นับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว]

    ม้วนที่ 3 การเดินทางเสี่ยงอันตราย เล่มที่ 2 บทที่ 55 โรงเรียนเวทมนตร์ฝั่งตะวันออก (1)

            โม่จ้านลงจากรถม้าตรงหน้าประตูทางเข้าโรงเรียนเวทมนตร์ฝั่งตะวันออก ถอดเสื้อคลุมกันฝุ่นออกก่อนลูบรอยยับบนอาภรณ์ให้ราบเรียบ ครั้นทหารรักษาการณ์เห็นโม่จ้านที่แต่งกายเป็นพ่อบ้านจึงพยักหน้า บอกใบ้ให้อีกฝ่ายไปรอยังห้องทหารรักษาการณ์

           ผู้รับหน้าที่ต้อนรับคือสตรีวัยกลางคน สายตาของสตรีวัยกลางคนที่กำลังขมวดคิ้วฉายแววสงสัย กระทำการ ‘ประเมิน’ โม่จ้านจากหัวจรดเท้าหลายต่อหลายรอบ

           “ขออภัยที่ข้าเสียมารยาท ท่านคือพ่อบ้านของเก๋อจือ เคอซือจริงหรือ? อายุของท่าน...”

           “คุณผู้หญิงฝ่ายต้อนรับ ข้าคิดว่าท่านได้ทำผิดสามประการ” โม่จ้านสายตามองตรง สีหน้าค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม

           “ประการแรก ท่านมิควรตัดสินข้าจากรูปลักษณ์ภายนอก ประการที่สอง ท่านมิควรตัดสินระดับความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของข้าด้วยอายุ ประการที่สาม หากท่านสงสัยในความภักดีที่ข้ามีต่อคุณชายน้อยเก๋อจือ เช่นนั้นโปรดอภัยหากข้าจะแสดงออกถึงการประท้วงท่านอย่างเด็ดขาดในนามของตนเอง และขอให้ท่านเก็บคำพูดประโยคนี้กลับไป”

           การโต้กลับติดต่อกันสามชุดทำเอาหญิงสาววัยกลางคนถึงกับมึนเบลออยู่บ้าง ท้ายที่สุดยังคงตรวจสอบตราของเก๋อจือและสมุดรายงานอย่างเชื่อครึ่งมิเชื่อครึ่ง เมื่อมั่นใจว่าไม่มีการปลอมแปลง พนักงานต้อนรับจึงเรียกทหารรักษาการณ์มาคนหนึ่งแล้วให้โม่จ้านตามเขาไปพบศาสตราจารย์ไหลมั่น

           โม่จ้านเดินตามทหารรักษาการณ์อยู่ด้านหลัง ทว่าสายตากลับอดสอดส่องโดยรอบมิได้ ขณะมองเงาร่างกระฉับกระเฉงเปี่ยมพลัง ตนอดหวนนึกถึงช่วงเวลาเมื่อครั้งอยู่มหาวิทยาลัยมิได้ มีเรื่องน่ายินดีอย่างการชนะถ้วยรางวัลอันดับหนึ่ง และยังมีช่วงเวลาน่าเศร้าสลดอย่างการสอบตก นั่นคือหนึ่งในช่วงเวลาวัยรุ่นของตน

           ทันใดนั้นความรู้สึกมากมายผสมปนเป ทำให้ฝีเท้าของโม่จ้านช้าลงหนึ่งจังหวะโดยมิรู้ตัว

           “ท่านโม่เจ๋อเอ่อร์? ท่านเป็นอันใดไป?”

           เสียงของทหารรักษาการณ์ดังขึ้นข้างหู โม่จ้านได้สติกลับมาทันใด ตนเผยรอยยิ้มขออภัยให้ทหารรักษาการณ์

           “ขณะมองเหล่านักเรียนก็นึกถึงเรื่องราวในอดีตของตนเอง รู้สึกคิดถึงอยู่บ้างเท่านั้น”

           ทหารรักษาการณ์ตอบกลับด้วยการคลี่ยิ้มบางอย่างเข้าอกเข้าใจเช่นกัน “ท่านโม่เจ๋อเอ่อร์แลดูอ่อนเยาว์อย่างมาก คงจะเป็นพ่อบ้านสืบสายเลือดใช่หรือไม่ขอรับ?”

