สมัครแข่งทำอาหาร
รายละเอียดของการเข้าร่วมแข่งขันทำอาหารที่ดาวฟู้ดด้านั้น เพเนียสได้ค้นหาแล้วเข้าไปอ่านดูแล้วงานนี้จริงๆ แล้วมีชื่อว่า ‘งานระลึกถึงจากการไป 1,000ปีของชาวดาวฟู้ดด้า’ซึ่งการแข่งขันทำอาหารปรุงประกอบก็เป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของงานนี้นั่นเอง ดาวฟู้ดด้าเด่นเรื่องอาหารปรุงประกอบในงานก็ต้องมีเรื่องอาหารเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แบบนี้จะเรียกผู้เข้าร่วมงานได้มากกว่าถ้ามีแต่จัดนิทรรศการก็คงเงียบเหงาไร้สีสันแน่
นอกจากิจกรรมการแข่งทำอาหารแล้วยังมีให้ผู้เข้ารอบในการแข่งขันหรือตัวแทนของพวกเขาที่เข้ารอบหนึ่งพันคนสุดท้ายได้มาออกบูธขายอาหารอีกด้วยงานมีขึ้นทั้งหมด 5 วัน 5 คืน มีการประชาสัมพันธ์โดยตรงจากส่วนกลางคาดว่าผู้เข้าร่วมงานย่อมถึงหลักล้านอย่างแน่นอน
การแข่งขันทำอาหารเริ่มเปิดให้ลงสมัครแล้วส่วนการแข่งขันรอบแรกจะมีขึ้นในอีกเกือบหนึ่งเดือนข้างหน้า การแข่งขันจะมีรอบคัดเลือกสามรอบตัดทอนผู้เข้าแข่งขันลงเรื่อยๆ จนเหลืออยู่เพียง 1,000 คนที่จะได้เข้าร่วมแข่งขันจริงในงานที่ดาวฟู้ดด้าโดยการแข่งขันในงานนั้นก็จะมีอยู่สี่รอบด้วยกันแต่ตอนนี้ยังไม่ต้องพูดไปถึงการแข่งขันจริงในงานเลยเอาเป็นว่าเขาจะลงแข่งงานนี้ดีไหมเพเนียสกำลังนั่งแทะเล็บตาจ้องมองเว็บลงทะเบียนผู้สมัครอยู่
“อย่ามั่นใจไปหน่อยเลยเพเนียสเอ๊ยใช่ว่าเราจะเข้ารอบได้ง่ายๆ เสียหน่อย คนทำอาหารปรุงประกอบเป็นยังมีอีกมาก” จริงๆแล้วเพเนียสไม่ได้จะดูถูกดูแคลนตัวเองแต่อย่างใด แต่เมื่อเขานึกถึงความเป็นจริงแล้วเชฟทั่วทั้งเซเรนิออสถึงแม้จะมีไม่มาก แต่เมื่อนับรวมๆกันแล้วก็ไม่น้อย(ถึงแม้จะเป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยนิดเมื่อคิดจากจำนวนประชากร)เขาที่เข้าครัวทำอาหารแบบจริงจังได้ไม่นาน ใช่ว่าจะสู้เชฟคนอื่นได้ทุกคน
“ถือว่าเป็นการลองฝีมือตัวเองก็แล้วกัน”สุดท้ายแล้วเขาก็เลือกที่จะส่งข้อมูลลงสมัครไปคุณสมบัติผู้เข้าร่วมแข่งขันในงานไม่ได้ยุ่งยาก ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นเชฟหรือผู้ที่มีใบประกอบวิชาชีพเฉพาะด้านนี้เท่านั้นใครที่มีความสามารถทำอาหารปรุงประกอบได้ ก็สามารถเข้าร่วมงานนี้ได้มีค่าสมัครอีกนิดหน่อยเขาก็จ่ายแล้วเรียบร้อย
