“เสียงเครื่องยนต์ F-16 คำรามก้องเหนือท้องฟ้า
เรืออากาศเอก “จักราวุธ” ดันคันเร่งเข้าสู่ Afterburner
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา
นักบินรบคนนั้นกลับยืนอยู่หน้าห้องเรียน
ในฐานะ “นักศึกษาปีหนึ่ง”
—-----------------
เช้าตรู่วันหนึ่งที่เงียบสงบ แสงอาทิตย์ยามเช้าทาบผ่าน ลานจอดอากาศยานที่เงียบสงัด
“กริ้งงงงงงงงงงงงงงงงงง…!”
สัญญาณ Hot ดังขึ้นทั่วฐานบิน กระชากทุกความสงบให้เข้าสู่โหมดพร้อมรบในทันที
“Scramble! Scramble! Scramble!”
เสียงจากศูนย์ควบคุมดังผ่านระบบสื่อสารก้องไปตามทางเดินและห้องพัก
"พบอากาศยานไม่ทราบฝ่ายบินรุกล้ำเข้ามา heading north-west ความเร็วประมาณ 700 knot”
“เปิดระบบเครือข่ายป้องกันภัยทางอากาศ Interception, Package Bravo (ปฏิบัติการสกัดกั้นทางอากาศ แผนB เครื่อง ขึ้นสกัดกั้นทันที”
เสียง Scramble Alarm (สัญญาณเตือนขึ้นบินด่วน) ดังลั่นทั่วฐานบิน
นักบินทั้งสองคนที่อยู่ใน Ready Room (ห้องพักนักบิน)ลุกขึ้นแทบจะพร้อมกันทั้งคู่
จักราวุธคว้าหมวกบินโดยไม่พูดอะไร ใบหน้าคมนิ่งสนิทไร้ความหวั่นเกรง
นี่คือหน้าที่ของนักบินเวร Quick Reaction
ขึ้นบินทันที
ไม่มีคำถาม
นักบินทั้งสองวิ่งออกจากอาคารทันที
F-16A สองลำจอด Stand-by อยู่ที่ลานจอด พร้อมทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเครื่องยนต์สีเทาเข้มสะท้อนแดดยามเช้าดูทรงพลัง
‘เหยี่ยวประจัญบาน’ พร้อมทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
จักราวุธวิ่งขึ้นบันไดเครื่องอย่างรวดเร็ว สวมหมวกบินและปีนเข้า cockpit เข้าประจำที่นั่งนักบินที่คุ้นเคย
เ้าหน้าที่ภาคพื้นยกนิ้วให้เป็สัญญาณยืนยันความพร้อม เสียงวิทยุดังขึ้นในหูฟัง
“Clear to start”
จักราวุธชูนิ้วส่งสัญญาณแจ้งสตาร์ตเครื่องยนต์ เสียงเครื่องยนต์เริ่มทำงาน แผดคำรามกึกก้องไปทั่วบริเวณ
“Go! Go! Two minutes scramble!”
F-16 เริ่มเคลื่อนตัวไปยังรันเวย์อย่างรวดเร็ว เมื่อเครื่องอยู่ในตำแหน่งกึ่งกลางทางวิ่ง
จักราวุธดันคันเร่งไปข้างหน้าจนสุดแรง
เครื่องยนต์เปิด Afterburner (ระบบเร่งกำลังเครื่องยนต์สูงสุด)
เปลวไฟพวยพุ่งออกจากท้ายเครื่อง ส่งแรงผลักมหาศาล หลังของเขาถูกกดติดเก้าอี้อย่างแรง จนแทบหายใจไม่ออก

F-16 พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ายามเช้า แหวกม่านเมฆขึ้นไปในพริบตา
ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงจากหอบังคับการเรียกขานดังชัดในหูฟัง
“Lightning Red1, Lightning Red2.
Target approaching your sector. Weapons free for self-defense
(เป้าหมายกำลังเข้าหาคุณ อนุญาตใช้อาวุธเพื่อป้องกันตัว)”
“Roger. Stand by (รับทราบ, รอ)”
ทันใดนั้น เสียงเตือนแหลมรัวดังขึ้นใน cockpit
‘Radar Detection’ (การตรวจพบเป้าหมายด้วยเรดาร์)
เครื่องบินตรวจจับพบเป้าหมายอยู่ข้างหน้า
จักราวุธจ้องจอเรดาร์นิ่ง ๆ นิ้วมือกระชับคันบังคับมั่น
“Range ten miles for intercept (ระยะ 10 ไมล์ เตรียมเข้าสกัดกั้น)”
เขาเปิดสวิตช์ Weapon Arm (ระบบอาวุธพร้อมใช้งาน)
เตรียมพร้อมถ้าต้องตัดสินในทันที
5…
4…
3…
2…
1...
