หญิงสาวตัวเล็กร่างบางนั่งอยู่ที่ริมระเบียงหน้าห้องการเงินของมหาวิทยาลัยชื่อดังที่เธอมักจะถูกเรียกให้มาที่นี่บ่อยๆ
“เฟื่องลดา สิริวงศ์... เข้ามาได้ค่ะ” เสียงเรียกชื่อของเธอดังขึ้นจากอาจารย์าุโที่อยู่ในห้อง
“สวัสดีค่ะอาจารย์” ร่างบางยกมือไหว้แล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของอาจารย์
“เดือนหน้าจะสอบปลายภาคแล้วนะ ถ้าเธอยังไม่ชำระค่าเทอมอีกทางมหาวิทยาลัยก็จะไม่ให้เธอเข้าสอบ” อาจารย์ถอนหายใจหนักๆแล้วมองใบหน้าสวยหวานของลูกศิษย์คนดีอย่างหมดหนทาง
เฟื่องลดาเป็เด็กเรียนดีที่ขาดทุนทรัพย์ฐานะทางบ้านก็ปานกลางจากที่อ่านดูในประวัติก็เหมือนกับครอบครัวอื่นทั่วไปพ่อทำงานบริษัทเอกชนมีเงินเดือนประจำ แม่เป็แม่บ้านและมีลูกสาวคนเดียวดูยังไงก็ไม่น่าขัดสนถึงขนาดค้างชำระค่าเทอมในปีสุดท้ายของบุตรสาวได้
“หนูขอเวลาอีกหน่อยนะคะอาจารย์ หนูจะพยายามหาเงินมาจ่ายให้ครบก่อนสอบแน่นอนค่ะ”
“ทางบ้านเธอมีปัญหาอะไรหรือเปล่า”
“เอ่อ...” เฟื่องก้มหน้ามองมือตัวเองนิ่งไม่รู้ว่าควรจะพูดอย่างไรดี
“ว่าไง”
“ไม่มีอะไรค่ะอาจารย์ หนูจะหาเงินมาจ่ายนะคะ” ตัดสินใจที่จะไม่บอกออกไปเพราะไม่อยากให้ใครมองว่าเธอเป็เด็กมีปัญหาบ้านแตกสาแหลกขาดไหนๆ ก็จะเรียนจบแล้ว ก็ให้เื่มันจบออกไปพร้อมกับเธอก็แล้วกัน
“งั้นอาจารย์จะดึงรายชื่อของเธอเอาไว้ก่อนแต่เธอต้องนำเงินมาจ่ายก่อนถึงวันสอบสามวันนะ”
“ค่ะอาจารย์ ขอบคุณค่ะ”
หลังออกมาจากห้องอาจารย์ฝ่ายการเงินแล้วเฟื่องก็รีบกลับเข้าห้องเรียนเพื่อไปฟังบรรยายในรายวิชาที่ต้องเก็บหน่วยกิตสุดท้ายของเทอมนี้ด้วยหัวใจอ่อนล้า
ไม่อยากยอมรับว่าตัวเองจะกลายเป็เด็กมีปัญหาไปได้ครอบครัวของเธอเป็ปกติสุขมาโดยตลอดไม่เคยติดขัดปัญหาเื่เงินแม้พ่อจะทำงานคนเดียวแต่พวกเราก็ใช้จ่ายกันอย่างประหยัดไม่เคยฟุ่มเฟือยพอเข้ามหาวิทยาลัยได้เธอก็เริ่มทำงานพาร์ทไทม์หลังเลิกเรียนเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทางบ้านบ้างอย่างน้อยก็เื่ค่าใช้จ่ายของตัวเองที่มีมากขึ้นตามวัยด้วย
เฟื่องเช่าหอพักราคาถูกใกล้มหาวิทยาลัยเพื่อประหยัดค่าเดินทางและจะได้สะดวกเวลาไปทำงานหลังเลิกเรียนด้วยพอขึ้นปีสามแม่มักจะโทรมาหาเธอบ่อยๆ บอกว่าพ่อไม่กลับบ้าน จากหนึ่งวัน สองวันจนเป็สัปดาห์ เธอเคยโทรไปหาพ่อหลายครั้งแม้จะติดบ้างไม่ติดบ้างแต่พ่อไม่เคยรับสายหรือตอบข้อความใดๆ กลับมาเลย มันเริ่มส่งสัญญาณไม่ดีขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งพ่อกับแม่เลิกกันในที่สุด
หญิงสาวยิ้มบางๆให้กับตัวเองที่ต้องกลายมาเป็เด็กบ้านแตกตอนอายุยี่สิบแม้ตอนนี้จะผ่านมาเกือบสองปีแล้วแต่ก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ดี
“เฟื่อง... นั่นเฟื่องใช่ไหม” เสียงสดใสของสาวน้อยคนหนึ่งดังขึ้นตรงประตูทางเข้าร้านไอศกรีมชื่อดังที่มีสาขาอยู่ในห้างสรรพสินค้าทุกแห่งทั่วประเทศ
“หือ?... อ๊ะ นุ้ยเหรอ”คนถูกทักทำหน้าครุ่นคิดชั่วครู่ก็นึกได้แล้วรีบตรงดิ่งเข้าไปหาพร้อมกับทำหน้าที่ของตัวเองไปด้วย
นุ้ย หรือ ปัทมา เป็เพื่อนร่วมชั้นเรียนของเธอแม้จะไม่ได้สนิทนักแต่ก็พอจำกันได้อยู่บ้างนุ้ยขาดเรียนบ่อยแต่ก็ไม่เกินกำหนดจนหมดสิทธิ์สอบเป็สาวแต่งตัวจัดจ้านแม้จะใส่ชุดนักศึกษาแต่เสื้อผ้าหน้าผมต้องเป๊ะทุกวันไหนจะกระเป๋าหรูแบรนด์เนมกับรองเท้าราคาแพงนั่นอีก บ่งบอกว่าเ้าตัวคงมีฐานะทางบ้านอยู่ในระดับเศรษฐีที่มีกินมีใช้ไม่ขัดสน
