บทที่สิบ
อึดอัดใจ
แบมแบมแกะกับข้าวที่อยู่ในถุงใส่จาน ใบหน้าสวยหวานยังคงแสดงออกถึงอาการเหม็นเบื่ออย่างชัดเจนเมื่ออยู่ลำพัง เด็กสาวออกอาการกระฟัดกระเฟียดกระแทกจานโครมครามอย่างอดใจเอาไว้ไม่อยู่
จะไม่ให้เธอหงุดหงิดใจได้ยังไงกัน ในเมื่ออีกฝ่ายซื้อกับข้าวมาแล้วก็ไปนั่งเป็คุณหญิงคุณนายคุยจ้ออยู่กับผู้ชายของเธอเสียงใส อายุอานามก็ไม่ใช่น้อย ๆ ยังจะไม่อายที่จะจีบปากจีบคอ พูดเสียงเล็กเสียงน้อยให้เธอระคายหู
“สลิดดกเหมือนกันนะมึง อีแก่” แบมแบมเอ่ยพูดขึ้น เมื่อเสียงพูดคุยของกิ่งแก้วยังคงลอยมาเข้าหูให้เคืองใจเล่น
ร่างเล็กถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย มือเล็กคว้าจานกับข้าวมาถือเอาไว้ ก่อนจะพยายามปรับสีหน้าของตัวเองให้เป็ปกติ ถึงได้สาวเท้าเดินออกจากห้องครัวเพื่อนำจานอาหารไปวางให้กับคนทั้งคู่
“กับข้าวมาแล้วจ้ะ” แบมแบมเอ่ยพูดขึ้นเสียงหวาน ส่งยิ้มจอมปลอมไปให้กับผู้หญิงที่กำลังเพ่งมองมาที่ตัวเองด้วยความแปลกใจเล็กน้อย
“วางไว้ที่โต๊ะเลย” กำนันคล้าวหันไปมองตามเสียง เอ่ยตอบกลับไปด้วยท่าทีที่ยังคงความเรียบนิ่งเอาไว้
“แม่บ้านใหม่หรือคะพี่คล้าว” กิ่งแก้วเอ่ยถามคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามขึ้น เมื่อเด็กสาวแปลกหน้าเดินกลับเข้าไปในครัวอีกครั้ง
“อืม น้องเขาจะเข้ามาช่วยดูเื่ความสะอาดกับเื่มื้อเย็นให้น่ะ” คล้าวเอ่ยตอบ ไม่ได้ขยายความอะไรมากไปกว่านั้น
“เื่แค่นี้เอง พี่คล้าวไม่ต้องจ้างก็ได้ เดี๋ยวกิ่งช่วยเข้ามาดูให้” กิ่งแก้วรีบเอ่ยเสนอตัว
“อย่าเลยดีกว่า พี่เกรงใจ” คล้าวรีบตอบปัดด้วยความเกรงใจ
“แต่…” กิ่งแก้วตั้งท่าที่จะพูดโน้มน้าว แต่ก็ต้องเก็บคำพูดของตัวเองกลืนลงคอ เมื่อคนที่ไม่คุ้นหน้าเดินออกมาจากห้องครัวอีกครั้ง เพื่อนำจานอาหารมาวางไว้ที่โต๊ะอาหาร
แบมแบมเดินวนเวียนอยู่หลายรอบกว่าที่จะจัดโต๊ะอาหารเสร็จ ทำเอาสาวเ้าเวียนหัวอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน เพราะจำนวนอาหารที่กิ่งแก้วซื้อมานั้น มากมายหลายอย่างเสียจนคิดว่าซื้อมาเลี้ยงคนทั้งอำเภอ กลัวคนไม่รู้มั้งก็กำลังทำคะแนนกับอดีตพี่เขยของตัวเองอยู่
“เสร็จแล้วจ้ะ” แบมแบมเอ่ยพูดขึ้นเมื่อวางขวดน้ำเย็นและแก้วจำนวนสองใบลงบนโต๊ะอาหาร
“ขอบใจมากนะ วันนี้ใบบัวกลับไปได้เลยนะ งานบ้านค่อยมาทำต่อพรุ่งนี้” คล้าวหันไปสบตากับเด็กสาว ก่อนจะเอ่ยพูดเสียงนุ่มเพื่อไม่ให้ดูเป็การไล่คนตัวเล็กมากจนเกินไป
“จ้ะกำนัน” แบมแบมเอ่ยตอบรับอย่างว่าง่าย เก็บปากเก็บคำของตัวเองอย่างคนที่รู้จักความ
“ขอบคุณมากนะหนู กลับบ้านดี ๆ ละ มันพลบค่ำแล้ว” กิ่งแก้วเอ่ยพูดขอบคุณขึ้นสำทับ พร้อมกับแสดงความห่วงใยเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามประสาของผู้ใหญ่ใจดี