.
.
.
ตอนสายเกือบเที่ยง
ณ มหาวิทยาลัยย่านบางเขน
จักราวุธยืนอยู่หน้าประตูห้องเรียน ในชุดนักศึกษา เสื้อเชิ้ตนักศึกษาถูกรีดเรียบกริบ กางเกงสแลคธรรมดา แว่นสายตากรอบหนาถูกสวมไว้บนใบหน้า เพื่ออำพรางสายตาที่ผ่านการฝึกมาอย่างหนัก
เขาพยายามทำตัวให้ดูเหมือนนักศึกษาธรรมดา มีเพียงอย่างเดียวที่แก้ไม่ได้
‘ทรงผมเกรียนแบบทหาร’
ภายในห้องเรียน นักศึกษาปีหนึ่งนั่งอยู่เกือบเต็มห้องแล้ว เสียงพูดคุยจอแจดังไปทั่ว เหมือนสังคมมหาวิทยาลัยปกติ
จักราวุธหยุดอยู่ที่ประตู สายตากวาดมองภายในห้องอย่างรวดเร็ว เหมือนกำลังประเมินสถานการณ์
ทันใดนั้น
“พี่ ๆ ทางนี้!”
เด็กหนุ่มคนหนึ่ง โบกมือเรียกจากโต๊ะด้านหลัง
“ตรงนี้ยังมีที่ว่าง!”
จักราวุธเดินเข้าไปนั่ง เด็กหนุ่มยิ้มกว้างอย่างเป็มิตร
“วาโย เรียกโยก็ได้”
จักราวุธพยักหน้าเล็กน้อย
“ไอซ์”
โยมองพิจารณาเขาอยู่ครู่หนึ่ง
“พี่ก็เด็กซิ่วใช่ปะ”
“ทำไมคิดแบบนั้น”
โยชี้ไปที่หัวเขาแล้วหัวเราะเบา ๆ
“ทรงผมพี่ไง”
จักราวุธแตะผมตัวเองเบา ๆ
“ประมาณนั้น”
โยหัวเราะ
“เยี่ยมเลย ผมก็เด็กซิ่วเหมือนกัน”
ปัง!
เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้น
ห้องเรียนเงียบลงทันที ราวกับถูกปิดสวิตช์
ผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามา ในชุดสูทเรียบร้อยดูภูมิฐาน
ผมยาวรวบต่ำ แว่นตากรอบบางรับกับใบหน้าที่ดูจริงจัง เธอวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะดังฉาด
“สวัสดีค่ะ นักศึกษาทุกคน อาจารย์ชื่อพิชญา เป็อาจารย์หัวหน้าภาควิศวกรรมศาสตร์”
โยกระซิบทันที
“อาจารย์พีช...”
“อาจารย์คนดังของที่นี่”
“สวย แต่ขึ้นชื่อว่าโหด”
พิชญาหยิบรายชื่อขึ้นมา สายตากวาดมองผ่านแว่น อย่างรวดเร็ว
“ก่อนเริ่มเรียน อาจารย์ขอเช็คชื่อก่อนนะคะ”
รายชื่อถูกเรียกไปเรื่อย ๆ
จนกระทั่ง..
“จักราวุธ”
จักราวุธเงยหน้าขึ้นจากสมุด
“ครับ”
พิชญามองเขาอยู่ครู่หนึ่ง สายตาเธอเหมือนจะสะดุด กับท่าทางนิ่งสงบผิดปกติของเขา ก่อนจะก้มลงเช็ครายชื่อต่อ
โยกระซิบเบา ๆ
“ชื่อพี่โคตรเท่เลย”
พิชญาปิดแฟ้มลงอย่างมั่นคง
“วิชานี้ไม่ง่ายนะคะ ใครที่คิดว่าจะมาเรียนเล่น ๆ อาจารย์แนะนำให้ถอนตอนนี้ยังทัน”
โยกระซิบทันที
“เริ่มแล้วพี่...”
