บ้านอัครบดี
ตอนเย็น
บรรยากาศยามเย็นที่บ้านอัครบดีช่างหดหู่บีบคั้นหัวใจ เมื่อรถหรูสีดำขลับที่ถูกส่งมาจากอาณาจักรซานเดียร์จอดนิ่งรอรับตัวเ้าสาวตีทะเบียนของพวกเขา
ในขณะเดียวกัน โลกโซเชียลมีเดียกำลังลุกเป็ไฟ ข่าวการประกาศเปลี่ยนสถานะจาก 'โสด' เป็ 'แต่งงานแล้ว' ของมหาเศรษฐีเพลย์บอยอย่างอเล็กซ์ ซานเดียร์ กลายเป็ประเด็นร้อนที่ผู้คนทั่วโลกต่างตามขุดคุ้ยว่านกน้อยผู้โชคดี หรือโชคร้าย คนไหนกันที่สามารถสยบพยัคฆ์ร้ายตนนี้ลงได้ แต่สำหรับเมญ่า... เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่การสยบพยัคฆ์ แต่มันคือการเดินเข้าสู่กรงขังที่โอ่อ่าที่สุดในโลกต่างหาก
“มาดามครับ... เชิญครับ” บาร์โชว์ที่มีใบหน้านิ่งสนิทเหมือนหุ่นยนต์ผุดกายขึ้นเปิดประตูรถให้ด้วยท่าทีนอบน้อม คำว่า มาดาม ที่เขาจงใจเรียกขาน ยิ่งตอกย้ำพันธนาการที่มองไม่เห็นให้แ่าขึ้นไปอีก
เมญ่าชะงักเท้าหันกลับไปมองครอบครัวเป็ครั้งสุดท้าย ยาญ่าผู้เป็แม่ยืนตาแดงก่ำ ร่างกายสั่นสะท้านด้วยแรงสะอื้น หลังจากที่ต้องฝืนยิ้มทั้งน้ำตาขณะช่วยลูกสาวเก็บเสื้อผ้าข้าวของจำเป็ตลอดทั้งบ่าย บัดนี้เธอไม่อาจกลั้นความโศกเศร้าไว้ได้อีกต่อไป จึงซบหน้าลงกับอกของบรรหารแล้วปล่อยโฮออกมาอย่างหนักหน่วง
เมญ่าเม้มริมฝีปากจนห่อเื เธอพยายามจดจำภาพบ้านที่เคยอบอุ่นไว้เป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะก้าวขึ้นรถไปด้วยหัวใจที่หนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว ความรู้สึกพ่ายแพ้อย่างหมดรูปกัดกินจิตใจจนเธอแทบไม่อยากหายใจ
ปึง!
เสียงปิดประตูรถคันหรูดังสนั่นหวั่นไหว เป็สัญญาณสุดท้ายว่าโลกภายนอกได้ถูกตัดขาดไปอย่างสมบูรณ์
รถยนต์เคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์อัครบดีอย่างช้า ๆ ทิ้งไว้เพียงเสียงร้องไห้ของแม่และเงาหลังที่โดดเดี่ยวของพ่อ... มุ่งหน้าสู่อนาคตที่เธอไม่เคยเลือก และอ้อมกอดของสามีที่แสนจะอันตรายอย่างอเล็กซ์ ซานเดียร์
ย้อนกลับไปเมื่อ่เที่ยง...
