ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 37 เคาะประตู แม่ทัพใหญ่ระลึกถึงความเมตตา

            “ไม่ต้องยาเหล่านี้จะดูดซับพิษทั้งหมดที่เหลืออยู่ในร่างกายภายในหนึ่งวัน ห้ามให้แผลโดนน้ำและอย่ากดแผลตอนกลางคืน” หานอวิ๋นซีอธิบายอย่างจริงจัง

            ถ้าชายผู้นี้ไม่กลัวความเจ็บปวดการผ่าตัดย่อมเป็นวิธีที่เร็วที่สุด

            หลงเฟยเยี่ยพยักหน้าและโบกมือหนาของเขาเบาๆบ่งบอกว่านางสามารถกลับไปได้แล้ว

            ในขณะนี้หานอวิ๋นซีที่กำลังถือกระเป๋าหมออยู่ ก็ดูเหมือนเป็นสาวใช้คนหนึ่ง

            เอาเถอะนางทนได้!

            เช้าวันรุ่งขึ้นหานอวิ๋นซีมาเอายา และอย่างที่นางบอกว่ายาแก้พิษทั้งหมดจะถูกดูดซึมเข้าไปทำให้ยาที่ส่งกลิ่นหอมในตอนแรกกลายเป็นมีกลิ่นเหม็น

            หานอวิ๋นซีที่พันแผลง่ายๆทว่าสุดท้ายแล้วก็สามารถกำจัดพิษของหลงเฟยเยี่ยออกไปได้ทั้งหมด

            นางคิดว่าหลงเฟยเยี่ยจะพูดอะไรบางอย่างแต่ใครจะรู้ว่าทันทีที่นางเก็บข้าวของเสร็จ หลงเฟยเยี่ยยังคงทำตัวเหมือนเดิมโบกมือหนาให้นางออกไป

            ทั้งเอาแต่ใจทั้งใจร้าย!

            หานอวิ๋นซีพูดพึมพำกับตัวเองและไม่ได้ออกไปในทันทีนางโค้งคำนับและพูดอย่างจริงใจว่า “ท่านอ๋อง ขอบคุณสำหรับเรื่องที่จวนแม่ทัพ”

            เรื่องของมู่ชิงอู่นั้นแม้จะรู้ว่าเขาทำเพื่อหน้าตาของจวนฉินอ๋อง และเพื่อล้างพิษ แต่อย่างไรเขาก็ช่วยชีวิตนางไว้

            หลงเฟยเยี่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า“เจ้าล้างพิษได้ แต่เจ้าก็ไม่ใช่พระโพธิสัตว์ จำไว้ด้วยว่าเจ้าเป็นใครยุ่งเรื่องผู้อื่นให้น้อย ออกจากจวนให้น้อย จำไว้ เข้าใจหรือไม่?”

            หานอวิ๋นซีตอบอย่างไม่พอใจว่า“อืม ข้าจะจำไว้ ข้าขอตัวลา”

            นางคิดอย่างเงียบๆว่าตราบใดที่เป็นคนดี การที่เห็นคนตายแล้วไม่ช่วย นางทำไม่ได้จริงๆ

            ส่วนเรื่องออกไปข้างนอกให้น้อยนั้นฮ่าฮ่า หานอวิ๋นซีหัวเราะอย่างเย็นชา ข้าทำไม่ได้!ให้นางนั่งนอนกินอยู่ที่บ้านตลอดชีวิต นางก็อาจจะตายได้เช่นกัน

            เมื่อแตะเงินเพียงสามตำลึงที่เหลืออยู่ในแขนเสื้อหานอวิ๋นซีก็คิดว่า ผู้หญิงไม่ว่าจะอายุหรือสถานะใด จำเป็นต้องมีอาชีพการงาน

            และเป็นการดีที่จะเป็นคู่สามีภรรยาปลอมกับหลงเฟยเยี่ยต่างคนต่างอยู่ไม่ต้องมายุ่งกัน เช่นนั้นก็ดีแล้วรอให้นางลงหลักปักฐานในจวนฉินอ๋องเมื่อไร นางจะไปหางานทำด้วยตัวเอง ไม่เช่นนั้นนางจะไปหาเงินจากที่ไหน?

