา ทั้งสิบคนต่างมีสีหน้ากดดันเมื่อได้รับรายงานว่าภายในนั้นมีผู้การร้ายอยู่ และยังไม่ทราบจำนวนแน่ชัดพวกเขาคิดว่ามีโอกาสสูงที่ผู้ก่อการร้ายนั้นจะโจมตีเมื่อพวกเขาเข้าไป หารู้ไม่ว่าผู้การร้ายทั้งหมดนั้นได้ถูกสังหารโดยภานุไปแล้ว
“เวรเอ่ย ฉันยังไม่มีลูกและครอบครัวอยู่ที่บ้าน ฉันไม่อยากตาย! ”
เจ้าหน้าที่หน่วยพลเรือนหนึ่งในผู้ที่ถูกสั่งให้เข้าไปตรวจสอบภายในรถไฟร้องออกมาด้วยความกลัว ซึ่งการกระทำเช่นนี้นั้นดึงดูสายตาของประชาชนที่ดูอยู่รอบๆเป็นอย่างมากไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหตุใดหน่วยพลเรือนจึงมักถูกต่อว่าเสมอว่าไร้ประสิทธิภาพ
“บางทีคำพูดว่า’ เจ้าหน้าที่หน่วยพลเรือนเป็นศูนย์รวมของขยะที่ต้องการจะเป็นทหารนั่นจะจริง’ ”
มีใครบางคนกล่าวขึ้นท่ามกลางฝูงชนอย่างไรก็ตามไม่มีใครสักคนที่ได้ยินสิ่งที่กล่าวและสามารถคัดค้านหรือโต้แย้งได้ เมื่อหลักฐานมันก็อยู่ต่อหน้าพวกเขาตอนนี้แล้ว
เจ้าหน้าที่อ้วนหรือผู้หมวดร่างอ้วนนั้นขมวดคิ้วด้วยความตึงเครียด เขาไม่คิดว่าลูกน้องของตัวเองจะทำให้ตนเองเสียหน้าในวันดีๆ ที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เขาหันหน้าไปพูดบางอย่างกับเจ้าหน้าที่ร่างยักษ์ที่อยู่ข้างกายของเขาสองคนก่อนที่เจ้าหน้าที่สองคนนั้นจะพุ่งเข้าไปหาเจ้าหน้าที่ผู้ขี้ขลาดที่ทำให้ทหารทุกคนต้องอับอาย
“แกจะทำอะไร…”
เจ้าหน้าที่คนนั้นมองไปที่ชายร่างยักษ์เบื้องหน้าด้วยท่าทางหวาดหวั่น โดยปกติเพียงแค่ผู้คนมองพวกเขาทั้งคู่ก็สามารถเกิดอาการหวั่นเกรงได้ เนื่องจากสรีระร่างกายที่ใหญ่เกินมนุษย์ธรรมดา
แม้เจ้าหน้าที่คนนั้นจะกล่าวถามแล้ว แต่ชายร่างยักษ์ทั้งสองนั้นไม่ได้กล่าวตอบสิ่งใดเลย เมื่อพวกเขาเข้าประชิดได้พวกเขาทั้งสองก็จัดการล็อกตัวเจ้าหน้าที่ผู้โชคร้ายเอาไว้ทันที ก่อนที่จะนำกุญแจมือออกมาจากกระเป๋าด้านหลังและใส่ให้กับชายคนนั้น
“แกจะจับฉันไม่ได้…ฉันเป็นเจ้าหน้าที่เหมือนพวกแก! ”
การดิ้นรนของเจ้าหน้าที่คนนั้นช่างไร้ประโยชน์เมื่อถูกร่างของชายร่างยักษ์นั้นกดทับเอาไว้ ชายร่างยักษ์ทั้งสองหันหน้าไปมองหัวหน้าของมันซึ่งคือผู้หมวดร่างอ้วนเพื่อรอคำสั่งต่อไป
“นำมันไปสั่งสอน และให้มันเข้าไปอยู่เรือนจำ! ”
ผู้หมวดอ้วนกล่าวด้วยโทนเสียงที่ต่ำ ก่อนที่ชายร่างยักษ์ทั้งสองจะแบกร่างของเจ้าหน้าที่คนนั้นออกไปจากสถานีรถไฟไม่มีใครรู้ว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ขี้ขลาดคนนั้น บางทีเขาอาจจะโดนซ้อมจนตายก่อนเข้าไปอยู่ในเรือนจำก็ได้
เมื่อเห็นกรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นแล้วแน่นอนว่าเจ้าหน้าที่อีกเก้าคนที่เหลือแม้จะไม่เต็มจำที่จะปฏิบัติหน้าที่นี้ขนาดไหนพวกเขาก็ต้องทำ ไม่ต้องรอให้ใครบอกเจ้าหน้าที่ทั้งเก้าคนต่างพุ่งเข้าไปภายในตัวรถไฟ ด้วยท่าทางที่เงอะงะและสั่นกลัว แม้แต่ภานุที่มองอยู่ข้างในรถไฟผ่านทางกระจกยังรู้สึกสงสัยว่าเจ้าหน้าที่พวกนี้ถูกบรรจุมาเป็นทหารได้เช่นไร
