นักบินคนนั้นคือเด็กปี1คลาสฉัน [จบ]

    EP.1 นักบินคนนั้นคือเด็กปีหนึ่งในคลาสฉัน

    “เสียงเครื่องยนต์ F-16 คำรามก้องเหนือท้องฟ้า

    เรืออากาศเอก “จักราวุธ” ดันคันเร่งเข้าสู่ Afterburner

    ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา

    นักบินรบคนนั้นกลับยืนอยู่หน้าห้องเรียน

    ในฐานะ “นักศึกษาปีหนึ่ง”


    —-----------------


    เช้าตรู่วันหนึ่งที่เงียบสงบ แสงอาทิตย์ยามเช้าทาบผ่าน ลานจอดอากาศยานที่เงียบสงัด


    “กริ้งงงงงงงงงงงงงงงงงง…!”


    สัญญาณ Hot ดังขึ้นทั่วฐานบิน กระชากทุกความสงบให้เข้าสู่โหมดพร้อมรบในทันที


    “Scramble! Scramble! Scramble!”


    เสียงจากศูนย์ควบคุมดังผ่านระบบสื่อสารก้องไปตามทางเดินและห้องพัก


    "พบอากาศยานไม่ทราบฝ่ายบินรุกล้ำเข้ามา  heading north-west ความเร็วประมาณ 700 knot”


    “เปิดระบบเครือข่ายป้องกันภัยทางอากาศ Interception, Package Bravo (ปฏิบัติการสกัดกั้นทางอากาศ แผนB เครื่อง ขึ้นสกัดกั้นทันที”

    เสียง Scramble Alarm (สัญญาณเตือนขึ้นบินด่วน) ดังลั่นทั่วฐานบิน


    นักบินทั้งสองคนที่อยู่ใน Ready Room (ห้องพักนักบิน)ลุกขึ้นแทบจะพร้อมกันทั้งคู่


    จักราวุธคว้าหมวกบินโดยไม่พูดอะไร ใบหน้าคมนิ่งสนิทไร้ความหวั่นเกรง

    นี่คือหน้าที่ของนักบินเวร Quick Reaction


    ขึ้นบินทันที


    ไม่มีคำถาม


    นักบินทั้งสองวิ่งออกจากอาคารทันที

    F-16A สองลำจอด Stand-by อยู่ที่ลานจอด พร้อมทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเครื่องยนต์สีเทาเข้มสะท้อนแดดยามเช้าดูทรงพลัง

    ‘เหยี่ยวประจัญบาน’ พร้อมทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า


    จักราวุธวิ่งขึ้นบันไดเครื่องอย่างรวดเร็ว สวมหมวกบินและปีนเข้า cockpit เข้าประจำที่นั่งนักบินที่คุ้นเคย

    เ๽้าหน้าที่ภาคพื้นยกนิ้วให้เป็๲สัญญาณยืนยันความพร้อม เสียงวิทยุดังขึ้นในหูฟัง


    “Clear to start”


    จักราวุธชูนิ้วส่งสัญญาณแจ้งสตาร์ตเครื่องยนต์ เสียงเครื่องยนต์เริ่มทำงาน แผดคำรามกึกก้องไปทั่วบริเวณ


    “Go! Go! Two minutes scramble!”


    F-16 เริ่มเคลื่อนตัวไปยังรันเวย์อย่างรวดเร็ว เมื่อเครื่องอยู่ในตำแหน่งกึ่งกลางทางวิ่ง

    จักราวุธดันคันเร่งไปข้างหน้าจนสุดแรง

    เครื่องยนต์เปิด Afterburner (ระบบเร่งกำลังเครื่องยนต์สูงสุด)

    เปลวไฟพวยพุ่งออกจากท้ายเครื่อง ส่งแรงผลักมหาศาล หลังของเขาถูกกดติดเก้าอี้อย่างแรง จนแทบหายใจไม่ออก




    F-16 พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ายามเช้า แหวกม่านเมฆขึ้นไปในพริบตา

    ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงจากหอบังคับการเรียกขานดังชัดในหูฟัง


    “Lightning Red1, Lightning Red2.

    Target approaching your sector. Weapons free for self-defense

    (เป้าหมายกำลังเข้าหาคุณ อนุญาตใช้อาวุธเพื่อป้องกันตัว)”


    “Roger. Stand by (รับทราบ, รอ)”


    ทันใดนั้น เสียงเตือนแหลมรัวดังขึ้นใน cockpit

    ‘Radar Detection’ (การตรวจพบเป้าหมายด้วยเรดาร์)

    เครื่องบินตรวจจับพบเป้าหมายอยู่ข้างหน้า


    จักราวุธจ้องจอเรดาร์นิ่ง ๆ นิ้วมือกระชับคันบังคับมั่น


    “Range ten miles for intercept (ระยะ 10 ไมล์ เตรียมเข้าสกัดกั้น)”


    เขาเปิดสวิตช์ Weapon Arm (ระบบอาวุธพร้อมใช้งาน)

    เตรียมพร้อมถ้าต้องตัดสินในทันที


    5…


    4…


    3…


    2…


    1...


