ก่อนหน้านี้ไม่ถึง 1 นาที
"จงหลับปุ๋ย" ต้นบอนไซกล่าวเบาๆ
ตูม!
ส่วนท้ายของยานเกิดการะเิครั้งใหญ่ขึ้น โดยส่วนหัวของเ้าตะขาบั์อยู่ที่นั่นพอดี ซึ่งะเินี้รุนแรงเทียบเท่าการะเิของดวงดาวเลยทีเดียว ต้นบอนไซเก็บะเิเหล่านี้ไว้มากเผื่อต้องใช้ะเิพลีชีพ แต่ตอนนี้ต้องเสียสละส่วนหนึ่งของยานไปเพื่อกำจัดสัตว์ร้าย
ส่วนต้นบอนไซกับัน้อยก็เทเลพอร์ตไปยังส่วนกลางของยานรออยู่แล้ว จึงไม่ได้รับผลกระทบอะไร ซึ่งหากเ้าตะขาบั์ยังรอดก็ไม่สามารถตามรอยยูฟี่จนเจอในเร็วๆ นี้แน่นอน เพราะสารพิษของมันหายไปพร้อมกับส่วนท้ายของยานแล้ว
สถานที่ที่ทั้งคู่อยู่คือทางเดินกว้างเป็เส้นตรง ไร้ซึ่งลวดลาย แลดูเรียบง่ายและสิ้นคิด ทว่าอย่างน้อยก็ปลอดภัย...อย่างไรก็ไม่ได้หมายความว่าที่นี่ไม่มีศัตรู การที่ต้นบอนไซคิดว่าปลอดภัยเพราะศัตรูคนนี้จัดการได้ง่ายเหมือนไม่มีอันตรายใดๆ เลย
ผู้เป็อัจฉริยะในร่างไซบอร์กมาที่นี่เพื่อกำจัดผู้บุกรุกอีกคน
"กรุณาปล่อยสุดที่รักของผมด้วยครับ โดนหิ้วแบบนั้นมันดูไม่ดีเลย" เด็กหนุ่มกล่าวด้วยความสุภาพ แต่ในน้ำเสียงนั้นกำลังซ่อนความโกรธไว้อยู่
ศักรินทร์ยืนอยู่ตรงหน้าต้นบอนไซบนกระถางติดปีก โดยข้างใต้กระถางนั้นคือัน้อยที่ถูกหิ้วนั่นเอง เด็กหนุ่มไม่ชอบภาพนี้นัก ไม่ชอบเลยที่เธอได้ใกล้ชิดกับคนอื่น...ไม่ชอบจนอยากจะกำจัดให้สิ้นซาก โดยไม่สนด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งเพียงใด
ก่อนหน้านี้เขากำลังวิ่งบนทางเดินอยู่ดีๆ ก็มีต้นบอนไซมาโผล่ตรงหน้า ทำให้ต้องหยุดวิ่งและมองสิ่งที่มันหิ้วมาด้วย เขาตกตะลึงและดีใจไปในเวลาเดียวกันเมื่อเห็นยูฟี่ แต่น่าแปลกที่ศักรินทร์ไม่ได้กลัวเลยเมื่อเผชิญหน้ากับผู้ก่อการร้ายสุดน่ากลัว
ศักรินทร์จะเอาตัวรอดได้อีกฝ่ายได้อย่างไร...ไม่มีใครทราบ รู้แต่ว่าเขามีความกล้าเปี่ยมอยู่ในหัวใจ ในหัวนั้นไม่มีคำว่าหนี สิ่งที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ล้วนเป็จริงทั้งสิ้น เด็กหนุ่มพร้อมตายเพื่อช่วยัน้อย แม้ว่าจะไม่ได้รู้จักกระทั่งชื่อเลยด้วยซ้ำ
**********
"แล้วๆ เป็ไงต่อคะ" เด็กน้อยพูดเสียงใส
"ลูกจะได้รู้ในวันพรุ่งนี้แน่จ้ะ ตอนนี้ดึกแล้วนะ" ัสาวกล่าวพร้อมยิ้มน้อยๆ ตรงมุมปาก
ในห้องนอนแห่งหนึ่ง มีัอยู่บนเตียงใหญ่กัน 2 ตัว ทั้งห้องมีเพียงแสงจากโคมไฟเท่านั้น รอบห้องมีของเล่นสำหรับเด็กวางกระจัดกระจายเต็มไปหมด บ่งบอกว่าที่นี่คือห้องนอนของเด็กน้อย
ยูฟี่หรือคุณแม่มือใหม่กำลังเล่าเื่ในอดีตให้ลูกสาวฟังบนเตียง เพราะคิดว่าเื่เล่าอันแสนน่าเบื่อนี้จะกล่อมให้ลูกหลับได้ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับทำให้ต้องยอมแพ้และขอให้เธอนอนตรงๆ เลย เพราะตัวเองก็ง่วงจนอยากนอน แตกต่างจากอีกตัวบนเตียงอย่างสิ้นเชิง
ส่วนคุณลูกนั่งนอนห่มผ้าแล้วมองแม่ตาแป๋วอยู่เลย เธอยังรอฟังเื่ราวต่อไปแม้ว่าจะถูกสั่งเป็นัยว่าควรนอนแล้วก็ตาม เมื่อยูฟี่ไม่คิดเล่าต่อก็ล้มตัวลงนอน หลับตาให้ลูกได้เห็น มืออีกข้างไปปิดโคมไฟให้ทั้งห้องตกอยู่ในความมืด เป็การตอกย้ำว่าควรนอนจริงๆ
"พรุ่งนี้ก็วันเกิดหนูแล้วนะ"
"จ้ะ เราจะจัดงานวันเกิดให้ลูกแน่ ไม่ต้องห่วง"
"แล้วถ้าหนูหลับไป 4,000 ปีเหมือนแม่ หนูจะทำยังไงดีคะ"
"อย่างน้อยลูกก็มีนาฬิกาปลุกนะ สมัยนั้นยังไม่มีเลย"
"แต่ถ้า…"
"ัมีอายุเฉลี่ยแค่ร้อยกว่าปีเองนะจ๊ะ ลูกไม่หลับนานขนาดนั้นหรอก"
ลูกสาวเงียบอยู่นานเพราะกำลังคิดคำถามต่อไป ทำให้ยูฟี่คิดถึงความดื้อซนของตัวเองในอดีตขึ้นมา มันยากจะลืมเลือนนัก และเพราะนิสัยนี้เอง จึงทำให้เกิดทั้งสันติภาพและโศกนาฏกรรมมากมายไปทั่วจักรวาล...แต่อย่างน้อยตอนจบของการเดินทางคือการได้ฉลองงานวันเกิดกับัทุกตัว เป็การเซอร์ไพรส์ที่ยอดเยี่ยมและน่าสะพรึงไปพร้อมกันเลยทีเดียว
เธอจบการเดินทางลงตรงนี้ อยู่กับครอบครัวตลอดไป
อวสาน
แค่นี้แหละ จริงๆ อยากใส่พญาครุฑลงไปด้วยนะ แต่ช่างมันเถอะ ไปล่ะ