เมื่อท้องฟ้าเริ่มสว่างดุจพุงปลา กู้ฮูหยินก็เรียกฉู่มามาเข้ามาเพื่อพูดคุยสำหรับเตรียมการทั้งหมด
“นายหญิงท่านจะไม่ร่ำลาคุณหนูสี่หรือการออกนอกเมืองครั้งนี้ไม่แน่ว่าจะได้กลับมาเมื่อไหร่ “บ่าวชราถามขึ้นระหว่างประคบรอยบนใบหน้ากู้ฮูหยินไปด้วย
นายหญิงกู้มองออกไปทางหน้าต่างแล้วส่ายหัวช้าๆ” ไม่ต้อง คืนนี้ข้าจะเขียนจดหมายให้กับน้องสาวแจ้งให้นางพาเซียนเซียนเดินทางออกนอกเมืองไปเสีย แล้วไม่ต้องย้อนกลับมาอีก ข้าได้จัดหาบ้านพักเอาไว้พวกนางทางทิศตะวันตกห่างไปหลายร้อยลี้แล้วที่นั่นน่าจะปลอดภัย”
“ทุกคนมุ่งหน้าไปทางใต้มีเพียงคุณหนูสี่ที่เดินทางผู้เดียวไปทางทิศตะวันตก เพราะเหตุใดกัน” ฉู่มามายังคงเป็กังวลกับความคิดเช่นนี้ของนายหญิงก่อนพูดเสริม “ เหตุใดไม่ให้นางร่วมเดินทางไปด้วยกัน อย่างน้อยก็มุ่งลงไปทิศใต้เช่นเดียวกับพวกเรา”
“ อยู่ห่างจากเส้นทางของความวุ่นวาย หากคนในคนหนึ่งมีปัญหาเส้นทางนั้นจะปลอดภัยกว่า” นางกล่าวตอบเบาๆกลบความว้าวุ่นใจไว้ในน้ำเสียงเรียบเฉย
“ บ่าวไม่สบายใจให้คุณหนูสี่เดินทางไปคนเดียว “ ฉู่มามายังคงบ่นต่อนางค่อนข้างกังวลพราะทางกู้เซียนเซียนเป็การเดินทางของสตรีทั้งหมดกระทั้งคนคุ้มกันก็ไม่ได้คิดไว้
“ไม่ การเดินทางกลุ่มใหญ่ตกเป็เป้าสายตาได้ง่าย เ้าก็เห็นอยู่ว่ามีหลายครอบครัวที่พยายามหลบหนีจนป่านนี้ยังไม่รู้ว่ามีกี่ครอบครัวที่หนีรอดไปได้ “ นางเพิ่มความหนักแน่นในน้ำเสียงไม่รู้ว่าเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับความคิดของตัวนางเอง หรือให้ความมั่นใจกับบ่าวคนสนิทกันแน่“ ให้นางแยกเดินทางไปจะดีกว่า อย่างน้อยไม่แน่ว่าใครจะมีโอกาสรอดมากกว่ากัน“
กู้อวี้พูดเว้นระยะนิดหน่อยก่อนเอ่ยแก่ฉู่มามาทิ้งท้าย “ เ้าไปตามพ่อบ้านมาพบข้าด้วย”
บ่าวชราพยักหน้าแล้วยัดลูกประคบเข้าไปในมือของนายหญิงให้นางประคบใบหน้าต่อไป ก่อนรีบขอตัวไปจัดการสิ่งที่ได้รับมอบหมาย
คล้อยหลังฉู่มามากู้อวี้จึงค่อยๆเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า นางหยิบห่อผ้าไหมเล็กๆขึ้นมาก่อนเปิดออกภายในมีกำไลกระพรวนข้อเท้าเด็กชิ้นหนึ่งถูกห่อไว้ด้วยผ้าไหมอย่างทะนุถนอม กำไลข้อเท้านี้เป็ของกู้เซียนเซียนสมัยยังเป็ทารกนี่เป็สิ่งของเพียงชิ้นเดียวที่นางเก็บไว้ดูต่างหน้า เพราะนางไม่อาจแสดงความห่วงหาอาทรได้มากไปกว่านี้แล้ว
