นางรู้ว่าอินซูซู้าตำแหน่งพระชายา แต่ก็ไม่คิดว่าจะต้องปลักปลำผู้อื่นเช่นนี้ หากนางจะแก้ต่างให้ตนนั่นเป็เื่ที่ง่ายมาก ด้วยแผนการของซูซูมีช่องโหว่อยู่มาก แต่นางอยากจะรู้มากกว่าว่าท่านอ๋องจะเชื่อคำของอินซูซูหรือไม่ ตอนนี้พระองค์มองนางเป็คนเช่นไรกันแน่
“ข้าให้เ้าตอบอีกครั้ง ผู้ใดให้เ้าวางยาข้า” ลู่ชิงย่อมไม่เชื่อว่าเหม่ยหลินจะเป็ผู้บงการอย่างแน่นอน แม้จะรู้ว่านางมีใจให้กับเขา แต่นางรักในเกียรติของตนยิ่งกว่าชีวิตจะให้ทำเื่ต่ำช้าอย่างนี้ มันไม่มีวันเกิดขึ้นแน่
“เป็นางจริง ๆ เพคะ หม่อมฉันไม่กล้ากล่าวความเท็จ” อินซูซูยังปากแข็ง แม้จะต้องโทษนางก็จะลากเหม่ยหลินลงนรกไปด้วยให้ได้ ทว่าในครั้งนี้อ๋องซูไม่ให้โอกาสนางได้แก้ต่างอีก
“หากเป็นางสั่งเ้าจริง เหตุใดนางต้องตีหัวข้าให้แตก เหตุใดไม่ยอมร่วมหอกับข้าแต่โดยดีเล่า” เหม่ยหลินแทบไม่เชื่อหูตัวเอง นี่ท่านอ๋องเชื่อในตัวนาง โดยไม่จำเป็ให้นางกล่าวแก้ต่างด้วยซ้ำ ในใจของนางมีคลื่นแห่งความดีใจก่อตัวจนล้นปี่ แตกต่างจากอินซูซูที่ตอนนี้หน้าซีดจนไม่มีเืฝาด ร่างกายสั่นแทบยั้งตัวไม่อยู่ นางยังไม่ทันจะหาข้อแก้ต่างให้ตน น้ำเสียงแสนเยือกเย็นก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“หากเป็พระชายาจริง เหตุใดไม่เดินเข้ามายังห้องข้าแต่โดยดี”
“แล้วในคืนที่หิมะตก อากาศหนาวเช่นนี้ เหตุใดเ้าต้องใส่อาภรณ์น้อยชิ้นเช่นนี้”
“แล้วเหตุใดบนกายเ้ายังต้องพรมยาปลุกกำหนัดด้วยเล่า”
“แล้วเหตุใดเ้าถึงเดินเข้าห้องข้า โดยไม่เกรงกลัวโทษทัณฑ์ หากเ้าไม่คาดไว้แล้วว่าบัดนี้ตัวข้าต้องโดนพิษจากยาปลุกกำหนัดของเ้าเรียบร้อยแล้ว” ลู่ชิงกล่าวข้อสันนิษฐานที่ตนมีให้กับอินซูซูต้องจำนวนต่อหลักฐาน
เป็จริงดังคาดเมื่อลู่ชิงกล่าวจบอินซูซูก็ทรุดตัวกองกับพื้นในทันที ร่างกายของนางสั่นเทาด้วยความกลัว
“หม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ หม่อฉันผิดไปแล้วเพคะ ทรงอภัยด้วยเพคะ ทรงอภัยด้วย” อินซูซูกล่าวอ้อนวอนด้วยเสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้
“เหม่ยหลิน! พระชายา พระชายาช่วยหม่อมฉันด้วย” อินซูซูกล่าวขอร้องพลางคลานมากอดขาเหม่ยหลินไว้แน่น เหม่ยหลินได้แต่มองนางด้วยสายตาเวทนา หากอินซูซูเชื่อคำเตือนของนางแต่แรก เื่เลวร้ายแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น
“เหิงเยว่ นำตัวนางไปยังค่ายทหารชายแดนทางเหนือ ให้เป็ทาสรับใช้ที่นั่นจนกว่าชายแดนจะสงบ” คำสั่งนี้ทำให้อินซูซูแทบหมดหมดสติ
