บทที่
| 7 |
ต่อจากนี้กูจะเปลี่ยนไป
“ซุบซิบๆๆ ก..กูบอกแล้วไงไอ้นัททิว มึงน่ะอย่าเล่าเื่นั้นให้ไอ้เก่งกล้าฟัง สัดนี่..”
“เอ้า.. กูก็แค่อยากเล่านี่หว่า มันเป็สาเหตุหลักที่พวกเราไม่พามันไปโรงพยาบาลอ่า”
“นี่มึงจะตอกย้ำว่ามันป่วยใจหรือไงไอ้ห่า!”
เพื่อนรักทั้งสองเอาแต่เถียงกันไปมาเหมือนกับเด็กน้อย ก่อนที่คนป่วยอย่างเก่งกล้าจะยกมือขึ้นขยี้หัวด้วยความเหนื่อยล้า
“นี่พวกมึงคิดว่ากูไม่เป็อะไร แค่เพราะกูพูดถึงชื่อผู้หญิงคนนั้นออกมาเนี่ยนะ พวกมึงเป็บ้าหรือเปล่า?”
เก่งกล้ากัดฟันถามไอ้เพื่อนรักที่มันเพิ่งะโไปขยุ้มหัวกัน ซึ่งทางกันต์กับนัททิวก็หันขวับมามองเก่งกล้าที่ส่ายหน้าไปมา
“อะเอ่อ..”
“ม..ไม่ใช่แบบนั้นนะมึง”
“กูแค่อยู่ใน่อ่อนแออะ ในความฝันกูอาจจะคิดถึงเื่อะไรเรื่อยเปื่อย แต่พอที่กูมีสติครบ กูก็ไม่อยากจะคิดถึงผู้หญิงคนนั้นแล้ว”
ประโยคที่แฝงไปด้วยความหนักแน่นเอ่ยออกมา ก่อนสองขาจะก้าวลงจากเตียงนอนในห้องพักของใหญ่ ร่างกายเก่งกล้าอ่อนแรงมากกว่าที่เคยเป็
“ตอนนี้สิ่งที่กูควรจัดการคือตัวกูเอง เพราะกูถูกพี่รามเหยียบย่ำต่อหน้าคนอื่นขนาดนั้น ถ้ากูไม่คิดสมเพชตัวเองมันก็คงผิดมนุษย์มนาแล้ว อึ่ก..”
“อ..ไอ้เก่งกล้า ไหวนะมึง”
นัททิวที่เห็นว่าเพื่อนรักพยายามลุกขึ้นยืนก็รีบเข้ามาช่วยประคอง ซึ่งทางเก่งกล้าที่ยังคงยืนหยัดไหวจึงพยักหน้าตอบรับ
“พวกมึงน่าจะรู้จักนิสัยกูดีนะไอ้นัททิว ไอ้กันต์ กูไม่ใช่คนที่ยอมให้ใครเอาตีนมาลูบหน้าง่ายๆ ถ้าเกิดว่าสิ่งที่มันทำถูก กูจะยอมเลย นี่มันแม่งไม่ถูกไง”
“มึงคิดจะทำอะไรของมึงอีกไอ้กล้า เฮ้อ..”
กันต์รีบแทรกขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าเอาจริงเอาจังของเพื่อน เห็นสายตามุ่งมั่นแบบนี้แล้วเขาก็กลัวทุกที
“ต่อจากนี้กูจะเปลี่ยนเป็คนใหม่เอง”
“ห๊ะ”
“กูไม่ยอมแพ้ไอ้เหี้ยพวกนั้นหรอก ถึงวันนี้ฝีมือการต่อสู้ของกูจะรั้งท้าย แต่กูเชื่อว่ากูจะไปอยู่แนวหน้าได้”
“นี่มึงเอาจริงเหรอวะไอ้สัด สภาพมึงตอนนี้แม่งเหมือนผู้ป่วยห้องไอซียูชัดๆ ใจเย็นก่อนไหมวะ”
นัททิวว่าพลางก็จ้องมองใบหน้าอันบอบช้ำของเพื่อนรัก ความหล่อเหลาถูกบดบังด้วยาแฉกรรจ์หลายจุด
“กูเอาจริง อีกหกเดือนต่อจากนี้ก็มาดูกันว่ากูจะเปลี่ยนไปไหม ถึงวันนั้นกูจะขอดวลกับพี่รามอีกรอบเอง”
แววตามุ่งมั่นของเขา ท่าทีที่ไม่ยอมพ่ายแพ้ง่ายๆ จากที่เคยถูกเหยียบย่ำในวันนั้น มันเป็แรงที่ทำให้เขาอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อฮึดสู้
“ห๊ะ!!!”
“มึงบ้าปะเนี่ยไอ้เก่งกล้าาาาาา”
“กูว่ามันโดนชกจนสติฟั่นเฟือนไปแล้วแน่ๆไอ้กันต์”
“กูก็ว่างั้นอะ..”