หากมิใช่ว่าตระกูลกู้ถูกบีบบังคับให้ต้องเลือกทางเดินเช่นนี้ที่ผ่านมานางคงมอบความรักความอบอุ่นให้กับบุตรสาวของนางเยี่ยงมารดาที่ดีคนหนึ่งได้การกระทำร้ายกาจกับบุตรสาวที่ผ่านมา เพียงเพื่อตั้งใจไม่ให้นางผูกพันกับมารดาและครอบครัวยิ่งให้นางเกลียดชังได้มากเท่าไหร่ยิ่งดี ต่อไปไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นนางก็จะไม่เศร้าโศกเสียใจมากนัก เลือกที่จะจดจำด้านเลวร้ายของมารดาและบิดาเอาไว้ ตัดให้ขาดไม่เหลือเยื่อใยและยืนหยัดได้ด้วยตนเองนี่ถึงจะเป็ผลลัพท์ที่นางคาดหวังแม้ว่าตัวนางเองก็เ็ปเจียนตายเช่นกัน
ต้องบอกว่าตอนนี้กู้อวี้หรืออาจกล่าวได้ว่าตระกูลไป๋เดิมของนางเหลือเซียนเซียนเป็ทายาทเพียงคนเดียวแล้วที่ยังมีโอกาสหลุดออกจากร่างแหตาข่ายแห่งความวุ่นวายนี้ไปได้ส่วนคนที่เหลือ… คงต้องแล้วแต่ฟ้าดินกำหนดแล้ว
ในมือของกู้ฮูหยินยังคงลูบคลำถุงหอมใบนั้นอย่างเหม่อลอย ตอนที่ได้ยินเสียงเรียกนางจากด้านนอกห้องของพ่อบ้านนางจึงรีบวางถุงกำไลไว้ใต้หมอนก่อนแจ้งให้พ่อบ้านไปรอที่ห้องหนังสือและเดินตามออกไป
เพราะตระกูลกู้มีกิจการมามายตลอดหลายรุ่นที่ผ่านมาการจะโยกย้ายทรัพย์สินหรือขนข้าวของออกจากเมืองหลวงโดยไม่กระโตกกระตากนั้นจึงคิดได้แต่ปฏิบัติค่อนข้างยากประกอบกับต้องวางแผนอย่างรัดกุมในเวลากระชั้นชิด จัดเป็ภาระที่ยิ่งใหญ่หนักมือเอาแรงอยู่
สิ่งที่นายท่านกู้ให้พ่อบ้านมาบอกกล่าวแก่นางคือให้เน้นการขนถ่ายทางเรือเช่นเดียวกับสินค้าทั่วๆไปสิ่งนี้ก็ตรงกับใจของนางเช่นเดียวกัน เพียงแต่.. ขนาดพวกเขายังคิดวิธีนี้ได้แล้วคนอื่นจะคิดไม่ได้เชียวหรือ และการทะยอยขนทรัพย์สินออกจากเมืองเพื่อไปขึ้นเรือที่ท่าน้ำซึ่งตั้งอยู่นอกเมืองก็ยังคงเป็ปัญหาแน่นอนว่ายังต้องใช้เงินมหาศาลผ่านทางคนกลางเพื่อเป็ค่าผ่านทางสำหรับใบผ่านทางอีกและวิธีนี้ก็ไม่แน่ว่าจะสำเร็จอาศัยว่ากู้เซียวหลางเองก็มีความคุ้นเคยกับวิธีการเหล่านี้อยู่พอตัวเพราะเขาเองก็ใช้เงินในการแก้ปัญหาขนถ่ายสินค้าตระกูลกู้มาตลอดและใช้เงินอีกเช่นกันสำหรับการลอบช่วยเหลือกลุ่มผู้มีอิทธิพลใน่ที่ผ่านมา
คืนนั้นกว่านายหญิงตระกูลกู้จะได้กลับมาที่เรือนเพื่อเขียนจดหมายฝากฝังเื่กู้เซียนเซียนไปยังน้องสาวของนางก็ปาเข้าไปดึกดื่นค่อนคืนแล้ว นางค่อยๆบรรจงพับจดหมาย แล้วจึงนำใส่ซองกระดาษสาปิดผนึกด้วยน้ำตาเทียน
