ตอนที่ 19 พี่ใหญ่ออกโรง
ทันทีที่ได้รับสายจากน้องชายของตัวเอง เฉินหยิ่นหลินก็รีบเดินทางมายังเรือวิกตอเรียใน่บ่ายวันนั้น คนบนดาดฟ้าเรือมีเื่ให้ฮือฮากันอีกครั้งเมื่อเห็นคุณชายใหญ่ตระกูลเฉินก้าวขึ้นเรือมาพร้อมกับบอดี้การ์ดกลุ่มใหญ่ เมื่อขึ้นเรือได้เฉินหยิ่นหลินก็ไม่รอช้า เขารีบสาวเท้ายาว ๆ ตามพนักงานต้อนรับบนเรือไปเพื่อให้ถึงห้องพักของน้องชายให้เร็วที่สุด
‘ก๊อก ก๊อก ก๊อก’
“ใคร?”
เสียงแหบพร่าผิดปกติที่ดังออกมาจากในห้องทำให้เฉินหยิ่นหลินขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเป็ฝ่ายเอ่ยขึ้น
“ฉันเอง พี่ใหญ่”
สิ้นเสียงตอบรับนั้น ประตูที่ถูกปิดสนิทก็เปิดออก เฉินหยิ่นหลินสั่งให้ลูกน้องของตนรออยู่ข้างนอก ส่วนตัวเองก็ก้าวเข้าไปในห้องพร้อมกล่องที่บรรจุยาระงับฮีทไว้
“อันหลาน เกิดอะไรขึ้น?”
“ยา....”
พูดได้เพียงเท่านั้น ขาทั้งสองข้างของเฉินอันหลานก็อ่อนยวบลงกะทันหัน โชคยังดีที่เฉินหยิ่นหลินไหวตัวทันจึงรีบเข้ามาประคองน้องชายไว้ได้ก่อนที่เขาจะล้มลงไปกับพื้น เฉินหยิ่นหลินไม่เอ่ยถามให้มากความอีกต่อไป เขารีบอุ้มร่างอ่อนปวกเปียกของเฉินอันหลานเข้าไปในห้องนอนอย่างรวดเร็ว
เฉินอันหลานรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยหลังจากได้เอนกายลงบนเตียงนอนในห้องพักของตนและรับน้ำที่เฉินหยิ่นหลินรินให้มาดื่ม ดวงตาทั้งสองข้างของคนป่วยค่อย ๆ มองไปทางพี่ชายของตัวเอง ริมฝีปากเผยอขึ้นเล็กน้อยคล้ายพยายามจะเอ่ยอะไรบางอย่างแต่ความร้อนผ่าวที่เกิดขึ้นภายในลำคอทำให้เขาไม่อาจเปล่งเสียงพูดออกมาได้แม้เพียงครึ่งคำ
“อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย นายพักผ่อนก่อนเถอะ”
“ไม่...เป็ไรครับ”
เฉินอันหลานฝืนตอบกลับพี่ชายด้วยความยากลำบาก น้ำเสียงที่ถูกเปล่งออกมาจากลำคอที่แสบร้อนนั้นแ่เบาและแหบพร่า สร้างความรู้สึกเ็ปใจให้แก่คนฟังยิ่งนัก
เวลาเพียงสองวันบนเรือสำราญสุดหรูกลับสามารถทำให้น้องชายของเขามีสภาพย่ำแย่ได้ถึงขนาดนี้ เฉินหยิ่นหลินทั้งเ็ปและแค้นใจ สาบานได้เลยว่าเขาจะต้องลากคอไอ้คนที่มันทำกับน้องน้อยของเขาแบบนี้ออกมา แล้วเอามีดแทงซ้ำ ๆ ให้จงได้
“อันหลาน บอกพี่มา ใครทำให้นายตกอยู่ในสภาพแบบนี้?”