    .


    .


    .


    ตอนสายเกือบเที่ยง 

    ณ มหาวิทยาลัยย่านบางเขน


    จักราวุธยืนอยู่หน้าประตูห้องเรียน ในชุดนักศึกษา เสื้อเชิ้ตนักศึกษาถูกรีดเรียบกริบ กางเกงสแลคธรรมดา แว่นสายตากรอบหนาถูกสวมไว้บนใบหน้า เพื่ออำพรางสายตาที่ผ่านการฝึกมาอย่างหนัก

    เขาพยายามทำตัวให้ดูเหมือนนักศึกษาธรรมดา มีเพียงอย่างเดียวที่แก้ไม่ได้


    ‘ทรงผมเกรียนแบบทหาร’


    ภายในห้องเรียน นักศึกษาปีหนึ่งนั่งอยู่เกือบเต็มห้องแล้ว เสียงพูดคุยจอแจดังไปทั่ว เหมือนสังคมมหาวิทยาลัยปกติ

    จักราวุธหยุดอยู่ที่ประตู สายตากวาดมองภายในห้องอย่างรวดเร็ว เหมือนกำลังประเมินสถานการณ์

    ทันใดนั้น


    “พี่ ๆ ทางนี้!”


    เด็กหนุ่มคนหนึ่ง โบกมือเรียกจากโต๊ะด้านหลัง


    “ตรงนี้ยังมีที่ว่าง!”


    จักราวุธเดินเข้าไปนั่ง เด็กหนุ่มยิ้มกว้างอย่างเป็๞มิตร


    “วาโย เรียกโยก็ได้”


    จักราวุธพยักหน้าเล็กน้อย


    “ไอซ์”


    โยมองพิจารณาเขาอยู่ครู่หนึ่ง


    “พี่ก็เด็กซิ่วใช่ปะ”


    “ทำไมคิดแบบนั้น”


    โยชี้ไปที่หัวเขาแล้วหัวเราะเบา ๆ


    “ทรงผมพี่ไง”


    จักราวุธแตะผมตัวเองเบา ๆ


    “ประมาณนั้น”


    โยหัวเราะ


    “เยี่ยมเลย ผมก็เด็กซิ่วเหมือนกัน”


    ปัง!


    เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้น

    ห้องเรียนเงียบลงทันที ราวกับถูกปิดสวิตช์


    ผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามา ในชุดสูทเรียบร้อยดูภูมิฐาน

    ผมยาวรวบต่ำ แว่นตากรอบบางรับกับใบหน้าที่ดูจริงจัง เธอวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะดังฉาด


    “สวัสดีค่ะ นักศึกษาทุกคน อาจารย์ชื่อพิชญา เป็๞อาจารย์หัวหน้าภาควิศวกรรมศาสตร์”

    โยกระซิบทันที


    “อาจารย์พีช...”

    “อาจารย์คนดังของที่นี่”

    “สวย แต่ขึ้นชื่อว่าโหด”


    พิชญาหยิบรายชื่อขึ้นมา สายตากวาดมองผ่านแว่น อย่างรวดเร็ว


    “ก่อนเริ่มเรียน อาจารย์ขอเช็คชื่อก่อนนะคะ”


    รายชื่อถูกเรียกไปเรื่อย ๆ

    จนกระทั่ง..


    “จักราวุธ”


    จักราวุธเงยหน้าขึ้นจากสมุด


    “ครับ”


    พิชญามองเขาอยู่ครู่หนึ่ง สายตาเธอเหมือนจะสะดุด กับท่าทางนิ่งสงบผิดปกติของเขา ก่อนจะก้มลงเช็ครายชื่อต่อ


    โยกระซิบเบา ๆ


    “ชื่อพี่โคตรเท่เลย”


    พิชญาปิดแฟ้มลงอย่างมั่นคง


    “วิชานี้ไม่ง่ายนะคะ ใครที่คิดว่าจะมาเรียนเล่น ๆ อาจารย์แนะนำให้ถอนตอนนี้ยังทัน”


    โยกระซิบทันที


    “เริ่มแล้วพี่...”


