'สองคนนั้นไม่ใช่เ้าผอมกับฟู่คงมิน ที่นี่มีบางอย่างแปลกๆ สัตว์อสูร? มีสัตว์อสูรที่สามารถแปลงกายเป็มนุษย์ได้อยู่ในแดนโบราณ?
เป็ไปได้ยาก หากทำได้ถึงขั้นแปลงกายพลังคงไม่ธรรมดาแล้ว หรือเป็ภาพลวง? ไม่ใช่ ตอนรับกระบอกน้ำมาก็ยังสามารถััได้ เจอดีเข้าแล้วไง พวกเ้าผอมกับฟู่คงมินจะเป็เช่นไรนะ'
เฟยเทียนครุ่นคิดเงียบๆ คืนนี้เขาคาดการณ์ไว้ในใจแล้วว่าอาจเกิดเหตุไม่คาดฝัน จึงไม่นอนเพียงทำท่าเหมือนจะพักผ่อนเท่านั้น
ทุกวินาทีที่ผ่านไปชั่งนานแสนนานเหลือเกิน เสียงรอบด้านล้วนเงียบสงัด เฟยเทียนยังคงอยู่ในท่านอนตลอดเวลา หูเขากระดิกเป็ครั้งคราวในมุมอับสายตา
.ทุกครั้งที่สายลมโชยมา มักจะให้บรรยากาศชวนขนลุก บวกกับเสียงเปลวเพลิงที่ก่อไฟกำลังลุกสู้ลม ช่างน่าขนลุกนัก...
ฟิ้ว..
เสียงกรีดสายลมดังขึ้นเป็สัญญาณให้เฟยเทียนกระตุกกายหนึ่งที เขาลืมตาขึ้นอย่างฉับพลัน หากคนอื่นเห็นภาพข้างหน้าคงใแต่เฟยเทียนยังสงบสติอารมณ์ได้
พวกเ้าคิดออกภาพออกหรือไม่? ในคืนที่เงียบสงัดที่เรากำลังนอนๆอยู่ลืมตามาเจอหน้าคนที่กำลังจ้องหน้าเราในระยะไม่เกินสองฝ่ามือ?
"เ้ามาทำอะไร?" เฟยเทียนทำตัวปกติ
"ฮิฮิ ข้าแค่มาดูเ้าซักหน่อยเห็นว่าเ้านอนนิ่งเกินไปคิดว่าถูกแมลงพิษกัดเข้าหรือเปล่า" เ้าผอมหม่ายิ้มขณะที่มือข้างหนึ่งยังคงซ่อนอยู่ข้างหลัง
เฟยเทียนเห็นแล้วเช่นกันแต่เขาก็ทำเป็ไม่เห็น
"ข้านี่หรือจะถูกแมลงพิษกัด ข้าคือใคร? เฟยเทียน!" เขาตอบติดตลกและไล่เ้าผอมไปนอน
เฟยเทียนมองไปทางจุดที่เ้าอ้วนหวังนั่งขัดสมาธิอยู่พบว่ายังปกติ ในส่วนของฟู่คงมินยังคงปกติเช่นกัน
เขาก็นอนลงต่อ
.
'ลงมือไวมาก ดูเหมือนพวกมันจะใจร้อนไม่เบาแฮะ'
เฟยเทียนหลับตาตอนนี้เขาตื่นตัวยิ่งกว่าเดิมพลังปราณโคจรเตรียมพร้อมไว้รับมือตลอดเวลา
...
อีกฝั่ง...