‘คุณสมัครเข้าร่วมแข่งขันทำอาหารในงานระลึกถึงจากการไป1000 ปีของชาวดาวฟู้ดด้า เรียบร้อยแล้ว ต่อไปเมื่อมีข่าวสารเพิ่มเติมจะส่งข้อมูลให้ในช่องทางที่ท่านได้แจ้งไว้ ขอบคุณ’
เพเนียสยิ้มอ่อนให้กับข้อความที่เด้งขึ้นมาหลังจากส่งข้อมูลให้ทางระบบของผู้จัดงานตรวจสอบอยู่ครู่หนึ่งเมื่อข้อมูลครบถ้วน ข้อความนี้ถือว่าเป็นการบ่งบอกว่าเขาทำการลงสมัครเสร็จสิ้นดีแล้วต่อไปก็รอดูแจ้งเตือนอีกทีถึงระเบียบการแข่งขันต่างๆ
“คิดดีแล้วเหรอลูกที่จะลงแข่งขันน่ะนี่นั่น...” เพเนียสเล่าเรื่องที่เขาลงสมัครทำอาหารในงานระลึกถึงจากการไป 1000ปีของชาวดาวฟู้ดด้า ให้กับที่บ้านฟังเพเรน่าเลยอดห่วงสภาพจิตใจของลูกชายคนเล็กไม่ได้ เพเนียสอายุเท่านี้เองการที่เขาจะฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจให้กลับมาเข้มแข็งได้ก็ต้องใช้เวลาเพเนียสแสดงออกว่าเขาสดใสร่าเริงดีแต่จากเหตุการณ์ก่อนหน้าที่เขาไม่เคยบอกที่บ้านเรื่องที่ถูกแกล้งเลยมันทำให้เธอไม่ค่อยไว้วางใจนัก เพราะรู้สึกว่าเพเนียสกักเก็บอารมณ์ได้ดีจนเธอมองไม่ออก
“ผมคิดดีแล้วครับ อีกอย่างก่อนที่ผมจะได้ไปถึงรอบนั้น ต้องแข่งขันด้านนอกอีกตั้งหลายรอบนะครับ”เพเนียสว่ายิ้มๆ ทำเป็นว่าเรื่องนี้เขาไม่ได้กังวลใจมาก ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เขาก็คิดหนักอยู่เหมือนกัน
“ลูกชายพ่อทำอาหารเก่งอยู่แล้วต้องผ่านเข้ารอบได้แน่นอน” สิวัชสนับสนุนลูกชายเต็มที่เพเนียจะทำอะไรเขาก็สนับสนุน
“แบบนี้ผมว่าก็ดีเหมือนกันนะครับการที่เพเนียสได้กลับไปในสถานที่เดิมที่ทำให้กลัว ตอนแรกอาจจะมีความไม่กล้าอยู่บ้างแต่ถ้าผ่านมันไปได้ ก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือครับที่โรงเรียนของเพเนียสก็ด้วยเช่นกัน”อาการของเพเนียสไม่ได้รุนแรงถึงขนาดที่ต้องปรึกษาหรือได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงแต่ก็ต้องมีการรักษาหรือบรรเทาอาการในขั้นต้นด้วยเช่นกัน การได้กลับไปเผชิญหน้ากับสิ่งที่มันโหดร้ายกับเราเมื่อเราผ่านไปได้ เราก็จะแข็งแกร่งขึ้น แม้แต่พวกนั้นที่ทำร้ายเพเนียสเขายังกล้าที่จะจ้องหน้าเลย(ในศาล) กับสถานที่ที่มันไม่ได้ผิดอะไรแต่กลับทำให้เราจดจำได้นี่สิ คือปัญหาที่เราต้องแก้ไข
