เวลาพักได้หมดไปอย่างรวดเร็ว ไวราวกับเป็นเรื่องโกหก หากเป็นปกติพระอาทิตย์จะอยู่เหนือศีรษะของผู้คนในเวลานี้ อย่างไรก็ตามในดินแดนที่ปกคลุมไปด้วยหมอกทึบแห่งนี้ไม่มีแม้แต่สักครั้งเดียวที่ใครจะพบเจอกับแสงแดด แต่นักวิทยาศาสตร์ได้ยืนยันแล้วว่าดวงอาทิตย์นั้นมีอยู่จริงแม้ว่าแสงจากมันจะส่องลงมาไม่ถึงก็ตาม
“ปี๊ดดดดดดดดดด…”
ท่ามกลางความวุ่นวายของเหล่านักเรียนทหารเสียงเป่านกหวีดก็ได้ดังขึ้นที่สนามฝึกซ้อมอีกครั้ง ทำให้หลายคนนั้นรีบวิ่งเพื่อไปเก็บถาดอาหารของตนเองก่อนที่จะตรงไปยังสนามด้วยความเร็วสูงสุดที่สามารถจะทำได้ มีนักเรียนบางส่วนที่กินข้าวเสร็จและได้รอคอยอยู่บริเวณสนามเนื่องจากกลัวว่าจะมาไม่ทันเวลาและถูกลงโทษ ซึ่งภานุที่กินเสร็จก็ได้รออยู่บริเวณสนามเช่นเดียวกัน
เมื่อชายหนุ่มได้ยินเสียงสัญญาณซึ่งเกิดขึ้นจากที่อาจารย์ลีน่าได้เป่านกหวีด เขาก็รีบมาเข้าแถวที่ด้านหน้าของเธอเป็นคนแรกทันที ก่อนที่จะมีนักเรียนคนอื่นๆ ไล่ตามกันมาทีหลัง ใช้เวลากว่าสิบนาทีกว่านักเรียนทหารทั้งหมดจะมากันครบ มีบางคนที่โชคร้ายและไม่ได้กินข้าวเที่ยง พวกเขาส่วนใหญ่ทำได้เพียงแต่ภาวนาให้การฝึกในรอบตอนบ่ายนั้นไม่หนักเกินไปจนทำให้พวกเขาสลบ
วันนี้อาจจะเป็นวันโชคดีอีกวันเพราะในการฝึกรอบบ่ายนี้นั้นอาจารย์ลีน่าสุดสวยไม่ได้ต้องการจะจับคนช้ามาลงโทษ นางยืนอยู่หน้านักเรียนทหารปีสามพร้อมกับถือกล่องปริศนาสีเขียวอ่อนกล่องหนึ่ง ซึ่งภานุคาดว่ามันน่าจะเป็นกล่องสุ่มหยิบอะไรสักอย่างซึ่งเอาไว้จับฉลาก เพราะมีรูด้านบนสำหรับให้หย่อนมือลงไป ในเวลานั้นเสียงของอาจารย์ลีน่าก็ได้ดังขึ้นปลุกให้ทุกคนตื่นจากภวังค์
“ในบ่ายนี้ พวกเธอจะไม่ต้องฝึกฝนร่างกายเหมือนตอนเช้าอีก แต่จะเป็นการฝึกปฏิบัติจริงแทน โดยจะให้นักเรียนได้ออกมาจับฉลาก ซึ่งในฉลากเหล่านี้จะเขียนชื่อของคู่ฝึกซ้อม หากนักเรียนที่จับฉลากสามารถเอาชนะคู่ฝึกซ้อมโดยการทำให้หมดสติหรือสลบไปได้ จะได้รับเนื้อหนึ่งขีดเป็นรางวัลในมื้ออาหารกลางวันพรุ่งนี้! ”
“เนื้อ! ”
เมื่ออาจารย์ลีน่าได้กล่าวถึงเนื้อเหล่านักเรียนชายผู้พึ่งกินอาหารกลางวันอันไม่สามารถทำให้พวกเขาอิ่มท้องได้ ก็ต่างพากันน้ำลายไหล บางคนถึงขนาดมีสีหน้าเปลี่ยนเป็นอำมหิตและต้องการจะกระทืบคู่ต่อสู้ของตัวเองให้จมดินซะเดี๋ยวนี้ อย่างไรก็ตามคำพูดประโยคต่อมานั้นก็ได้ทำให้บรรยากาศที่ร้อนระอุเปลี่ยนไปเป็นเหน็บหนาวและเงียบเฉียบจนขนาดสามารถได้ยินเสียงเข็มหล่นได้
“ผู้แพ้จะถูกลดปริมาณอาหารกลางวันลงครึ่งหนึ่ง การประลองนี้จะถูกจัดขึ้นหนึ่งครั้งต่อวัน ซึ่งทุกคนจะได้ประลองกันคนละรอบไม่มีขาด หากผู้ใดก็ตามที่แพ้ติดต่อกันสองครั้งติดจะถูกไล่ออก ต่อให้มันผู้นั้นจะเป็นลูกของท่านเจ้าเมืองก็ตาม! ”