วันนี้นุ้ยมากับผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาใส่สูทดูภูมิฐานและคงอายุมากกว่าพวกเธอหลายปีแน่ๆแขนเรียวของนุ้ยคล้องอยู่ที่ลำแขนแกร่งของชายหนุ่มทำให้รู้ว่าสถานะของทั้งคู่คงไม่ธรรมดา
“เข้าไปเลือกโต๊ะนั่งก่อนสิ... นี่เมนูเดี๋ยวเรามารับออเดอร์นะ” เฟื่องขยับออกมาเมื่อทำหน้าที่ต้อนรับลูกค้าเรียบร้อยแล้วแม้จะแอบประหม่าอยู่บ้างเมื่อชายหนุ่มที่มากับนุ้ยเอาแต่จ้องเธอตาไม่กะพริบ
“อื้อ ขอบใจนะ” นุ้ยรับเมนูจากเพื่อนร่วมชั้นที่รู้จักแล้วเปิดเลือกดูอย่างสนใจ
“พี่เต... พี่เตทานไอศกรีมแบบไหนดีคะ”
“พี่ไม่ชอบทานน่ะ ขอกาแฟให้พี่ก็แล้วกันครับ”เสียงเข้มเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มบางๆ เหมือนเคยแต่ดวงตาคมกลับมองหาร่างบางของหญิงสาวตัวเล็กที่มาต้อนรับเมื่อครู่แต่ไม่รู้ตอนนี้ไปอยู่ไหนแล้ว
เต หรือ เตวิทย์ รัตนศิลากุล ชายหนุ่มนักธุรกิจพันล้านในวัย 32 ปี รูปร่างสูงใหญ่สมส่วนใบหน้าคมหล่อเหลาปานเทพบุตรหลุดออกมาจากในนิยายไร้ที่ติฐานะทางการเงินไม่ต้องพูดถึงว่าชาตินี้จะใช้หมดหรือเปล่ายิ่งครอบครัวที่เป็ถึงลูกนายพลยศสูงสุดทำให้ฐานะหน้าตาทางสังคมโดดเด่นไม่น้อยไปกว่าทรัพย์สินที่มีจนเป็ที่หมายปองของสาวน้อยสาวใหญ่แวะเวียนมาเสนอตัวให้เลือกมากมายแต่ก็ยังครองตัวเป็โสดไม่รู้ว่ามีคู่หมั้นคู่หมายอยู่แล้วหรือยังไม่เจอใครที่ถูกใจกันแน่
“น้องคนเมื่อกี้ไปไหนแล้วล่ะครับ” เตวิทย์เอ่ยถามเมื่อเห็นเด็กสาวอีกคนมายืนรับออเดอร์
“อ้อ เฟื่องหรือเปล่าคะ... น่าจะออกไปข้างนอกแล้วค่ะ”
นุ้ยมองเตวิทย์อย่างงงๆก่อนจะหันไปสั่งไอศกรีมของเธอรวมถึงกาแฟของชายหนุ่มข้างๆ ด้วย
“พี่เตรู้จักเฟื่องมาก่อนเหรอคะ” ถามด้วยความสงสัยไม่ใช่เพราะไม่พอใจถึงอย่างไรเธอก็ไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่ายอยู่แล้ว
“เปล่าครับ” ชายหนุ่มหันมายิ้มให้คนข้างกายแล้วสอดมือคล้องเอวบางไว้หลวมๆตามความเคยชินวันนี้นุ้ยไม่ได้อยู่ในชุดนักศึกษาเขาจึงแตะต้องแทะเล็มได้ตามอำเภอใจ
“แน่ะๆ สนใจเพื่อนนุ้ยล่ะซี้ ถึงกับถามหาเนี่ย” นุ้ยเบี่ยงตัวหันมาล้อเลียนเตวิทย์ที่กำลังลูบเอวเธอเล่นอย่างเพลิดเพลิน
“หือ? ก็สวยดี แต่อยู่นอกกฎที่ตั้งไว้” เขาชอบเลี้ยงนักศึกษาที่เรียนอยู่ปีสามหรือกำลังจะขึ้นปีสี่เพราะอายุยี่สิบแล้วถือว่าบรรลุนิติภาวะแน่นอนและเมื่ออีกฝ่ายเรียนจบก็ต่างคนต่างไปส่วนเขาก็หาคนใหม่มาเลี้ยงดูต่อไปเรื่อยๆ
สำหรับเด็กที่ชื่อเฟื่องนั้นถ้าเป็เพื่อนกับนุ้ยก็แสดงว่ากำลังจะเรียนจบแล้วเหมือนกัน แล้วเขาจะสนใจไปทำไม...ก็แค่สวยสะดุดตาดูน่ามองเท่านั้นเอง
“แหม่ นุ้ยก็แซวเล่นค่ะ... แต่เฟื่องสวยจริงๆ นั่นละ เรียนเก่งด้วยเคยชนะโหวตให้เป็ดาวคณะด้วยนะคะ แต่เฟื่องขอสละสิทธิ์เห็นบอกว่าไม่ค่อยมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมเกรงว่าจะทำให้คนอื่นๆ เดือดร้อนไปด้วย”นุ้ยพูดถึงข่าวของเพื่อนร่วมชั้นที่เคยได้ยินมาบ้างพลางตักไอศกรีมทานอย่างเอร็ดอร่อยเพราะเป็ของโปรด
“...ครับ” เตวิทย์ยิ้มนิดๆกับคำบอกเล่าของคนข้างกายก่อนจะยกกาแฟขึ้นดื่มอึกใหญ่ แต่ไม่วายสอดส่ายสายตามองหาเด็กสาวที่พูดถึงไปด้วย...จู่ๆ ก็หายไปซะงั้น
เฟื่องนั่งอ่านหนังสืออยู่ในโซนพื้นที่สำหรับพนักงานพักเบรกจริงๆ ก็ยังไม่ถึงเวลาพักของเธอหรอกแต่เพราะไม่อาจทนสายตาของผู้ชายคนนั้นที่จ้องเธอเหมือนเป็มีดคมราวกับจะทิ่มแทงทะลุร่างเธออย่างนั้นแหละเธอจึงต้องขอสลับ่เวลาพักกับเพื่อนร่วมงานคนอื่นเพื่อหลบไปชั่วคราว
ทั้งความสนิทสนมแตะเนื้อต้องตัวกันดูยังไงก็เหมือนคู่รักแต่ทำไมผู้ชายที่มากับนุ้ยถึงมองเธอด้วยแววตาน่าขนลุกแบบนั้น ‘ขนาดมากับแฟนยังมองผู้หญิงอื่นได้ก็ถือว่าไม่น่าคบแล้วนุ้ยจะรู้ไหมว่าผู้ชายที่กำลังคบอยู่มีนิสัยแบบนี้’
