บทที่ 3 องค์หญิงน้อยเป็เทพธิดากลับชาติมาเกิดหรือ?
‘ฮ่องเต้องค์ใหม่บังคับให้มารดาของข้าตายตามบิดาไป อีกทั้งยังทำให้พี่ชายของข้าต้องตายทางอ้อม ไม่นานก็เริ่มระแวงขุนนางตระกูลหลิ่วที่รับราชการอยู่ในราชสำนัก ซึ่งก็คือท่านตาและท่านลุงของข้า’
‘ไม่นานก็มีคนกล่าวโทษท่านตาด้วยความผิดเจ็ดประการ ทั้งตระกูลถูกเนรเทศไปเป็ทหารไกลถึงสามพันลี้ ท่านยาย ท่านตา ท่านลุงใหญ่และท่านลุงรอง... ต่างล้มป่วยตายระหว่างทางตามกันไป’
จุดจบของตระกูลหลิ่วช่างโหดร้ายเหลือเกิน!
ฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่วและหลิ่วตาอิ้งต่างตกตะลึง
องค์ชายห้าถึงกับกำหมัดแน่น
ก่อนหน้านี้นั้นเขาไม่เคยคิดจะแย่งชิงบัลลังก์เลย ด้วยเป็เพียงองค์ชายลำดับที่ห้า
เขาตั้งใจเพียงจะเป็องค์ชายที่เป็ประโยชน์ต่อราชสำนัก
แต่หากสิ่งที่น้องหญิงพูดในใจเป็ความจริง เช่นนั้นเขา... จะต้องแย่งชิงบัลลังก์ให้ได้!
มิเช่นนั้นเมื่อมีฮ่องเต้องค์ใหม่ ทั้งเขาและวงศ์ตระกูลฝ่ายมารดาจะต้องตาย!
เซียวฉู่ฉู่เป่าฟองนมพลางคิดในใจ ‘ข้าต้องหาทางปกป้องพี่ชาย ท่านแม่และท่านยายให้ได้... จะไม่ยอมให้ท่านแม่และท่านยายที่งดงาม รวมถึงพี่ชายที่หล่อเหลาต้องลำบากหรือถูกผู้อื่นทำร้าย’
ฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่ว หลิ่วตาอิ้ง และองค์ชายห้าต่างรู้สึกะเืใจ
พวกเขาอดไม่ได้ที่จะก้มลงมองใบหน้าของทารกน้อยในผ้าอ้อม
เด็กน้อยตัวเล็ก ๆ นุ่มนิ่ม
ยังเดินไม่ได้ก็คิดจะปกป้องพวกเขาแล้ว
ช่างเป็เด็กน้อยที่น่ารักจริง ๆ
พวกเขายิ่งมองก็ยิ่งหลงรัก
"องค์ชายห้า ข้าขออุ้มองค์หญิงน้อยหน่อยเถิด"
ฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่วไม่สนใจเื่ลำดับชั้นต่อหน้าองค์ชายอีกต่อไป
นางแย่งตัวเซียวฉู่ฉู่จากอ้อมกอดขององค์ชายห้าโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
องค์ชายห้า “...”
เขายังอยากอุ้มน้องหญิงต่อ
แต่ฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่วมองหลานสาวที่กำลังเป่าฟองนม อุ้มไว้ในอ้อมอกแล้วไม่ยอมปล่อย
"ข้าเห็นว่าองค์หญิงน้อยมีหน้าผากโหงวเฮ้งดี ดวงตาเป็ประกายมีชีวิตชีวา ต้องเป็ผู้มีบุญวาสนาแน่นอน"
ฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่วเอ่ยพลางมองหลิ่วตาอิ้งอย่างจริงจัง
มีเพียงยายคนนี้เท่านั้นหรือที่ได้ยินเสียงกระซิบเหมือนเทพธิดาของหลานสาว?
นางเห็นว่าหลิ่วตาอิ้งไม่มีท่าทีใเลยแม้แต่น้อย
องค์ชายห้าก็ยืนนิ่งไม่ขยับ
ไม่ได้การ!