            หลายวันต่อมาขณะที่หานอวิ๋นซีเดินเล่นในสวน ก็ไม่เห็นหลงเฟยเยี่ยอีกเลยผู้ชายคนนี้ลึกลับซับซ้อนเหลือเกิน เดาว่าเขาคงออกไปนาแล้ว

            อย่างไรก็ตามคิดไม่ถึงว่าหลงเฟยเยี่ยจะให้สาวใช้คนหนึ่งมารับใช้นางสาวใช้คนนี้มีชื่อว่าเฉินเซียง ซึ่งอายุน้อยกว่าหานอวิ๋นซีเล็กน้อยอายุประมาณสิบห้าหรือสิบหกปี รูปร่างเล็ก สะอาดดูดี มีมารยาทเวลายิ้มก็ดูน่ารักเป็นอย่างมาก

            หานอวิ๋นซีมองและค่อนข้างพอใจ

            “เจ้ามีวิทยายุทธ์หรือไม่”หานอวิ๋นซีถามด้วยความสงสัย

            เฉินเซียงส่ายหัว“ไม่เพคะ”

            “ก่อนหน้านี้เจ้าทำงานที่ไหนหรือ?” หานอวิ๋นซีถามอีกครั้ง

            “ครอบครัวของหม่อมฉันอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านซีสุ่ยในเขตชานเมืองทางตะวันตกหม่อมฉันถูกซื้อตัวมาเมื่อวานนี้ พี่ชายคนโตชื่อฉู่ซีเฟิงเป็นคนพาหม่อมฉันมาที่นี่เพคะ”เฉินเซียงตอบอย่างเชื่อฟัง

            “แล้วเขาบอกอะไรกับเจ้าหรือไม่?” หานอวิ๋นซีถามอีกครั้ง

            “ให้หม่อมฉันเชื่อฟังหวังเฟยเขาบอกว่าให้ดูแลหวังเฟยให้ดี แล้วหวังเฟยจะให้รางวัลใหญ่เพคะ”เฉินเซียงพูดอย่างตรงไปตรงมา

            รางวัลใหญ่?

            มุมปากของหานอวิ๋นซีกระตุกนางจึงบอกเรื่องแรกกับเฉินเซียงว่าหากมู่หรงหว่านหรูมาหาให้บอกไปว่านางหลับไปแล้วหรือไม่ก็ไม่ว่าง

            มู่หรงหว่านหรูชวนนางไปดื่มชาแต่นางก็ปฏิเสธ ชวนนางไปเดินเล่น ก็ปฏิเสธอีก เมื่อเช้านี้ก็ส่งคนมาชวนนางไปเที่ยวนางก็ปฏิเสธไปอีกครั้ง

            อี้ไท่เฟยไม่อยู่ที่จวนและด้วยสถานะของมู่หรงหว่านหรูแล้ว จึงไม่สามารถบังคับให้นางทำอะไรได้

            แม้ว่าเฉินเซียงจะยังเด็กแต่กลับขยันและมีความสามารถ การมีนางช่วยดูแลเรื่องเล็กๆ น้อยๆทำให้หานอวิ๋นซีรู้สึกสบายอย่างมาก

            แน่นอนว่านางเองก็ไม่สามารถอยู่เฉยๆได้ นางได้ตรวจสอบระบบการล้างพิษเมื่อหลายวันก่อน ระบบนี้คล้ายกับพื้นที่โล่งมีช่องเล็กๆ มากมายในนั้น ด้านหนึ่งไว้สำหรับตรวจสอบพิษอีกด้านหนึ่งสำหรับจัดเตรียมยา และยังมีอีกด้านหนึ่งสำหรับเก็บยาและเครื่องมือ

            หานอวิ๋นซีที่กำลังนอนอยู่ในลานบ้านในขณะที่อาบแดด ก็ท่องไปในระบบการล้างพิษ นางพบว่ายังมีช่องว่างเล็กๆที่ไม่รู้จักในระบบนี้ และจิตสำนึกของนางไม่สามารถเข้าไปได้

            น่าแปลกอาจจะเป็นพื้นที่ที่ยังไม่พัฒนาก็ได้กระมัง? นักวิจัยไม่เคยบอกนางมาก่อนเช่นกัน

            หานอวิ๋นซีสงสัยเป็นอย่างมากแต่นางก็รู้ดีว่าสงสัยไปก็เท่านั้น สมองของนางไม่สามารถคิดเรื่องแบบนี้ได้โชคดีที่ระบบล้างพิษตอนนี้มีพื้นที่เพียงพอให้นางใช้อย่างสุรุ่ยสุร่าย