ยามเที่ยงวันผ่านพ้นไปทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า... ภายหลังการจรดปากกาลงบนใบสำคัญสมรส เมญ่ากลับพบว่าไม่มีหลักฐานใดยืนยันสถานะใหม่ในมือเธอเลยสักแผ่นเดียว ทุกอย่างถูกอเล็กยึดถือไว้ราวกับของสะสม แม้แต่ชื่อของเธอก็ถูกรื้อถอนออกจากรอยจำเดิม เพื่อโยกย้ายเข้าไปพำนักอยู่ในทะเบียนบ้านของคฤหาสน์ซานเดียร์อย่างเรียบร้อย
เธอเดินกลับเข้าบ้านด้วยฝีเท้าที่เบาหวิวราวกับร่างไร้วิณญาณ จนกระทั่งสุ้มเสียงของปู่ปินดึงสติที่ล่องลอยให้กลับมา
“ในเมื่อจดทะเบียนกันเรียบร้อยแล้ว... ก็เอาคืนไปเถอะ”
สมาร์ทโฟนเครื่องคุ้นตาถูกยื่นมาตรงหน้า เมญ่าเอื้อมมือที่สั่นเทาไปรับมันไว้ ราวกับกำลังรับเศษเสี้ยวตัวตนที่เหลืออยู่คืนมา
“คะ...หนูขอตัวขึ้นไปเก็บของก่อนนะคะ”
เธอเลี่ยงหนีสายตาผู้เป็ปู่ พาร่างกายที่สั่นคลอนกลับขึ้นไปยังห้องนอนสีชมพูพื้นที่ที่เคยปลอดภัยสุดท้ายที่เธอนึกถึง ใจดวงน้อยพะวักพะวนถึงพี่ธีร์และเพื่อนรักอย่างจุ่ม เธอปรารถนาเหลือเกินที่จะส่งสัญญาณบอกใครสักคนว่าเธอยังมีลมหายใจ และยังไม่สูญสลายไปในวังวนนี้
เมื่อทิ้งตัวลงบนโซฟา ความเงียบสงัดก็เข้าจู่โจม เธอพยายามเปิดเครื่องแต่พบเพียงหน้าจอที่มืดสนิทเพราะแบตเตอรี่เหือดแห้ง เมญ่าจึงต้องย้ายตัวเองไปนั่งพิงหัวเตียง เสียบสายชาร์จและรอคอยด้วยใจระทึก
ทันทีที่แสงสว่างจากหน้าจอวาบขึ้น ข้อความมากมายก็ถาโถมเข้ามาดั่งทำนบแตก ทว่าท่ามกลางการแจ้งเตือนเ่าั้ สายตาของเธอหยุดนิ่งอยู่ที่ข้อความจากพี่ธีร์... ชายผู้เคยเป็ดั่งแสงตะวัน
ข้อความแรกยังคงเป็ 'อรุณสวัสดิ์' ที่แสนอบอุ่นเหมือนทุกวัน แต่ข้อความที่สองซึ่งส่งมาในยามเย็น กลับเย็นเยียบจนถึงขั้วหัวใจ... มันคือคำบอกเลิก ตามด้วยคำขอโทษสั้นๆ ที่เขาไม่สามารถยื่นมือเข้ามาช่วยโอบอุ้มบริษัทของพ่อเธอไว้ได้
ความรู้สึกชาหนึบแล่นพล่านจากปลายนิ้วขึ้นสู่ใบหน้า ราวกับถูกตบด้วยมือที่มองไม่เห็น ความเ็ปบีบคั้นทรวงอกจนอากาศรอบกายดูจะเบาบางลงไปทุกที ในจังหวะที่โลกทั้งใบกำลังพังครืนลงมาต่อหน้า สมาร์ทโฟนในมือกลับสั่นสะท้านขึ้นอีกครั้ง...
‘พุทโธ่แม่คุณ! ในที่สุดก็ติดต่อได้สักที รู้ไหมว่าฉันเกือบจะบุกไปพังประตูบ้านอัครบดีอยู่แล้วนะ!’ น้ำเสียงร้อนรนของจุ่มเพื่อนรักดังทะลุผ่านลำโพงมาทันทีที่ปลายนิ้วกดรับ
เมญ่านิ่งงัน ลำคอแห้งผากจนต้องเค้นเสียงพร่าสั่นออกไป “มีอะไรหรือเปล่า...”
‘ก็พี่ธีร์นะสิ! อยู่ดีๆ ก็ส่งข้อความบนโซเชียล ฝากฝังให้ฉันดูแลแก บอกว่ากำลังจะไปต่างประเทศด่วน’ ปลายสายรัวคำพูดด้วยความกังวล ‘นี่แก... โอเคใชไหมเมญ่า?’