ณ เวลาตีสี่..
ติ๊ดๆๆๆๆ (เสียงนาฬิกาปลุก)
พึ่บ!!!
ผั่วะ ! ! !
“ต่อยให้มันมั่นคงกว่านี้หน่อยไอ้เก่งกล้า มึงอ่อนหัดขนาดนี้กูคิดว่ามึงเป็ผู้หญิงนะเนี่ย”
“แฮ่กๆๆๆ! ครับพี่ใหญ่”
หลังจากวันที่เขาฟื้นจากอาการเจ็บป่วย าแตามร่างกายยังคงไม่หายดี แต่คนที่ดื้อรั้นก็ยังแบกสังขารตัวเองตื่นั้แ่ตีสี่ เขาขอร้องให้ใหญ่ช่วยฝึกสอนวิชาป้องกันตัวมากมาย
ในตอนแรกใหญ่ก็ไม่เห็นด้วย เพราะเวลานี้มันไม่ใช่เวลาที่เขาจะต้องตื่นด้วยซ้ำ แต่เก่งกล้าบอกว่าเขาจะให้เงินเดือนใหญ่เป็ค่าตอบแทน ซึ่งนั่นก็ทำให้พี่ชายผู้แสนดีต้องยอมใจอ่อนสอน เขาไม่เรียกร้องเงินสักบาทเดียว
ปึก!!!!
“อึ่ก!!!”
“พอแล้ว! เหอะ แผลเก่ายังไม่หายดี มึงก็ให้กูย้ำแผลใหม่ให้อีก เวรฉิบ..”
การฝึกใน่เดือนแรกเก่งกล้ายังทำได้ไม่ดีนัก เพราะเขาเพิ่งเข้ามาปรับตัว ฝีไม้ลายมือที่พยายามเรียนรู้ก็ยังไม่เก่งเท่าคนอื่น คนใจร้อนอย่างใหญ่ก็ฝึกได้โเี้ไม่แพ้หน้าตา
เขาให้เก่งกล้าวิ่งรอบคฤหาสน์ก่อนฝึกซ้อม ทั้งออกกำลัง เล่นกล้าม วิดพื้น และก็.. เรียนรู้มวยไทย ทั้งการกินการนอนอยู่ในระบบของใหญ่ทั้งหมด มันเลยทำให้่นี้เก่งกล้าคึกเป็พิเศษ
ปึก!!!!
ผั่วะ ! ! ! !
“ฝีมือเหี้ยลงกว่าเดิมได้ยังไงวะ!!! ห๊ะ!!! กูสอนเพื่อให้มึงไวกว่าเดิม ไม่ใช่สอนให้ช้ากว่าเดิม!!!”
“ข..ขอโทษครับพี่ใหญ่”
“เอาใหม่เลย!!”
อีกหนึ่งอาทิตย์ผ่านพ้นไป..
“แค่นี้เหนื่อยแล้วเหรอไอ้สัด!!! ลุกขึ้นมา!!! ครั้งนี้มึงทำได้แย่กว่าครั้งก่อนอีกนะ!!! มึงอยากแพ้ให้ไอ้พวกนั้นถุยน้ำลายใส่หน้ามึงอีกเหรอ!!! ลุกขึ้น!!”
“อึ่ก.. พ..พี่ใหญ่ แฮ่กๆๆๆ ผมขอพักก่อนพี่”
“ถ้ามึงพัก กูก็จะขึ้นไปนอนต่อ ตอนนี้เวลาตีห้ากว่าๆ นี่มันเวลานอนของกูนะไอ้เก่งกล้า”
“แฮ่กๆๆๆๆ ผ..ผมรู้พี่.. ผมขอโทษ”
“งั้นก็รีบลุกขึ้น!!!!”
หกเดือนต่อมา..
วืบบบบ!!
ผั่วะ ! ! ! !
ปึก!!!!