คอนโดห้องชุดขนาดกลางที่อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยชื่อดังมากนักแต่เพราะราคาเช่าที่ค่อนข้างสูงทำให้ผู้ที่อาศัยอยู่จะเป็คนวัยทำงานมากกว่าจะเป็นักศึกษา
เตวิทย์เลือกเช่าห้องพักที่นี่ให้นุ้ยั้แ่ปีที่แล้วที่เริ่มตกลงเลี้ยงดูกันเพราะไม่ค่อยมีนักศึกษาเช่าอยู่มากนักไม่วุ่นวายพลุกพล่านเหมือนหอพักหรืออพาร์ทเม้นท์ทั่วไปอีกอย่างนุ้ยเป็เด็กที่เลี้ยงง่ายไม่เื่มากเื่ที่พักอาศัยพูดบอกอะไรก็เข้าใจ ทำตามกฎของเขาทุกอย่างโดยไม่มีข้อแม้หรือปัญหาใดๆ มากวนใจ
นุ้ยออกมาจากห้องน้ำ เธอมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวห่อหุ้มร่างกายอันเปลือยเปล่าที่อยู่ภายในร่างบางเดินมาหาชายหนุ่มที่นอนดูทีวีอยู่บนเตียงโดยมีผ้าขนหนูพันรอบเอวไว้หลวมๆเท่านั้น
“คืนนี้พี่เตค้างกับนุ้ยไหมคะ” เด็กสาวก้าวขึ้นมาบนเตียงหอมแก้มชายหนุ่มแล้วซุกใบหน้าน่ารักออดอ้อนคลอเคลีย
“ไม่ค้างครับคืนนี้พี่มีนัดกับเพื่อนที่คลับน่ะ หรือนุ้ยจะไปกับพี่” คนตัวใหญ่ก้มลงสูดดมความหอมของครีมอาบน้ำจากซอกคอไล้ลงมาที่ไหล่เล็ก
“อะ อื้อ.. ไม่ไปค่ะนุ้ยอยากอ่านหนังสือและก็ไม่ใช่วันหยุดด้วย” นุ้ยส่งเสียงครางเมื่อริมฝีปากร้อนขบเม้มที่เนินอกสวยและดูดดึงจนขึ้นสีแดงระเรื่อ
“เด็กดี...” เตวิทย์ผละออกจากผิวเนียนเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ด้วยความพอใจ
ริมฝีปากหนาปิดทับที่เรียวปากบางทันทีเมื่ออยากจะมอบรางวัลให้กับเด็กสาวที่แสนน่ารักเตวิทย์รั้งดึงผ้าเช็ดตัวบนร่างบางออกแล้วแทนที่ด้วยฝ่ามือร้อนลูบไล้บีบนวดไปทั่วผิวเนียนตามอารมณ์ที่เริ่มพลุ่งพล่านลุกโชนเรียวลิ้นเล็กตวัดม้วนตอบรับจูบจากผู้ชายที่เธอมอบกายให้อย่างมีชั้นเชิงชำนิชำนาญยิ่งลิ้นพัวพันกันมากเท่าไรสองกายที่บดเบียดยิ่งร้อนรุ่มซ่านสยิว
นิ้วแกร่งลูบไปตามหน้าท้องแบนราบก่อนจะเลื่อนลงไปกอบกุมเนินเนื้ออวบอูมที่ปกคลุมไปด้วยแพรไหมนุ่มซึ่งถูกตัดแต่งพองามไม่รกรุงรังส่งนิ้วชี้กดลึกลงไปตามรอยแยกที่ฉ่ำน้ำหวานจนลื่นไหลตามอำเภอใจ
“อื้อ... เสียวค่ะพี่เต” เสียงหวานครางสยิวเมื่อริมฝีปากหนาผละออกให้หายใจแล้วเลื่อนลงไปยอดปทุมถันแทน ลิ้นร้อนตวัดตุ่มไตสีชมพูเข้มดูดกลืนเข้าไปในโพรงปากขบเม้มอย่างนึกมันเขี้ยวร่างบางแอ่นหยัดยอมรับความเสียวซ่านด้วยความเต็มใจ
“พี่เตขา...” นุ้ยเรียกเสียงสั่นพร่าดวงตาสวยปรือหวานหยด
“ว่าไงครับ”
“ให้นุ้ยทำให้พี่เตนะคะ”
“ได้สิครับ... มาสิ” ร่างสูงขยับตัวขึ้นนั่งแล้วเอนหลังไปกับพนักพิงหัวเตียงใบหน้าหล่อเหลายิ้มกริ่มด้วยความพอใจเมื่อเด็กสาวกำลังจะมอบความสุขให้
นุ้ยยื่นมือไปปลดปมผ้าขนหนูที่เอวของชายหนุ่มออกเผยให้เห็นความเป็ชายที่เกินกว่าคำว่าใหญ่โตนั้นตั้งตรงตระหง่านอยู่ตรงหน้าแม้จะััมาสักกี่ร้อยครั้งก็ไม่เคยชินสักที เตวิทย์สอดมือข้างหนึ่งประคองท้ายทอยของนุ้ยเอาไว้หัวใจแกร่งสั่นรัวค่อยๆดำดิ่งเข้าสู่ห้วงปรารถนาเมื่อโพรงปากนุ่มอุ่นเริ่มตัวตนทีละน้อย ชายหนุ่มแหงนคอสูดปากครางด้วยความรัญจวน
“อืม... อา...”
จู่ๆความคิดก็กระหวัดไปถึงเด็กสาวอีกคนที่เพิ่งเจอเมื่อตอนเย็นในร้านไอศกรีม ‘เฟื่อง’ ภายในส่วนลึกใบหน้าสวยหวานล้ำนั้นยังติดตราตรึงใจไม่จางหาย
แต่เพียงชั่วพริบตาเดียวภาพในความคิดและสติก็กระเจิดกระเจิงเมื่อลิ้นเล็กโลมเลียรอบลำท่อนอย่างตั้งอกตั้งใจเตวิทย์ก้มมองภาพเย้ายวนตรงหน้าหอบหายใจหนักๆ ด้วยความสะกดกลั้น
“เด็กดีของพี่... อึก!”