นางเอ่ยปากเรียกฉู่มามาให้เข้ามาในห้องนอน
“ เ้านำจดหมายฉบับนี้ไปส่งให้กับน้องสาวของข้า ทำทุกอย่างให้เป็ความลับจำไว้ต้องส่งให้ถึงมือนางเท่านั้น “
ฉู่มามารับจดหมายฉบับนั้นไว้ด้วยมือทั้งสองข้างพลางเดินถอยหลังเพื่อเตรียมออกจากห้อง
“ เดี๋ยวก่อน “ นางเอ่ยรั้งฉู่มามาไว้ “รอบนี้เ้าต้องไปด้วยตัวเองเท่านั้นรอดูจนกว่าน้องสาวข้าจะอ่านจดหมายเสร็จแล้วเ้าค่อยเผาทิ้งเสีย เข้าใจหรือไม่”
“ บ่าวเข้าใจแล้วนายหญิง” ฉู่มามารับคำเสียงหนักแน่น
“ เ้าเอาเซียวเหม่าไปให้เซียนเซียนด้วยก็แล้วกันให้นางมีเพื่อนระหว่างเดินทางจะได้ไม่เหงาจนเกินไป “ กู้อวี้เอ่ยขณะมองตรงไปที่บ่าวคนสนิท
ฉู่มามามองนายหญิงของนางด้วยความแปลกใจนี่นางรู้จักแมวน้อยของคุณหนูสี่ด้วยหรือ
“ คืนนี้ข้าไม่้าอะไรแล้วที่เหลือข้าจะจัดการเอง เ้าก็ไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้เร่งออกเดินทางแต่เช้า“ นางเอ่ยกับบ่าวคนสนิทก่อนจะหันไปดูหนังสือสัญญากู้ยืมของจวนที่วางอยู่ด้านข้างมือนาง
“บ่าวทราบแล้วนายหญิงก็ควรพักผ่อนได้แล้ว ทุกๆอย่างย่อมมีทางออก ..คุณหนู…ท่านรู้หรือไม่ว่าตอนนี้ท่านเอง ก็ผ่ายผอมลงมากกว่าแต่ก่อนเสียอีก”หญิงชราจู่ๆก็เปลี่ยนคำเรียกกู้ฮูหยินกะทันหันจนทำให้นายหญิงกู้รู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปเป็เด็กอีกครั้ง
นางเงยหน้าขึ้นมองตรงไปยังบ่าวหญิงของนาง“ ยังเป็ท่านที่หวังดีต่อข้าเช่นเดิม ท่านวางใจเถอะข้าจะดูแลตัวเองให้ดี”
“บ่าวคนนี้พูดมากเกินไปแล้วจริงๆคุณหนูท่านพักผ่อนเถิด” ฉู่มามายิ้มออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนจะถอยหลังเดินออกไปปิดประตูห้องนอนให้นางแต่ก็ยังมิวายกำชับบ่าวหญิงด้านนอก ให้ดูแลกู้ฮูหยินระหว่างคืนแทนนางด้วย
กู้อวี้ไม่รู้มาก่อนเลยว่านี่จะเป็ภาพการพบกันเป็ครั้งสุดท้ายระหว่างนางและบ่าวผู้ภักดีหากจะบอกว่าคนที่หวังดีกับนางมากที่สุดก็คือฉู่มามาคนนี้ คนที่ติดตามนางมาั้แ่แต่งออกจากตระกูลเดิมเพื่อเข้าตระกูลกู้เห็นการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตทุกอย่างของนางมาโดยตลอด หากนางรู้ล่วงหน้าว่าเหตุการณ์จะแปรเปลี่ยนไปเช่นนี้นางคงไม่ให้ฉู่มามาถือจดหมายฉบับนั้นไปให้กับน้องสาวของนาง
