บทที่ 136
ปะทะกับนักผจญภัยระดับเอส
[ ระบบ : ตรวจพบจิตสังหาร!!! ]
ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าแปรเปลี่ยนพลังเวทของตนเองกลายเป็นดาบแสงพลังเวทจำนวนมหาศาลปลดปล่อยออกมาจากร่างกายของมันพร้อมกับจิตสังหารจำนวนมาก
เดย์ขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากันเตรียมตั้งรับการโจมตีที่กำลังจะมาถึงคนที่อยู่บริเวณด้านหน้าน่าจะเป็นคนที่มีความสามารถอยู่ในระดับนักผจญภัยระดับเอส
มันพุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็วร่างกายของมันเคลื่อนไหวราวกับลูกธนูที่ถูกปล่อยออกมาจากคันธนู
พุ่งตรงเข้ามาอาศัยร่างกายของเขาแล้วก็ใช้ดาบภายในมือของตนเองโจมตีตรงเข้ามา
เมื่อการโจมตีนั้นพรุ่งทะยานใส่เดย์เดย์เปิดกระเป๋ามิติแล้วก็นำเอาดาบราตรีที่เป็นหนึ่งในไอเท็มออกมา
เมื่อนำมันออกมาเขาก็ใช้มันรับการโจมตีที่พุ่งตรงเข้ามาหาตนเองหลังจากที่ยกดาบของตนเองขึ้นมาป้องกันการโจมตีนั้นเกิดการปะทะของพลังเวทขนาดใหญ่
“ ตรึง!!!! ”ของพลังเวทขนาดใหญ่คลื่นพลังเวทจำนวนมหาศาลปกคลุมพื้นที่บริเวณรอบรอบ
เพียงแค่การประทะของพวกเขาทั้งสองมันก็ทำให้บรรยากาศรอบรอบนั้นหนาแน่นไปด้วยพลังเวท
เดย์สามารถตั้งรับการโจมตีของผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าเอาไว้ได้เขาสามารถหยุดดาบมันเอาไว้ได้อย่างทันเวลา
แต่ว่าดูเหมือนว่ามันจะยังลงมือยังไม่เต็มกำลังเดย์ตัดสินใจจะตอบโต้กลับไปด้วยการโจมตีจากเวทย์
“ เวทย์ดินแปรเปลี่ยนพื้นที่ ”
เขาใช้งานความสามารถของตนเองออกมาหลังจากที่ใช้งานความสามารถนั้นออกมาบริเวณขาที่กำลังยืนอยู่มันก็ทรุดต่ำลงไป
ร่างกายของผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าเท้าทั้งสองข้างมันได้โดนผนึกอยู่บริเวณพื้นดินเท้าทั้งสองข้างลงบันทึกเอาไว้ไม่สามารถขยับได้
แม้ว่าจะโดนผนึกการเคลื่อนไหวของตนเองไปเรียบร้อยแล้วแต่คนที่อยู่บริเวณด้านหน้าก็ยังคงแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเรียบเฉย
มันดูไม่สะทกสะท้านกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อยดูเหมือนว่ามันยังคงไม่ได้รู้สึกอะไรกับการโจมตีที่ปรากฏขึ้น
“ พันธนาการแสง”คนที่อยู่บริเวณด้านหน้าใช้งานความสามารถของตนเองออกมา
หลังจากที่มันใช้งานความสามารถพลังเวทย์สายหนึ่งพุ่งทะยานขึ้นมาจากบริเวณด้านล่าง
มันพุ่งตรงขึ้นมาแล้วก็พันธนาการหยุดร่างกายของดีเอาไว้โดยตัวของมันเป็นเหมือนกับโซ่ตรวนแสงหลายเส้น
ในตอนนี้ร่างกายโดนยึดเอาไว้โซ่ตรวนแสงที่ปรากฏขึ้นมามันพันธนาการร่างกายของเขาเอาไว้อย่างสมบูรณ์แบบ
เดย์ขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากันความแข็งแกร่งของพันธนาการที่มันพันธนาการร่างกายของเค้าอยู่ในตอนนี้แข็งแกร่งขนาดที่มีกำลังมากกว่าคนธรรมดาถึงห้าเท่า