ร่างสูงกระตุกรับโพรงปากอุ่นชื้นที่กลืนกินส่วนหัวบวมพองและบดเบียดเข้าไปจนสุดโคนดูดกลืนอย่างชำนาญ แม้ว่าตัวตนของเขาจะใหญ่โตจนเรียกได้ว่ามโหฬารก็ตามเขารู้ว่าเด็กสาวต้องฝืนอดทนรับเข้าไปในอุ้งปากเล็กให้มากที่สุดเพื่อทำให้เขาพอใจ
ลิ้นอ่อนนุ่มลากเลียผ่านเส้นเืที่ปูดโปนนุ้ยห่อลิ้นขยับริมฝีปากเข้าออกให้เหมือนกับจังหวะการร่วมรักน้ำลายชโลมเปียกชุ่มไหลลงมาตามริมฝีปากและคางมนได้รูปเป็ภาพที่กระตุ้นเร้าความปรารถนาให้ลุกโชน เอวหนาขยับตามจังหวะการดูดกลืนมือแกร่งสอดรั้งเรือนผมนุ่มสลวยออกแรงดึงทึ้งเข้าหาอย่างลืมตัวส่วนนั้นขยายพองร้อนผ่าว
“นุ้ย เด็กดี... อ๊ะ... อืม... พี่ขอนะ”
สิ้นคำขอนั้นชายหนุ่มกัดฟันขบกรามแน่นลำตัวเกร็งกระตุกก่อนจะปลดปล่อยสายธารอุ่นออกมาในที่สุด
“อ๊ะ! อ่า อือ...” เสียงเข้มคำรามลั่นด้วยความสุขสมและยิ่งทวีความเสียวซ่านมากขึ้นไปอีกเมื่อโพรงปากเล็กกลืนกินน้ำคาวข้นนั้นจนหมด...จะไม่ให้หลงยังไงไหว กระเป๋าแอร์เมสต้องมาแล้วแบบนี้
“ขอบใจนะครับ” เตวิทย์รั้งร่างบางขึ้นมาจูบที่หน้าผากเป็การให้รางวัลแล้วกอดคนตัวเล็กเอาไว้ในอกแกร่ง
“พี่เตมีความสุข นุ้ยก็ดีใจแล้วค่ะ นุ้ยเต็มใจทำให้นะคะ” เสียงหวานออดอ้อนจูบลงไปบนแผงอกกว้างที่กระเพื่อมขึ้นลงเล็กน้อยจากการหอบหายใจไม่นานก็สม่ำเสมอเป็ปกติ
“มา... พร้อมรับความสุขจากพี่หรือยังครับ”
เตวิทย์กระเซ้าหยอกคนในอ้อมกอดเมื่อ้าสานต่อบทสวาทขั้นต่อไป
“พร้อมตั้งนานแล้วค่ะ” นุ้ยทำแก้มป่องหลบสายตาเย้ายวนกระชากใจของชายหนุ่มตรงหน้าถ้าไม่ติดว่ามีสัญญาผูกมัดและกฎต่างๆ มากมายเธอคงจะเผลอใจรักผู้ชายคนนี้ไปแล้วจริงๆ ทั้งหล่อ ทั้งรวยแถมยังมีเสน่ห์น่ามองและยังเร่าร้อนยามอยู่บนเตียงจนเธอแทบละลายทุกครั้งที่ได้นอนกับเขา
ร่างสูงใหญ่ขยับขึ้นมาทาบทับคนตัวเล็กแขนทั้งสองวางอยู่ข้างใบหน้าน่ารักเพื่อรับน้ำหนักของตัวเองเอาไว้ก่อนจะแนบริมฝีปากลงมาจูบบนกลีบปากนุ่มลิ้นร้อนสอดเข้ามาในโพรงปากทันที เกี่ยวพันดูดดึงจากที่อ่อนโยนค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็ลุกล้ำรุนแรงมากขึ้นตามไฟปรารถนาที่ลุกโชนฝ่ามือร้อนกอบกุมอกอวบบีบขยำฟอนเฟ้นร้อนแรงร่างบางแอ่นหยัดพยายามส่งปลายถันชูชันถูไถไปกับอกแกร่งเพื่อเรียกร้องให้เขาปรนเปรอให้โดยเร็ว
“ยั่วพี่เหรอคะเด็กดี” เสียงทุ้มเอ่ยถามแล้วก้มลงดูดกลืนยอดถันสีชมพูที่เชื้อเชิญเกินห้ามใจอยู่ตรงหน้า
“อื้อ... อา... พี่เตขา... นุ้ยไม่ไหวแล้วค่ะ” นุ้ยครางกระเส่าเมื่อความ้าถาโถมจนแทบคุมสติไม่อยู่มือบางยื่นลงไปคว้าจับแก่นกายใหญ่โตที่ตื่นตัวพร้อมรบตรงส่วนปลายเริ่มมีน้ำฉ่ำใสไหลออกมา
“อ๊ะ! ซี๊ดดด” เตวิทย์ผละออกจากยอดอกสีสวยและสูดปากครางด้วยความเสียวซ่านเมื่อมือเล็กๆชักรูดตัวตนของเขาอย่างจงใจยั่วเย้าให้หมดความอดทน
ร่างสูงกดจูบหนักๆไปบนกลีบปากบางด้วยความมันเขี้ยวก่อนจะยื่นมือไปคว้าซองถุงยางที่วางเตรียมไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียงขึ้นมาแกะแล้วสวมลงไปที่แก่นกายของตัวเองตามความเคยชินเหมือนเช่นทุกครั้งจากนั้นก็กลับมาลูบไล้ผิวแก้มแดงสุกปลั่งของเด็กสาวใต้ร่างเลื่อนฝ่ามือลงไปตามผิวเนียนแวะฟอนเฟ้นอกอวบเพื่อปลุกเร้าร่างบางให้ยิ่งร้อนรุ่มแล้วลากผ่านไปด้านล่างยกเรียวขาเล็กให้แยกออกเพื่อแทรกตัวเข้าไปนั่งตรงกลางมือหนาจับเอวบางไว้ค่อยๆ สอดแก่นกายใหญ่ร้อนจัดแทรกผ่านเข้าไปภายในช่องทางฉ่ำน้ำ
“อา อื้ม อือ...” นุ้ยครางออกมาพร้อมยกเรียวแขนขึ้นกอดลำคอแกร่งเอาไว้แน่น
เตวิทย์รับรู้ถึงการหดรั้งตอดรัดจากโพรงเนื้อด้านในสะโพกแกร่งดันกายเข้าไปจนสุดความยาวและกดแช่เพื่อซึมซับความกระสันรัญจวนใจผ่านไปสักพักร่างสูงเริ่มขยับเอวหมุนวนส่วนปลายใหญ่โตบดเบียดกับจุดอ่อนไหวด้านในจนคนตัวเล็กสั่นสะท้านไปทั้งร่าง
“อื้อ พี่เตขา นุ้ยเสียวค่ะ”
“ชอบไหมครับ” เตวิทย์ถามเสียงแหบพร่าทรงเสน่ห์ ดวงตาคมจ้องมองคนใต้ร่างอย่างหื่นกระหาย