นางต้องเตือนบุตรสาวอย่างลับ ๆ
ฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่วรีบตักเตือนทันที "การที่พระสนมได้องค์หญิงน้อยผู้สูงศักดิ์เช่นนี้ นับเป็โชคลาภอันยิ่งใหญ่ จำต้องดูแลองค์หญิงน้อยให้ดี บุญวาสนาของท่านยังรออยู่ข้างหน้า"
หลิ่วตาอิ้งรักบุตรสาวดั่งดวงใจอยู่แล้ว จะต้องให้มารดาเอ่ยปากด้วยหรือ?
แต่ขณะที่นางกำลังจะตอบ กลับถูกองค์ชายห้าที่ทำท่าจริงจังราวผู้ใหญ่แย่งพูดเสียก่อน
เขาพยักหน้ารับคำ "ท่านยายวางใจได้ หลังเลิกเรียนจากสำนักศึกษาหลวง
ข้าจะมาเยี่ยมน้องหญิงทุกวัน"
หลิ่วตาอิ้งชะงัก
เมื่อก่อนนางจงใจเมินเฉยต่อองค์ชายห้า องค์ชายห้าจึงมาเยี่ยมทุกสามวันครั้ง
ฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่วรู้สึกปลื้มใจยิ่ง "องค์ชายห้าเป็พี่ชายที่ดีจริง ๆ"
นางมีโอกาสเข้าวังไม่บ่อย จึงรีบถามถึงความเป็อยู่ของบุตรสาวในวังหลัง
อีกทั้งยังเงี่ยหูฟังว่าเสียงจากทารกน้อยเซียวฉู่ฉู่จะมีอะไรอีกหรือไม่
แม้ไม่รู้ว่าเื่ที่ได้ยินเป็ความจริงหรือไม่ แต่เนื้อหานั้นน่าสะพรึงกลัวเกินกว่าจะมองข้าม
แต่เซียวฉู่ฉู่ในผ้าอ้อมเพิ่งครบเดือน นางนึกถึงจุดจบของทุกคนในนิยายเล็กน้อย ก็รู้สึกว่าเปลือกตาหนักอึ้ง แทบจะลืมไม่ขึ้น
ในอ้อมกอดของฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่วที่ชำนาญการอุ้มทารก นางขยับศีรษะด้านหลังอย่างสบายอารมณ์ เมื่อหาตำแหน่งที่สบายที่สุดได้แล้ว ก็ขยับยุกยิกชวนให้น่าเอ็นดูซุกตัวเข้าไป
‘ง่วงจัง…’
‘ลูกจะนอนแล้ว…’
แต่เซียวฉู่ฉู่หลับตาลงแล้วก็ดิ้นครางอีกครั้ง
‘ไม่ได้ ข้าห้ามหลับ... คืนนี้ท่านแม่จะให้คนร้ายมาเฝ้ายาม…’
‘... ข้าห้าม... หลับ... ข้าต้องตื่น... หากข้าเห็นแม่นมใจร้ายไม่ปิดหน้าต่างก็ต้องร้องไห้... ด้วยวิธีนี้ ข้ากับท่านแม่... จึงจะไม่ล้มป่วยหนัก…’
แต่นางดิ้นรนได้สักพัก ร่างน้อย ๆ ก็ทนไม่ไหว ด้วยข้อจำกัดของร่างทารก จึงหลับใหลไป
เพียงแต่เสียงในใจก่อนหลับที่ทิ้งไว้ ทำให้ทั้งฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่วและองค์ชายห้าต่างใและโกรธเป็อย่างมาก
ในวังยังมีทาสชั่วช้าเช่นนี้ด้วยหรือ?
ลงมือกับองค์หญิงน้อยที่เพิ่งครบเดือนซึ่งไม่มีผลต่อราชบัลลังก์!