“จ้ะ ลานะจ๊ะ” แบมแบมเอ่ยตอบรับ พร้อมกับประนมมือไหว้ลาคนทั้งคู่
สาวเ้าเรือนร่างอวบอิ่มลอบยิ้มหวานให้กับเ้าของบ้านที่ยกมือขึ้นรับไหว้ตัวเอง ก่อนจะสาวเท้าเดินลงบันไดมาคร่อมรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจ และขับออกไปด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง ปากก็ก่นด่าคนที่มาขัดจังหวะความสุขของตัวเองลั่น
กิ่งแก้วที่สังเกตเห็นคนทั้งคู่แอบส่งยิ้มให้กัน แอบหน้าเจื่อน เมื่อเริ่มปะติดปะต่อทุกอย่างเข้าด้วยกันได้ ก็กลายเป็ว่ามีความเคลือบแคลงใจเสียจนเริ่มนั่งไม่ติดที่ ใจเริ่มหวาดหวั่นกับความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ขึ้นมาทันที
กิ่งแก้วเองที่เฝ้าตามดูแลพ่อลูกคู่นี้มาั้แ่ที่พี่สาวมาด่วนจากไปแบบกะทันหัน ส่วนหนึ่งก็เพราะเอ็นดูหลานชายที่ต้องกำพร้าแม่ หากแต่อีกเหตุผลก็เพราะเธอนั้น มีความรู้สึกเกินเลยให้กับพ่อของหลานชายตัวเองมาั้แ่ที่เริ่มแตกเนื้อสาว
แต่เพราะพี่สาวของเธออย่างกรองทอง ดันเป็เพื่อนร่วมห้องเรียนกับอีกฝ่าย จึงมีโอกาสได้ใกล้ชิดและมีโอกาสที่จะพัฒนาความสัมพันธ์กับคล้าวได้มากกว่าเธอ ต้นรักของทั้งคู่เลยถูกรดน้ำพรวนดินให้เติบโต ก่อนที่กิ่งแก้วจะได้สารภาพรักออกไป
ในวันที่รู้ว่าทั้งคู่เริ่มคบหากันในสถานะของคู่รัก กิ่งแก้วยังคงจำได้ดีว่าเธอนั้นร้องไห้เสียใจตลอดทั้งคืนจวบจนถึงเช้าวันใหม่อีกวัน และโลกทั้งใบก็เหมือนถล่มลงมาตรงหน้าเธออีกครั้ง เมื่อพี่สาวตั้งท้องกับชายคนรักทั้งที่ยังเรียนไม่จบกันทั้งคู่
ในวันแต่งงานของทั้งคู่ กิ่งแก้วทำได้เพียงยืนมองดูชายผู้เป็ที่รัก โอบกอดพี่สาวของเธอเอาไว้ในอ้อมกอดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างมีความสุข และถึงแม้จะทุกข์ระทมแค่ไหน กิ่งแก้วก็ทำได้เพียงส่งยิ้มยินดีให้กับคนทั้งคู่อยู่ไกล ๆ และทำได้แบกรับความเจ็บช้ำนั้นเอาไว้เพียงลำพัง
หลังจากที่ทั้งคู่เริ่มต้นที่จะสร้างครอบครัวด้วยกัน เด็กสาวอย่างกิ่งแก้วในตอนนั้น พยายามที่จะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับพี่เขยของตัวเองอยู่ตลอด แต่เพราะด้วยรักครั้งนี้เป็รักแรกของเธอ และเป็ความรักที่ไม่มีทางที่จะสมหวัง กิ่งแก้วต้องทนทุกข์ทรมานจากพิษรักในครั้งนั้น จนถึงเวลาที่เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
เธอได้ตัดสินใจขอพ่อแม่ลงใต้เพื่อไปอยู่กับผู้เป็น้าสาว โดยให้เหตุผลว่า้าที่จะไปศึกษาต่อที่มหาลัยชื่อดังของภาคใต้ แม้ว่าอีกนัยหนึ่งก็เพื่อที่จะหนีไปพักรักษาหัวใจที่มันบอบช้ำของตัวเองให้หายดี
ในตอนที่ศึกษาเล่าเรียน กิ่งแก้วไม่เคยเดินทางกลับมาเยี่ยมเยียนคนที่บ้านเลยสักครั้ง มีแต่พ่อกับแม่ที่เดินทางไปหา จวบจนกระทั่งเรียนจบ เธอก็ยังตัดสินใจที่จะทำงานในมหาลัยและเรียนต่อควบคู่ไปด้วย