“ชะ ชอบค่ะ... อ๊ะ” นุ้ยส่งเสียงครางไม่หยุดก่อนจะสะดุ้งด้วยความใเมื่อแก่นกายใหญ่โตบุกทะลวงเข้ามาอย่างหนักหน่วงขึ้นทั้งดุดันปลุกเร้าจนร่างบางสั่นไหวไปตามแรงกระแทกของชายหนุ่ม
ร่างหนากดทับอยู่บนร่างบางส่งการเคลื่อนไหวเข้าออกอันหนักหน่วงต่อเนื่องเตวิทย์รุกล้ำไม่ขาดตอนในจังหวะสม่ำเสมอใบหน้าคมหล่อเหลาก้มลงจูบที่ปลายจมูกเล็กเรื่อยลงมาถึงริมฝีปากสอดแทรกลิ้นร้อนเข้าไปเกี่ยวกระหวัดหยอกล้ออย่างสุขใจ
ขาเรียวทั้งสองข้างยกขึ้นเสียดสีลำตัวของชายหนุ่มด้วยความเสียวซ่านกระสันอย่างถึงที่สุดมือใหญ่ดันท่อนขาเล็กให้ยกสูงขึ้นกว่าเดิมหมุนวนสลับกระแทกกระทั้นในโพรงเนื้อนุ่มปลุกกระตุ้นความสุขสมของเด็กสาวให้ทะลักทลายออกมา
“อ๊ะ! อ๊ะ อื้อ...” นุ้ยกรีดร้องสุดเสียงร่างบางกระตุกเกร็งรุนแรงเป็จังหวะบ่งบอกว่าเธอได้ไปถึงฝั่งฝันแล้ว เด็กสาวพบกับความสุขแบบล้นทะลักทั้งทรมานและสุขสมเสียจนแทบหายใจไม่ทัน
เตวิทย์ถอนแก่นกายออกมาครึ่งหนึ่งแล้วสอดกลับเข้าไปใหม่จนสุดความยาวช้าๆสองสามครั้งก่อนจะยกตัวสูบส่งเข้าออกรวดเร็วจนแทบไม่ต้องนับเรี่ยวแรงที่ส่งเข้ามาไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกลับมากขึ้นเรื่อยๆด้วยซ้ำจนร่างบางกระตุกเกร็งอีกครั้งทั้งที่เพิ่งสุขสมไปได้ไม่นานช่างเสียวซ่านเสียจนไม่อาจหาคำบรรยายได้
“พี่เตขา...” เสียงหอบโรยแรงเอ่ยเรียกชายหนุ่มเบาๆความสุขสมมากล้นจนสมองพร่าเรือน
“ครับเด็กดี... อดทนอีกนิดนะครับ พี่จะเสร็จละ” ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงหอมที่แก้มนุ่มฟอดใหญ่
เตวิทย์สอดแขนกอดเอวเล็กเอาไว้แล้วกระแทกสะโพกแกร่งลงมาไม่หยุดแนบใบหน้าสูดดมซุกไซ้ซอกคอขาว ลมหายใจกระชั้นถี่ ก่อนจะกดเน้นหนักๆอีกครั้งแล้วปลดปล่อยหยาดน้ำใส่เครื่องป้องกันที่สวมไว้ร่างสูงกระตุกเกร็งเป็จังหวะและขยับเสียดสีโพรงเนื้อนุ่มช้าๆ เพื่อรีดน้ำแห่งความสุขออกมาจนหมด
“อื้อ... อ๊า...”
ชายหนุ่มถอดถอนแก่นกายแล้วดึงถุงยางออกทิ้งลงข้างเตียงก่อนจะนอนลงข้างๆ ร่างบาง แม้จะปลดปล่อยออกไปแล้วถึงสองครั้งแต่ส่วนนั้นยังคงแข็งตัวตั้งชันเอาไว้เหมือนเดิม
“เจ็บหรือเปล่า” มือหนายกขึ้นมาเกลี่ยผิวแก้มนุ่มที่ซบอยู่บนอกแกร่งอย่างคุ้นเคย
เด็กสาวส่ายหน้าน้อยๆเพราะเธอก็ได้รับความสุขจากความรุนแรงหื่นกระหายของเขาเช่นกัน
“พี่เตยังไม่อิ่มเหรอคะ” นุ้ยถามด้วยความเขินอายเมื่อเห็นส่วนกลางกายของชายหนุ่มเขามีความ้ามากและอึดมากเช่นกัน ข้อนี้เธอรู้ดีแต่ก็พยายามทำหน้าที่ของเธอให้ดีที่สุดเพื่อให้เขาพึงพอใจ
“ไม่เป็ไร... เดี๋ยวสักพักมันก็ลงเอง” เตวิทย์ส่งยิ้มอบอุ่นให้คนในอ้อมกอดไม่ได้ตอบคำถามว่าอิ่มหรือไม่อิ่ม ถึงอย่างไรก็ต้องพอแค่นี้เพราะเขาต้องออกไปหาเพื่อนที่นัดกันไว้
โอบกอดซึมซับความสุขจนพอใจแล้วเตวิทย์ก็ลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ที่เขามีสำรองอยู่ในห้องนี้หลายตัวเพราะมาค้างที่นี่บ่อยจนแทบจะเป็บ้านอีกหลังหนึ่งของเขาไปแล้ว
“พี่ไปก่อนนะครับ” ร่างสูงก้มลงหอมแก้มนุ่มของคนที่นอนยิ้มหวานอยู่บนเตียงจากนั้นก็หยิบธนบัตรที่มีมูลค่ามากที่สุดในกระเป๋าสตางค์ออกมาปึกหนึ่งวางบนโต๊ะข้างหัวเตียงเป็ค่าขนมให้เด็กสาว
“ขอบคุณค่ะ” นุ้ยยกมือไหว้แล้วส่งยิ้มให้เขาแม้จะได้รับเงินค่าเลี้ยงดูเป็รายเดือนอยู่แล้ว แต่คุณเตวิทย์ก็มักจะหยิบให้เพิ่มเสมอทุกครั้งที่พบกัน
นุ้ยมองตามร่างสูงจนอีกฝ่ายเปิดประตูแล้วก้าวออกไปจากห้องเงียบๆใบหน้าน่ารักหันมองธนบัตรสีเทาที่น่าจะมีไม่ต่ำกว่าห้าหกใบบนโต๊ะด้วยความรู้สึกโหวงๆภายในจิตใจ อีกไม่กี่เดือนเธอกับเขาก็ต้องจากกันแล้วสินะแม้จะมีเซ็กส์ที่เร่าร้อนตอบสนองกันและกันอย่างมีความสุขแต่ก็ปราศจากคำว่า ‘รัก’
เธอรู้จักคุณเตวิทย์เมื่อปีที่แล้วด้วยการแนะนำของเจ๊หวานเ้าของร้านเสริมสวยใกล้ๆมหาวิทยาลัย นุ้ยเคยเป็พริตตี้และรับงานเอนเตอร์เทนโดยมีเจ๊หวานคอยหางานมาให้ก่อนที่จะได้มาเป็เด็กในความดูแลของคุณเตวิทย์นักธุรกิจหนุ่มกระเป๋าหนักที่เปย์ไม่อั้นขอแค่เขาพึงพอใจเท่านั้น
