ตอนที่ 2 - เงามรณะในป่าเงียบ
แสงแดดยามเที่ยงสาดส่องผ่านร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ในป่าเขียวชอุ่ม แต่ความเงียบสงบนั้นหลอกลวง หลินเฉิน วิ่งฝ่าพุ่มไม้หนาที่ยังเปียกชื้นจากฝนเมื่อคืน หัวใจเต้นรัวราวกลองศึก ดาบรุ่งอรุณสีชาดที่สะพายไว้ด้านหลังส่งเสียงกระทบกันเบา ๆ ขณะที่เขากระโจนข้ามรากไม้และลำธารเล็ก ๆ ภาพของ จ้าวเฟิง และนักฆ่าสำนักัดำยังคงติดอยู่ในใจราวเงามืดที่ไม่อาจสลัดทิ้ง
หลินเฉินรู้ดีว่าเขาไม่สามารถหยุดพักได้ การเผชิญหน้ากับเงามรณะเมื่อเช้าทำให้เขาตระหนักว่าพลังลึกลับในตัวเขาและดาบรุ่งอรุณสีชาดได้ดึงดูดความสนใจจากศัตรูที่แข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาจะรับมือได้ในตอนนี้ เขาต้องไปให้ถึง สำนักดาบ์ สถานที่ที่อาจให้คำตอบเกี่ยวกับดาบและพลังที่เขายังไม่เข้าใจ
กับดักในเงามืด
ขณะที่หลินเฉินหยุดพักชั่วครู่เพื่อดื่มน้ำจากลำธาร เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง เขาหันขวับ มือจับด้ามดาบโดยสัญชาตญาณ แต่ก่อนที่เขาจะได้ตั้งตัว สายลมคมกริบพุ่งผ่านอากาศ ลูกดอกพิษสามอันพุ่งตรงมาที่เขา หลินเฉินกลิ้งตัวหลบได้ทันเวลา ลูกดอกปักลงบนต้นไม้ด้านหลัง ส่งกลิ่นเหม็นฉุนของพิษที่กัดกร่อนเปลือกไม้
“เ้าเด็ก หนีเงามรณะของข้าได้ไม่พ้นหรอก!” เสียงของจ้าวเฟิงดังก้องจากเงามืดของป่า เขาก้าวออกมาพร้อมรอยยิ้มเ็า ดาบยาวในมือสะท้อนแสงแดดราวกับงูเงินที่พร้อมฉกเหยื่อ ลูกน้องสามคนของเขาค่อย ๆ โผล่ออกมาจากพุ่มไม้ ปิดล้อมหลินเฉินไว้ทุกทิศทาง
“ข้าไม่รู้ว่าเ้ามีพลังอะไรอยู่ในตัว แต่ดาบเล่มนั้นต้องเป็ของสำนักัดำ!” จ้าวเฟิงตวาด ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโลภเมื่อมองไปยังดาบรุ่งอรุณสีชาด
หลินเฉินกัดฟัน เขารู้ว่าเขาไม่มีทางสู้กับยอดฝีมืออย่างจ้าวเฟิงได้ในตอนนี้ แต่เมื่อเขาคว้าดาบรุ่งอรุณสีชาดออกจากฝัก พลังงานร้อนแรงพุ่งผ่านร่างกายอีกครั้ง ใบดาบส่องแสงสีชาดราวกับเปลวไฟ เขาไม่รู้วิธีควบคุมพลังนี้ แต่สัญชาตญาณบอกให้เขาเหวี่ยงดาบออกไป
คลื่นพลังสีแดงเข้มพุ่งออกจากใบดาบ ฉีกผ่านอากาศและพุ่งเข้าหานักฆ่าคนหนึ่ง ชายผู้นั้นร้องออกมาด้วยความเ็ปเมื่อถูกพลังนั้นกระแทกจนล้มลง จ้าวเฟิงและคนอื่น ๆ ถอยหลังด้วยความตกตะลึง
“เ้า… ไม่ใช่เด็กธรรมดา!” จ้าวเฟิงพูดด้วยน้ำเสียงที่ผสมทั้งความโกรธและความหวาดกลัว “แต่เ้ายังอ่อนหัดเกินไป!”
