ท่าทางของหูเหยียนทำให้ยาวจิ่วถึงขั้นตกตะลึง เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกแคลงใจ สตรีผู้นี้สมองมีปัญหาสินะ? จึงได้วิ่งเข้ามาในห้องของเขาดึก ๆ ดื่น ๆ เช่นนี้ จากนั้น...ยังแอบลูบคลำเ้าวัวน้อยของเขา ไหนจะ...กินน้ำตาของเขาอีก เอ่อ...นางคงไม่ได้ใช้มือข้างเดียวกันใช่ไหม? น่าสะอิดสะเอียนยิ่งนัก!
ยาวจิ่วขมวดคิ้วขณะถลึงตามองหูเหยียนด้วยสีหน้ารังเกียจ
หูเหยียนหรี่ตามองยาวจิ่วปราดหนึ่ง นางกำลังครุ่นคิดว่าจะทำเช่นไรจึงจะทำให้เขาร้องไห้ต่อไป? ใช้เท้าเตะไปยังจุดอ่อนของบุรุษ หรือจับเขาแขวนแล้วทุบตีแรง ๆ? หากเขาแข็งแรงจะทำอย่างไรเล่า? การลงโทษที่โหดร้ายทุกประเภทพลันสว่างวาบขึ้นในสมองของหูเหยียน นางไม่ได้รู้สึกตกตะลึง แต่กลับมั่นใจยิ่งขึ้น ไม่ว่าอย่างไรนางก็บรรลุเป้าหมายแล้ว ได้ลิ้มลองรสชาติน้ำตาของยาวจิ่วอีกครั้ง เยี่ยมจริง ๆ
ในเวลานี้เอง หมู่เมฆที่บดบังแสงจันทราได้เคลื่อนออกไป แสงจันทร์นวลสาดส่องเข้ามาในห้องทำให้ร่างของพวกเขาสว่างขึ้น
ยาวจิ่วใจนสะดุ้งโหยง!
นี่มันอะไรกัน?! ใบหน้ามีขนปกคลุม บนร่างมีเสื้อคลุมชั้นดีอีกหนึ่งผืน?! ยาวจิ่วคิดจะลงมือทำร้ายมันอีกครา ทว่าเมื่อนึกถึงทักษะต่อสู้ของตนเองที่มิอาจเทียบได้กับอีกฝ่าย จึงทำได้เพียงหยุดความคิดทะเลาะวิวาท เขาสังเกตมองหาช่องโหว่เพื่อควบคุมศัตรูด้วยกระบวนท่าเดียว!
ยาวจิ่วยืนนิ่งไม่ไหวติง ดวงตาเฉี่ยวดุจแมวของเขากวาดมองหูเหยียนั้แ่หัวจดเท้า
ทันใดนั้นเขาส่งเสียง ‘เอ๋’ ออกมาหนึ่งคำ ชะโงกหน้าขยับเข้าใกล้หูเหยียน ให้ตายเถิด สตรีนางนี้สวมใส่ชุดคลุมของหลี่เอ้อร์เหย่! ชุดคลุมนี้เคยอยู่บนตัวของเป่าเปา ใช่แล้ว นี่คือเป่าเปาที่เขาขังไว้ในเพิงไม้ ครั้นจ้องมองดวงตาคู่นั้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน พบว่าั์ตานิ่งสงบปราศจากความสั่นคลอน ภายในใจจึงรู้สึกคุ้นเคยมากขึ้น เขามองผิวที่อยู่นอกเสื้อคลุมของหูเหยียน ไม่ต่างจากมนุษย์ทั่วไปเลย! ยาวจิ่วเบิกตากว้าง ที่แท้หนังสัตว์ที่เห็นก็ถูกแปะอยู่บนิัของนาง เพียงแต่เขาไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดนางจึงแปะมันลงบนิัของตนเองได้อย่างแเี ราวกับเป็ิัของนางจริง ๆ อย่างไรอย่างนั้น
ใช่แล้ว นอกจากเป่าเปา ยังจะมีใครมาหาเขาได้อีก? เมื่อคิดเช่นนี้ ยาวจิ่วจึงลองทดสอบโดยะโว่า “เป่าเปา”
ทันใดนั้นหูเหยียนยื่นมือของนางออกมาดีดจมูกของยาวจิ่ว เขารู้สึกเจ็บจนน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว
ยาวจิ่วเรียกนางว่าเป่าเปา!