เหล่านักเรียนทหารที่เงียบอยู่ตลอดเวลาตอนนี้ได้แตกตื่นและลุกฮือขึ้น เสียงพูดคุยค่อยๆ เพิ่มระดับเสียงขึ้นไปเรื่อยๆ จนอาจารย์ลีน่ามีสีหน้าเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวและตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“เงียบ! ”
เหล่านักเรียนตัวแข็งทื่อและสั่นด้วยความหวาดกลัวทันที เมื่อพบกับจิตสังหารที่แผ่ออกมาจากรอบตัวของอาจารย์ลีน่า ภานุที่อยู่ข้างหน้าเองก็แทบจะยืนไม่ไหว ขาของเขาสั่นตลอดเวลาด้วยสัญชาตญาณที่สัมผัสถึงความตาย
เมื่อนักเรียนทั้งหมดได้เงียบลงอาจารย์ลีน่าก็ได้กล่าวขึ้นต่อทันทีว่า
“ฉันไม่ได้ตั้งกฎแบบนี้ขึ้นมาเอง แต่เป็นทางกองทัพที่ตั้งกฎนี้ขึ้นในโรงเรียนฝึกฝนทหารทุกโรงเรียน! นับจากนี้ไปทางกองทัพจะใช้วิธีการนี้ในการคัดเลือกคนที่มีศักยภาพ ส่วนพวกที่พ่ายแพ้ก็ไปเป็นพวกแรงงานหรือพวกทาสซะ! ”
คำสั่งของกองทัพที่อยู่เหนือทุกข้อของกฎหมายไม่สามารถทำการเปลี่ยนแปลงได้ ราวกับเป็นบัญญัติของสวรรค์ที่หากมีผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกลงทัณฑ์อย่างร้ายแรง ภานุนั้นเข้าใจเป็นอย่างดีการที่กองทัพตัดสินใจเช่นนี้นั้นเป็นเพราะว่าพวกเขาไม่ต้องการคนที่ไร้ประโยชน์มาเข้าร่วมกับพวกเขา มีหลายครั้งที่คนไร้ประโยชน์ได้ทำลายภาพลักษณ์ที่สูงส่งของกองทัพ และมีอีกหลายครั้งที่พวกคนเหล่านี้ได้ทำให้พวกพ้องของตนต้องตกอยู่ในอันตรายหรือถึงตาย
“นักเรียนที่อยู่แถวหน้าสุดออกมาจับฉลาก! เวลามีเหลือไม่มาก! หากยิ่งล่าช้าพวกเธอก็ยิ่งได้กลับบ้านช้ามากขึ้นเท่านั้น โรงเรียนจะไม่ปล่อยตัวพวกเธอหากทุกคนยังไม่ได้ประลองกันจนครบ! ”
คนที่อยู่หน้าแถวนั้นแน่นอนว่าไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นภานุนั่นเอง ภานุเมื่อถูกจ้องด้วยสายตาที่เย็นชาของอาจารย์ลีน่าเขาก็ได้ลืมเลือนภาพลักษณ์อันใจดีของเธอก่อนหน้านี้ที่ได้โยนอาหารแห้งให้เขาไปในทันที ราวกับร่างกายได้ขยับไปโดยอัตโนมัติ ชายหนุ่มก้าวเท้าไปเบื้องหน้าก่อนที่จะยื่นมือไปข้างในกล่องและคว้ากระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกพับเอาไว้ขึ้นมา ก่อนที่จะยื่นมันให้กับอาจารย์ลีน่า ซึ่งเมื่ออาจารย์ลีน่าได้อ่านชื่อของคู่ต่อสู้ของภานุในกระดาษก็ได้แสยะยิ้มออกมาอย่างเย็นชาทันที ก่อนที่จะเลื่อนสายตามามองชายหนุ่มโดยตรงพร้อมกับกล่าวว่า
“เธอช่างเป็นนักเรียนที่โชคร้ายจริงๆ คู่ต่อสู้ของเธอคือเร็ม! ถ้าได้ยินแล้วขอให้ทั้งคู่ออกมาข้างหน้าและเรื่มต่อสู้กัน! กฎของการต่อสู้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามห้ามสังหารอีกฝ่ายหรือทำให้อีกฝ่ายพิการเด็ดขาด และห้ามใช้อาวุธใดๆ ทั้งสิ้น! หากไม่ได้ทำการตกลงจนเห็นพ้องต้องกันทั้งสองฝ่ายเสียก่อน! ”