“อืม... ฉันโอเค” เธอตอบอย่างละล่ำละลัก พยายามสะกดกั้นเสียงสะอื้นที่ตีตื้นขึ้นมา
‘โอเคบ้านแกน่ะสิ เสียงแหบเหมือนคนเพิ่งผ่านการร้องไห้มาเจ็ดวันเจ็ดคืนขนาดนี้!’ จุ่มสวนกลับทันควัน ‘แถมวันนี้ฉันไปหาแกที่คอนโด ยามบอกว่าชั้นของแกกลายเป็เขตหวงห้ามไปแล้ว เข้าไปไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว เกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย อย่างกับมีคนถูกฆ่าตายบนนั้นอย่างนั้นแหละ! และมีชายชุดดำยืนเฝ้าหน้าลิฟต์คอนโดชั้นของเธอด้วย’
คำว่าเขตหวงห้ามทำให้หัวใจของเมญ่ากระตุกวูบอเล็กซ์... ชื่อนี้ผุดขึ้นมาในใจพร้อมกับความรู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง เขาจัดการลบตัวตนและพื้นที่ส่วนตัวของเธอทิ้งอย่างรวดเร็วราวกับจะกักขังเธอไว้ในกรงทองที่มองไม่เห็น
“่นี้ฉันอยู่บ้าน... ไม่ค่อยรู้เื่ทางนั้นเลย” เธอเลี่ยงตอบความจริง
‘เออๆ ... เมญ่า ฟังนะเว้ย แกไม่ต้องคิดมาก พี่ธีร์เขาตามจีบแกมาั้แ่ปีหนึ่งจนเรียนจบ ใจเขาอยู่กับแกคนเดียว เชื่อฉันสิ พอเขากลับมาจากต่างประเทศ ทุกอย่างจะเหมือนเดิม’
“จุ่ม...” เมญ่าพึมพำด้วยความโศกเศร้าที่ลึกสุดหยั่ง “เื่ของฉันกับเขา... มันไม่มีวันมากันได้อีกแล้ว”
‘เหย! แกจะถอดใจง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ? เขาอาจจะมีเหตุผลจำเป็ที่ต้องไปกะทันหันก็ได้ ให้โอกาสพี่เขาแก้ตัวหน่อยสิ’
“จุ่ม... ฉันจดทะเบียนสมรสแล้ว” ความเงียบเข้าปกคลุมบทสนทนาครู่หนึ่ง ราวกับพละกำลังทั้งหมดถูกสูบหายไปพร้อมกับประโยคนั้น เมญ่ารู้สึกเสียวแปลบในช่องท้อง มันคือความเ็ปที่ไม่มีแผลแต่ทรมานยิ่งกว่า
‘เฮ้ย! ได้ยังไง? กับใคร?!’
“มันไม่สำคัญหรอกว่ากับใคร...” น้ำตารินไหลอาบแก้ม “แต่นับจากนี้ไป... ฉันไม่ใช่เมญ่าคนเดิมอีกแล้ว”
‘ฉัน... ฉันควรจะยินดีกับแกใช่ไหม? แต่เดี๋ยวนะ แกไปจดทะเบียนมาเมื่อไหร่’
“เมื่อเช้านี้เอง”
‘เชี้ย! แกรรู้อะไรไหม วันนี้ อเล็กซ์ ซานเดียร์ ไอดอลของฉันเขาก็เพิ่งเปลี่ยนสถานะในโปรไฟล์บนโซเซียลมีเดียว่า แต่งงานแล้ว เหมือนกัน! อย่าบอกนะว่า...’
“หยุดจินตนาการเื่ไร้สาระได้แล้วจุ่ม” เมญ่าตัดบท กลืนก้อนขมปร่าลงคออย่างยากลำบาก มือที่จับสมาร์ทโฟนบีบจนขาวซีด “คนอย่างเขาจะเอาอะไรมามองฉัน... แกก็เห็นข่าวอยู่ตลอด ผู้หญิงของเขาระดับนางฟ้าทั้งนั้น ฉันมันก็แค่คนธรรมดา”
แกร๊ก...
เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของผู้เป็แม่ เมญ่ารีบเช็ดน้ำตาอย่างรวดเร็ว
“แค่นี้ก่อนนะจุ่ม แม่มีธุระจะคุยกับฉัน” เธอตัดสายทิ้งทันที ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับยาญ่าที่ยืนรออยู่ด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
เมญ่าผละจากความสับสนตรงหน้า เดินไปลากกระเป๋าเดินทางใบเขื่องออกมาจากมุมห้อง เสียงล้อที่ครูดไปกับพื้นฟังดูบาดลึกคล้ายเสียงนับถอยหลังของอิสรภาพ เธอเริ่มหยิบฉวยข้าวของยัดลงไปอย่างไร้จุดหมาย
ยาญ่ายืนมองภาพลูกสาวด้วยหัวใจที่แตกสลาย จนสุดท้ายความเงียบก็น่าอึดอัดเกินจะทนไหว หล่อนโผเข้ากอดเมญ่าจากทางด้านหลัง สะอื้นฮักจนตัวโยน
“เมญ่า... แม่... แม่ขอโทษ...”