ชายหนุ่มเลี้ยงเด็กสาวมาแล้วหลายคนโดยคุณสมบัติของนักศึกษาที่จะเลี้ยงดูนั้นต้องอายุยี่สิบขึ้นไปหรือใกล้เรียนจบสักปีสองปีเมื่อเรียนจบสัญญาการเลี้ยงดูก็จบด้วยเช่นกัน ส่วนกฎเกณฑ์ข้อบังคับก็เหมือนกับเด็กเสี่ยทั่วไปห้ามมีความสัมพันธ์ทางกายกับชายอื่น ห้ามยุ่งเกี่ยวกับสารเสพติดทุกชนิดไม่ล้ำเส้นความเป็ส่วนตัว ไม่มีสิทธิ์แสดงความเป็เ้าของและที่สำคัญต้องขยันเรียนหนังสือโดยผลการเรียนต้องได้เกรดเฉลี่ยสามกว่าขึ้นไปทุกเทอม... ‘เป็เด็กของคุณเตวิทย์ไม่ง่ายเลย’ แต่เธอก็พอใจกับกฎของเขาและยินดีทำตามสัญญาที่ตกลงกันไว้เพราะเธอเองก็มีเป้าหมายในชีวิตหลังจากที่เรียนจบแล้วเหมือนกัน
ไนต์คลับย่านธุรกิจใจกลางเมืองที่คืนนี้มีนักท่องเที่ยวน้อยบางตาเนื่องจากเป็วันทำงานกลางสัปดาห์ที่ไม่ใช่วันหยุด
เตวิทย์มาถึงก็ขึ้นไปบนชั้นสองห้องวีไอพีทันทีด้วยความคุ้นเคยเพราะที่นี่เป็คลับของเพื่อนรักที่คบหากันมานานและเขาก็มีหุ้นส่วนอยู่ด้วยกึ่งหนึ่งโดยมีบอดี้การ์ดสองคนตามมาดูแลความปลอดภัยไม่ห่างแต่ก็เหมือนเป็ผู้ช่วยที่คอยรับคำสั่งทุกอย่างจากเขานั่นละ
“มาแล้วเหรอเสี่ยเต... หึหึ” เสียงของนพดลเ้าของคลับเอ่ยทักเพื่อนรักทันทีที่ร่างสูงเปิดประตูเข้ามาโดยทิ้งลูกน้องสองคนไว้ที่หน้าห้องเตวิทย์ชอบเลี้ยงเด็กนักศึกษาก็เลยเรียกมันว่าเสี่ยแบบประชดนิดหน่อย
“...อือ” เตวิทย์พยักหน้าให้แล้วก้าวเข้าไปนั่งที่โซฟาเดี่ยวซึ่งเป็ที่ประจำของตัวเองส่วนเพื่อนคนอื่นๆ ก็มากันครบแล้ว
“น้องนุ้ยไม่มาด้วยเหรอ” ก้องเกียรติถามเหมือนเป็การแซวมากกว่าเขาเป็ทนายความประจำตัวให้เตวิทย์ดูแลทั้งเื่ส่วนตัวและเื่ธุรกิจดังนั้นการที่อีกฝ่ายกำลังเลี้ยงดูหรือคั่วเด็กคนไหนอยู่เขาก็รู้ไส้รู้พุงจนทะลุปรุโปร่งนั่นแหละเพราะเป็คนร่างสัญญาให้ด้วยตัวเอง
“เห็นบอกใกล้สอบ จะอ่านหนังสือ” เตวิทย์รับแก้วเหล้าจากมือของเพื่อนอีกคนที่นั่งข้างกันมาดื่มรวดเดียวจนหมดแล้วส่งคืนกลับไปเพื่อให้เติมใหม่
“เห้ยๆ เบาๆ สิวะไอ้เต เดี๋ยวก็เมาหรอก”วาโยนายแพทย์และผู้อำนวยการโรงพยาบาลใหญ่ร้องเตือนด้วยความหวังดี
“หึ เคยเห็นฉันเมาหรือไงไอ้หมอ ชงมาอีก...เอาเข้มกว่าเมื่อกี้ด้วย”
“เออ ถ้าแกยังกระดกหมดแบบนี้ตลอดคืนก็คงได้เห็นแล้วหละ” คุณหมอว่าใส่แดกดันก่อนจะหันกลับไปเติมเหล้าลงไปในแก้วเพิ่มให้อีก...‘ไอ้นี่กินดุทั้งเหล้าทั้งผู้หญิง’ เื่งานก็ยังโหดเกินเบอร์อีกด้วยถึงภายนอกจะดูใจเย็นสุขุมอบอุ่นแบบนี้ก็เถอะแต่ภายในที่ซ่อนเอาไว้นี่ร้อนรุ่มดั่งมีเปลวไฟแผดเผา
นานๆทีสี่จตุรเทพมือพระกาฬจะว่างตรงกันสักที ต้องมีเช้าแน่คืนนี้จึงไม่อยากให้มีใครเมาคอพับหลับไปก่อนที่จะได้คุยกันให้หายคิดถึง
“เป็อะไรวะ ดูเครียดๆ” นพดลขมวดคิ้วมองคนที่เอาแต่นั่งดื่มเงียบๆไม่พูดไม่จา
“จะมีอะไรซะอีกล่ะ ก็เด็กมันใกล้จะหมดสัญญาแล้วนี่หว่า... น้องนุ้ยน่ะ”ก้องเกียรติตอบให้อย่างรู้ทัน เขาร่างสัญญาเองกับมือทำไมจะจำไม่ได้
“หมดสัญญาก็หาใหม่สิวะ ไม่เห็นจะยากโทรบอกเจ๊หวานกริ๊งเดียวก็มีมาให้เลือกเป็โขยงแล้วพ่อคุณ”
นพดลแนะนำทางออกซึ่งถือเป็เื่ปกติเหมือนที่เคยผ่านมาเพื่อนเขาเลี้ยงดูนักศึกษาไว้บำบัดปลดปล่อยความกระหายแบบนี้มาหลายปีแล้วหมดอายุสัญญาก็เปลี่ยนคนใหม่ไปเรื่อยๆ ไม่มีใครได้กินยาวเกินสองปีหรอกคงเพราะยังรักสนุกและไม่อยากผูกมัดกับใคร เอาจริงๆพวกเขาทั้งสี่คนก็ยังโสดกันหมดนั่นแหละ มีผู้หญิงคุยบ้างก็คบๆ เลิกๆตามประสาผู้ชายรักอิสระ
“อยากพักสักระยะน่ะ”
เตวิทย์เอนหลังไปกับโซฟาพลางหมุนแก้วเหล้าในมือเล่นดวงตาคมมองผ่านผนังกระจกแผ่นใหญ่ลงไปเบื้องล่างที่มีนักดื่มออกมาวาดลวดลายตามจังหวะเพลงที่ดังกระหึ่มกันอย่างสนุกสนาน...ปากบอกว่าอยากพัก แต่ก่อนหน้านี้เขาก็สั่งให้ลูกน้องโทรติดต่อเจ๊หวานเอาไว้แล้ว ถึงอย่างไรเขาก็มีสิทธิ์เลือกอยู่ดีไม่ว่าจะเบื่อ อยากพัก หรือไม่ถูกใจก็ปฏิเสธได้เสมอ