“ ไม่สามารถขยับได้เลยแรงจับมหาศาลคนคนนี้จากที่มองดูด้วยสายตาก็เป็นนักดาบแสงซึ่งเป็นนักดาบที่สามารถใช้เวทมนต์ได้”
เขาหยุดคิดไปเพียงแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้นแต่เมื่อหันกลับไปมองผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าดาบแสงภายในมือของมันอยู่อยู่ก็แปรเปลี่ยนรูปร่าง
มันได้แปรเปลี่ยนรูปล่างแตกออกกลายเป็นชิ้นเล็กๆในพริบตาต่อมาพวกพลังเวทเหล่านั้นมันกลายเป็นลูกธนูแสงมากมายพุ่งทะยานเข้าใส่ร่างกายของเดย์“ ฉึก!!! ฉึก!!!! ฉึก!!! ”
การโจมตีระดมโจมตีเข้าใส่ร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว
เพียงแค่ลูกธนูแสงหลายสิบดอกทิ่มแทงเข้าใส่ร่างกายเลือดสีแดงกระจายออกมาเป็นจำนวนมากร่างกายของเดย์กระเด็นออกมาจากจุดนั้นหลาย 10 เมตร
ร่างกายของเขากระเด็นเกือบกลิ้งไปกับพื้นทั่วทั้งร่างกายได้รับบาดเจ็บบริเวณมุมปากเริ่มมีเลือดสีแดงค่อยค่อยไหลออกมา
ผลจากการโจมตีเมื่อครู่แล้วไม่ได้ท่าหลวงเข้าจุดสำคัญแต่มันเองก็ทำให้เขานั้นได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีนี้ไม่น้อย
“ ความแข็งแกร่งของเราในครั้งนี้ไม่สามารถสู้กับระดับเอสได้อย่างนั้นหรอ”
“ ก่อนหน้านี้ที่สามารถเอาชนะมอนสเตอร์ระดับเอสที่เป็นบอสได้ก็คงจะเป็นเพราะสกิลระดับตำนานสินะ”
นี่คือความจริงที่เขาได้รู้หลังจากที่ได้ปะทะกับผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าความจริงที่สามารถตระหนักรู้ได้ถึงสามชั้นของพลัง
แต่ว่าตอนนั้นเขาสามารถเอาชนะมอนสตอร์ที่เป็นบอสระดับเอสได้มันเองก็ไม่ใช่ตัวของเขานั้นจะสามารถเอาชนะพวกนักผจญภัยที่มีระดับเอสได้
เพราะว่าในตอนนั้นเขาใช้ความสามารถของสกิลระดับตำนานในการเอาชนะบอสระดับเอส
ในตอนนี้ถ้าจะเอาชนะคนที่อยู่บริเวณด้านหน้าก็จำเป็นจะต้องใช้สกิลระดับตำนาน
แต่ว่าสกิลระดับตำนานมันอันตรายเกินไปเดย์เขาไม่ได้มีเจตนาที่จะสังหารคนที่อยู่บริเวณด้านหน้าอยู่แล้ว
การที่ใช้สกิลระดับตำนานสกิลนั้นจะลงมือมันเองแสดงว่าตัวของเขานั้นจำเป็นจะต้องลงมือสังหารคนผู้นั้น
ความรุนแรงที่แรงเกินไปมันไม่เหมาะสมกับการนำมาใช้กับมนุษย์เดย์แสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจัง
ความสามารถของเขาในตอนนี้อาจจะอยู่สูงกว่าพวกนักผจญภัยระดับเอแต่ว่ายังไม่ได้สูงขึ้นไปถึงนักผจญภัยระดับเอส
การปะทะกับผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าเค้าจำเป็นจะต้องทุ่มกำลังแน่นอนว่าบางทีถ้าทุ่มกำลังทั้งหมดก็อาจจะไม่สามารถเอาชนะได้
เดย์พยายามคิดอย่างสงบใจดวงตาของเขาก่อนที่จะคิด “ยังไงนักผจญภัยก็มีกฎกฎหมายการควบคุมนักผจญภัยด้วยกันอยู่ ”