“ผมก็คิดแบบนั้นครับ อีกอย่างคือได้ทดสอบฝีมือทำอาหารของตัวเองด้วยผมเลยเลือกที่จะทำ” เพเนียสยิ้มอย่างมั่นใจให้พี่ชาย เขาเองก็คิดไม่ต่างจากเพวิสเท่าไหร่จริงๆ แล้วดาวฟู้ดด้าเองเป็นดวงที่น่าสงสารด้วยซ้ำเขาไม่ควรเอาความกลัวไปลงที่นั่น ดาวฟู้ดด้าไม่ใช่ฆาตกรเสียหน่อยดาวฟู้ดด้าเป็นผู้เสียดายด้วยซ้ำไป
“ดีมากไอ้น้องชาย ไป เข้าครัวเลยเริ่มฝึกฝีมือมันเสียตั้งแต่ตอนนี้”เพวิสว่าขึ้นอย่างฮึกเหิมพร้อมกับมือที่ชี้ไปยังห้องครัว
“ฮ่าๆๆผมก็ฝึกทำอาหารอยู่ทุกวันอยู่แล้วครับ ไม่ใช่ว่าพี่หิวหรอกนะ” เขาถามกลับอย่างรู้ทันพี่ชาย
“เปล๊า” เพวิสยักไหล่ ไม่ยอมรับข้อกล่าวหาของน้องชาย
“แต่ก็ต้องจัดการเวลาให้ดีล่ะช่วงแข่งขันมันใกล้กับสอบไฟนอลของเราด้วยไม่ใช่หรือไงกันเรื่องเรียนต้องมาก่อนนะรู้ไหม” เพวิสเอ่ยเตือน เขาก็พอจะรู้กำหนดการคร่าวๆจากสื่อออนไลน์มาบ้าง ยังดีที่ช่วงจัดงานจริงๆ คือตอนที่เพเนียสปิดเทอมพอดีจะอยู่ร่วมงานทั้ง 5 วันก็ไม่ได้กังวลเรื่องเรียนไม่ทันเพื่อน
“ครับผมไม่เอาเรื่องอื่นมาทำให้เสียการเรียนแน่นอน” เพเนียสบอกอย่างหนักแน่นในเมื่อตัวเขาเองตั้งใจที่จะเรียนต่อโดยไร้ซึ่งการบังคับใดๆ ทั้งสิ้นถึงแม้ว่าการเรียนจะไม่ได้เก่งกาจเป็นอันดับต้นๆ ของคลาส แต่ถึงอย่างไรเขาก็ต้องประคองให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีหรือตามที่ตั้งเป้าไว้ให้ได้
ถึงแม้ว่ารายการIdolIdentity เพวิสจะไม่ได้ออกหน้าเกี่ยวข้องแล้วเท่าไหร่เรียกได้ว่าเป็นแขกรับเชิญ 1 ตอนก็ถือว่าหายไปเลยแต่ถึงอย่างนั้นคลิปร้องเต้นเพลงก้าวแรกของเขาก็ยังได้รับความสนใจอยู่ดี พอๆ กับ MVตัวจริงที่ขับร้องโดยเด็กฝึกเลยทีเดียวเพราะเพวิสยังไม่ได้ห่างหายไปจากหน้าสังคมในวงการบันเทิงเขาเลยยังเป็นที่ต้องการของตลาดอยู่ มีหลายงานที่ติดต่อเข้ามา ไม่ว่าจะรายการวาไรตี้รายการเพลง งานถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณา หรืองานอีเวนต์ต่างๆ ล้วนดาหน้าเข้ามาถล่มมิคุในเวลาใกล้ๆกันเลย จริงๆ ก็มีงานเข้ามาไม่ขาด แต่ก็จะมีเป็นบางช่วงที่มีงานเข้าพร้อมกัน แบบนี้บ้างส่วนว่าเพวิสจะรับงานไหนบ้าง ก็ต้องขึ้นอยู่กับเจ้าตัวแล้วเป็นเจ้านายตัวเองมันดีอย่างนี้
