ตอนที่ 18 ไม่ต้องกังวล
เนื่องจากเจียงฉือไม่ได้นอนเกือบทั้งคืนภาพที่หวังฉิงเห็นในวันต่อมาก็เลยเป็เช่นนี้ เด็กหนุ่มนั่งอยู่หลังโต๊ะโดยที่ใต้ตามีรอยคล้ำสีเข้มปากก็ยังท่องคำศัพท์ภาษาอังกฤษไม่หยุด
หวังฉิงพูดขึ้นอย่างหยอกเย้าว่า“เจียงฉือ เมื่อวานนายไปต่อยกับใครมาหรือไง”
“พูดอะไรของเธอ เมื่อวานฉันทำแบบฝึกทั้งคืน”เจียงฉือมองเธอด้วยใบหน้าบูดบึ้ง น้ำเสียงก็อ่อนล้าไร้เรี่ยวแรง
“นายก็ไม่เห็นจำเป็ต้องพยายามขนาดนี้เลยนี่ นายต้องมั่นใจในตัวเองบ้างนะ”หวังฉิงกล่าว
“จะให้ทำไงได้ล่ะ ยังไงฉันก็ไม่นั่งโต๊ะเดียวกับสวี่กู้เด็ดขาด!” เจียงฉือบ่น
“เสี่ยวฉือฉือของฉัน~ ฉันซาบซึ้งมากไม่คิดเลยว่าเพื่อให้ได้นั่งโต๊ะเดียวกับฉัน นายจะพยายามถึงขนาดนี้ ถึงแม้ผลการเรียนฉันจะไม่ค่อยดีแต่ฉันจะสนับสนุนนาย” หวังฉิงเอ่ยด้วยใบหน้าซาบซึ้ง ทั้งยังแสร้งทำท่าเช็ดแก้มที่ไม่มีอะไรเลยสักนิดอีกด้วย
เจียงฉือถูกคำพูดชวนขนลุกของเธอทำให้คลื่นไส้เลยกลอกตาใส่เธออย่างหมดคำพูด แล้วพยายามท่องหนังสือต่อ
ทว่าในคาบอ่านหนังสือตอนเช้าเสียงอ่านของเจียงฉือกลับยิ่งเบาลงเรื่อยๆ สุดท้ายก็เงียบสนิท หวังฉิงหันมาก็พบว่าเขาหลับฟุบลงไปกับโต๊ะั้แ่ตอนไหนก็ไม่รู้แล้ว
ระหว่างเรียน ขณะที่หวังฉิงกำลังทำการบ้านอยู่อยู่ๆ ตรงหน้าก็มีเงาร่างดำๆ ร่างหนึ่งปรากฏขึ้น
“ว๊าย!”เธอเงยหน้าขึ้นมอง หลังจากที่เห็นชัดๆ ว่าเป็กู้ชวน เธอก็ใจนสะดุ้งถอยหลังไปผลลัพธ์ก็คือแรงจนไปกระแทกกับโต๊ะด้านหลัง
โต๊ะของสวี่กู้สั่น เขาจึงเงยหน้าขึ้นมามองทางด้านหน้า
“เขาเป็อะไร” กู้ชวนมองหวังฉิงและเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเ็า
‘พระเ้าลูกพี่ใหญ่คุยกับฉันแล้ว ทำยังไงดี ฉันควรจะตอบยังไงดี’ หวังฉิงคิดในใจอย่างตื่นตระหนกจากนั้นก็เปิดปากเอ่ยอย่างตะกุกตะกัก “ขะ…เขา เมื่อวานเขาไม่ได้นอนเลยทั้งคืนน่ะ”
หวังฉิงมองท่าทีของเด็กหนุ่มตรงหน้าโดยไม่กล้าขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อยพร้อมทั้งกลืนน้ำลายอย่างหวาดหวั่น
กู้ชวนขมวดคิ้วครุ่นคิด แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออกจริงๆเลยถามอีกว่า “ทำไม”
‘ทะ…ทำไมงั้นเหรอ นี่ฉันควรจะตอบยังไงดี หรือว่าฉันควรจะบอกไปตรงๆ เลยว่าเจียงฉือไม่อยากนั่งโต๊ะเดียวกับสวี่กู้ก็เลยอ่านหนังสือโต้รุ่งน่ะ’
‘แต่โต๊ะข้างหลังก็คือลูกพี่ใหญ่ที่เธอไม่กล้ามีเื่ด้วยเหมือนกันถ้าหากรู้ว่าคนที่ตนชอบไม่อยากนั่งโต๊ะเดียวกับตน จากความรักเปลี่ยนเป็ความเกลียดอย่างนั้นพวกเธอสองคนจะไม่ซวยเอาเหรอ ถึงแม้ตัวเธอเองจะเกลียดเขา แต่เธอเองก็เป็คนตัวเล็กตัวน้อยแค่นี้จะกล้าไปหาเื่เขาได้อย่างไร! แค่พวกผู้หญิงของเขาก็สามารถจับเธอกินได้แล้ว’