่เช้าของวันถัดมาฉู่มามาถือป้ายคำสั่งของฮูหยิน นั่งรถม้าออกจากจวนไป ตอนที่รถม้าออกนอกเมืองตรงไปยังหุบเขาข้างนอกสองข้างทางล้วนเป็ที่เปลี่ยว มีเพียงต้นไม้ป่าเขารกชัฏ ปราศจากผู้คนสัญจรไปมามีเพียงรถมาตระกูลกู้พร้อมคนขับ บ่าวชราและหญิงรับใช้อีกหนึ่งคนเท่านั้น
วันนี้รอบข้างเงียบสงัดไม่มีกระทั่งเสียงของแมลงซึ่งออกจากผิดสังเกตอยู่บ้างหากพื้นที่รอบนอกไม่มีคนก็ควรจะมีเสียงแมลงเสียงนกหรือสัตว์ตัวเล็กๆดังแทรกอยู่ในป่าข้างทางกระทั่งฉู่มามาซึ่งเป็สตรีในเรือนหลังยังรู้สึกผิดสังเกตในเื่นี้ นางเพียงลูบหัวเ้าแมวตัวสีขาวที่นอนอยู่บนตักเบาๆเพื่อระงับความกระสับกระส่ายที่ผุดขึ้นภายในใจ
“เ้าเร่งความเร็วรถม้าขึ้นอีกหน่อยเถิด“ นางะโออกมาจากข้างในรถ
พูดยังไม่ทันขาดปากรถม้าที่วิ่งอย่างรวดเร็วเมื่อครู่กลับผ่อนฝีเท้าจนหยุดนิ่งตรงกลางป่าแห่งหนึ่งสถานที่แห่งนี้น่าจะอยู่ไม่ไกลจากอารามเต๋าเป้าหมายของนางในวันนี้แล้ว เพียงแต่มันเลี้ยวอ้อมเขาออกไปอีกด้านหนึ่งนอกเส้นทางที่ชาวบ้านใช้สัญจร อาจเป็เส้นทางสำหรับดักสัตว์เท่านั้น ขณะที่รถม้าวิ่งเลี้ยวมาทางด้านนี้ฉู่มามาก็รู้แล้วว่ามีเหตุการณ์ไม่ปกติเกิดขึ้น
คนขับรถม้าถือดาบยาวที่ซ่อนเอาไว้ด้านข้างตัวรถยื่นมาทางด้านหน้าของฉู่มามาปลายดาบคมกริบอยู่ห่างจากหน้าอกนางเพียงคืบ
“เ้านำจดหมายที่ฮูหยินฝากมาส่งมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ “
บ่าวชรามองตรงไปที่คนขับรถม้าซึ่งนางรู้จักดีเขาอยู่รับใช้ในจวนนี้มานานกว่าสิบปีแล้ว เหตุใดจึงถูกซื้อตัวไปได้กัน
“ แท้จริงเ้าก็คิดทรยศต่อนายหญิงของข้า ต่อตระกูลกู้ของเรา “ นางตะหวาดขึ้นราวกับไม่เห็นปลายดาบแหลมที่อยู่เบื้องหน้า
คนขับรถมาเอ่ยอย่างไม่ยี่หร่ะ“ข้าทรยศต่อนายหญิงของเ้าจริงแต่ไม่ได้ทรยศต่อตระกูลกู้”
คำตอบของเขาทำให้ฉู่มามาผงะไปชั่วขณะ ความเหน็บหนาวเข้ามาแทนที่ นางเริ่มเข้าใจแล้วว่าเขาทำงานให้ใคร
ตอนที่ชูมาม่ากำลังคิดต่อรองเพื่อหาทางเอาตัวรอดจากสถานการณ์ครึ่งเป็ครึ่งตายนี้หญิงรับใช้ที่ด้านหลังพลันเลื่อนมือไปหยิบซองจดหมายที่นางเก็บไว้ตรงลิ้นชักด้านหลังรถม้าก่อนยื่นไปให้กับชายหนุ่มตรงหน้า
“ นี่เ้า… บ่าวชราถึงกับพูดอะไรไม่ออก “