ช่วงกลางเดือนที่4ตามกำหนดการเดิมที่วางไว้ของบริษัททริพเพิลพี ยัมมี่ ฟู้ดส์จะเป็นการเปิดตัว ร้านอาหารด่วนหรือฟาสต์ฟู้ด ที่ชื่อว่า ‘The MagicalDeer’ ร้านนี้เองก็มีการเปิดขายแฟรนไชส์เช่นกัน ข่าวการประชาสัมพันธ์มีตั้งแต่ช่วงปลายเดือนก่อนแล้วหลังจากเปิดรับมาในช่วงเวลาหนึ่งแล้ว มีผู้ต้องการอยากจะเปิดร้าน TheMagical Deer เป็นจำนวนหลายพันคนเลยทีเดียวนับได้ว่าเป็นตัวเลขที่น่าพึงพอใจเป็นอย่างมาก และตัวเลขนั้นก็เพิ่มขึ้นในทุกๆ วันแน่นอนว่าบริษัททริพเพิลพีฯ ยังสามารถรองรับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นนี้ได้อยู่อาหารจานด่วน ที่รออาหารไม่นานตามชื่อ กินง่าย ราคาไม่แพง กำลังเข้าสู่ตลาดแล้วจุดมุ่งหมายสูงสุดของร้าน The Magical Deerก็คือมีอยู่ในทุกๆ ชุมชน ซึ่งนั่นก็คงอีกนานกว่าที่ร้านนี้จะสามารถเจาะตลาดลงสู่ทุกพื้นที่ได้
และตอนนี้ร้านTheMagical Deer ก็ได้เปิดบริการทั่วกันแล้วในจำนวนหกพันกว่าร้านที่ผุดขึ้นในทุกๆ ดวงดาวนับว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่อีกหนึ่งอย่างของบริษัทเลยทีเดียว พึ่งเปิดตัวแต่จำนวนร้านมีมากจนจะแซงหน้าแฟรนไชส์ก่อนหน้าของบริษัทเสียอีก ร้าน TheMagical Deer คืออีกหนึ่งความหวังของบริษัททริพเพิลพีฯ
[คีเฟอร์:วันนี้ร้าน The Magical Deer เปิดวันแรก พี่มาอุดหนุนเป็นคนแรกเลยนะ *แนบภาพที่ถ่ายกับหุ่นกวางหน้าร้าน*]
คีเฟอร์เป็นเจ้าของบริษัทที่ห่วงเรื่องปากท้องของลูกน้องและยังอยากเป็นพาร์ทเนอร์กับเพเนียสด้วย เขาเลยซื้อแฟรนไชส์ของบริษัทพริทเพิลพีฯ ทุกร้านไปตั้งในบริษัทซะเลยแต่จะว่าใจดีก็คงไม่ได้นัก เพราะก็ยังเปิดขายเอาเงินอยู่ ต้องบอกว่าคีเฟอร์งกมากกว่าที่ขายอาหารเอาเงินลูกน้องกลับมาเข้ากระเป๋าของตัวเองแต่มีส่วนลดให้ลูกน้องด้วยเช่นกัน ไม่ได้สักแต่จะขายเอาเงินแต่อย่างเดียวหรอกน่าและธุรกิจเล็กๆ นี้ของเขาก็กำลังเติบโต เพราะมีร้าน TheMagical Deer เข้ามาเพิ่มนั้นเอง และนอกจากเปิดร้านในบริษัทแล้วเขาว่าจะขยายอาณาเขตออกไปอยู่เช่นกัน ย่านนี้มีตึกอยู่มาก ถ้าได้เปิดอยู่ทุกตึกคงจะดี
[ว้าวววคุณเจ้าของร้านมาซื้อเป็นคนแรกแบบนี้ ร้านต้องขายดีมากๆ แน่เลยครับ :เพเนียส]เมื่อมีเสียงแจ้งเตือนที่บอกว่ามาจากคีเฟอร์ เพเนียสก็เปิดดูทันทีก็ว่างอยู่พอดีนี่นา