ขณะที่หวังฉิงรู้สึกว่าตนต้องจบเห่แน่ในที่สุดเจียงฉือก็ตื่นขึ้นมา
“เกิดอะไรขึ้น” เจียงฉือที่ฟุบอยู่กับโต๊ะเอียงหน้ามาหาหวังฉิงพอลืมตาก็เห็นหวังฉิงทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ เลยเอ่ยถามออกมา
หวังฉิงพยายามบอกใบ้ทางสายตาจนหน้าแทบจะเป็ตะคริวอยู่แล้วเจียงฉือถึงได้ยืดตัวขึ้นมาด้วยใบหน้ามึนงง
“กู้ชวน”
เจียงฉือตาเป็ประกาย เขายิ้มหน้าบานให้กู้ชวนและเอ่ยเรียกเสียงหวาน
“เฮ้ ฉันว่านะเจียงฉือ ถ้านายจะอยากนั่งโต๊ะเดียวกับฉันขนาดนี้ ก็น่าจะเลิกพยายามแข่งกับฉันแล้วใช้โอกาสนี้นอนไปดีกว่านะ” กู้ชวนยังไม่ได้ทันได้พูดอะไรก็ได้ยินเสียงกวนบาทาของสวี่กู้ดังขึ้นมาจากด้านหลัง ขณะที่พูดเขาก็ใช้ปากกาแหย่เจียงฉือไปด้วยกู้ชวนจึงเหลืบสายตามองไปแวบหนึ่ง
เจียงฉือได้ฟังคำพูดของเขาก็หันกลับมาด้วยสีหน้าหงุดหงิด “นายนี่น่ารำคาญจริงๆ เลย”
สวี่กู้มองเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างตกตะลึงในระยะนี้ นี่เป็ครั้งแรกที่อีกฝ่ายยอมพูดกับตน แต่เขาคาดไม่ถึงเลยว่ามันจะเป็ประโยคแบบนี้“ฉัน…” ขณะที่กำลังจะพูดอะไรสักอย่าง ก็พบว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าหันกลับไปโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยแม้แต่เศษเสี้ยวสายตาก็ยังไม่หลงเหลือไว้ให้เขาเลย นี่ทำให้สวี่กู้จิตตกมาก
“กู้ชวน นายมาทำไมเหรอ” เจียงฉือถามอย่างอ่อนโยนน้ำเสียงแตกต่างกับเมื่อกี้ลิบลับ
“ไม่มีอะไร มาดูนายเฉยๆ เื่สอบก็ไม่ต้องกังวล”กู้ชวนย้ายสายตารังเกียจออกมาจากตัวสวี่กู้ และยื่นมือมาลูบหัวเจียงฉือพลางเอ่ยปลอบอย่างอ่อนโยน
ทั้งห้องตกอยู่ความตื่นตะลึงอีกครั้งแต่ไม่มีใครกล้าพูดอะไร ได้ยินเพียงเสียงสั่นครืดๆๆ ของโทรศัพท์มือถือเท่านั้น
หวังฉิงหยิบมือถือขึ้นมาตอบข้อความในกลุ่มอย่างระมัดระวังหน้าก็แทบจะมุดลงไปใต้โต๊ะอยู่แล้ว
สวี่กู้ที่อยู่โต๊ะด้านหลังมองท่าทางหวานชื่นของทั้งสองคนด้วยใบหน้าโมโหก่อนจะกระแทกประตูเดินออกไป…
ตอนเที่ยงเจียงฉือถูกครูประจำชั้นเรียกให้อยู่ก่อนอีกครั้งเขาบอกกู้ชวนว่ามีเื่จะถามครูเลยต้องใช้เวลาสักพัก ให้อีกฝ่ายไปลางานกับเถ้าแก่เนี้ยให้หน่อยจากนั้นเขาก็ทนฟังการอบรมสั่งสอนอยู่ที่นี่คนเดียวอย่างน่าเวทนา
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/2950e7d742c903d7a687d9b0ce2dfde8