นางได้แต่หลับตามือสองข้างจับกันจนแน่นเกร็งกระถดถอยหลังอย่างไม่รู้ตัว จนไปชนกับหญิงที่นั่งอยู่เื้ั
“หญิงแซ่ฉู่เห็นแก่ความจงรักภักดีของเ้า ข้าจะให้โอกาสรอดแก่เ้าบ้าง ข้าจะนับ หนึ่ง ถึงสิบ เ้าจงวิ่งหนีไปให้ไกล หากสามารถหนีทัน ข้ารับปากจะไม่ทำร้ายเ้า เพียงแต่เ้าต้องไม่กลับไปที่จวนตระกูลกู้อีกเข้าใจหรือไม่“ ชายหนุ่มยื่นข้อเสนออย่างมีน้ำใจ
หญิงชราพยักหน้าอย่างคนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวก่อนที่จะโดนบ่าวหญิงด้านหลังถีบออกไปจากรถม้าอย่างไม่ปราณี นางกลิ้งล้มลุกคลุกคลานลงไปที่พื้นด้านล่างก่อนรีบลุกขึ้นอย่างทุลักทุเลแม้ขาของนางเหมือนจะหัก แต่เมื่อได้ยินคำแรกของชายหนุ่มเอ่ยขึ้น “หนึ่ง..สอง …“ เขานับเลขไปเรื่อยๆท่าทางไม่รีบร้อน
ร่างอ้วนรีบซอยเท้าวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตในมือกำลูกปะคำเอาไว้แน่น แต่เส้นทางที่วิ่งกลับไม่ได้วิ่งเข้าป่า ขาสองข้างของนางกลับวิ่งย้อนกลับไปทางเดิมจิตใต้สำนึกของนางตอนนี้คิดอย่างเดียวว่าหากครั้งนี้นางรอดไปได้นางจะต้องรีบหาทางส่งข่าวไปบอกคุณหนูกู้อวี้ให้รีบออกจากจวนตระกูลกู้เสียเพราะไม่มีทางที่คนขับรถม้าและบ่าวหญิงคนนั้นจะทำทุกอย่างโดยพลการ
“แปด….. เก้า….” เมื่อจบเลขเก้า ฉู่มามาได้ยินเสียง “สวบ” ดังมาจากด้านหลังของนางพร้อมกับความรู้สึกอุ่นวาบไปทั่วท้องเมื่อก้มมองลงไปก็เห็นเพียงปลายดาบขนาดใหญ่โผล่ออกมาด้านหน้า เืเริ่มไหลทะลักออกจากาแ ดวงตานางเบิกโพลงแต่ยังคงมองตรงไปยังทิศทางของจวนก่อนที่ขาจะค่อยๆหยุดเดิน ร่างหนาล้มคว่ำหน้าอยู่ตรงกลางป่าเปลี่ยวสติสัมปชัญญะสุดท้ายของนางยังคงขอให้คุณหนูหนีรอดไปได้ ชั่วชีวิตนี้นางไม่หวังอะไรอีกแล้ว
เสียงย่ำเท้าหนักๆของบุรุษเดินออกมาจากข้างชายป่าหยุดอยู่ข้างศพของบ่าวชรา คนขับรถม้าเดินเข้ามายื่นซองจดหมายให้กับเขาก่อนที่คนผู้นั้นจะรีบคลี่ขึ้นมาอ่านอย่างรวดเร็ว ในซองนั้นมีจดหมายอยู่มากกว่าหนึ่งฉบับส่วนหนึ่งเขาพับไว้ในอกเสื้อ อีกส่วนหนึ่งสอดคืนไว้ในซองดังเดิมก่อนยื่นให้กับชายคนขับรถม้า
“เ้าเอาจดหมายฉบับนี้ไปยื่นให้กับนายท่านกู้ที่เหลือข้าจะจัดการเอง” เขาเอ่ยขึ้น
“ส่วนศพนี่“ เขาเอาขาเขี่ยไปเบาๆบนร่างของหญิงชรา ทำให้ร่างของนางนอนหงายขึ้นลูกปะคำที่นางถือไว้ขาดกระจายอยู่บนพื้น