สามหนุ่มเพื่อนรักหันมองสบตากันไปมาด้วยความสงสัยกับท่าทีแปลกๆของเตวิทย์ที่น้อยครั้งจะได้เห็นแม้ปกติอีกฝ่ายจะเป็คนไม่ค่อยพูดอยู่แล้วแต่ก็ไม่เคยเงียบขนาดนี้ หนุ่มๆจึงเลือกที่จะข้ามเื่นี้ไปแล้วหันมาชวนคุยเื่อื่นกันต่อทิ้งให้เตวิทย์จมอยู่กับตัวเองเงียบๆ ไปก่อน
เตวิทย์ก็หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เหมือนกันกับอาการเบื่อหน่ายที่เป็อยู่ตอนนี้หรือจะเป็เพราะเด็กที่ชื่อเฟื่องคนนั้น…ยอมรับว่าถูกชะตา ความสวยกระชากใจ และรอยยิ้มหวานตราตรึงที่ไม่อาจละสายตาไปได้
“…หือ!?” เสียงเข้มครางออกมาเบาๆ แล้วจ้องมองร่างบางคุ้นตาที่เขาจำได้ขึ้นใจแม้จะได้พบเพียงแค่ไม่กี่นาที ‘เฟื่อง’
“เป็อะไรไอ้เต เจอคนรู้จักเหรอ” นภดลถามแล้วมองตามสายตาของเพื่อนลงไปที่ด้านล่าง
“เด็กคนนั้นเพิ่งมาใหม่เหรอ” เตวิทย์ชี้มือไปที่เด็กสาวตัวเล็กที่กำลังสาละวนหมุนรอบตัวเพื่อหยิบเครื่องดื่มตามออเดอร์ที่เด็กเสิร์ฟนำมาส่งให้
“อ่อ… น้องคนนั้น”เอาจริงๆ ก็ไม่เห็นที่เพื่อนมันชี้หรอกแต่คำว่าเด็กมาใหม่ของมันทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายหมายถึงใครเพราะเพิ่งรับน้องคนนั้นมาได้ไม่ถึงสัปดาห์นี่เอง… น้องเขาสวยอยู่นะขยันด้วย
“จุ๊ จุ๊ สวยว่ะไอ้นพ แกไปหามาจากไหนวะเนี่ย”ก้องเกียรติจุ๊ปากเอ่ยชมตรงๆ
“ไม่ได้หาโว้ย!เพื่อนไอ้วินหลานชายฉันมันพามาฝากทำงานเมื่ออาทิตย์ก่อนตอนแรกฉันก็ปฏิเสธไปเพราะเด็กในร้านเต็มแล้วแต่ไอ้วินมันขอร้องให้ช่วยหน่อยน้องเขาจำเป็ต้องใช้เงิน ก็เลยรับไว้ชั่วคราว”
“ชื่ออะไร” เตวิทย์ถามอย่างสนใจแม้จะรู้อยู่แล้วก็ตาม เขาก็อยากยืนยันให้ชัดเจน
“เอ… ฟาง เฟื่อง… เฟื่องลดา อะไรนี่แหละ” เ้าของร้านบอกพลางนึกครุ่นคิดไปด้วยเพราะไม่ได้เข้ามาทุกวันทำให้ลืมๆ ไปบ้าง ประกอบกับไม่เคยเรียกใช้ด้วย
“ไง…? สนใจเหรอเสี่ยเห็นจ้องตาไม่กะพริบเชียว” วาโยแซวขำๆ แต่ดูท่าไอ้เพื่อนเตจะสนใจจริงๆเห็นสายตาที่มองน้องเขานี่แทบจะกลืนกิน
“แต่เสียใจด้วยนะเพื่อนน้องเขากำลังจะเรียนจบแล้ว… ไม่อยู่ในคุณสมบัติเด็กเสี่ยของแกว่ะ”นภดลพูดขึ้นเมื่อเห็นเตวิทย์ยังนั่งมองเด็กสาวอย่างสนอกสนใจ
“งั้นเรียกมาชงเหล้าให้พวกเราหน่อยดิวะไอ้นพจะได้มองหน้าใกล้ๆ ให้ไอ้เตมันโลมเลียด้วยสายตาหน่อย” ก้องเกียรติเสนอก็เลยได้รับสายตาอาฆาตจากเตวิทย์เป็รางวัล
“พวกแกมันเสือสิงห์กระทิงโฉดอย่าเอาน้องเขามาแปดเปื้อนเลย” คุณหมอวาโยแย้งทีเล่นทีจริงแต่ก็ไม่อยากให้เพื่อนๆ เห็นผู้หญิงเป็ของเล่นแบบนั้นจริงๆ นั่นแหละ
“เอาไงครับเสี่ยเต จะให้เรียกน้องเขาขึ้นมาไหม”คนเป็เ้าของร้านเอ่ยถาม
“ไม่ต้องหรอก ให้น้องเขาทำงานไปเถอะ” แม้จะปฏิเสธแต่สายตาก็ยังคอยมองเด็กสาวตลอดเวลา
เตวิทย์ถอนหายใจยาวและดำดิ่งสู่ห้วงความคิดของตัวเองเงียบๆเด็กสาวสองคนช่างมีชีวิตต่างกันโดยสิ้นเชิงทั้งที่จุดมุ่งหมายก็เหมือนกันคือ้าเงินนุ้ยใช้เรือนร่างแลกมาอย่างสุขสบายแต่เฟื่องใช้หยาดเหงื่อแรงกายแลกเงินอันน้อยนิดแบบนี้อะไรทำให้เธอต้องตรากตรำทำงานหนักขนาดนี้กันนะ เช้าเรียน บ่ายทำงานร้านไอศกรีมกลางคืนทำงานที่คลับ แล้วจะได้พักผ่อนเพียงพอไหม
โอกาส ความคิด และชีวิตที่ต่างกันสินะหรืออาจเป็เพราะสภาพแวดล้อมรอบตัวด้วย นุ้ยอยู่ในวงโคจรแบบนั้นมาั้แ่แรกการที่ได้มาอยู่ในความดูแลของเขาใช้ร่างกายมอบความสุขให้เขาเพื่อแลกเงินถือว่าเป็เื่ปกติถ้าไม่ใช่เขาก็ยังมีเสี่ยคนอื่นมารับเลี้ยงดูนุ้ยอยู่ดีส่วนเฟื่องคงอยู่ในวังวนที่ขาวสะอาดไร้เดียงสาการใช้เรือนร่างหาเงินคงไม่มีอยู่ในความคิดของเธอเป็แน่
เฟื่องจะกลับมาเยี่ยมแม่ที่บ้านในวันเสาร์หรืออาทิตย์วันใดวันหนึ่งเท่าที่จะมีเวลามาได้เพราะต้องทำงานและบางทีก็ติดเรียน
ประตูบ้านล็อกด้วยแม่กุญแจใหญ่ให้เห็นเด่นชัดบ่งบอกว่าเ้าของบ้านไม่อยู่อดจะนึกแปลกใจไม่ได้ที่ผู้เป็แม่ไปไหนแต่เช้าตรู่แบบนี้
“เอ้า... แม่! เฟื่องใหมดเลย” ร่างบางสะดุ้งสุดตัวเมื่อไขกุญแจเข้ามาในบ้านแม่ของเธอก็พุ่งออกมาจากห้องนอนด้วยอาการตัวสั่นงันงก