ก่อนคนที่เคยกระหน่ำหมัดใส่เก่งกล้าไม่ยอมหยุด บัดนี้เขาได้เป็ฝ่ายกระเด็นออกไปอีกฝั่ง ร่างหนาของใหญ่กระแทกพื้นอย่างจัง โดยคนที่ถีบเขาไปก็คือนายเก่งกล้าคนเดิม
แต่เพิ่มเติมก็คือทักษะการต่อสู้ที่มีมากขึ้นจนน่ากลัว ทั้งความเด็ดเดี่ยว เด็ดขาด ความว่องไว ไม่น่าเชื่อเลยว่าเก่งกล้าจะชำนาญได้เทียบเท่ากับใหญ่
“ครั้งนี้พี่แพ้ผมนะ หึๆ ตามสัญญานะพี่ ตอนเย็นพี่ต้องเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวผม”
“ไอ้สัดนี่.. ต่อยชนะกูทั้งที มึงอยากแดกแค่ก๋วยเตี๋ยวเหรอวะ เจริญเถอะมึง”
ใหญ่ที่ดันตัวเองให้ลุกขึ้นเอ่ยด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย เขายกมือขึ้นมาเพื่อบอกให้อีกฝ่ายพักยก ซึ่งเขาเองก็เริ่มล้ากับการฝึกซ้อมแล้ว
แต่ดูจากอีกฝ่ายที่ค่อนข้างจะยิ้มแย้มกับชัยชนะ เขาก็ยังคงกระตือรือร้นที่จะขยับร่างกาย เก่งกล้าแสดงท่าทีคึกคะนองและบ้าเืมากขึ้นเป็เท่าตัว
หกเดือนก่อนเขายังเป็แค่เด็กใหม่ตัวเล็กๆ แต่วันนี้เขากลับกลายเป็คนที่พวกของรามไม่กล้ากลั่นแกล้ง
“เวลาแม่งผ่านไปไวฉิบหายเลยว่ะ แล้วจะไม่ให้กูแก่ได้ยังไง เมื่อหกเดือนก่อนกูยังเพิ่งเริ่มฝึกมึง หึ.. แต่ตอนนี้มึงล้มกูได้แล้ว ไม่ธรรมดา”
“ก็เป็เพราะพี่เนี่ยแหละที่ทำให้ผมมีวันนี้”
“ไม่ใช่ มันเป็เพราะตัวมึงเองต่างหากไอ้เก่งกล้า”
“……”
“เพราะมึงมันหน้าด้านที่จะไม่ยอมแพ้”
แม้จะเป็ประโยคที่แฝงไปด้วยความหยาบคาย แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าใหญ่กำลังชื่นชมน้องชายคนนี้ เขาภูมิใจในตัวเก่งกล้าไม่น้อยที่สามารถเอาชนะใจตัวเองได้
“อืม ก็ต้องหน้าด้านดิ พี่เล่นฝึกโหดซะขนาดนั้น ถ้าผมยอมแพ้มันก็ยังไงอยู่”
“มึงคงไม่โกรธกูหรอกนะ”
“มันเลยคำนั้นมานานแล้วพี่ใหญ่ หึๆๆ”
เก่งกล้าเอ่ยพลางก็หัวเราะในลำคอ เขาเดินเข้ามานั่งบนริมฟุตบาทข้างกายกับใหญ่ ก่อนมือหนาจะเอื้อมไปหยิบขวดน้ำขึ้นมากระดกดื่ม
ความสัมพันธ์ระหว่างเก่งกล้ากับใหญ่มันมากกว่าคำว่าลูกพี่กับลูกน้อง จากคนที่เคยทำงานร่วมกันในอู่ซ่อมรถ ตอนนี้พวกเขาได้มาใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ความกดดันเดียวกัน
“มะรืนเป็วันดวลฝีมือนะไอ้เก่งกล้า อย่าทำให้กูผิดหวังล่ะ ทุกสิ่งที่กูสอนมึงไปทั้งหมด กูไม่ได้จะสอนให้มึงฟรีๆนะ มึงต้องเอาชัยชนะกลับมาให้กู”
“ผมรู้หน่า”
“หึ.. เออดี”
“ผมจะเอาเงินแสนกลับมาอวดพี่ให้ได้เลย ไอ้พี่รามนั่นจะต้องสยบอยู่ใต้ตีนผมนี่ เชื่อมือผมเหอะ”
“ทำเป็พูดไปนะมึง”
“เอ้า! ผมพูดจริง ผมจะซัดหน้ามันให้หมอบเลย”
“กูจะบอกอะไรมึงให้นะไอ้เก่งกล้า คนจริงเขาไม่พูดเยอะหรอก เขาทำเลย ถ้ามึงมัวแต่อวดว่าตัวเองเก่งอย่างโน้นอย่างนี้ แปลว่ามึงไม่ใช่คนที่เก่งจริง”
ใหญ่เบ้ปากเล็กๆใส่น้องชายที่เริ่มมั่นใจในตัวเอง การเอาชนะคนที่มีฝีมืออย่างรามได้ ไม่ใช่แค่กล้ามใหญ่กว่า หรือตัวใหญ่กว่าอย่างเดียว
“จำคำที่กูสอนไว้ก็แล้วกัน อย่าอวดด้วยคำพูด แต่ให้มึงอวดที่การกระทำของมึง คนแม่งไม่อยากได้ยินหรอก พวกเขาอยากเห็น”
ก่อนคำพูดนั้นจะทำให้หนุ่มหล่อแน่นิ่งไป เขาไม่ได้เถียงใหญ่เหมือนกับเด็กน้อยไม่รู้ประสา แต่เก่งกล้ากำลังซึมซับคำพูดเ่าั้เข้าไปในใจ
“ขอบคุณนะครับพี่ใหญ่ ผมจะจำคำที่พี่สอนให้ขึ้นใจเลย ไอ้เก่งกล้าคนนี้.. จะไม่ทำให้พี่ต้องผิดหวัง”