“ยา...ยาระงับหน่อย”
“ฉันเอามาให้แล้ว รอเดี๋ยวนะ”
ในเมื่อเฉินอันหลานไม่พูด คนเป็พี่ก็จนใจจะสืบสาวเอาความจริงออกมา สุดท้ายจึงทำได้เพียงปล่อยวางเื่นี้ไปก่อน แล้วเปิดกล่องบรรจุยาระงับฮีทออกตามคำขอของน้องชาย ด้านในกล่องมีเข็มฉีดยาขนาดเล็กอยู่ เฉินหยิ่นหลิน
พับแขนเสื้อน้องขึ้น จากนั้นจึงหยิบเข็มฉีดยาขึ้นมาและฉีดมันให้กับเฉินอันหลาน
รอยแดงช้ำทั่วท่อนแขนขาวที่ปรากฏแก่สายตานั้น ทำให้ผู้เป็พี่แทบคลั่ง ั์ตาแข็งกร้าวฉายประกายสังหารออกมาวูบหนึ่ง มือที่จับต้นแขนของน้องชายอยู่เผลอออกแรงบีบจนเฉินอันหลานนิ่วหน้าและส่งเสียงออกมาด้วยความเ็ป เสียงร้องของเฉินอันหลานทำให้เฉินหยิ่นหลินได้สติ เขารีบคลายน้ำหนักมือลงและค่อย ๆ ถอนเข็มฉีดยาออกมา
ได้เห็นแววตาของพี่ชายแล้วเฉินอันหลานก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก เขาทำเพียงเอื้อมมืออีกข้างมาดึงแขนเสื้อลงเพื่อปกปิดร่องรอยบนร่างกายไว้ตามเดิม
“ใคร?”
“ผมไม่รู้จักเขา”
“อันหลาน นายไม่ใช่คนเลอะเลือนนะ”
เฉินอันหลานเบือนหน้าไม่กล้าสบตาพี่ชายของตัวเอง
ปฏิกิริยาของเฉินอันหลานอยู่ในสายตาของเฉินหยิ่นหลินทั้งหมด เขารู้ว่าเมื่อกี้ตัวเองเผลอแสดงท่าทางน่ากลัวใส่น้องชายออกไป เฉินหยิ่นหลินนึกโทษตัวเองอยู่ในใจ เกิดความเงียบขึ้นระหว่างบทสนทนาของพวกเขาสองพี่น้องอยู่พักหนึ่ง จากนั้นจึงเป็เฉินหยิ่นหลินที่เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน
“อันหลาน พี่ใหญ่ไม่ได้หมายความอย่างนั้น อย่าคิดมากเลยนะ”
เฉินอันหลานก้มหน้าลงไม่พูดอะไรต่อ
“อันหลาน กลับบ้านกับพี่ใหญ่เถอะ”
“.......”
“อันหลาน”
เฉินอันหลานไม่ตอบกลับ เขาเงียบไปพักหนึ่ง จากนั้นจึงตัดสินใจพูดออกไป
“ผมไม่เป็ไรครับ รองานเลี้ยงจบในอีกสองวันข้างหน้าแล้วผมค่อยกลับไป”
เมื่อรู้ว่าน้องชายตัวเองกำลังดื้อแพ่ง เฉินหยิ่นหลินจึงไม่พยายามโน้มน้าวอีก เขาเลิกผ้าห่มขึ้นและห่มให้น้องชายด้วยความอ่อนโยน จากนั้นจึงนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงเหมือนในตอนที่พวกเขายังเป็เด็ก
เมื่อเฉินอันหลานผล็อยหลับไปแล้ว เฉินหยิ่นหลินจึงเดินออกมาจากห้อง ก่อนจะปิดประตูลงเบา ๆ
“คุณชายใหญ่ พาตัวมาแล้วครับ”
“นายคอยเฝ้าอันหลานอยู่ที่นี่แล้วกัน”
“ครับ”
เฉินหยิ่นหลินก้าวเข้ามาในห้องรับรองหลังจากสั่งการกับลูกน้องของเขาเรียบร้อย กัปตันเรือมารออยู่ก่อนแล้ว เขานั่งอยู่บนโซฟากลางห้องด้วยท่าทางเคร่งเครียด เมื่อเห็นเฉินหยิ่นหลินก้าวเข้ามาก็ทำตาตื่น รีบกุลีกุจอยืนขึ้นและโค้งตัวลงเพื่อทำความเคารพเขา เฉินหยิ่นหลินโบกมือปฏิเสธและผายมือให้เขานั่งลง
แม้จะนั่งลงแล้ว แต่กัปตันยังคงอยู่ในอาการตื่นตระหนก เขานั่งตัวเกร็งและไม่กล้าส่งเสียงอะไรออกมา
“อันหลานกลับถึงห้องเมื่อไหร่?”