“ เดี๋ยวจะมีคนมาจัดการในภายหลัง” เพียงแค่โยนเข้าไปในป่าลึกให้เป็อาหารของหมาป่าหรือโยนลงเหวข้างทางแถวนี้ ต่อให้เป็เทพยดาก็ไม่มีทางค้นพบ ไม่จำเป็ต้องขุดฝังเสียด้วยซ้ำ เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบเฉยเมย ก่อนจะผละจากไปตามเส้นทางที่เขามา
ใกล้พลบค่ำของวันเดียวกันนั้นกู้ฮูหยิน ถามถึงการกลับมาของหญิงชรากับบ่าวคนอื่นๆในจวนหลายรอบ แต่กลับไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้นางกระวนกระวายใจอยู่ตลอดทั้งบ่าย รอหลายชั่วยามจนมืดค่ำก็ไม่มีข่าวคราวของคนสนิทส่งกลับมาเลย
‘หรือพรุ่งนี้จะต้องส่งคนไปสอบถามที่อารามเต๋าเสียแล้ว’ นางคิดอยู่ในใจก่อนได้ยินเสียงเคาะประตูห้องนอนจากภายนอก
“ ฮูหยินเ้าเข้านอนแล้วหรือยัง” เสียงของกู้เซียวหลางดังขึ้น ก่อนผลักประตูเข้ามาโดยไม่ได้รอคำอนุญาตของผู้ที่อยู่ด้านใน
“ ท่านพี่ เหตุใดจึงมาดึกดื่นเช่นนี้ “ นางออกจะร้อนตัวอยู่บ้างทำให้สุ้มเสียงที่เอ่ยออกมารัวเร็วกว่าปกติ
“เ้ากำลังทำอะไรอยู่หรือ” เขาเอ่ยถามขณะค่อยๆนั่งลงที่โต๊ะใหญ่กลางห้องด้วยท่วงท่าสง่างาม
“ ข้าเพิ่งจะจัดแจงของทุกอย่างเสร็จ ดีเลยที่ท่านมาท่านลองอ่านสมุดบัญชีนี้กับรายการต่างๆดู หากเห็นว่าสิ่งใด ยังไม่ถูกใจจะได้แก้ไขให้ได้ทัน” นางเอ่ยไผล่ไปเื่งานที่เขามอบหมายให้ดูแลใน่นี้ปกปิดความกังวลในแววตาไว้อย่างมิดชิด
กู้อวี้ยื่นหนังสือและเอกสารต่างๆส่งให้กู้เซียวหลาง เขาเพียงหยิบเอกสารทั้งหมดขึ้นมาอ่านผ่านๆ อยู่ชั่วขณะก่อนเอ่ยปากชมนาง
“ ฮูหยินยังเป็เ้าที่รอบคอบ จดบันทึกทุกอย่างไว้ได้อย่างเรียบร้อยไม่ขาดตกบกพร่องพรุ่งนี้ก็เอาตามนี้เถอะ”
“ ข้าทราบแล้ว นี่ก็ดึกมากแล้ว ไม่รบกวนเวลาพักผ่อนของท่านจะดีกว่า หากท่านยังมีธุระอะไรอยู่รีบกล่าวมาเถิด” นางถามขึ้นตามตรงไม่อ้อมค้อมเช่นวันวานวันนี้นางเพียงไม่อยากเล่นละครกับเขาอีก เพราะยังมีหลายเื่ต้องคิด จึงได้ออกปากกึ่งไล่แขกไปเช่นนี้
กู้เซียวหลางเลิกคิ้วหนาขึ้น“ อ้อ วันนี้เป็อะไรขึ้นมาล่ะถึงได้ไล่ข้า ผิดวิสัยเ้าจริงๆ “
“ ข้าเพียงรู้สึกอ่อนเพลียอยากจะพักผ่อนเร็วหน่อยเท่านั้น”
“ มิใช่เ้ารอฉู่มามาอยู่หรือ” ถ้อยคำนี้ของเขาดึงความสนใจของนางได้อย่างชะงักงัน
เขาล้วงมือไปหยิบเอกสารออกมาจากอกเสื้อนำมาวางไว้ที่โต๊ะตรงหน้าเขา