มือที่ยื่นออกไปของนางสั่นวูบหนึ่ง นางไร้เรี่ยวแรงและเสียหลักเล็กน้อย จากนั้นจึงค่อย ๆ ลูบริมฝีปากที่เนียนนุ่มของยาวจิ่ว ก่อนจะดึงกลับมาและยัดเข้าปากตัวเองด้วยมือที่สั่นระริก ขณะรำพึงในใจ ‘กี่ปีแล้วนะที่ไม่มีใครเรียกนางว่าเป่าเปา[1] ? ไม่สิ ไม่ใช่กี่ปี แต่ไม่เคยมีใครเรียกนางว่าเป่าเปามาก่อน สะ...สะอิดสะเอียนเกินไปแล้ว! นี่คือทักษะสังหารของยาวจิ่วงั้นรึ? เืเย็นเสียเหลือเกิน นับเป็การสังหารที่ไร้รูปร่างเลยก็ว่าได้’
ยาวจิ่วตื่นเต้นมาก ความรู้สึกปีติยินดีเติบโตภายในใจอย่างเงียบ ๆ คล้ายกับครั้งนั้น ไม่ใช่เื่ง่ายเลยที่เขาจะได้เงินมาสามอีแปะ เขากำเงินไว้ในมือแน่นเสียจนเหงื่อชุ่ม ในครานั้นเขาเกิดความตะกละอยากใช้เงินนี้ออกไปซื้อถังหูหลู[2] แต่ไม่รู้ว่าท้ายที่สุดเขาทำมันหล่นหายที่ไหน เขาเ็ปใจเป็อย่างมาก ร้องห่มร้องไห้อยู่พักใหญ่ เช้าวันรุ่งขึ้นจึงพบเงินสามอีแปะอยู่ข้าง ๆ หมอนของตนเอง เขารู้สึกดีใจอย่างหาที่สุดมิได้ ลืมความคิดที่จะกินถังหูหลูไปเสียสนิท แต่กลับนำเงินไปซ่อนในจุดที่มีแค่เขาเท่านั้นที่รู้ สาเหตุเป็เพราะเขาทราบดีว่าเงินสามอีแปะนี้เป็เงินที่บิดาตั้งใจวางไว้ให้เขา เขาหวนระลึกถึงความรู้สึกในครานั้น
เป่าเปากลับมาหาเขา เห็นได้ชัดว่าภายในใจของนางมีเขาอยู่
ครั้นนึกถึงเป่าเปาที่กลับมา ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสัยว่าเหตุไฉนนางจึงจากไป? และเมื่อนึกได้ถึงสาเหตุที่นางจากไป ร่างกายพลันเปียกชุ่มด้วยเหงื่อเพราะความใ
เยี่ยนเต๋อหลินบอกว่าเป่าเปาเป็คนสังหารเฟิ่งฮัว ซ้ำยังสังหารภายในห้องนี้
ชวีหนานอีตามหาเป่าเปาทั่วทุกหนแห่ง เพราะเป่าเปาคือซานเซียวผู้โหดร้ายที่สังหารเฟิ่งฮัว
ยาวจิ่วร่างสั่นสะท้าน
การตายของเฟิ่งฮัวอนาถแค่ไหน เขาเองเคยได้ยินมาบ้างแล้ว นางตายเพราะถูกทุบตีจนร่างแหลก เมื่อสักครู่เขาได้ประมือกับเป่าเปา เห็นได้ชัดว่าความแข็งแกร่งของนางไม่ธรรมดา หากคิดจะคร่าชีวิตสตรีนางหนึ่งคงง่ายดั่งพลิกฝ่ามือ เขาได้ยินมาว่าการตายของเฟิ่งฮัวแปลกประหลาดมาก เพราะไม่เพียงแต่มุมปากเจือรอยยิ้ม ใบหน้าของนางยังดูชราขึ้นอีกยี่สิบปี
เป่าเปากลับมาในครานี้ นาง...คิดจะทำอะไรกันแน่?