           “...เอ่อ? อ้อ มิใช่ หากจะให้พูดจริงๆ ข้านับว่าเป็นเพียงพ่อบ้านชั่วคราว ช่วยทำงานให้คุณชายน้อยเป็นการชั่วคราวเท่านั้น พ่อบ้านคนเก่ามีอาการป่วยติดตัว มิอาจทนความลำบากจากการเดินทาง”

           โม่จ้านหรี่ดวงตาและมิได้ยอมรับฐานะของตนอย่างคล้อยตาม กลับเป็นการมอบหนึ่งคำตอบคลุมเครือ ตนมิรู้ว่า ‘พ่อบ้านสืบสายเลือด’ หมายความว่าอย่างไร ทว่าเมื่อดูจากคำที่ใช้ก็พอจะเดาได้บ้าง

           “เชิญทางนี้ขอรับ ห้องทำงานของศาสตราจารย์ไหลมั่นอยู่ฝั่งซ้ายมือตรงสุดทางเดินชั้นสอง ข้าจะรอท่านอยู่ที่นี่ขอรับ”

           ทหารรักษาการณ์ผายมือและเผยรอยยิ้มอย่างมีมารยาทอีกครั้ง โม่จ้านพยักหน้า ตามด้วยก้าวเท้าเข้าไปในโถงทางเดิน

           หากเมื่อครู่ตนตอบรับอย่างขอไปที เกรงว่าคงจะเผยพิรุธเสียแล้ว ด้วยระดับความ ‘เอาใจใส่’ อย่างมากที่มาร์ควิสเคอซือมีต่อเก๋อจือยามอยู่ในโรงเรียน พนักงานต้อนรับไม่มีทางไม่รู้ว่าพ่อบ้านของพวกเขาคือใคร ยิ่งไม่มีทางไม่รู้ว่าพ่อบ้านของตระกูลเคอซือสืบทอดทางสายเลือดหรือไม่ เมื่อครู่ตนเพิ่งจะแสร้งทำเป็นโมโห พนักงานต้อนรับกลัวว่าจะเป็นการสร้างความหมางใจให้ตระกูลเคอซือจึงได้ให้ทหารรักษาการณ์มาสืบความจริง

           ...ช่างมิต่างกับการหารือธุรกิจเสียจริง กระทั่งผู้เฝ้าประตูกับผู้นำทางยังคิดหยั่งเชิงคน จะเอ่ยสักประโยคยังต้องอ้อมหลายตลบ เหนื่อยใจ

           โม่จ้านจัดระเบียบผ้าผูกทรงหูกระต่ายก่อนจะเคาะประตูไม้โอ๊คสีอ่อน

           “เข้ามาเถิด”

           เสียงบุรุษติดหูมิต่างจากแม่เหล็กดึงดูด ยามเหล่าลูกศิษย์ได้ฟังคงจะรู้สึกผ่อนคลายมิน้อย

           โม่จ้านผลักประตูเข้าไป พบกับบุรุษวัยห้าสิบนั่งอยู่บนเก้าอี้ สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเมล็ดข้าวมิแปดเปื้อนเศษฝุ่น ยกยิ้มอ่อนโยนจนตาหยีเข้าคู่กับแว่นตากรอบทอง ร่างทั้งร่างเผยกลิ่นอายสง่างามมีความรู้เช่นข้าราชการระดับสูง

           คาดว่านี่คงเป็นศาสตราจารย์ไหลมั่น

           “สวัสดีท่าน ข้าน้อยคือตัวแทนพ่อบ้านของคุณชายน้อยเก๋อจือ เหตุที่มาเยือนในวันนี้ก็เพื่อส่งภารกิจสำเร็จการศึกษาของคุณชายน้อยขอรับ”

           โม่จ้านก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเพื่อส่งสมุดบันทึกพร้อมทั้งไตร่ตรองคำพูดของตน

           “...เก๋อจือเจ้าเด็กคนนั้น?”

           ไหลมั่นมองช่องด้านในสมุดบันทึกด้วยความตกตะลึง ขนนกขนาดเท่านิ้วชี้หนึ่งเส้นวางอยู่ด้านบนอย่างเงียบเชียบ

           “ภารกิจที่เขาจับได้มินับว่าง่าย นึกมิถึงว่าจะทำสำเร็จเร็วถึงเพียงนี้?”