“กะ แก แก รีบออกไปแล้วล็อกประตูไว้อย่างเดิมแล้วเดินลัดมาเข้าประตูหลังบ้านนะ เร็วๆ สิ นังเฟื่อง” คนเป็แม่พูดบอกปากคอสั่นใบหน้าบวมปูดเขียวช้ำจนดูไม่ได้
เฟื่องก้าวออกไปตามแรงผลักดันของแม่ด้วยความใและงุนงงเมื่อล็อกประตูบ้านด้านนอกเรียบร้อยแล้วก็เดินเลาะข้างรั้วมาที่หลังบ้านซึ่งบานประตูถูกแง้มไว้เป็ช่องเล็กๆ
“แม่! แม่เป็อะไรใครทำแม่แบบนี้” ร่างบางถลาเข้าไปกอดลูบคลำเนื้อตัวของผู้เป็มารดาทันที
“เฟื่องเฟื่องต้องช่วยแม่นะลูก พะ พะ พวกมันจะฆ่าแม่”
“ใคร พวกใครล่ะแม่ แล้วแม่ไปทำอะไรให้พวกมัน”
“พวกมันมาทวงหนี้” นางลำไพก้มหน้าหลบสายตาของลูกสาวด้วยละอายใจแก่ความผิด
“ห๊ะ! อะไรนะแม่...แม่เป็หนี้พวกมันได้ยังไง”
ั้แ่พ่อทิ้งไปก็ยกบ้านหลังนี้ให้แม่กับเธอส่วนค่าใช้จ่ายบางส่วนพ่อจะโอนมาให้แม่ทุกเดือนจนกว่าเธอจะเรียนจบและมีงานทำนั่นถือเป็ความรับผิดชอบของผู้เป็พ่อแม้จะแค่ไม่กี่บาทก็เถอะแต่เธอก็ไม่เคยขอเงินจากแม่แม้แต่บาทเดียว ยกเงินจำนวนนั้นให้แม่ใช้คนเดียวถ้าไม่ฟุ่มเฟือยก็สามารถอยู่ได้ไม่อดตายหรือถึงขนาดไปเป็หนี้ใคร
“เอ่อ แม่ แม่ไปเล่นไพ่ในบ่อนกับเพื่อนน่ะ”
“อะไรนะแม่! โธ่... ทำไม่แม่ทำแบบนี้” เฟื่องทรุดตัวลงพับเพียบกับพื้นอย่างหมดสิ้นเรี่ยวแรงกับสิ่งที่ได้ยิน
“แล้วแม่เป็หนี้พวกมันเท่าไร”
“กะ ก็ ก็เยอะ... เฟื่องเฟื่องทำงานพาร์ทไทม์ด้วยใช่ไหมลูก เอาเงินมาให้แม่ยืมก่อนนะ”
นางลำไพขอความเห็นใจจากลูกสาวซึ่งตอนนี้ถือเป็ที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวของเธอ
“ไม่ได้หรอกแม่ คราวก่อนที่เฟื่องให้แม่ไปก็เป็ค่าเทอมของเทอมที่แล้วตอนนี้เฟื่องค้างค่าเทอมสองเทอมจนทางมหา’ลัยจะไม่ให้เฟื่องเข้าสอบแล้วนะแม่”
ก่อนหน้านี้เธอเคยเอาเงินเก็บที่จะจ่ายค่าเทอมมาให้แม่เพื่อนำไปลงทุนเล่นแชร์ลูกโซ่ออนไลน์กับเพื่อนทั้งที่เธอก็เตือนแล้วว่ามันหลอกลวงแต่แม่ก็ไม่เชื่อ แถมยังบอกอีกว่าแค่สองสามวันก็ได้คืนจนถึงตอนนี้ครึ่งปีก็ไม่ได้คืนสักบาทเลยด้วยซ้ำศูนย์เปล่าทั้งหมด
“นังเฟื่อง!นังลูกอกตัญญู! ฉันเป็แม่แกนะ แกอยากให้แม่ตายหรือไงห๊ะ”นางลำไพโวยวายสะบัดตัวออกจากลูกสาวทันทีที่ได้ยินคำปฏิเสธ
“แต่เฟื่องก็อยากเรียนจบนะแม่ อีกแค่เดือนเดียวอีกเดือนเดียวนะแม่ เฟื่องเรียนจบจะรีบหางานทำแล้วเอาเงินมาช่วยแม่ใช้หนี้พวกมันนะแม่... แม่เห็นใจเฟื่องเถอะนะ” เฟื่องอ้อนวอนทั้งน้ำตา
“พวกมันจะฆ่าแม่อยู่วันสองวันนี้แล้วนังเฟื่องแม่ออกจากบ้านไม่ได้แกเห็นไหม” ว่าจบก็ฟาดฝ่ามือหยาบกร้านทุบตีใส่ร่างบางไม่ยั้งด้วยความโมโหที่บุตรสาวไม่ยอมช่วยเหลือกัน
“โอ๊ย! เจ็บแม่ เฟื่องเจ็บอย่าตีเฟื่องเลยนะแม่ ฮือ ฮือ...” แม้จะพยายามปัดป้องแต่ก็ยังไม่พ้นกรงเล็บของแม่อยู่ดีไม่มากก็น้อยเจ็บแสบเนื้อตัวไปหมด
“ไป!แกออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้เลยนังลูกไม่รักดี นังลูกอกตัญญูอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีกนะ ไป๊!”
“แม่... ฮือ ฮือ”
เฟื่องเดินร้องไห้ออกมาจากบ้านด้วยความรู้สึกปวดร้าวทั้งกายใจเวลาเพียงไม่ถึงสองปีที่พ่อทิ้งไปไม่คิดว่าแม่จะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้
เด็กสาวตัดสินใจนำเงินไปจ่ายค่าเทอมให้ครบเพื่ออนาคตของตัวเองหวังว่าสักวันหนึ่งแม่จะหายโกรธและเธอก็จะกลับมาอยู่บ้านทำงานหาเงินเลี้ยงดูแม่...เราจะได้อยู่กันสองคนแม่ลูกอย่างมีความสุข
....................
ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
^_^
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ธัญวลัย
***แนะนำให้ซื้อ E-book ที่หน้าเว็บ จะได้ราคาถูกกว่าในบางแอปมือถือค่ะ***
หรือ้าลิ้งค์ซื้อ E-Book สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail : oilza24@hotmail.com
ไลน์ : oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)