นี่เป็เอกสารที่นางเขียนถึงน้องสาวของนางและฝากฉู่มามานำไปให้ในวันนี้
“ ท่านพี่เหตุใดเอกสารเหล่านี้ถึงอยู่ที่ท่านได้ กล่าวโดยไม่ปิดบัง จดหมายพวกนี้ข้าเขียนถึงน้องสาวของข้าจริงๆ“ นางเอ่ยบอกกล่าวแก่เขา ราวกับว่าสิ่งนี้เป็เื่ธรรมดาที่นางทำอยู่เป็ประจำ
มือข้างหนึ่งของนายท่านกู้ตวัดตบเข้าที่ใบหน้านวลของนางสุดแรงทันที
แรงตบนี้ทำให้ร่างบอบบางเซล้มลงบนพื้น
“ เ้ายอมรับหรือไม่ ว่าเ้าเป็สายของคนภายนอกผู้นั้นจริงๆ “ เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด ก่อนปาจดหมายที่เหลือไปที่นาง ขณะที่กู้อวี้กำลังใและสับสนนางไม่รู้ว่าแค่จดหมายที่นางเขียนถึงน้องสาวเหตุใดจึงเป็เื่ใหญ่เช่นนี้
ตอนที่เริ่มตั้งสติได้มือของนางค่อยๆคว้าจับจดหมายที่อยู่ข้างตัวขึ้นมาอ่านทีละฉบับ
แต่มีอยู่ฉบับหนึ่งที่นางอ่านแล้วยังต้องใจนหน้าซีด “ นี่ไม่ใช่ลายมือของข้า”
“ท่านพี่ท่านต้องเชื่อข้านะ” นางรีบเอ่ยปากชี้แจงแก่ผู้เป็สามีเพราะลายมือในจดมาย แค่คล้ายลายมือนาง แต่หากพินิจเทียบดีๆจะรู้ว่าแตกต่างกันบางตัวอักษร
“ไม่ใช่ลายมือของเ้าแล้วเป็ลายมือของใคร” กู้เซียวหลางเอ่ยถาม ก่อนเตะเข้าไปที่ท้องน้อยของนางครั้งหนึ่งตอนนี้ร่างบางเจ็บจุกจนกระอักเืออกมา
“เ้าเขียนคำสารภาพทั้งหมดเอาไว้ในนี้ตั้งใจทำอะไรกันแน่ หรือเ้าคิดว่าจะผลักปัญหามาไว้ที่ข้าและเอาตัวรอดไปเพียงลำพังอ่อไม่สิ เอาตัวรอดไปพร้อมกับบุตรสาวของเ้า”
ทันทีที่นางเงยหน้าขึ้นบุรุษผู้เป็สามีก็ปากำไลกระพรวนข้อเท้าทารกตรงไปที่ใบหน้าของนางมันกระทบเข้ากับข้างแก้มจนทำให้เกิดแผลแตกเล็กๆขึ้น
คราแรกนางตั้งใจจะส่งสิ่งนี้ให้กับบุตรสาวอย่างน้อยให้นางรู้ว่า มารดาคนนี้ไม่เคยลืมนางแม้สักวันเดียว แต่ดูท่าความตั้งใจของนางคงไม่เป็ผลแล้ว
นางมองหน้าผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็สามีด้วยสายตาเ็ปรวดร้าวจวบจนวันนี้ยังไม่เคยมีวันไหนที่เขาเชื่อใจนาง แล้วเช่นนี้นางยังจะพูดแก้ตัวต่อไปเพื่ออะไร
นางยอมรับว่าในจดหมายฉบับนั้นนอกจากการฝากฝังกู้เซียนเซียนกับน้องสาวแล้ว นางยังมอบโฉนดที่ดิน ทรัพย์สินบางส่วนให้ไว้เป็ชื่อของน้องสาวเก็บไว้ให้กับกูเซียนเซียนในอนาคตอีกด้วยเพียงแต่ในจดหมายที่นายท่านกู้ปาทิ้งออกมาทั้งหมดนั้น ไม่มีสิ่งของเหล่านี้อยู่เลยหรือเขาเห็นแล้วแต่เลือกจะเก็บไว้ก็หารู้ได้