[คีเฟอร์: ฮ่าๆๆเดี๋ยวพี่จะรวยแล้วนะ *สติกเกอร์ตัววอมแบตนอนอยู่บนกองแร่มีค่า*] รอเพียงไม่นานคีเฟอร์ก็ตอบกลับมาทันที
[ไม่ใช่ว่ารวยอยู่แล้วเหรอครับ :เพเนียส]
ติ๊ดๆๆ
หลังจากที่เพเนียสตอบกลับไปไม่กี่วินาทีคีเฟอร์ก็ต่อสายวิดีโอคอลมาทันที เพเนียสตอบรับ ก่อนที่จะเจอกับหน้าของคีเฟอร์ที่อยู่ตรงกลางของภาพด้านหลังแน่นอนอยู่แล้วว่าเขาไม่ได้แค่โม้เล่นๆ ตอนนี้เขาอยู่ในร้านอาหาร TheMagical Deer ที่ซื้อแฟรนไชส์มาจากบ้านเพเนียสจริงๆบรรยากาศร้านส่วนใหญ่ก็คือตามแบบของบริษัทออกแบบไว้แต่ก็มีบางมุมบางอย่างที่เพิ่มความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละสถานที่ลงไปซึ่งจุดนี้จะทำให้แฟรนไชส์แต่ละแห่งแตกต่างกัน เป็นการสร้างจุดขายให้แก่ร้าน และลูกค้าจะได้ไม่เบื่อด้วย
“ไม่นึกว่าจะยังอยู่ที่ร้านนะครับเนี่ย”
“แน่นอนอยู่แล้วพี่จะโกหกเราทำไม หรือเราไม่เชื่อพี่ตั้งแต่แรก”คีเฟอร์ถามกลับเสียงติดจะแง่งอนอยู่นิดหน่อยที่อีกคนไม่เชื่อเขา
“ปล๊าวววผมก็คิดว่าพี่จะแค่ไปตรวจงานและอุดหนุนนิดๆหน่อยๆ ไม่คิดว่าจะนั่งเฝ้าที่ร้านนี่ครับ”เพเนียสรีบหาคำแก้ตัวทันที แต่ท่าทางของเขามันมีพิรุธ!
“โหววว อะไรเนี่ย ไม่เชื่อกันเลยเหรอ”คีเฟอร์เอ่ยอย่างน้อยใจที่ได้ยินคำพูดของเพเนียส
“ไม่ใช่แบบนั้นนะครับว่าแต่พี่สั่งอะไรมากินเหรอครับ ได้กินแล้วหรือยัง??”
“อะไร จะเปลี่ยนเรื่องเหรอ”คีเฟอร์ถามอย่างรู้ทันแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังปรับมุมกล้องให้เห็นอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะอยู่ดีอาหารที่เหลืออยู่อย่างละไม่มากในแต่ละเมนู เป็นตัวบ่งบอกว่าเขาได้กินไปแล้วจริงๆถึงแม้ว่าจะไม่หมด แต่ถ้านับมวลรวมแล้ว ถือได้ว่าเรากินไปไม่น้อยเลยทีเดียว
“เป็นไง เชื่อหรือยังว่าพี่กินจริงอิ่มมากด้วย”
“เชื่อแล้วครับ”เพเนียสรีบขานรับทันทีพร้อมรอยยิ้มที่ว่าเชื่อก็คืออีกฝั่งของสายก็คงอิ่มแล้วจริงๆ
บนโต๊ะของคีเฟอร์ก็สั่งมาเกือบจะหมดทุกเมนูในร้านอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นแฮมเบอร์เกอร์ พิซซ่า(ไซส์เล็กสุด) แซนด์วิช ไส้กรอก(HotDog) คอร์นด็อกชีส แฟรนฟรายส์ แล้วก็เมนูเครื่องดื่ม อย่างน้ำอัดลมเป็นน้ำอัดลมยี่ห้อหนึ่งที่พวกเขาซื้อเข้ามาขายในร้าน พร้อมกับเครื่องดื่มนมและผลไม้ปั่นเฉพาะของร้านอีกหลายอย่าง