            หานอวิ๋นซีที่ถอดจิตออกมาจากระบบการล้างพิษก็เงยหน้าขึ้นเพลิดเพลินกับแสงแดดอันอบอุ่นในฤดูหนาวนางคิดว่าพิษกลากขององค์หญิงฉางผิงเองก็คงปะทุออกมาแล้วใช่หรือไม่? คนที่รักสวยรักงามเช่นนั้น ปิดใบหน้าไปขอความช่วยเหลือจากหมอหลวงทุกที่คงเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย

            นางที่กำลังเพลิดเพลินก็เห็นเฉินเซียงตัวน้อยวิ่งเหยาะๆ เข้ามา “หวังเฟยเพคะ มีคนมาที่ประตูลานบ้านบอกว่าท่านมีแขก”

            แขก?

            จะมีใครมาที่จวนฉินอ๋องเพื่อหานอวิ๋นซีด้วยหรือ?

            “ใครกัน?” หานอวิ๋นซีลืมตาขึ้นและถามด้วยความงุนงง

            “เหล่ามามาบอกว่าเป็นแขกผู้มีเกียรติและกำลังรออยู่ในห้องนั่งเล่น เป็นแม่ทัพใหญ่กับหมอหลวงอะไรสักอย่างเพคะนางพูดเร็วเกินไป หม่อมฉันเลยได้ยินไม่ชัด” เฉินเซียงตอบ

            มู่ชิงอู่กับกู้เป่ยเยวี่ย!

            หานอวิ๋นซีมีความสุขขึ้นมาในทันทีและลุกขึ้นอย่างรวดเร็วความจริงแล้วนางคิดจะไปหากู้เป่ยเยวี่ยและขอบคุณเป็นการส่วนตัวเพียงแต่ไม่สามารถหาโอกาสที่จะออกไปได้ แล้วก็ไม่รู้ว่าจะไปหาที่ไหนด้วย

            หลงเฟยเยี่ยไม่ชอบให้นางออกไปข้างนอกดังนั้นช่วงนี้นางจึงต้องควบคุมตัวเอง

            แต่ไม่คาดคิดว่ากู้เป่ยเยวี่ยและมู่ชิงอู่จะมาหาถึงที่

            หานอวิ๋นซีเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนออกจากลานบ้านเมื่อมาถึงห้องรับแขก นางก็เห็นกู้เป่ยเยวี่ยและมู่ชิงอู่นั่งดื่มชาอยู่

            กู้เป่ยเยวี่ยยังคงสวมชุดสีขาวอ่อนโยนและสง่างาม มู่ชิงอู่ก็ไม่ป่วยและอ่อนแออีกต่อไป ยืนตรงเหมือนทหารทั่วไปด้วยสายตาที่แหลมคม

            ทันทีที่เห็นหานอวิ๋นซีเข้ามาทั้งคู่ก็ดีใจและทำความเคารพพร้อมกัน “ถวายบังคมหวังเฟย”

            “ตามสบายเถอะนั่งลงสิ” หานอวิ๋นซีพูดอย่างอารมณ์ดี

            มู่ชิงอู่คุกเข่าลงต่อหน้าหานอวิ๋นซีโดยไม่พูดไม่จากำมือทั้งสองข้าง “หวังเฟยวันนี้กระหม่อมมาที่นี่เพื่อขอบคุณท่านที่ช่วยชีวิตกระหม่อมไว้”

            “ไม่เป็นไรหรอกวันนั้นเจ้าก็ขอบคุณแล้วไม่ใช่หรือ?” หานอวิ๋นซียิ้ม

            “วันนั้นคือวันนั้นวันนี้กระหม่อมมาเพื่อขอบคุณอย่างเป็นทางการ กระหม่อมไม่มีอะไรตอบแทนท่านได้หากในอนาคตหวังเฟยต้องการสิ่งใด โปรดท่านพูดออกมาได้เลย”มู่ชิงอู่พูดอย่างหนักแน่นดวงตาสีดำเฉียบคมมองเข้ามาที่ดวงตาของหานอวิ๋นซีอย่างใจกว้าง

            บุรุษที่จริงจังแบบนี้ช่างน่ารักเสียจริง

            หานอวิ๋นซีพยักหน้า“ตกลง ข้าจะจำไว้”

            ขณะที่นางพูดนางก็หยิบใบสัญญามอบชีวิตออกมาตรงหน้ากู้เป่ยเยวี่ย “หมอหลวงกู้ข้าคิดว่าข้าเองก็ต้องขอบคุณท่านเหมือนกัน!”