“ ถ้าปะทะบริเวณด้านนอกเมืองถึงแม้ว่าจะโดนฆ่ากันตายมันเองก็ไม่ได้ผิดอะไรถ้าไม่มีใครจับได้”
“ แต่ว่าถ้าเข้าไปเขตภายในเมืองนางอมว่าการปะทะกันของนักผจญภัยและทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้คนภายในเมืองนั้นคือว่าเป็นสิ่งที่ผิดกฎอย่างร้ายแรง”
“ เพราะแบบนั้นในตอนนี้ก็เพียงแค่เคลื่อนที่เข้าไปภายในเมืองให้ได้”
เดย์ตั้งใจที่จะนี้ใช่แล้วนี่คือทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้
ไม่ว่าอย่างไรการที่เลือกที่หนีเข้าไปภายในเมืองก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการปะทะกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งอย่างคนที่อยู่บริเวณด้านหน้า
เดย์แสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจังดวงตาของเขามองไปทางด้านซ้ายและ
ในขณะที่คนผู้นั้นมองเห็นว่าเขาใช้ดวงตาของตนเองมองไปทางด้านซ้ายและขวามันเองก็รู้ได้ในทันทีว่าเขาตั้งใจจะหนีออกจากสถานที่แห่งนี้
มันยกฝ่ามือของตนเองขึ้นมา “ อาณาเขตแห่งแสง!!!! ”
ความสามารถถูกใช้งานออกมาอยู่บริเวณรอบๆร่างกายในรัศมีห้าร้อยเมตรเป็นวงกลมมันก็ปรากฏดาบแสงจำนวนมากขึ้นมา
ดาบแสงจำนวนมากที่ถูกสร้างขึ้นจากพลังเวทย์มันมีมากมายจนไม่สามารถนับด้วยสายตาโหมดในตอนนี้ล้อมรอบร่างกายของเขาเป็นวงกลม
เดย์สัมผัสได้ถึงแรงกดดันจำนวนมหาศาลที่มันปลดปล่อยออกมา พลังจำนวนมหาศาลที่ปลดปล่อยออกมาก่อกำเนิดกลายเป็นอาณาเขตล้อมรอบสร้างกลายเป็นม่านปิดกั้นที่ม่านเขาออกไปจากสถานที่แห่งนี้
“ แย่แล้ว!!!ถ้าเป็นแบบนี้ตัวของเราก็ไม่สามารถออกจากสถานที่แห่งนี้ ”
เดย์รู้ได้ถึงสถานการณ์ที่ย่ำแย่ที่มันเดินทางมาถึงเขาในตอนนี้ไม่ว่ามองอย่างไรสถานการณ์ในตอนนี้มันเองก็เป็นสถานการณ์ที่ย่ำแย่เป็นอย่างมาก
พวกอาณาเขตที่ล้อมรอบร่างกายของเขาอยู่เขาไม่รู้ว่ามันมีความสามารถอย่างไรแต่มันเองก็ไม่ควรเข้าใกล้อย่างแน่นอน
ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจังมันสร้างดาบแสงภายในมือของตนเองขึ้นมาอีกหนึ่งเล่น “ ไม่มีทางหนีแล้ว… ”
“ ไม่ยักกะรู้ว่าพวกนักผจญภัยภายในปาร์ตี้มังกรไฟจะมีงานอดิเรกเป็นการรังแกพวกนักผจญภัยคนอื่นๆแบบนี้ด้วย” เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากบริเวณด้านหลัง
เดย์หันไปมองพร้อมกับสายตาของชายผู้นั้นที่หันไปมองเช่นเดียวกัน
ผู้ที่ปรากฏกายออกมาบริเวณด้านหลังเป็นนักผจญภัยที่สวมใส่ชุดคลุมสีดำมีใบหน้าที่เดย์เคยพบเจอเขามาแล้วหนึ่งครั้งคนๆนี้คือคนที่ถูกเรียกว่าจอมเชือด
จบบท
ขออภัยนักอ่านทุกท่านด้วยครับช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงนักเขียนเป็นภูมิแพ้เลยทำงานอย่างไม่เต็มที่ วันนี้ก็อาจจะลงเพียงแค่สองตอนนะครับ