"นี่เฟยเทียน เ้าเจออะไรมั้งเนี่ย" เ้าผอมหม่านั่งลงที่กองไฟ ในมือถือไก่ย่างไม้หนึ่งที่ได้มาระหว่างทาง
"ไม่เจออะไรเลยแม้แต่สัตว์สักตัวก็ยังไม่มี อีกอย่างนะ ป่าทางนั้นเงียบเหมือนป่าช้า! ข้าพูดขึ้นดังสะท้อนไปสามรอบ" เฟยเทียนนั่งชันเข่ามืออีกข้างแคะฟันคล้ายกุ้ยข้างถนน
"อืม ฝั่งข้าสิงสาราสัตว์เยอะมาก ครั้งนี้เลยจับไก่ป่ามาสองตัว พวกเ้ามากินด้วยกันสิ" ฟู่คงมินไม่ได้ติดใจอะไร เขายังคงทำตัวตามปกติเ้าผอมหม่าก็เช่นกัน
ยื่นไก่ย่างให้คนละไม้
"พวกเ้าลืมเอาน้ำมาด้วยรึเปล่า?" เ้าอ้วนหวังมองไปรอบๆและไม่เห็นน้ำ
"แฮะๆ พอดีีีพวกเรารีบกลับจนลืมน่ะ พวกเ้าก็อดทนหน่อยแล้วกันนะ" เ้าผอมหม่าหัวเราะแก้เขิน
"ในแหวนมิติข้าพอมีอยู่นิดหน่อย น่าจะทดแทนได้บ้าง" ฟู่คงมินเสริมขึ้นมาทำท่าทางจะนำน้ำออกมา
"ไม่เป็ไรๆ ระหว่างทางข้านำน้ำมาด้วยสี่ห้ากระบอกอยู่ เป็น้ำธรรมชาติกินนี้เถอะ" เฟยเทียนควักกระบอกน้ำสี่กระบอกออกมาและยื่นให้คนละกระบอก
ทั้งสองคนไม่ได้คิดมากเพราะรู้ว่าตัวเฟยเทียนมีกำไลมิติอยู่ การเก็บน้ำสี่กระบอกไม่ได้เปลืองพื้นที่อะไรมากมาย
"กินๆ พรุ่งนี้จะได้เริ่มออกสำรวจต่อ ที่นี่ข้ารู้สึกว่ายิ่งอยู่ยิ่งอันตราย" ฟู่คงมินลูบแขนตัวเองเหมือนขนลุก และมองไปรอบๆ คล้ายรู้สึกถึงอะไรจ้องมองจากความมืด
ทำให้เฟยเทียนและเ้าอ้วนหวัง แววตาสั่นระริกเล็กน้อยก่อนจะกลับมาเป็ปกติโดยที่ทั้งสองไม่ได้สังเกตุเห็น
พวกเขานั่งคุยสัพเพเหระกันเสร็จก็แยกย้ายกันไปทำกิจธุระส่วนตัว ใครจะบำเพ็ญก็บำเพ็ญ ใครจะนอนก็นอน
เ้าผอมหม่าก็เอนกายนอนกับต้นไม้อย่างสบายอารมณ์ ส่วนฟู่คงมินยังคงนั่งบำเพ็ญอย่างเงียบๆ เขาบอกว่าคืนนี้จะคุ้มกันให้ บนตักมีพลองคู่ใจวางอยู่
วันเวลาผ่านไปตกดึกคืนนั้นเอง...
ป่าใหญ่ที่เงียบสงัด ไร้เสียงแมลงหรือจิ้งหรีดให้รบกวนใจ ชวนให้จิตใจผู้คนวุ่นวายไม่น้อย เ้าผอมหม่าก็เป็หนึ่งในนั้นมันลืมตาขึ้นและพลิิกตัวเนื่องจากนอนไม่สบายมากนัก เนื่องจากต้นไม้แข็งๆ
มันเหลือบไปมองทั้งสามรวมถึงรอบข้าง พบว่าทุกอย่างปกติ มีเพียงกองไฟที่อ่อนลงเรื่อยๆเท่านั้น ทำให้เสียงไฟรอบๆสลัวยิ่งกว่าเดิม
เสริมบรรยากาศอันน่าขนลุก อดจะทำให้เ้าผอมหม่าขนลุกขนฟูไม่ได้ มันนึกคิดอยู่แวบหนึ่งจึงลงจากต้นไม้เงียบๆ ว่าจะไปนำกิ่งไม้แถวนี้มาเติมซักหน่อย
มันเดินเข้าไปในป่ามืดคนเดียวขณะก้มเก็บกิ่งไม้อยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงเหยียบกิ่งไม้แววมาตามหลัง มันจึงเงยหน้าขึ้นและหันขวับกลับไปอย่างรวดเร็ว
และพบว่าทุกอย่างปกติ แม้กระทั่งเงาคนยังไม่มี ในป่ามืดสำหรับผู้ฝึกปราณก็ไม่เท่าไหร่นักบวกกับแสงจันทร์ ก็พอจะมองเห็นทางเดินอยู่บ้าง
เขาก้มเก็บต้องอีก
แกร๊ก!
ชิ้ง! เ้าผอมหม่าชักอาวุธออกมาทันที มันหันไปมองรอบด้านพบว่าไม่มีอะไรซักอย่างแต่กลับรู้สึกเหมือนมีอะไรสักอย่างจ้องมองจากความมืด
มันจึงตัดสินใจกลับจุดแคมป์อย่างรวดเร็ว ระหว่างทางยังคงระแวดระวังอย่างสุดกำลัง บางครั้งยังรู้สึกว่า มีสายลมพัดผ่านหลังแต่รอบด้านกลับเงียบสนิท แม้กระทั่งใบไม้ยังไม่ขยับ!