จ้าวเฟิงพุ่งเข้าใส่หลินเฉินด้วยความเร็วราวสายฟ้า ดาบของเขาฟาดฟันลงมาด้วยพลังปราณที่หนักหน่วง หลินเฉินยกดาบรุ่งอรุณสีชาดขึ้นป้องกันได้ทันเวลา เสียงโลหะกระทบกันดังก้องไปทั่วป่า หลินเฉินรู้สึกถึงแรงกระแทกที่เกือบทำให้เขาคุกเข่าลง แต่ดาบในมือของเขายังคงมั่นคงราวกับมีชีวิต
“เ้าเด็กนี่… ดาบเล่มนั้นปกป้องเ้าได้อย่างไร?!” จ้าวเฟิงะโด้วยความฉงน
หลินเฉินฉวยโอกาสนั้นผลักดาบของจ้าวเฟิงออกและวิ่งหนีต่อไป เขารู้ว่าเขาไม่สามารถต่อสู้ได้นานกว่านี้ พลังของดาบอาจช่วยเขาได้ในชั่วขณะ แต่เขายังขาดทักษะและประสบการณ์ เขาต้องรอดชีวิตเพื่อไปให้ถึงสำนักดาบ์
แสงแห่งความหวัง
หลังจากการหลบหนีที่ยาวนานและเหน็ดเหนื่อย ในที่สุดหลินเฉินก็มองเห็นยอดเขาสูงตระหง่านที่เป็ที่ตั้งของสำนักดาบ์ เมฆหมอกลอยปกคลุมยอดเขา ราวกับสถานที่แห่งนี้อยู่นอกเหนือโลกมนุษย์ ขณะที่เขาเดินขึ้นบันไดหินที่ทอดยาวไปสู่ประตูสำนัก หัวใจของเขาก็เต้นแรงด้วยความหวังและความกลัว
ที่หน้าประตูสำนัก สาวน้อยในชุดสีขาวยืนรออยู่ เธอมีผมยาวสีดำสนิทที่ปลิวไสวตามสายลม และดวงตาคู่หนึ่งที่เฉียบคมราวกับมองทะลุจิตใจ เซี่ยหลาน ศิษย์เอกของสำนักดาบ์ มองหลินเฉินด้วยสายตาเ็า
“เ้าเป็ใคร กล้ามาที่นี่ได้อย่างไร?” เธอถาม น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความสงสัยและความเย่อหยิ่ง
หลินเฉินหอบหายใจ เขายกดาบรุ่งอรุณสีชาดขึ้นเพื่อแสดงตัวตน “ข้าชื่อหลินเฉิน ข้ามาค้นหาความจริงเกี่ยวกับดาบเล่มนี้… และตัวข้าเอง”
เมื่อเห็นดาบในมือของเขา ดวงตาของเซี่ยหลานเบิกกว้างเล็กน้อย แต่เธอก็ปกปิดความประหลาดใจนั้นไว้อย่างรวดเร็ว “ดาบเล่มนั้น… ไม่ใช่ของที่เด็กอย่างเ้าควร” เธอกล่าว “แต่ถ้าคิดว่าตัวเองคู่ควร ก็พิสูจน์ตัวเองในการทดสอบของสำนักเสียก่อน”
หลินเฉินพยักหน้า เขารู้ว่าการเดินทางของเขายังอีกยาวไกล และสำนักดาบ์คือจุดเริ่มต้นของการฝึกฝนที่แท้จริง เขาก้าวผ่านประตูสำนัก โดยไม่รู้เลยว่าการทดสอบที่รออยู่จะโหดร้ายเพียงใด และเงามืดของสำนักัดำยังคงตามล่าเขาอยู่ไม่ห่าง
จบตอนที่ 2