“ นายท่าน ท่านทำอะไรกับฉู่มามา ตอนนี้นางอยู่ที่ไหนกันแน่” กู้อวี้ถามเสียงขาดห้วง
“เ้ายังจะห่วงคนอื่นอีกหรือ“ กู้เซียวหลางกัดฟันถามนางเสียงเย็นเยียบ เขาหยุดยืนตรงหน้านางแล้วก้าวเท้าเหยียบลงบนนิ้วมือเรียวผอมก่อนค่อยๆนั่งลงอย่างช้าๆ
“นางแค่ไปรอเ้าก่อนเท่านั้นอีกเดี๋ยวเ้าคงได้เจอนางแล้ว ข้าให้โอกาสเ้าอีกครั้ง เ้าตั้งใจส่งเอกสารพวกนี้ให้ใครกันแน่“ เขาหยุดพูด ก่อนยกเท้าออกจากมือของนาง และค่อยๆยืนขึ้น
“ หากข้าพ่ายแพ้มิใช่ว่าเ้าจะเดือดร้อนไปด้วย? หรือเ้าคิดว่ายังจะสามารถเป็ปลาหนีออกจากตาข่ายนี้ได้“ เขาเอ่ยเสียงขรึมสายตาคมกริบจับจ้องไปที่ใบหน้านางไม่วางตา
ตอนนี้แม้ว่านางจะได้รับาเ็ที่มือและช่องท้องอย่างไรก็ไม่เทียบเท่าเจ็บที่ใจ นางมองหน้าเขาอย่างเศร้าสลดน้ำตาไหลพราก พลันส่ายหัวช้าๆ“ ไม่ว่าข้าจะทำดีกับท่านสักเพียงใด ไม่ว่าข้าจะทุ่มเทให้ท่านเท่าไหร่ จวบจนตอนนี้กระทั่งความเชื่อใจอันน้อยนิดท่านก็ไม่มีให้ กู้อวี้ขอสาบานข้าไม่เคยคิดทรยศต่อท่านแม้สักนิดเดียวท่านจะเชื่อหรือไม่ก็ตามใจ สิ่งเดียวที่ข้าอยากจะขอร้องท่านคือปล่อยเซียนเซียนไปอย่างไรนางก็เป็บุตรสาวของท่านหาใช่ของข้าคนเดียวไม่ ท่านชิงชังข้า ข้าไม่กล้าคาดหวังสิ่งใดอีกแล้วแค่ปล่อยเซียนเซียนไปเท่านั้น เื่ราวต่างๆนางไม่รู้เื่ด้วย ให้นางได้มีชีวิตอิสระจะอยู่รอดหรือไม่ขึ้นอยู่กับดวงชะตาของนางแล้ว” นางเอ่ยขณะค่อยๆลากตัวเองไปกุมเข้าที่ขาข้างหนึ่งของเขา ไม่มีประโยคใดที่นางเอ่ยแก้ตัวให้กับตนเองเลย
กู้เซียวหลางจ้องมองใบหน้าเล็กๆซีดขาวปราศจากสีเืของนางตรงมุมปากยังมีรอยเืเปื้อนอยู่ เขาค่อยๆ ใช้ปลายแขนเสื้อเช็ดไปที่รอยเืตรงมุมปากของนางจนสะอาด ก่อนะโเรียกพ่อบ้านให้เข้ามา
“ นำนางไปขังไว้ที่ห้องเก็บฟืนไม่มีคำสั่งจากข้า ใครก็ห้ามปล่อยนางออกมาเด็ดขาด”สำหรับคำขอของนาง เขาไม่รับปาก
กู้อวี้เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาที่เ็ปตอนที่นางกำลังถูกลากตัวออกไปนั้นมือของนางก็คว้าเอากำไลข้อเท้าของกู้เซียนเซียนเก็บไว้ในอกเสื้อได้ทัน
กู้เซียวหลางหันหลังกลับเข้ามาในห้องสองมือกวาดเอาถ้วยชามและสิ่งของทั้งหมดบนโต๊ะลงไปที่พื้นด้วยโทสะที่รุนแรง ก่อนขังตัวเองอยู่ในห้องนอนของฮูหยินเอกของจวนไม่ออกมาจนเช้าวันถัดไป