“พึ่งจะเปิดร้านมาไม่กี่ชั่วโมงแต่ขายดีมากเลยนะ ดูสิ”คีเฟอร์ว่าพร้อมกับแพลนกล้องไปรอบๆ ร้านให้ได้เห็น เกือบทุกโต๊ะมีลูกค้านั่งอยู่แน่นอนว่าเกือบทั้งหมดก็คือลูกน้องในบริษัทเขาเอง แต่ก็มีพนักงานของบริษัทอื่นๆที่ทำงานอยู่ต่างชั้นในตึกเดียวกันแวะเวียนมาบ้างอยู่เช่นกัน ตึกในเมืองใหญ่ไม่ใช่จะราคาถูกๆ และบริษัทเขาก็ไม่จำเป็นต้องใช้คนเยอะขนาดนั้นไม่จำเป็นต้องใช้ทั้งตึกแต่อย่างใด เขาใช้เพียงแต่สามชั้นเท่านั้นและครึ่งชั้นเขาก็ทำเป็นสวนหย่อมเพื่อพักผ่อนแล้วด้วย
“นี่คือการรายงานผลการขายวันแรกแบบเรียลไทม์หรือครับเนี่ย”เพเนียสเอ่ยหยอกล้อ เพราะว่าทุกๆร้านต้องมีการส่งข้อมูลการขายให้ทางบริษัทอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าแฟรนไชส์ที่ซื้อไปแล้วจะไม่ต้องส่งข้อมูลก็ได้แต่เพื่อเป็นการพัฒนาธุรกิจให้ก้าวหน้า ก็ต้องอาศัยที่พวกเขาให้ส่งข้อมูลต่างๆให้อยู่ดี
“อืม จะว่าอย่างนั้นก็ได้นะ” คีเฟอร์เองก็ไม่ได้ขัดแถมยังเห็นดีเห็นงามด้วยอีกต่างหาก
“พี่เห็นประกาศของงานที่ดาวฟู้ดด้า...”คีเฟอร์เกริ่นเรื่องมาอย่างต้องการจะรู้ต่อ แต่เขาก็ทำหน้าคิดหนักเพเนียสจับสีหน้าของเจ้าของประโยคที่พูดออกมาได้ แต่เขาก็ได้พูดอะไรต่อเหมือนรอให้เพเนียสเป็นคนเปิดปากเอง เพราะคีเฟอร์เอง จริงๆแล้วเขาก็ไม่อยากจะเอ่ยถึงดาวนี้เสียเท่าไหร่ แต่มันมีเรื่องอาหารเข้ามาเกี่ยวข้องเขาเลยอยากจะรู้ว่าเพเนียสจะสนใจหรือเปล่า
“ผมพึ่งจะลงสมัครไปไม่กี่วันก่อนเองครับไม่รู้ว่าจะผ่านรอบคัดเลือกหรือเปล่า” เพเนียสไม่ได้คิดมากเรื่องสถานที่นี้เท่าไหร่แล้วเลยสามารถพูดออกมาได้อย่างคล่องปาก ผิดที่คน...สถานที่ไม่ผิดคือคำที่เพเนียสบอกกับตัวเอง และดูท่าว่าจะได้ผลมากทีเดียว
“เราเก่งอยู่แล้ว ต้องเข้ารอบแน่นอนนี่เดี๋ยวพี่จะเคลียร์งานเลย จะไปเฝ้าทั้งห้าวันเลยดีไหม”
“ขอบคุณครับ ขอให้มาได้จริงๆ เถอะ”ตอนที่เพเนียสยิ้มรับคีเฟอร์คันไม้คันมืออยากจะยื่นไปลูบผมนุ่มสีขาวปลอดนี้ได้จังเลยถึงแม้จะมีระบบเสมือนห้ามิติอยู่ให้สามารถสัมผัสได้คล้ายความจริงแต่ถ้ายิ่งทำแบบนั้น ยิ่งอยากสัมผัสของจริงมากขึ้นหรือเปล่า เทคโนโลยีก็เป็นดาบสองคมเหมือนกันนะ