“ในเมื่อเ้า้าบุรุษจนไม่รู้จักรักษาเกียรติของตนเช่นนี้ ข้าก็จะทำให้เ้าสมปราถนา” อ๋องลู่กล่าวกับอินซูซูด้วยสายตาไร้ซึ่งความปรานี
“ไม่นะท่านอ๋อง! เหม่ยหลิน! เหม่ยหลิน! ช่วยข้าด้วย” อินซูซูร้องอ้อนวอนอย่างน่าเวทนา ก่อนจะถูกเหิงเยว่ลากตัวออกไป
“พ่อบ้านซุย ไปนำนางกำนัลหอนอนข้ามารับโทษโบย 20 ไม้ โทษฐานไม่รอบคอบปล่อยให้คนร้ายวางยาทำร้ายเ้านายของตนได้” ลู่ชิงสั่งลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด ไร้ซึ่งความปรานี
“และพรุ่งนี้ให้แม่นมกุ้ยนำนางกำนัลมาให้พระชายาคัดเลือกไว้ใช้งาน” อ๋องลู่กล่าวพลางปรายตาไปยังเหม่ยหลิน พ่อบ้านซุยรับคำสั่งและจากไป ทิ้งให้เหม่ยหลินอยู่กับลู่ชิงเพียงลำพัง
เหม่ยหลินตอนนี้นางรู้สึกทำตัวไม่ถูก เกรงว่าจะทำให้อ๋องลู่กริ้ว จนคาดโทษนางอีกคน
“ส่วนเ้า! มีโทษที่ควบคุมบ่าวไพร่ของตนเองไม่ได้ ปล่อยให้ก่อเื่วุ่นวายภายในจวน” อ๋องลู่กล่าวกับเหม่ยหลินด้วยอารมณ์ขุ่นมัว
“ตามกฏของจวนแล้ว เ้าสมควรที่จะถูกโบยเช่นเดียวกับนางกำนัลเ่าั้ แต่เห็นแก่ที่เ้าช่วยถอนพิษให้ข้าจึงหักล้างกับโทษที่ควรได้รับ” อ๋องลู่กล่าวด้วยการยิึดเหตุยึดผลเป็ที่ตั้ง
“ขอบพระทัยเพคะ” เหม่ยหลินรู้ว่าครั้งนี้ตนเองมีความผิดจริง ไม่กล้าโต้แย้งเขาแม้แต่น้อย
“เ้าไปได้แล้ว” ลู่ชิงโบกมือให้นางออกไป คืนนี้เขาเหนื่อยล้าเกินไปแล้ว
“หม่อมฉันทูลลา” เหม่ยหลินกล่าวพลางหันหลังจากไป
เมื่อออกมาจากห้องบรรทมท่านอ๋องได้ นางจึงได้รับรู้ว่ากลิ่นอายของอิสรภาพเป็เช่นไร การอยู่ในห้องนอนของเขาเพียงชั่วยาม แต่เหมือนกับนางถูกจองจำมานานนับปี ‘ตอนท่านอ๋องกริ้วช่างน่ากลัว การลงโทษของจวนอ๋องไม่ต่างจากบทลงโทษในกองทัพเลยซักนิด’ นางคิดพลางกอดไหล่ตัวเองด้วยความเข็ดขยาด พลางเดินกลับเรือน แต่ต้องหยุดชะงัก เมื่อก้มลงมองเห็นดอกพลัมที่นางเก็บมานานสองนานบัดนี้กลับถูกหิมะปลุมคลุมจนเกือบหมด
“ชาของข้า~” นางกล่าวหน้ามุ่ย
คืนนี้นางรู้สึกพลังงานในชีวิตถูกใช้จนหมด นางจะต้องนอนเติมพลังให้เยอะหน่อย แต่เมื่อล้มกายลงนอน จนแล้วจนรอดนางก็ยังไม่สามารถข่มตาหลับได้ ในหัวของนางมีแต่ภาพท่านอ๋องในตอนนั้น ‘ข้า้า’ คำพูดและท่าทางของเขาตอนนั้นยังติดอยู่ในหัวของนาง ทำให้เหม่ยหลินรู้สึกคันยุบยิบภายในใจอย่างอธิบายไม่ถูก