แม้วันเวลาจะผ่านไปจนกระทั่งเธอเรียนจบปริญญาเอก และสามารถบรรจุเป็อาจารย์สอนที่มหาลัยที่ตัวเองเป็ศิษย์เก่าได้ เธอก็ยังไม่สามารถที่จะตัดใจจากพี่เขยของตัวเองได้
และนั่นก็เป็เหตุผลที่ทำให้เธอไม่ค่อยกลับบ้าน นานทีปีหนคนที่นี่ถึงจะได้มีโอกาสเห็นหน้าเธอสักครั้ง แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลก เมื่อพี่สาวที่ตั้งใจลงใต้ไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนสนิทของเ้าตัว กลับประสบอุบัติเหตุและเสียชีวิตคาที่
ทันทีที่ได้รู้ข่าว กิ่งแก้วรีบรุดไปที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว หากแต่ก็พบเพียงร่างที่ไร้ิญญาของพี่สาวที่โดนผ้าขาวคลุมทับร่างเอาไว้ เธอร่ำร้องออกมาปานจะขาดใจ กอดร่างที่เย็นชืดและมีแต่คราบเืเอาไว้แน่น
แม้ในเื่ความรักอีกฝ่ายจะถือว่าเป็ศัตรูตัวฉกาจของเธอ แต่ในสายสัมพันธ์ของความเป็พี่น้อง พี่กรองทองก็เป็พี่สาวที่ดีและน่ารักกับเธอเสมอมา ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่เธอทั้งคู่จะมีปัญหาผิดใจกัน
หลังจากการสูญเสียพี่สาวอย่างกรองทองไป ไม่ว่าจะเป็พ่อแม่ พี่เขยและหลานชาย ทุกคนก็ต่างจมอยู่ในความเศร้าตรม กินน้ำตาแทนข้าวกันอยู่หลายเดือน ทุกคนที่เธอรักใช้ชีวิตไปในแต่ละวันอย่างคนที่ไร้จิติญญา
นั่นเป็เหตุผลที่ทำให้กิ่งแก้วตัดสินใจลาออกจากการเป็อาจารย์สอนหนังสือจากมหาลัยชื่อดัง และย้ายถิ่นฐานกลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่ภูมิลำเนาเดิมของตัวเองั้แ่นั้นเป็ต้นมา
และเป็คนที่คอยดูแลให้ความช่วยเหลือสองพ่อลูกอย่างคล้าวและเก้าเป็อย่างดีมาโดยตลอด และยิ่งได้กลับมาใกล้ชิดกับผู้ชายที่เป็รักแรกของตัวเอง มันยิ่งทำให้กิ่งแก้วได้รู้ว่าเวลาที่ผ่านมาร่วมสิบกว่าปีนั้น เธอไม่เคยเลิกรักผู้ชายคนนี้ได้เลย เธอเลยตัดสินใจที่จะตั้งหน้าตั้งตาทำความดีเพื่อซื้อใจผู้ชายที่เธอรักดูอีกสักครั้ง ซึ่งเปรียบเสมือนการเดิมพันครั้งสุดท้ายของเธอ
แม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา พี่คล้าวจะยังไม่มีทีท่าใด ๆ ว่าจะมีความรู้สึกเกินเลยให้กับเธอ หากแต่เธอก็ยังคงมีความหวังลม ๆ แล้ง ๆ เยียวยาหัวใจของตัวเองต่อไปในแต่ละวัน เพราะอีกฝ่ายก็ไม่มีทีท่าว่าจะมีคนอื่นใหม่มาแทนที่พี่สาวของเธอเหมือนกัน
ความสัมพันธ์พ่อของหลานชายและน้าสาวของลูกชายระหว่างเธอกับอีกฝ่ายดำเนินไปหลายปี จนกระทั่งพวกเราต้องพบเจอกับความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้ง เมื่อเ้าเก้ามาด่วนจากไปแบบกะทันหันอีกคน
เธอที่ผ่านพ้นหลายเหตุการณ์ที่ยากลำบากมาร่วมกันกับคล้าว ก็ได้แต่หวังว่าเขาจะมองเห็นความดีของเธอที่ผ่านมาบ้าง และเปิดใจยอมรับกัน ให้เธอได้เป็คนนั้น คนที่จะเข้าเข้ามาอยู่เคียงข้างกันไปในบั้นปลายของชีวิต