ยาวจิ่วเกิดอาการหวาดผวา เขาอยากถอยออกไปก้าวหนึ่งแต่กลับไม่สามารถขยับเขยื้อน ตอนนี้ขาของเขาเริ่มสั่นอย่างห้ามไม่อยู่ ฟันเริ่มส่งสัญญาณกระทบกันอย่างรวดเร็ว ยาวจิ่วรู้สึกสมเพชตัวเอง แค่จะแสดงความกล้าหาญออกมา ร่างกายยังไม่ให้ความร่วมมือ มิหนำซ้ำยังส่งเสียงร้องเพื่อจะหนีออกไปจากที่นี่
ดวงตาเฉี่ยวดุจแมวคู่นั้นของยาวจิ่วเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ราวกับว่าหากหูเหยียนกระโจนมาด้านหน้าเพียงคราเดียว ชีวิตของเขาคงจบสิ้น
ท่าทางของยาวจิ่วที่คล้ายพร้อมจะรับการโจมตีจากศัตรู กลายเป็เื่น่าขันสำหรับหูเหยียน สายตาของนางแอบประกายด้วยรอยยิ้มอย่างห้ามไม่อยู่ นางไม่ได้มาที่นี่เพื่อกลั่นแกล้งยาวจิ่วให้ใกลัว เพียงแต่้าแสดงความเป็มิตร หูเหยียนไม่ได้ขยับร่างกาย นางเพียงแค่ยืนหัวเราะยาวจิ่วอยู่อย่างนั้น
ฉับพลันนั้นเกิดความพลิกผันภายในใจของยาวจิ่ว! เขาใจนเกือบล้มหน้าคะมำ! จะ...เ้า...เ้าเป่าเปากำลังแสดงสีหน้าอะไรของนาง? ที่ผ่านมายาวจิ่วมักจะอ่านสายตาของผู้คน มิเช่นนั้นเขาคงไม่มีชีวิตมาจนถึงตอนนี้ เขาเห็นรอยยิ้มฉายชัดอยู่ในดวงตาของหูเหยียน?! ใช่ รอยยิ้ม รอยยิ้มแวววาวเป็ประกาย ใจดี และเป็มิตร ไม่แน่ชัดว่าเป็เพราะเขาเข้าใจผิดไปเองหรือไม่ เขาแอบรู้สึกว่าหูเหยียนสนใจเขาเล็กน้อย
แค่ก...นางกลับมาหาเขาด้วยตนเอง ลูบ...คลำเ้าวัวน้อย กินน้ำตา ซ้ำยังใช้มือััริมฝีปากของเขา ตอนนี้ นางกำลังมองเขาด้วยเสน่หา!
โอ้ ฟ้าผ่าเถิด!
ยาวจิ่วรู้สึกว่าตนเองไร้ความสามารถ เขารู้สึกมาโดยตลอดว่าตนเองมีความสามารถในการปรับตัวที่ดีเยี่ยม สามารถปรับให้เว้าและนูนได้ดั่งใจปรารถนา ทว่าในเวลานี้เขากลับกลายเป็ไข่ทรงกลมที่มีปัญญาแค่กลิ้งไปมา ซ้ำยังเป็ไข่ที่ไม่ให้ความร่วมมือเอาเสียเลย
อาจเป็เพราะเขาดีกับนางมากเกินไป นางจึงเข้าใจผิดกระมัง
เฮ้อ จะพูดอย่างไรดี นางจึงจะเข้าใจ บางครั้งเื่ระหว่างมนุษย์และสัตว์ร้าย...อืม ผิดแล้ว เื่ระหว่างบุรุษและสตรี...เฮ้อ เอาเถอะ เขาเองก็รู้สึกสับสนไปหมดแล้ว แต่เื่ระหว่างเขากับนางไม่มีวันเป็จริงได้!