    “ก่อนจะเริ่มบทเรียน อาจารย์อยากรู้ก่อนว่า พื้นฐานของทุกคนอยู่ระดับไหน”


    พิชญาหันไปเขียนสมการบางอย่างลงบนกระดาน



    “ใครอธิบายได้บ้าง ว่าหลักการของสมการนี้คืออะไร”


    ไม่มีใครตอบ ทั้งห้องเงียบกริบ จนได้ยินเสียงพัดลมเพดาน

    เธอหันมามองห้อง ก่อนจะชี้มาที่จักราวุธ


    “อธิบายให้เพื่อนฟังหน่อยค่ะ”


    โยกระซิบเสียงสั่น


    “ซวยแล้วพี่…”


    จักราวุธมองบนกระดานแป๊บหนึ่ง เขากวาดสายตาอ่านสมการนั้นเหมือนอ่านมาตรวัดใน cockpit แล้วเหลือบตามองพิชญานิ่ง เหมือนตัดสินใจบางอย่าง


    ทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงชั่วเสี้ยววินาที


    “ไม่แน่ใจครับ”


    ห้องเรียนเงียบลงทันที พิชญาทวนคำช้า ๆ


    “ไม่แน่ใจ? หรือไม่ทราบคะ?”


    จักราวุธมองกระดานอีกครั้ง ก่อนจะตอบเรียบ ๆ แต่ชัดเจน


    “สมการนี้ใช้คำนวณเสถียรภาพของระบบครับ”


    ห้องเรียนเงียบสนิท ทุกคนหันมามองเขาเป็๞จุดเดียว


    “ถ้าค่า eigenvalue อยู่ใน๰่๭๫นี้ ระบบจะยังคงเสถียร แต่ถ้าเกินจากนี้ ระบบจะเริ่ม oscillate”


    พิชญาเงียบไปครู่หนึ่ง แววตาประหลาดใจวูบขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะหันไปเขียนบนกระดานต่อ


    “คำตอบถูกต้องค่ะ”


    โยกระพริบตาปริบ ๆ หันมามองคนข้างตัวอย่างทึ่ง ๆ



    “พี่…เมื่อกี้พี่บอกไม่แน่ใจไม่ใช่เหรอ”


    หลังจากนั้นไม่นานนัก เสียงออดเลิกคาบดังขึ้น นักศึกษาทยอยเดินออกจากห้อง วาโยลุกขึ้น


    “ไปกินข้าวไหมพี่”


    “อืม”


    ทั้งสองคนพากันลุกเดินออกไป โดยมีสายตาของพิชญาเหลือบมองตามพวกเขา


    --------------------


    โรงอาหารกลางของมหาวิทยาลัย เสียงจอแจของนักศึกษา และกลิ่นอาหารคละคลุ้งลอยไปทั่ว


    วาโยวางจานข้าวลงบนโต๊ะ


    “พี่ ผมจัดให้แล้ว”


    เขานั่งลง มองคนตรงหน้าอย่างพิจารณา


    “พี่นี่แปลกดีนะ”


    “ตรงไหน”


    “ไม่ค่อยเหมือนเด็กซิ่วปีหนึ่งทั่ว ๆ ไป”


    จักราวุธไม่ตอบ เขายังคงรักษาท่าทีนิ่งสงบ


    “ผมว่าพี่ต้องเคยทำงานอะไรมาก่อนแน่ ๆ”


    “งานทั่วไป”


    วาโยเลิกคิ้ว


    “แต่ผมว่าพี่ไม่เหมือนคนทำงานทั่วไปว่ะ”


    จักราวุธยกมุมปากเล็กน้อย


    “คิดมาก”


    ก่อนจะแยกกัน วาโยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา


    “ขอไลน์หน่อยดิพี่ เผื่อมีอะไรในคลาสจะได้บอกกัน”


    ทั้งสองสแกน QR กันสั้น ๆ


    “โอเค ได้แล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกันพี่”


    โรงอาหารเริ่มบางตา จักราวุธเดินออกจากอาคาร ลมอ่อน ๆ พัดผ่านลานมหาวิทยาลัยมาปะทะหน้า

    โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่นขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดู

    หน้าจอขึ้นชื่อ ‘103 SQN’

    ข้อความสั้น ๆ ปรากฏบนหน้าจอ


    ICEMAN : Stand by at SUN (เข้าเวรเตรียมพร้อมวันอาทิตย์)


    จักราวุธเก็บโทรศัพท์กลับเข้ากระเป๋า แล้วเดินต่อไปด้วยฝีเท้าที่มั่นคงท่ามกลางนักศึกษาหลายร้อยคนที่เดินขวักไขว่กันอยู่

    ไม่มีใครรู้เลยว่า...

    หนึ่งในนักศึกษาปีหนึ่งที่เดินอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนั้น

    คือนักบินรบ F-16 ของกองทัพอากาศไทย