ทันทีที่เจ้าหน้าที่เข้ามาพวกเขาก็ได้พบกับสิ่งที่ดูสะดุดตามากที่สุดนั่นคือศพของชายชุดดำห้าคนที่นอนเกลื่อนพื้น และชายชุดดำอีกคนที่หมดสติ บางคนเมื่อเห็นศพเป็นครั้งแรกพวกเขาถึงขนาดล้มทั้งยืน ท่าทางของพวกเขายิ่งมองยิ่งทำให้ผู้โดยสารหงุดหงิด เพราะความปลอดภัยของพวกเขาต้องถูกฝากไว้กับเจ้าหน้าที่โง่ๆ พวกนี้
แต่ยังดีที่อย่างน้อยยังมีเจ้าที่บางคนในนั้นมีสติและรีบสอบถามพยานปากซึ่งก็คือผู้โดยสารบนรถไฟนั่นเอง เหล่าผู้โดยสารที่มีอยู่หลายคนนั้นต่างแย่งกันตอบคำถาม เมื่อคนใดคนหนึ่งเล่าสิ่งไหนขาดตกไม่ครบถ้วนไปอีกคนก็จะช่วยเสริมต่อทันที ทำให้ข้อมูลที่ได้มีความบิดเบือนที่น้อยและล้วนแล้วแต่เป็นความจริงทั้งสิ้น
เมื่อจดบันทึกเรื่องราวจากพยานในเหตุการณ์ครบถ้วนแล้วพวกเจ้าหน้าที่ต่างก็มองมาที่ภานุด้วยความยำเกรง ไม่มีใครเชื่อสักคนว่าเด็กนักเรียนทหารคนนี้จะเป็นฮีโร่ที่ช่วยผู้คนจากผู้ก่อการร้ายทั้งหก ยิ่งกว่านั้นยังถือปืนกันครบทุกคน
เจ้าหน้าที่ผู้บันทึกเหตุการณ์และบันทึกประจำวันได้วิ่งออกจากรถไฟเพื่อไปหาผู้หมวดร่างอ้วนทันทีก่อนที่จะสรุปเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟัง
“แกว่าไงนะ! มีเด็กเปรตที่ไหนไม่รู้ชิงจัดการกับพวกโจรไปก่อนงั้นเหรอ!? ”
ผู้หมวดร่างอ้วนที่มีสีหน้าท่าทางอารมณ์ดีได้เปลี่ยนไปในพริบตา ตอนนี้กลายเป็นอ้วนหน้ายักษ์แทน เจ้าหน้าที่ที่รายงานผู้นั้นสั่นด้วยความหวาดกลัวก่อนที่จะก้าวถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว สายตาของเจ้าหน้าที่อ้วนหันมามองที่ภานุผ่านทางกระจกของรถไฟในทันที ซึ่งจังหวะนั้นสายตาของทั้งสองก็ปะทะกันพอดิบพอดี
‘ไออ้วนนั่นมันอะไรกัน ทำไมถึงมองมาที่ฉันด้วยหน้าโกรธขนาดนั้น’
ไม่ทันไรเจ้าอ้วนที่ภานุบ่นอยู่ก็ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่คนหนึ่งขึ้นมาบนรถไฟ ซึ่งชัดเจนแล้วเมื่อเจ้าหน้าที่หันมามองที่ภานุแน่นอนเขาต้องการจะทำอะไรบางอย่างกับชายหนุ่ม มันเดินมาใกล้พร้อมกับกล่าว
“นักเรียนทหารเธอต้องถูกสอบสวนเนื่องจากเธอได้ฆ่าคนถึงหกคน แต่ไม่ต้องห่วงหากเธอให้ความร่วมมือพวกเราจะปล่อยตัวเธอ…”
น้ำเสียงของทหารหนุ่มเบื้องหน้าภานุนั้นเหมือนจะแฝงด้วยความนัยบางอย่าง ซึ่งตอนนี้ภานุก็ได้แต่ทำตามสิ่งที่เขาพูดเท่านั้นเขารีบเดินลงจากรถไฟตามเจ้าหน้าที่หนุ่มคนนั้นไป ในระหว่างทางนั้นผู้หมวดอ้วนก็ได้จ้องมองมาที่ภานุตลอดทางซึ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากลเล็กน้อย
เจ้าหน้าที่หนุ่มไม่ได้พาภานุไปยังสถานที่แปลกๆ แต่พวกเขาได้พาเขาไปในสถานีปฏิบัติงานของพวกหน่วยพลเรือนในเขตนี้ ซึ่งเป็นตึกสามชั้นที่ดูเป็นระเบียบและเรียบง่าย
ภายในตกมีการตกแต่งทีที่ของทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ หรือแม้กระทั่งกระเบื้องล้วนแล้วแต่เป็นเกรดดีทั้งหมด ภานุไม่สามารถนับได้ว่ามันฟุ่มเฟือยขนาดไหน
แต่การชื่นชมนั้นก็ได้จบลงเมื่อภานุถูกบังคับให้เข้ามาอยู่ในห้องมืดที่มีเก้าอี้และโต๊ะ มันดูเหมือนจะเป็นห้องสอบปากคำคนร้าย…
>>>>>>>มีอีกตอนนะครับวันนี้