“ก่อนจะเริ่มบทเรียน อาจารย์อยากรู้ก่อนว่า พื้นฐานของทุกคนอยู่ระดับไหน”
พิชญาหันไปเขียนสมการบางอย่างลงบนกระดาน
“ใครอธิบายได้บ้าง ว่าหลักการของสมการนี้คืออะไร”
ไม่มีใครตอบ ทั้งห้องเงียบกริบ จนได้ยินเสียงพัดลมเพดาน
เธอหันมามองห้อง ก่อนจะชี้มาที่จักราวุธ
“อธิบายให้เพื่อนฟังหน่อยค่ะ”
โยกระซิบเสียงสั่น
“ซวยแล้วพี่…”
จักราวุธมองบนกระดานแป๊บหนึ่ง เขากวาดสายตาอ่านสมการนั้นเหมือนอ่านมาตรวัดใน cockpit แล้วเหลือบตามองพิชญานิ่ง เหมือนตัดสินใจบางอย่าง
ทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงชั่วเสี้ยววินาที
“ไม่แน่ใจครับ”
ห้องเรียนเงียบลงทันที พิชญาทวนคำช้า ๆ
“ไม่แน่ใจ? หรือไม่ทราบคะ?”
จักราวุธมองกระดานอีกครั้ง ก่อนจะตอบเรียบ ๆ แต่ชัดเจน
“สมการนี้ใช้คำนวณเสถียรภาพของระบบครับ”
ห้องเรียนเงียบสนิท ทุกคนหันมามองเขาเป็จุดเดียว
“ถ้าค่า eigenvalue อยู่ใน่นี้ ระบบจะยังคงเสถียร แต่ถ้าเกินจากนี้ ระบบจะเริ่ม oscillate”
พิชญาเงียบไปครู่หนึ่ง แววตาประหลาดใจวูบขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะหันไปเขียนบนกระดานต่อ
“คำตอบถูกต้องค่ะ”
โยกระพริบตาปริบ ๆ หันมามองคนข้างตัวอย่างทึ่ง ๆ
“พี่…เมื่อกี้พี่บอกไม่แน่ใจไม่ใช่เหรอ”
หลังจากนั้นไม่นานนัก เสียงออดเลิกคาบดังขึ้น นักศึกษาทยอยเดินออกจากห้อง วาโยลุกขึ้น
“ไปกินข้าวไหมพี่”
“อืม”
ทั้งสองคนพากันลุกเดินออกไป โดยมีสายตาของพิชญาเหลือบมองตามพวกเขา
--------------------
โรงอาหารกลางของมหาวิทยาลัย เสียงจอแจของนักศึกษา และกลิ่นอาหารคละคลุ้งลอยไปทั่ว
วาโยวางจานข้าวลงบนโต๊ะ
“พี่ ผมจัดให้แล้ว”
เขานั่งลง มองคนตรงหน้าอย่างพิจารณา
“พี่นี่แปลกดีนะ”
“ตรงไหน”
“ไม่ค่อยเหมือนเด็กซิ่วปีหนึ่งทั่ว ๆ ไป”
จักราวุธไม่ตอบ เขายังคงรักษาท่าทีนิ่งสงบ
“ผมว่าพี่ต้องเคยทำงานอะไรมาก่อนแน่ ๆ”
“งานทั่วไป”
วาโยเลิกคิ้ว
“แต่ผมว่าพี่ไม่เหมือนคนทำงานทั่วไปว่ะ”
จักราวุธยกมุมปากเล็กน้อย
“คิดมาก”
ก่อนจะแยกกัน วาโยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
“ขอไลน์หน่อยดิพี่ เผื่อมีอะไรในคลาสจะได้บอกกัน”
ทั้งสองสแกน QR กันสั้น ๆ
“โอเค ได้แล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกันพี่”
โรงอาหารเริ่มบางตา จักราวุธเดินออกจากอาคาร ลมอ่อน ๆ พัดผ่านลานมหาวิทยาลัยมาปะทะหน้า
โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่นขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดู
หน้าจอขึ้นชื่อ ‘103 SQN’
ข้อความสั้น ๆ ปรากฏบนหน้าจอ
ICEMAN : Stand by at SUN (เข้าเวรเตรียมพร้อมวันอาทิตย์)
จักราวุธเก็บโทรศัพท์กลับเข้ากระเป๋า แล้วเดินต่อไปด้วยฝีเท้าที่มั่นคงท่ามกลางนักศึกษาหลายร้อยคนที่เดินขวักไขว่กันอยู่
ไม่มีใครรู้เลยว่า...
หนึ่งในนักศึกษาปีหนึ่งที่เดินอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนั้น
คือนักบินรบ F-16 ของกองทัพอากาศไทย