“ไม่ ไม่แน่ใจครับ”
“ฉันให้นายส่งคนไปคอยเฝ้าอันหลานไว้ แต่นายกลับไม่รู้แม้กระทั่งว่าน้องฉันกลับห้องเมื่อไหร่งั้นเหรอ”
กัปตันเรือตัวสั่นเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นมองเฉินหยิ่นหลินแล้วก็รีบก้มหน้าลงเหมือนเดิม สุดท้ายจึงรวบรวมความกล้าแล้วพูดออกไปด้วยความระมัดระวัง
“ผมเช็กความเคลื่อนไหวของคุณชายเฉินได้จากกล้องวงจรปิดครับ แต่วันก่อนคนของตระกูลเอสเตถอดกล้องวงจรปิดตรงบริเวณทางเดินออกไปหมดเลยครับ คนธรรมดาผ่านเข้าออกบริเวณนั้นไม่ได้ ดังนั้น...”
เมื่อได้ยินกัปตันเอ่ยถึงคนตระกูลเอสเต แววตาของเฉินหยิ่นหลินก็เคร่งขรึมขึ้นทันตา
“โอดินอยู่ที่นี่เหรอ?”
"ครับ" กัปตันพยักหน้าและกล่าวตอบรับ
"ทำไมเขาถึงได้สนใจงานเลี้ยงแบบนี้ได้ล่ะ?" คิ้วของเฉินหยิ่นหลินเริ่มขมวดเป็ปม
“เอ่อคือ คุณชายครับ ผมได้ยินมาว่ามีคนหายตัวไปหรือไม่ก็ถูกฆาตกรรมบนเรือลำนี้ นั่นจะใช่...”
"ไม่มีทาง” เฉินหยิ่นหลินพูดตัดบทขึ้นมาทันที จากนั้นก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“คนของตระกูลเอสเตไม่เคยทิ้งเื่ยุ่งยากอะไรไว้ตามเช็ดทีหลัง ถ้าพวกเขายังอยู่บนเรือลำนี้ ไม่มีทางที่จะฆ่าคนแล้วสร้างปัญหาให้กับตัวเองหรอก”
"ให้ผมคอยตามคุ้มกันคุณชายเล็กมั้ยครับ?" ลูกน้องของเฉินหยิ่นหลินยื่นหน้าเข้ามากระซิบที่ข้างหู
"ไม่ต้อง อันหลานไม่ชอบให้คนตาม"
เฉินหยิ่นหลินนิ่งไปสักพักแล้วจึงหันไปออกคำสั่งกับกัปตันที่นั่งเงียบอยู่บนโซฟาตัวข้าง ๆ
“อีกสองวันที่เหลือคอยจับตาดูอันหลานให้ฉันด้วย ถ้าเกิดเื่ขึ้นกับเขาอีก คราวนี้ฉันจะโยนนายลงทะเลให้กลายเป็อาหารปลาจริง ๆ ”
“ได้ครับ”
ก้มตัวก้มหัวลงพร้อมกล่าวรับคำสั่ง
เฉินหยิ่นหลินพยักหน้าด้วยความพอใจ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เขาจึงพาลูกน้องออกจากเรือลำใหญ่ไป