            เมื่อเห็นสิ่งนั้นหมอหลวงกู้ถึงกับผงะไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็หยุดหานอวิ๋นซีที่กำลังจะทำความเคารพ

            “หวังเฟยท่านทำแบบนี้ไม่ได้!” กู้เป่ยเยวี่ยเองก็จริงจังเช่นกันและขมวดคิ้วแน่น

            หานอวิ๋นซีมองและอยากที่จะยื่นมือออกไปช่วยคลายคิ้วที่ขมวดของเขาเสียจริงผู้ชายอบอุ่นคนนี้ไม่เหมาะกับการทำหน้าบึ้ง

            “ขอบคุณจริงๆนะ” หานอวิ๋นซียื่นใบสัญญามอบชีวิตด้วยมือทั้งสองข้างอย่างจริงใจ ในเหตุการณ์นี้กู้เป่ยเยวี่ยเป็นคนเดียวที่ช่วยนาง

            กู้เป่ยเยวี่ยมองไปที่ตัวอักษรสีดำบนกระดาษบางและพูดอย่างใจเย็นว่า“หวังเฟยทำลายสิ่งนี้ให้ข้าแล้วงั้นหรือ ความจริงแล้ว ก่อนที่จะมาที่นี่...”

            ก่อนที่กู้เป่ยเยวี่ยจะพูดจบหานอวิ๋นซีก็รู้ว่าเขาต้องการจะพูดอะไร “ข้าดมพิษนั่นแล้วรู้ว่าเป็นพิษอะไร”

            ในห้องขังนางเคยสัญญากับเขาว่าตราบเท่าที่เขาช่วยมู่ชิงอู่ไว้ได้นางจะบอกเขาถึงวิธีการตรวจสอบพิษด้วยมือเปล่า

            หานอวิ๋นซีมิอยากที่จะโกหกแต่หากนางจะบอกกู้เป่ยเยวี่ยเกี่ยวกับการมีอยู่ของระบบล้างพิษ เดาว่าทั้งชีวิตกู้เป่ยเยวี่ยคงไม่สามารถเข้าใจได้นางจึงทำได้เพียงบอกเช่นนั้น

            แต่ใครจะรู้ว่าทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกไป ก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น “แค่ดมก็รู้ได้จมูกของพี่สะใภ้ช่างเก่งกาจเหลือเกิน”

            เสียงนี้...มู่หรงหว่านหรู

            นางที่สวมชุดสีเหลืองอ่อนเดินก้าวเข้ามาร่างกายบอบบาง โดยเฉพาะเอวที่เล็กรูปร่างที่มีเสน่ห์และใบหน้าเองก็มีเสน่ห์เช่นกัน

            มู่หรงหว่านหรูเกิดมาในฐานะสาวใช้แม้ว่านางจะได้รับการยอมรับจากอี้ไท่เฟยในฐานะบุตรสาวบุญธรรมแต่นางก็ไม่มีตำแหน่งใดๆ

            เมื่นางเห็นกู้เป่ยเยวี่ยและแม่ทัพนางยังคงต้องคำนับ นางโค้งคำนับเล็กน้อยราวกับนกนางแอ่นซึ่งทำให้ผู้คนรู้สึกอยากจะเข้าไปช่วยเหลือ

            มู่ชิงอู่ก็เป็นสุภาพบุรุษขึ้นมาในทันที“แม่นางมู่หรงสุภาพเกินไปแล้ว รีบยืนขึ้นเถิด”

            มู่หรงหว่านหรูพยักหน้าเบาๆจากนั้นนั่งลงข้างหานอวิ๋นซีแล้วหลุบตามอง “พี่สะใภ้ ท่านยังโทษข้าอยู่ใช่หรือไม่ข้าขอร้องท่านสามครั้งแล้ว ท่านควรฟังคำอธิบายของข้าสักหน่อยสิ”

            เอ่อ…

            คำพูดที่อธิบายไม่ได้นี้ทำให้หานอวิ๋นซีรู้สึกมึนงงอย่างมาก

            “หรือแม่นางมู่หรงมีอะไรที่ยังปิดบังไว้หรือในคืนนั้นเลยไม่ไปเชิญอี้ไท่เฟยมา?” กู้เป่ยเยวี่ยเอ่ยปากพูด

            หานอวิ๋นซีเพิ่งจะนึกเหตุการณ์นี้ขึ้นมาได้อันที่จริง นางไม่ได้คาดหวังว่ามู่หรงหว่านหรูจะช่วยนางอยู่แล้ว

            ถ้ามู่หรงหว่านหรูไม่พูดอะไรนางคงลืมไปแล้วจริงๆ

            นอกจากนี้มู่หรงหว่านหรูมาหานางสามครั้ง ไม่ว่าจะดื่มชาหรือเดินเล่นแต่ก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้เลย!