'เอาแล้วไง!' เขาสบถในใจและเร่งความเร็วขึ้นอีก
ขณะนั้นเองเขาจึงมองเห็นข้างหน้า ว่าถึงจุดที่จากไปแล้วจึงโล่งอกตัดสินใจหันกลับไปดู พบว่ามีดวงตาสีแดงมากมายรายล้อมเขา
"ผีหลอก!!!" เ้าผอมหม่าะโอย่างสุดเสียงสนั่นลั่นป่า ทิ้งไม้ในมือรีบหอบสังขารที่หวาดกลัวอย่างที่สุดพุ่งเข้าหาสหายตน
ฟู่คงมินที่ได้ยินเสียงลืมตาและยันตัวขึ้นมองไปรอบๆและพบว่าเฟยเทียนและเ้าอ้วนหวังหายไป รวมถึงเ้าผอมหม่าด้วย
"เสียงเ้าผอมหม่า!" เขาขบฟันและพุ่งตัวออกไปพร้อมไม้ที่กำลังติดไฟจากกองไฟ ไปทางเสียงที่ดังมา
"เ้าผอมหม่า! ข้าอยู่นี้!" เขาโบกไฟไปมาเพื่อเป็สัญญาณให้เ้าผอมหม่า
ซึ่งมันก็เห็นเช่นกันรีบวิ่งมาทันทีทันใดและพูดอย่างตะกุกตะกัก
"ผะ..ผีหลอกข้า!" มันหอบหายใจหนักอย่างแรงและจ้องมองไปที่ความมืดอย่างหวาดกลัว
"แล้วอีกสองคนละ?" ฟู่คงมินหันไปถามเขา
"ใคร? ข้าไปคนเดียว!" ยิ่งฟู่คงมินพูดเช่นนี้ทำให้เ้าผอมหม่าตระหนกเข้าไปอีก เสริมความขนลุกให้มันเท่าทวีคูณ!
"เฟยเทียนกับเ้าอ้วนหวังไม่ได้ไปกับเ้าหรือ?" ฟู่คงมินทำน้ำเสียงจริงจังและใบหน้าเคร่งขรึม
"ไม่! ข้าเห็นว่าไฟบนกองไฟสลัวลงเหมือนจะดับจึงออกไปหากิ่งไม้มาเติม ระหว่างเก็บข้าได้ยินเสียงแปลกๆตลอดเวลาเก็บจึงตัดสินใจวิ่งกลับมา พอมาถึงข้าจึงตัดสินใจหันกลับไปดู กับพบว่ามีดวงตาสีแดงกาำเต็มป่าไปหมด อย่างน้อยก็หลายร้อยดวง!" เ้าผอมหม่าเล่าออกมาด้วยความหวาดกลัวจากใจจริง
"พวกเราต้องไปตามหาเฟยเทียนกับเ้าอ้วน" ฟู่คงมินควงพลองและพูดขึ้น
"ไม่ได้!" เ้าผอมหม่าคัดค้านด้วยสีหน้าดื้อด้านสุดขีด
"รอก่อน รอให้พ้นคืนนี้ไปก่อนถือว่าข้าขอได้หรือไม่?" เ้าผอมหม่าอ้อนวอนสุดขีด
ฟู่คงมินเงียบไปสักพักจึงพยักหน้าและเดินกลับไป ตามด้วยเ้าผอมหม่า พวกเขาหาไม้มาเติมจนไฟกองใหญ่ลุกท่วม ทั้งสองตัดสินใจว่าคืนนี้จะไม่นอนกัน
เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิด
ที่ฟู่คงมินตอบตกลงไม่ใช่ว่าเขาไม่ห่วงพวกเฟยเทียน แต่หากพวกนั้นต่อสู้พวกเขาต้องได้ยิน และฟังจากที่เ้าผอมหม่าเล่ามา มีดวงตาสีแดงหลายร้อยดวง การที่พวกเขาไปจะไม่เจอซักสิบดวงหน่อยหรือ?
นี่เป็จุดที่ทำให้ฟู่คงมินสงสัยและตัดสินใจทำตามเ้าผอมหม่าขอ
....
ขอบคุณที่อ่านครับ