“แม่ช่วยหนูเก็บของเถอะค่ะ...” เมญ่าเอ่ยเสียงเรียบ แต่หยาดน้ำตากลับร่วงเผาะลงบนเสื้อผ้าในกระเป๋า เธอค่อยๆ แกะมือของผู้เป็มารดาออกอย่างสุภาพทว่าเด็ดขาด “อีกสักพัก... เขาก็จะส่งรถมารับหนูแล้ว”
ความหวาดหวั่นแล่นพล่านอยู่ในอก เมื่อนึกถึงอำนาจที่มองไม่เห็นของชายผู้นั้น ในเมื่อเขาสามารถแทรกซึมเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวอย่างคอนโดของเธอได้ราวกับเ้าของที่ โดยที่ระบบรักษาความปลอดภัยอันทันสมัยกลายเป็เพียงของเล่นโง่ๆ แล้วในคฤหาสน์ที่เป็อาณาจักรของเขาเล่า... เขาจะทำอะไรกับชีวิตเธอได้บ้าง
ปัจจุบัน
เมญ่านั่งนิ่งอยู่บนเบาะหนังราคาแพงระยับภายในรถยนต์คันหรู บรรยากาศรอบตัวเย็นเฉียบและเงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ครางแ่เบา รถกำลังเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ทว่าในความรู้สึกของเธอ มันเหมือนการถูกคุมขังอยู่ในกล่องโลหะที่กำลังมุ่งหน้าสู่ยอดเขาอันลึกลับ
รถยนต์คันโตเลี้ยวเข้าสู่เขตพื้นที่ส่วนตัวของตระกูลซานเดียร์อย่างเงียบเชียบ เมญ่าทอดสายตามองผ่านกระจกติดฟิล์มดำมืดเห็นเพียงเงาตะคุ่มของต้นไม้ใหญ่ที่ขนาบสองข้างทางราวกับเพชฌฆาตที่ยืนรอต้อนรับ
ปลายทางคือคฤหาสน์ที่โอ่อ่าทว่าเย็นเยียบ... สถานที่ที่เธอไม่รู้เลยว่ามันจะเป็บ้านหลังใหม่เพื่อเริ่มต้นชีวิต หรือจะเป็ 'แท่นสังเวย' ที่อเล็กซ์เตรียมไว้เพื่อบดขยี้ตัวตนของเธอให้แหลกสลายคามือกันแน่
คฤหาสน์ซานเดียร์
รถยนต์หรูเคลื่อนตัวไปตามถนนส่วนบุคคลที่ทอดยาวนับกิโลเมตรกว่าจะถึงตัวคฤหาสน์ เมญ่าทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความฉงน สองข้างทางเรียงรายด้วยต้นสนที่ถูกตัดแต่งทรงแหลมอย่างประณีต แสงไฟสีนวลตาที่ส่องสว่างตลอดแนวทางเข้าไม่ได้ช่วยให้เธอรู้สึกอุ่นใจขึ้นแม้แต่น้อย
เมื่อรถจอดสนิทที่หน้ามุขคฤหาสน์ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับมีเพียงแม่บ้านร่างผอมบางเพียงคนเดียวที่ยืนรอรับอยู่ บรรยากาศรอบตัวอึมครึมและเงียบเชียบเสียจนน่าใจหาย ราวกับคฤหาสน์หลังโตนี้เป็เพียงสิ่งก่อสร้างร้างที่ไร้ซึ่งจิติญญา
“ทางนี้ครับมาดาม” บาร์โชว์ยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยเหมือนหุ่นยนต์ขณะเปิดประตูให้เธอ
ก้อนความวิตกจุกอยู่ที่ลำคอจนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมญ่าเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะรวบรวมความกล้าถามขึ้น “เ้านายพวกคุณ... ไม่อยู่เหรอคะ?”
บาร์โชว์ก้มมองนาฬิกาข้อมือด้วยท่าทางเคร่งครัด “ตอนนี้น่าจะอยู่ที่ห้องทำงานครับ เ้านายรออยู่ครับมาดาม” เขายื่นมือทำท่าเชื้อเชิญให้เธอเดินเข้าไป
เมญ่าสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ พยายามข่มอาการหัวใจที่เต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอกทุกย่างก้าวที่เธอเดินตามหลังบาร์โชว์เข้าไปในตัวบ้าน ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินขึ้นสู่แท่นปะาอย่างช้า ๆ ภายในคฤหาสน์เงียบสงัดไร้เสียงสรรพสิ่ง มีเพียงของตกแต่งราคาสูงระยับที่วางประดับอยู่ทุกมุม ั้แ่แจกันโบราณไปจนถึงภาพวาดมูลค่ามหาศาล... ซึ่งเธอรู้ดีว่าเพียงแค่ภาพเดียว ก็อาจช่วยพยุงวิกฤตบริษัทของพ่อเธอให้ฟื้นกลับมาได้โดยง่าย
แต่ราคาของความช่วยเหลือเ่าั้... คือชีวิตและอิสรภาพของเธอที่ต้องมาทิ้งไว้ในที่แห่งนี้
มาอ่านต่อกันที่นี่นะค่ะ
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTU5NTc5MiI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQzNjU5NCI7fQ