            ตอนนี้นางไม่ได้อยากขอโทษหานอวิ๋นซีหรอกนางเพียงทำการแสดงต่อหน้ากู้เป่ยเยวี่ยและมู่ชิงอู่ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของตนเองเท่านั้นท้ายที่สุดถ้ากู้เป่ยเยวี่ยบอกความจริงออกมา ชื่อเสียงของนางก็จะถูกทำลาย

            มู่หรงหว่านหรูถอนหายใจและพูดอย่างหมดหนทางว่า“หมอหลวงกู้ เรื่องนั้นดูเหมือนหว่านหรูไม่ได้ทำอย่างถูกต้องจริงๆหว่านหรูละอายใจเหลือเกิน! หลายวันก่อนข้าต้องการพบพี่สะใภ้เพื่ออธิบายให้ชัดเจนมาโดยตลอดแต่น่าเสียดายที่ทันทีที่พี่สะใภ้กลับมาก็ปิดประตู”

            ขณะที่มู่หรงหว่านหรูพูดนางก็ลุกขึ้น เทถ้วยชาและยื่นไปตรงหน้าหานอวิ๋นซีด้วยมือทั้งสองข้างจากนั้นจึงพูดต่อว่า “พี่สะใภ้ ข้ารู้ว่าท่านไม่ใช่คนใจแคบ แล้วเรื่องนี้มันก็รุนแรงเกินไปแต่ข้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ ท่านดื่มชาสักถ้วยแล้วให้โอกาสข้าอธิบายได้หรือไม่?”

            คำพูดนี้ทำไมยิ่งฟังยิ่งดูเหมือนกำลังด่านางว่าใจแคบมากขึ้นเรื่อยๆ กันนะ?

            อยากอธิบายก็อธิบายจะพูดไร้สาระให้มากมายทำไม?

            หานอวิ๋นซีไม่ยกถ้วยชาถ้วยนั้นขึ้นและพูดอย่างเย็นชาว่า “หมอหลวงกู้เป็นคนมาช่วยเจ้า ไม่ใช่ข้าเจ้าควรอธิบายให้เขาฟัง”

            ช่างเป็นคำพูดที่ดี!

            มู่หรงหว่านหรูผงะไปเล็กน้อยแต่ก็ได้สติกลับมาอย่างรวดเร็ว และพูดกับหมอหลวงกู้ว่า “หมอหลวงกู้ข้าต้องการอธิบายให้ท่านฟัง เพียงแต่พี่สะใภ้ไม่สนใจข้าเลย ข้าอยากจะขอโทษนางก่อน”

            หานอวิ๋นซีเกือบจะอาเจียนออกมานางต้องเหยียบคนอื่นเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองงั้นหรือ?

            ต้องห่วงภาพลักษณ์ขนาดนี้เลยหรือ? วันนี้นี่แหละนางจะทำลายมันเอง

            “เช่นนั้นเจ้าก็รีบอธิบายมาเร็วๆสิ” หานอวิ๋นซีพูดอย่างเย็นชา

            “ในคืนนั้นหลังจากหมอหลวงกู้ออกไป ข้าก็รีบออกไปทันทีทว่ายังไม่ทันที่จะได้ออกจากประตูเมืองก็เป็นลมไป”

            ขณะที่มู่หรงหว่านหรูพูดนางก็ก้มหน้าอย่างน่าสงสาร พูดพร้อมกับเสียงสะอื้นไห้ “พี่สะใภ้ท่านก็รู้ว่าข้าร่างกายไม่แข็งแรง เวลาที่ข้ากังวลข้าก็จะเป็นลมเมื่อข้ากลับมาแล้ว ข้าก็สั่งให้ทหารรีบไปรายงานใครจะรู้ว่าเขากลับไม่ได้ไปและไปแอบหลับ...พี่สะใภ้ ท่านพูดแบบนี้แล้ว...พี่สะใภ้มันคือความผิดของข้าทั้งหมด!”

            รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏบนริมฝีปากของหานอวิ๋นซีนางถามว่า “เจ้ารู้ตั้งแต่เมื่อไรว่าเขาไม่ได้ไปหามู่เฟย?”

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199