ข้าลงทุนกับโชคชะตา และโลกก็ต้องตอบแทนแก่ข้า

    หอการค้าเมฆา

    ทันใดนั้น ผู้อาวุโสลำดับที่สอง ซึ่งเป็นหญิงวัยกลางคน ก็ส่งเสียงขึ้น สีหน้าของนางเต็มด้วยความตกใจ

    “จางอี้ เจ้าไปทำอะไรมากัน…ทำไมการบ่มเพาะของเจ้าถึงได้ก้าวไปที่ระดับนักบุญได้กัน”

    จางอี้เงยหน้าขึ้น สายตานิ่งสงบ ก่อนจะเอ่ยเพียงคำเดียว

    “เชิญนั่ง”

    ในวินาทีนั้นเอง แรงกดดันพลังนักบุญพุ่งทะยานขึ้นอีกระลอก มันหนักหน่วงยิ่งกว่าครั้งก่อนหลายเท่า พื้นหินในห้องประชุมสั่นสะเทือน เสียงอากาศแตกดังสนั่น ผู้อาวุโสบางคนไม่อาจต้านทานได้ ร่างกายถูกกดจนทรุดลงไปนอนกับพื้น สีหน้าแต่ละคนซีดเผือด

    บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

    ผู้อาวุโสลำดับที่สองสูดลมหายใจลึก ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง

    “ข้า…เข้าใจแล้ว”

    แรงกดดันคลายตัวลงในทันที จางอี้พยักหน้าเล็กน้อย

    “เชิญ”

    ผู้อาวุโสทั้งเก้าคนที่เหลือ ยกเว้นผู้อาวุโสสูงสุดที่หายตัวไป ต่างนั่งลงประจำที่นั่งอย่างเงียบงัน ไม่มีใครกล้าสบตาของจางอี้โดยตรง

    จางอี้ยกมือขึ้น ดีดนิ้วเบา ๆ

    ติ้ง

    แสงหนึ่งวาบขึ้นกลางอากาศ ก่อนที่ ตราผู้นำตระกูล จะปรากฏขึ้นในมือของเขาอย่างชัดเจน ลวดลายโบราณส่องประกาย แผ่แรงกดดันแห่งอำนาจที่ไม่อาจปลอมแปลงได้ออกมา

    ห้องประชุมตกอยู่ในความตกตะลึง ผู้อาวุโสที่รู้หน้าที่ลุกขึ้นยืนเป็นคนแรก ก่อนจะประสานมือและทำการคำนับ

    “คารวะท่านผู้นำตระกูล”

    เสียงนั้นเหมือนสัญญาณ

    ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ทยอยลุกขึ้นตาม แม้แต่ผู้อาวุโสลำดับที่สองเองก็ไม่อาจฝืนกระแสได้ ต้องลุกขึ้นคำนับเช่นกัน

    จางอี้พยักหน้าอย่างสงบ

    “นั่งลงได้”

    เมื่อทุกคนนั่งลงเรียบร้อย เขาจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

    “ข้าได้ผ่านบททดสอบของตระกูล และได้รับการอนุญาตให้ขึ้นเป็นผู้นำแทนจางหลิงเยว่ ผู้ซึ่งล้มเหลวอย่างร้ายแรง และพาตระกูลจางเข้าสู่จุดตกต่ำ”

    ยังไม่ทันมีใครได้เอ่ยปาก จางอี้ก็ดีดนิ้วอีกครั้ง

    ในพริบตาเดียว ผู้อาวุโสทุกคนต่างตัวสั่น ร่างกายแข็งค้าง พลังภายในปั่นป่วนจนไม่อาจควบคุมได้ ลมหายใจติดขัด หัวใจเหมือนถูกบีบแน่น

    จางอี้กล่าวขึ้นอย่างเรียบเย็น

    “ต่อจากนี้ไป ข้าจะเข้าควบคุมอำนาจของตระกูลอย่างเด็ดขาด”

    “เสียงของข้า จะเป็นเสียงเดียวที่ดังที่สุด”

    บางคนพยายามจะพูด บางคนขยับริมฝีปากด้วยความไม่พอใจ แต่ยังไม่ทันเปล่งเสียงใดออกมา

    จิตสังหารของจางอี้ก็แผ่กระจายออกมาก่อนที่เขาจะพูดขึ้น

    “ตอนนี้ พวกเจ้าได้รับพิษของข้าเข้าไปแล้ว”

    น้ำเสียงของเขาสงบนิ่งจนน่าหวาดกลัว

    “ความเป็นและความตายของพวกเจ้า ตอนนี้ล้วนขึ้นอยู่กับข้า ดังนั้นอย่าทำอะไรแปลกๆ”

    ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมอย่างสมบูรณ์ ไม่มีใครกล้าต่อต้าน ไม่มีใครกล้าท้าทาย ทุกคนทำได้เพียงจำใจยอมรับชะตากรรมที่ถูกกำหนดไว้แล้ว

    ในขณะนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในจิตสำนึกของจางอี้

    “ตอนนี้คนพวกนั้นได้รับพิษของข้าเข้าไปแล้ว เจ้าสามารถควบคุมมันได้ผ่านแหวนมิตินั้น แล้วอย่าลืมควบคุมจิตวิญญาณของพวกเขาด้วย”

    “จากนี้ข้าขอให้เจ้าโชคดี ต่อจากนี้ เจ้าจะต้องแบกรับทุกสิ่งไว้เพียงลำพังแล้ว”

    จางอี้หลับตาลงชั่วขณะ ก่อนจะตอบกลับในใจอย่างแน่วแน่

    “ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง”

    เขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง สีหน้าสงบนิ่ง เยือกเย็น และมั่นคง จากนั้นจึงเหลือบมองไปยังแหวนมิติที่สวมอยู่บนนิ้วอย่างใจเย็น

    …

    ….

    ….

    ค่ำคืนแห่งความวุ่นวายยังคงไม่จางหาย ภายในหอการค้าแห่งเมฆา ห้องพักพิเศษของผู้นำหอการค้า

    ห้องทั้งห้องถูกปิดตายด้วยม่านพลังกันเสียง กลิ่นธูปหวานฉุนลอยคลุ้งปะปนกับกลิ่นเหงื่อและความหวาดกลัว ผ้าม่านสีเข้มสั่นไหวเบา ๆ ทั้งที่ไม่มีลม ราวกับอากาศภายในกำลังถูกอะไรบางอย่างกดทับให้หนักอึ้ง

    “อ๊าา! ปล่อยข้านะ! ไอ้สารเลว ปล่อยข้า!”

    เสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังแหลมจนบาดแก้วหู

    บนเตียงหรู ชายหนุ่มหน้าตาดีกำลังถอดเสื้อผ้าออกอย่างหิวกระหาย ร่างของเขานั่งคร่อมทับหญิงสาวผมดำดวงตาสีฟ้า ใบหน้างดงามแต่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก มือทั้งสองข้างของนางถูกตรึงไว้แน่นเหนือศีรษะด้วยเชือก

    ชายหนุ่มขมวดคิ้ว ก่อนจะพูดจาด้วยเสียงอ่อนหวาน

    “เจ้าหยุดดิ้นสักทีจะได้ไหม”

    หญิงสาวดิ้นสุดแรง กล้ามเนื้อเกร็งจนสั่น ดวงตาสีฟ้าแดงก่ำด้วยความโกรธและความอัปยศ

    “หยุด! ปล่อยข้าไป!”

    ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะก้มหน้าเข้าไปใกล้ๆ ลมหายใจร้อนผ่าวไหลรดลำคอของนาง

    “เลิกดื้อ…เดี๋ยว…”

    ฉึก!

    ไม่มีเสียงใดๆ ไม่มีสัญญาณเตือนอันไหน มีเพียงเส้นคมบางเฉียบที่ตัดผ่านอากาศเหมือนความว่างเปล่าโดนกรีด

    เตียงถูกผ่าออกเป็นสองซีก ร่างของชายหนุ่มหยุดนิ่งไปหนึ่งจังหวะ ก่อนจะแยกขาดออกเป็นสองซีก เลือดสีแดงสดพุ่งกระจายเต็มผนังและพื้นห้องดังแปะ ๆ กลิ่นคาวเลือดตีกลับขึ้นจมูกในทันที

    การโจมตีเร่งเป้าเข้าหาทั้งสองคนอย่างไร้ความปรานีใดๆ

    แต่หญิงสาวเคลื่อนตัวตัวหลบได้ในเสี้ยววินาที ร่างกลิ้งลงจากเตียงอย่างเฉียบคม ก่อนจะลุกขึ้นตั้งท่าป้องกันอยู่ข้างเตียงในทันที

    ภาพความอ่อนแอของนางเมื่อครู่ถูกสลัดทิ้งจนหมดจด ไม่เหลือคราบของหญิงสาวที่อ่อนแอเมื่อครู่อีกต่อไป

    ออร่าระดับราชานักบุญค่อย ๆ แผ่ออกมาจากร่างของนาง เฟอร์นิเจอร์สั่นไหว แก้วน้ำบนโต๊ะสั่นจนเกิดเสียงกระทบกันเบา ๆ

    หญิงสาวจ้องไปยังมุมมืดในห้อง ดวงตาสีฟ้าของนางส่องสว่าง

    “เจ้าเป็นใครกัน?!”