           โม่จ้านประคองคริสตัลบันทึกเรื่องราวด้วยสองมือ “ท่านสามารถตรวจสอบได้ด้วยตนเองขอรับ”

           ไหลมั่นดูผ่านๆ รอบหนึ่ง เลนส์คริสตัลบนจมูกของเขาสะท้อนแสงสีขาว

           “อืม...ผ่านหรือไม่ มิใช่เรื่องที่ข้าตัดสินได้เพียงลำพัง ยังต้องผ่านการตัดสินจากอาจารย์ที่ปรึกษาอีกสองคน ท่านโปรดรอสักครู่”

           ไหลมั่นแตะลงบนคริสตัลหนึ่งก้อนที่มีลักษณะคล้ายเสา สีสันแตกต่างกันไม่กี่สายพลันกระจัดกระจายออกมาก่อนบินออกไปนอกหน้าต่าง

           โม่จ้านมองการกระทำทั้งหมดของไหลมั่นด้วยความสนใจใคร่รู้ หรือนี่คือวิธีติดต่อสื่อสารของโลกเวทมนตร์? ดูแล้วคล้ายกับการส่งจดหมายผ่านเวทมนตร์ ช่างเต็มไปด้วยความน่าพิศวง

           แน่นอนว่าโม่จ้านมิได้โง่ถึงขั้นเอ่ยความอยากรู้อยากเห็นออกไป เพียงเริ่มสอบถามเรื่องเกี่ยวกับเก๋อจือราวกับเป็นพ่อบ้านที่แท้จริง

           “การแสดงออกของคุณชายน้อยเก๋อจือยามอยู่ที่นี่เป็นอย่างไรบ้างขอรับ? มีสิ่งใดสร้างความลำบากให้ท่านหรือไม่?”

           ไหลมั่นหัวเราะพลางโบกมือ “ถึงแม้เจ้าเด็กคนนั้นจะไม่มีรอยหยักในสมอง แต่ทว่าก็มีพรสวรรค์ด้านพลังเวทสูงมาก ไม่ทำให้ข้าต้องเหนื่อยใจในด้านการเรียนแม้แต่น้อย”

           มีอาจารย์ที่ใดพูดถึงนักเรียนของตนเองเช่นนี้... โม่จ้านพยายามดึงมุมปากที่หยักยกขึ้นของตนลงไป

           “ความหมายของท่านคือ คุณชายน้อยทำให้ท่านเหนื่อยใจในด้านอื่นมิน้อยใช่หรือไม่ขอรับ”

           “เขาเป็นจุดเด่นในชั้นเรียน ไม่ว่าจะนิสัย ชาติกำเนิดหรือหน้าตาล้วนมิเลว มีคนมิน้อยที่เอาใจใส่เขาอย่างมาก”

           ไหลมั่นจับกรอบแว่นตา ดวงตาที่หรี่ลงทำให้โม่จ้านรู้สึกราวกับถูกจับจ้อง

           “ข้ากลับถูกใจเขามาก เพียงแต่เป็นเพราะพรสวรรค์ด้านพลังเวทเท่านั้น”

           โม่จ้านคลี่ยิ้มบาง “เมื่อต้องห่างกับอาจารย์ที่เอาใจใส่อย่างรอบคอบเช่นท่าน เก๋อจือจะต้องรู้สึกอ้างว้างมากอย่างแน่นอนขอรับ”

           “ฮ่าๆๆ ข้ามิอาจสอนเขาทั้งชีวิตเสียหน่อย เป็นเพียงคนผ่านทางเท่านั้น ยังมีผู้คนอีกมากมายกำลังรอเขาอยู่”

           ไหลมั่นส่ายหน้า ทอดมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ใด

           “หากมิอยากอ้างว้าง จะมีเพียงเหล่าสหายในโรงเรียนมิได้”

           โม่จ้านนิ่งเงียบครู่หนึ่ง ครั้นกำลังจะเอ่ยบางสิ่งกลับถูกเสียงประตูที่มิรู้เวลาขัดเสียก่อน

           ผู้ที่เข้ามาคือหนึ่งสตรีหนึ่งบุรุษ คนทั้งสองต่างสวมเสื้อกันลมตัวใหญ่ บุรุษถอดหมวกออกก่อนส่งมือขวามาทางโม่จ้าน