แต่เมื่อพวกเขาคิดอีกครั้ง ก็เข้าใจได้
หลิ่วตาอิ้งไม่ได้เป็ที่โปรดปรานในวังหลัง เมื่อหกปีก่อนฮ่องเต้เคยโปรดปรานเพียงครั้งเดียว นางก็สามารถให้กำเนิดองค์ชายห้า และได้เลื่อนตำแหน่งเป็สนมตาอิ้งแล้ว
ใน่หกปีนี้ ฮ่องเต้เรียกตัวหลิ่วตาอิ้งเพียงไม่กี่ครั้งต่อปี
ด้วยความโปรดปรานเพียงน้อยนิด แต่หลิ่วตาอิ้งกลับให้กำเนิดองค์หญิงที่แข็งแรงสมบูรณ์ได้อีกคนหนึ่ง
หากปล่อยให้นางเป็เช่นนี้ต่อไป อาจมีองค์ชายรอง องค์ชายสาม...
ในสายตาของบางคน นี่คือภัยคุกคามอย่างแน่นอน!
ถือโอกาสลงมือตอนองค์หญิงน้อยครบเดือน หากองค์หญิงเป็อะไรไป หลิ่วตาอิ้งที่เพิ่งออกเดือนก็จะล้มป่วยไปด้วย
นี่คือการฆ่านกสองตัวด้วยลูกธนูดอกเดียว
ช่างเป็แผนร้ายที่น่ากลัวเหลือเกิน!
ดวงตาขององค์ชายห้าหม่นหมอง
"ท่านแม่ ่นี้ลมเหนือพัดแรง พี่ใหญ่และพี่รองต่างเป็หวัดเล็กน้อย ทั้งยังไอไม่หยุด"
องค์ชายห้าครุ่นคิดก่อนเอ่ยปาก "ท่านแม่กับน้องหญิงควรระวังรักษาความอบอุ่นด้วย พี่ใหญ่กับพี่รองฝึกยิงธนูขี่ม้ามาั้แ่เด็ก พวกเขายังทนลมหนาวไม่ได้ แล้วท่านแม่ที่เพิ่งออกเดือน กับน้องหญิงที่ร่างกายยังไม่แข็งแรงจะทนได้อย่างไร? ต้องระมัดระวังให้มาก"
ระวังไว้ดีกว่าประมาท
"เตาผิงต้องไม่ดับ ตอนกลางคืนนอกจากแม่นมที่ดูแลองค์หญิงน้อย ควรเพิ่มขันทีที่ไว้ใจได้มาเฝ้ายามอีกคน"
ฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่วพยักหน้าติด ๆ กัน
หลานชายพูดได้เหมาะเจาะ
นางรีบแนะนำหลิ่วตาอิ้ง "องค์ชายห้าพูดถูกแล้ว หากตอนนี้ยังหาคนที่ไว้ใจได้ไม่พบ ข้าเห็นว่าชิวหลีที่อยู่ข้างกายเ้ามาหกปี ปกติก็กล้าหาญและละเอียดรอบคอบ ่นี้ให้ชิวหลีดูแลให้มากหน่อย"
"โดยเฉพาะ่นี้ หิมะตกหนัก ลมแรง..."
หลิ่วตาอิ้งมองทารกน้อยที่ว่าง่ายในผ้าอ้อม ในใจก็ตื่นตัว
"ดี วันนี้ข้าจะจัดการ"
"เฉิงเฉียน ใกล้ถึงเวลาไปสำนักศึกษาหลวงแล้ว เ้าอย่าไปสายให้อาจารย์ลู่โกรธล่ะ"
พอนางพูดจบ ใบหน้าเคร่งขรึมขององค์ชายห้าก็เปล่งประกาย
ท่านแม่รู้ด้วยว่าอาจารย์ที่สำนักศึกษาหลวงแซ่ลู่
เสียงในใจของน้องหญิง... ไม่ผิดเลย
มารดาของเขาคอยห่วงใยเขาในที่ลับมาตลอด เขาเข้าใจผิดไปเอง
"ขอรับ ลูกจะไปเดี๋ยวนี้" องค์ชายห้าลุกขึ้นยืน มองน้องหญิงอย่างอาลัย ก่อนจะคำนับลาฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่วและหลิ่วตาอิ้งอย่างนอบน้อม
หลังจากเขาจากไป ฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่วและหลิ่วตาอิ้งก็สนทนากันต่ออีกครู่หนึ่ง
ฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่วได้ให้คำแนะนำบุตรสาวมากมาย "องค์หญิงน้อยเพิ่งเกิด ร่างกายยังอ่อนแอ ทั้งอาหารและของใช้ต้องให้คนที่ไว้ใจได้เท่านั้นเป็ผู้จัดการ"
ฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่วไม่สามารถอยู่ในวังได้นาน
วันนี้เป็เพียงโอกาสที่องค์หญิงน้อยครบเดือน จึงได้มีโอกาสพบหน้าบุตรสาว
ก่อนจากไปฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่วลังเลอยู่นาน แต่ก็ไม่ได้เอ่ยเื่เสียงในใจประหลาดของหลานสาวตัวน้อยให้หลิ่วตาอิ้งฟัง
เพราะกำแพงในวังมีหูมากมายนัก
หากเื่ประหลาดเช่นนี้แพร่ออกไป องค์หญิงน้อยอาจถูกมองว่าเป็ปีศาจ คงไม่มีจุดจบที่ดี
ฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่วไม่กล้าพูดมาก โดยเฉพาะเมื่อหลิ่วตาอิ้งเพิ่งออกเดือน ยังรับความตื่นตระหนกไม่ได้ อย่างน้อยต้องรอให้ร่างกายบุตรสาวแข็งแรงก่อน
อีกอย่าง นางก็ไม่แน่ใจว่าเสียงในใจของหลานสาวนั้นเป็เื่จริงหรือไม่
หากเป็ไปได้ว่านางเองเป็โรคประสาทหลอน และทั้งหมดนี้เป็เพียงจินตนาการของนาง ไม่เกี่ยวกับองค์หญิงน้อยเลย
ฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่วกดความรู้สึกในใจเอาไว้
"พระสนม เ้าต้องจำไว้ให้ดี ให้ชิวหลีเป็ผู้ดูแลองค์หญิงน้อย"
ก่อนจากไป นางได้รับคำสัญญาจากหลิ่วตาอิ้ง จึงค่อยอำลาด้วยความอาลัยอาวรณ์
"ท่านแม่กับท่านพ่อก็ต้องดูแลสุขภาพด้วย"
หลิ่วตาอิ้งคิดว่าอย่างน้อยต้องรอถึงเทศกาลปานจิน ที่วังจะเชิญขุนนางและฮูหยินมาร่วมงานเลี้ยง จึงจะได้พบมารดาอีกครั้ง น้ำตาของนางพลันไหลออกมา
ท่านแม่ช่างรอบคอบและมีไหวพริบ
ไม่เหมือนนาง หากไม่ได้ยินเสียงในใจของบุตรสาว นางคงไม่สงสัยแม่นม
แม้จะไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จ แต่นางไม่กล้าเอาชีวิตบุตรสาวมาเสี่ยง
"ชิวหลี คืนนี้เ้าเฝ้าเวรกับข้าในห้องด้านใน"
หลิ่วตาอิ้งรอจนทุกคนจากไปแล้ว จึงวางบุตรสาวที่อุ้มอยู่ลงบนเตียงในห้องชั้นในของตนเบา ๆ
…
ยามราตรี แสงจันทร์ฤดูหนาวลอดผ่านช่องหน้าต่าง สาดส่องลงที่หัวเตียงในห้องชั้นใน
พื้นเป็สีขาวเงินไปทั่ว ภายในห้องเงียบสงัด
แต่ไม่นานนัก ก็มีเงาร่างน่าสงสัยย่องเข้ามาอย่างเงียบเชียบ แอบย่องมาที่หน้าหน้าต่าง
เอี๊ยด——
หน้าต่างห้องถูกเปิดออกจากด้านนอก
ลมเหนือพัดโหมกระหน่ำเข้ามาในห้องทันที!
เงาดำนั้นทำท่าจะรีบหลบหนีไป แต่เพิ่งถอยหลังได้เพียงครึ่งก้าว ก็ถูกมือคู่หนึ่งที่ยื่นออกมาจากหน้าต่างคว้าจับไว้อย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด!
"นังทาสชั้นต่ำ! เ้าช่างกล้านัก กล้าวางแผนทำร้ายองค์หญิงและพระสนม!"
โคมไฟทั่วทั้งลานเล็ก ๆ ถูกจุดขึ้นในพริบตา