    บรรยากาศในห้องเย็นวาบราวกับถูกน้ำแข็งครอบคลุม ลมหายใจของนางกลายเป็นไอจาง ๆ

    จากมุมมืด เงาหนึ่งค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกมา

    ชายชุดขาวสวมหน้ากากดำเดินออกมาช้า ๆ ทุกย่างก้าวไร้เสียง แต่กลับทำให้ความกดดันเพิ่มขึ้นทีละชั้น ราวกับพื้นที่ทั้งห้องกำลังถูกบีบให้แคบลงเรื่อย ๆ

    สิ่งที่ทำให้หญิงสาวขนลุกคือ นางไม่สามารถรับรู้การบ่มเพาะของอีกฝ่ายได้แม้แต่น้อย

    ชายชุดขาวหยุดยืนห่างออกไปไม่กี่ก้าว เสียงของเขาดังขึ้นเรียบ ๆ

    “ข้าต่างหากที่ต้องถามเจ้า”

    เขาเอียงศีรษะเล็กน้อย คล้ายสนใจเรื่องหนึ่งมากกว่าเลือดที่กระจายเต็มพื้น

    “ทำไมราชานักบุญอย่างเจ้าถึงโดนคนที่มีการบ่มเพาะระดับการรวมร่างจับกดได้กัน ช่างเป็นเรื่องที่น่าสงสัยจริงๆ”

    หญิงสาวกัดฟัน ออร่าระดับราชานักบุญขั้นที่สองปะทุออกมาเต็มที่ พื้นห้องแตกร้าวเป็นเส้น ๆ ม่านพลังกันเสียงสั่นสะเทือน

    “ถ้าอยากรู้…เจ้าคงต้องมีความสามารถหน่อย!”

    แต่ทันใดนั้นเอง นางก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง ความรู้สึกหวาดกลัวที่แท้จริง…ไม่ได้มาจากชายชุดขาวเพียงคนเดียวเท่านั้น

    นางหันมองซ้ายขวา บนเตียง โต๊ะ เก้าอี้ ตู้เสื้อผ้า คานเพดาน และแม้แต่มุมเงาของผนัง

    อีกาประมาณ 24 ตัวกำลังยืนนิ่งและดวงตาสีแดงฉานจับจ้องมาที่นางพร้อมกัน และสิ่งที่ทำให้นางรู้สึกเหมือนเลือดในกายกลายเป็นน้ำแข็งคือ

    ทุกตัว กำลังแพร่ออร่าของนักบุญออกมา

    หญิงสาวสูดลมหายใจลึก ก่อนจะค่อย ๆ ลดพลังลงช้า ๆ

    “ข้ายอมแล้ว…”

    แต่ในเสี้ยววินาทีเดียวกัน พลังวิญญาณของนางไหลเวียนอย่างรวดเร็ว แหวนมิติบนมือส่องแสง นางกำลังจะเปิดมันเพื่อเอายันต์เคลื่อนย้ายออกมา

    ฉีกก!

    แสงดาบวาบขึ้น แขนของนางขาดกระเด็นไปในทันที เลือดพุ่งออกมาเป็นสาย เสียงแขนตกกระแทกพื้นดังตุบ

    หญิงสาวใบหน้าซีดเผือดหันไปทางซ้าย เห็นชายชุดดำปิดหน้ามิดชิด ดาบในมือของเขายังมีคราบเลือดจากการฟันเมื่อครู่

    แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้ถอย

    เถาวัลย์พลังสีเขียวคล้ำพุ่งขึ้นจากพื้น พันรัดร่างของนางแน่นจนขยับไม่ได้ กลิ่นฉุนของพิษและพลังไม้ผสมกันจนแสบจมูก

    วูบ!

    มือของชายชุดขาววาร์ปเข้ามาในพริบตา นิ้วมือบีบเข้าที่ลำคอของนางรุนแรง แรงบีบคั้นไม่ได้ทำให้นางตาย แต่มันก็เริ่มแน่นขึ้นช้า ๆ

    เสียงของเขาดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่จะเริ่มตรวจสอบจิตวิญญาณของนางทันที

    “ข้าไม่ได้ขอคำตอบจากเจ้า”

     

    คล้ายกับเรื่องข้าลงทุนกับโชคชะตา และโลกก็ต้องตอบแทนแก่ข้า ที่คุณอ่าน