ไม่ต่างจากลู่ชิง ที่บัดนี้ก็นอนตาค้างเช่นเดียวกัน ภายในหัวของเขามีแต่ภาพของเหม่ยหลิน ใบหน้าขาวอมชมพูที่พยามยามปัดป้องเขาออกจากตนเองนั่นช่างน่ามอง ไหนจะคอระหง และไหล่ขาวเนียนนั่นอีก’ ลู่ชิงคิดเตลิดไปไกล ก่อนจะสะบัดหัวไหล่ความคิดเหลวไหลนั่นออกไป
“นี่ฤทธิ์ของยาปลุกกำหนัดยังไม่หมดอีกหรือ ทำไมในหัวยังมีแต่ภาพเ่าั้ของนางกัน?” ลู่ชิงได้แต่บ่นพึมพำกับตัวเอง
..รุ่งเช้า แม่นมกุ้ยได้ส่งนางกำนัลมาให้เหม่ยหลินคัดเลือก นางรู้สึกดีใจมากที่ในใจท่านอ๋องยังนึกถึงนางอยู่ แต่ความดีใจนี้ก็มิได้อยู่นาน เมื่อแม่นมกุ้ยกล่าวว่าวันนี้ทั้งสามเรือนจะต้องคัดเลือกสาวใช้ไว้ใช้งาน
‘นั่นสิ ทำไม่นางจะได้รับสิทธิ์ที่พิเศษต่างจากชายาอีกสองคนกันเล่า เขาก็กล่าวกับนางอย่างชัดเจนแล้วนี่’ แต่จนแล้วจนรอดนางก็ยังดีใจทุกครั้งที่คิดว่าเขามีความรู้สึกให้กับนาง
..เหม่ยหลินมองสาวใช้ทั้งหลายที่แม่นมกุ้ยส่งมา พลางกล่าวอย่างใจเย็น
“ข้าจะไม่คัดเลือกพวกเ้า แต่วันนี้ข้าจะให้พวกเ้าได้เลือก หากใครอยากจะอยู่กับข้า ข้าก็จะรับไว้ หากใครอยากจะอยู่กับพระชายาคนอื่น ข้าก็จะไม่รั้งไว้” คำกล่าวของนางทำให้เหล่าสาวใช้ต่างใ เพราะไม่เคยมีเ้านายคนใดให้คนใช้เป็คนเลือกมาก่อน
“ข้าเป็เพียงหญิงชาวบ้านธรรมดา ไม่มีอำนาจบารมี และไม่คิดแก่งเเย่งกับผู้ใด ข้าปรารถนาที่จะอยู่อย่างเงียบสงบ หากใครพอใจเช่นนี้ก็อยู่ต่อเถิด” นางบอกจุดประสงค์ของตนอย่างชัดเจน
สาวใช้หลายคนที่หวังร่ำรวย มีอนาคตที่ดีกว่าการเป็สาวใช้ ต่างถอนตัวไป เหลือสาวใช้ไม่ถึงสิบคน ยังคงยืนกรานที่จะอยู่รับใช้ในเรือนตะวันออก แต่ถึงจะเป็เช่นนี้ นางกลับดีใจที่มีสาวใช้ที่ภักดิ์ดี และมีความคิดแบบเดียวกับนาง
“เ้าสองคนชื่ออะไร” เหม่ยหลินเอ่ยถามสาวใช้สองคนที่อยู่ด้านหน้า เพราะมองว่ามีความเฉลียวฉลาดอยู่บ้าง
“หม่อมฉันเซียงเซียงเพคะ” หญิงสาวที่ตัวสูงกว่าบอกนามของตน
“หม่อมฉันเจียงฮุ้ยเพคะ” หญิงสามที่ท่านางอายุน้อยกว่ากล่าวตามหลัง
“เ้าสองคนยินดีเป็สาวใช้ข้างกายข้าหรือไม่” เหม่ยหลินกล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“ยินดีเพค่ะ!” เซียงเซียงและเจียงฮุ้ยตอบรับพร้อมกัน พวกนางเป็เพียงสาวบ้านป่า ที่ถูกบิดามารดาขายมาเป็ทาส เพื่อให้มีเงินเลี้ยงคนที่เหลือในบ้าน พวกนางไม่เคยมีสิทธิ์เลือกสิ่งใดเลยในชีวิต มีเพียงครั้งนี้ที่เหม่ยหลินหยิบยื่นให้ ให้พวกนางได้ตัดสินใจด้วยตัวเองสักครั้ง!
“ดี!” เหม่ยหลินกล่าวพลางตบตักตนเอง นางยิ้มร่าด้วยความพอใจ