ยาวจิ่วคิดว่า ในเมื่อเป่าเปาชอบเขา นางก็คงไม่ทำอันตรายเขา อีกอย่างเมื่อนึกถึงเื่ที่เขาจะต้องเผชิญในอีกเจ็ดวันข้างหน้า ภายในใจพลันเกิดความเกรี้ยวกราด
นางจะฆ่าใคร ทำร้ายใครก็ปล่อยให้นางทำไปเถิด อีกไม่กี่วันเขาก็คงไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายอีกต่อไปแล้ว นอกจากบิดา ภายในคณะละครตระกูลเยี่ยนก็ไม่มีใครที่คู่ควรมากพอที่เขาจะรู้สึกดีด้วย ตอนที่เขาถูกเยี่ยนเต๋อหลินมอมจนหมดสติแล้วลากออกไปเพื่อให้คนทำเื่น่าอัปยศอดสู ไม่มีใครยื่นมือช่วยเหลือเขาแม้แต่คนเดียว หากเทียบความร้ายแรงระหว่างการที่เขาเป็ต้นเหตุทำให้เกิดเื่ขึ้นกับเฟิ่งฮัว และเื่ที่เยี่ยนเต๋อหลินเคยทำไว้กับเขา มันไม่ได้แตกต่างกันเลย
ช่างเถอะ ในเมื่อเป่าเปากลับมาแล้ว ก็ให้นางได้สบายใจที่ได้กลับมาเถอะ หลังจากนี้อีกแค่เจ็ดวัน ก็มารอดูว่ายาวจิ่วผู้นี้จะเป็หรือตาย หากเขายังอยู่รอดก็ค่อยคิดไตร่ตรองอีกครั้งว่าจะให้เปาเป่าไปจากที่นี่หรืออยู่กับเขาต่อไป
เมื่อยาวจิ่วตัดสินใจได้แล้ว จิตใจของเขาพลันเกิดความแจ่มใส
ท้องของหูเหยียนเริ่มส่งเสียงจ๊อก ๆ ่เวลาแห่งค่ำคืนนี้ทำให้ได้ยินเสียงดังเป็พิเศษ
ยาวจิ่วอดไม่ได้ที่จะหัวเราะพรืดออกมา
บรรยากาศในตอนนี้ไม่เลวเลย เมื่อความกดดันที่บีบรัดอยู่ภายในใจเริ่มผ่อนคลาย จึงเกิดความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของทุกสรรพสิ่ง และกลิ่นปัสสาวะที่ไม่พึงประสงค์ก็กลายเป็ความเหม็นที่ยากเกินกว่าจะทนดมต่อไปได้
ยาวจิ่วหน้าแดงระเรื่อ เขาโน้มตัวลงไปหยิบเศษผ้าที่ไหม้มาเช็ดพื้นอยู่สองสามครั้ง จากนั้นโยนมันลงในตะกร้าไม้ที่อยู่ข้าง ๆ ก่อนจะหันไปเลิกคิ้วถามหูเหยียน “หิวแล้วสินะ? รอข้าก่อน ข้าจะไปทำอาหารให้เ้ากิน” พูดจบ เขาเดินออกไปด้านนอก ปากก็พูดต่อไปว่า “เ้านี่แปลกจริง ยังรู้จักกลับมาหาข้า ข้าเองก็คงใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้อีกไม่กี่วัน ระหว่างนี้ข้าจะอยู่เป็เพื่อนเ้า หลังจากที่ข้าตาย เ้าต้องจดจำความดีที่ข้ามีต่อเ้า นำศพของข้าไปเผา เลือกแม่น้ำที่สะอาดสักหน่อย โยนกระดูกของข้าลงไปที่นั่น ขณะที่ยังมีลมหายใจข้าถูกกระทำย่ำยีจนตาย เมื่อจากโลกนี้ไปก็ขอให้ข้าได้อิสรภาพกลับคืนมาสักหน่อยเถอะ!” พูดจบเขาจึงลากรองเท้าไม้ ผลักประตูเดินออกจากห้องไป
.
.
.
[1] เป่าเปา แปลว่าที่รัก
[2] ถังหูหลู คือขนมหวานที่ทำจากผลไม้ชนิดต่าง ๆ นำมาเคลือบน้ำตาล แล้วเสียบไม้ ผลไม้ส่วนใหญ่ที่นำมาเคลือบ ได้แก่ พุทราจีน สตรอว์เบอร์รี และแอปเปิล