“กิ่ง กิ่งแก้ว” คล้าวเอ่ยเรียกคนที่อยู่ในอาการเหม่อลอย
“ค่ะ” กิ่งแก้วสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขานรับ ใบหน้าสวยที่ละม้ายคล้ายคลึงกับผู้เป็พี่สาวแย้มยิ้มเล็กน้อยเพื่อเป็การแก้เก้อ
“เป็อะไรหรือเปล่า ไม่สบายหรือ” กำนันคล้าวเอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็ห่วง เพราะเขาก็เอ็นดูเธอไม่ต่างจากน้องสาวแท้ ๆ ของตัวเอง
“เปล่าค่ะ กิ่งสบายดี แค่คิดอะไรเพลินไปหน่อย ไปทานข้าวกันเถอะค่ะ” กิ่งแก้วเอ่ยปฏิเสธ ก่อนจะเอ่ยชักชวนอีกฝ่ายไปทานข้าว
“อืม ไปสิ” ร่างหนาเอ่ยตอบรับ ผุดลุกขึ้นสาวเท้าเดินไปที่โต๊ะอาหาร
คนทั้งคู่นั่งทานอาหารเย็นร่วมกัน สลับกับพูดคุยเื่ต่าง ๆ บ้างเพื่อไม่ให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารมันเงียบจนเกินไป ซึ่งหัวข้อบทสนทนาส่วนมากจะเป็เื่ที่เกี่ยวกับกรองทองและเก้าที่ลาจากโลกนี้ไปแล้วทั้งสิ้น
“กิ่งกลับก่อนนะคะ ไว้วันหลังจะแวะมาเยี่ยมใหม่” กิ่งแก้วเอ่ยลา หลังจากที่ช่วยอีกฝ่ายจัดการเก็บจาน และทำความสะอาดโต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว
“ขับรถดี ๆ นะ ฝากสวัสดีพ่อกับแม่ด้วย บอกแกว่าว่าง ๆ พี่จะแวะเข้าไปเยี่ยม”
“ค่ะ” กิ่งแก้วเอ่ยตอบรับพร้อมกับยกยิ้มส่งไปให้ ก่อนจะหมุนตัวเดินลงบันได
คล้าวยืนมองรถเบนซ์สีขาวที่เคลื่อนตัวออกไปจากตัวบ้านไปตามถนน ก่อนจะพรั่งพรูลมหายใจออกมาหนึ่งครั้งด้วยความอึดอัดใจ เพราะเขารู้ดีว่าหญิงสาวที่พึ่งจากไปมีความรู้สึกยังไงให้กับตัวเอง
แต่เขาไม่สามารถที่จะคิดกับอีกฝ่ายเป็อื่น นอกจากน้องสาวได้จริง ๆ เพราะแค่เห็นหน้าของอีกฝ่ายมันก็พาลให้คิดถึงภรรยาที่ด่วนจากไป เขาไม่้าที่จะใช้ใครมาเป็ตัวแทนความรักครั้งแรกของตัวเองทั้งนั้น ไม่ว่าอีกฝ่ายจะพยายามทำดีต่อเขาแค่ไหนก็ตาม
ผนวกกับสถานะของเขาและกิ่งแก้ว หากมาลงเอยอยู่กินกันเอง ก็คงไม่วายที่จะเป็ข่าวฉาวให้คนได้พูดถึงกันทั่วทั้งจังหวัด และอีกอย่างเขาก็ไม่มีความคิดที่จะทำตัวเป็พระยาเทครัวอะไรเทือกนั้นอยู่แล้ว มิหนำซ้ำใจของเขามันไม่เคยมีเลยสักเศษเสี้ยว ที่จะสามารถมอบความรักให้กับอีกฝ่ายในเชิงชู้สาวได้
………………………………………………….
กิ่งแก้วได้โปรดหยุดทุกความคิดของเธอเดี๋ยวนี้ ผู้ชายคนนี้เขาเป็ของลูกสาวคนแซ่บของเลดี้ค่ะ หยุดจาบจ้วงอาจหาญจะคิดแย่งไป
อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ส่งฟีดแบคกลับมาหานักเขียนอย่างเลดี้หน่อยนะคะ อยากบอกว่าการได้อ่านคอมเม้นท์ มันเป็แรงผลักดันในการอัพนิยายมาก ๆ เลย // อ้อน
และอย่าลืมกดเข้าชั้น กดหัวใจ และที่สำคัญอย่าลืมกดติดตามนามปากกาอิสตรีเริงรมย์กันเอาไว้นะคะ เพราะตอนนี้กำลังเร่งสานต่อพล็อตมากมายที่ได้ทำการดองเอาไว้ในไหแบบเร่งด่วน และแพลนที่จะปล่อยงานในตอนนี้ก็ยาวทั้งปี ฮือออ // กระพริบตาปริบ ๆ