           “สวัสดี ข้านามย่าซิว หนึ่งในอาจารย์ที่ปรึกษาที่จะทำการประเมินภารกิจสำเร็จการศึกษาของเก๋อจือ เคอซือ ท่านผู้นี้คือหม่าเอ๋อร์ถ่า”

           “ต้องขออภัย มือของข้าน้อยได้รับบาดเจ็บระหว่างเดินทาง จึงมิค่อยสะดวกนัก”

           โม่จ้านคลี่ยิ้มให้คนทั้งสองพร้อมทั้งเผยสีหน้าขออภัยก่อนถอดถุงมือออก เผยให้เห็นฝ่ามือที่มีรอยเลือดซึมผ้าพันแผล

           หม่าเอ๋อร์ถ่าที่ผมยาวประบ่าสะดุ้งตกใจ “...จะไปจัดการบาดแผลที่ห้องพยาบาลสักหน่อยหรือไม่?”

           “ขอบพระคุณในความหวังดีของท่าน เพียงแต่ข้าน้อยจัดการอย่างเหมาะสมแล้ว ควรจะจัดการธุระของคุณชายน้อยให้เรียบร้อยก่อนขอรับ”

           โม่จ้านสวมถุงมืออีกครั้ง จากนั้นนั่งลงบนโซฟาตามเจตนาบอกใบ้ของไหลมั่น

           ช่วงเวลาแห่งการรอคอยคือความน่าเบื่อ คนทั้งสามจดจ้องภาพบันทึกและชี้สมุดรายงานแสดงความคิดเห็นของตนเป็นครั้งคราว เวลาล่วงเลยผ่านไปอึดใจแล้วอึดใจเล่า เหล่าคณาจารย์ยังมิทันได้บทสรุป โม่จ้านกลับลุกขึ้นยืนเสียแล้ว

           ตนมิเชี่ยวชาญการนั่งตัวตรงจริงๆ โซฟาทำจากวัสดุชั้นดีมีความยืดหยุ่นสูง ทำให้ตนยากจะรักษาท่วงท่าการนั่งให้มั่นคง หลังขยับปรับเปลี่ยนหลายครั้ง ตนได้เบื่อการเล่นเกมปรับก้นไปมามิหยุดแล้ว

           “ต้องขออภัย เป็นเพราะนั่งบนรถม้านานเกินไป จึงทำให้รู้สึกปวดเอวเล็กน้อยขอรับ” โม่จ้านยกยิ้มเจื่อนรับสายตาฉายแววสงสัยของคนทั้งสาม

           ไหลมั่นคลี่ยิ้มสื่อว่าเข้าใจ ย่าซิวขมวดคิ้วบอกให้โม่จ้านเดินไปหา

           “แม้ทางโรงเรียนจะไม่มีกฎ ทว่าหากผู้เรียนมิได้มาส่งภารกิจด้วยตนเองก็ยากจะตอบข้อสงสัยของอาจารย์ มิอาจนับได้ว่าผ่าน”

           โม่จ้านลอบถ่มน้ำลายในใจ กระนั้นสีหน้ายังคงรักษารอยยิ้มบางเอาไว้ดังเดิม “หากท่านมีข้อสงสัยประการใดสามารถสอบถามข้าน้อยได้โดยตรง ข้าน้อยเองก็อยู่ในเหตุการณ์เช่นกันขอรับ”

           “...ท่านโม่เจ๋อเอ่อร์ก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย?”

           หม่าเอ๋อร์ถ่าปรายมองโม่จ้านด้วยความสนใจ

           “คาดมิถึงว่าเก๋อจือจะลากพ่อบ้านร่วมสนามรบด้วย ในฐานะอาจารย์ ข้าจะต้องตำหนิสักหน่อย”

           “คุณชายน้อยเก๋อจือเชื่อมั่นในความสามารถของข้าน้อย นี่นับเป็นเกียรติของโม่เจ๋อเอ่อร์ขอรับ”

           โม่จ้านนำมือข้างขวาทาบอกก่อนหันไปทางบุรุษผู้นั้นอีกครา

           “ขอสอบถามว่าท่านอาจารย์ย่าซิวมีคำถามใดหรือขอรับ? ข้าน้อยสามารถตอบคำถาม”



    คล้ายกับเรื่องนับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668