ลู่ซุนเกอรีบวิ่งตรงไปหาฟงซวนเว่ย “คุณชายฟง ท่านอย่าเพิ่งมีโทสะนายน้อยลู่เพียงเพิ่งจะกลับมาพวกท่านอาจจะสวนทางกัน แล้วก็ของดีที่ว่าก็มาแล้วข้าว่าคุณชายฟงต้องถูกใจแน่แท้”
ฟงซวนเว่ยที่กำลังเหม่อมองมันรู้สึกตัวอีกครั้งเอ่ย “งั้นรึ..อืมๆ” ท่าทางของมันดูเหมือนจะไม่ได้สนใจอะไร
ฟงซวนเว่ยเอ่ยถาม “สหาย สตรีนางนั้นใช่คนในตระกูลเ้าหรือไม่” เอ่ยจบมันก็ย่อตัวลงชี้นิ้ว
ลู่ซุนเกอเมื่อเห็นทางที่นายน้อยฟงชี้ไปมันถึงกลับแทบจะแสดงความดีใจออกนอกหน้าเอ่ยอย่างสำรวบที่สุด“ระหรือว่าคุณชายฟงจะรู้แล้ว ว่าของดีที่ข้าว่าคือนาง”
ฟงซวนเว่ย “ฮ่าฮ่าฮ่า โอ้งั้นหรือนางงั้นสินะที่เ้าเสนอต่อข้าเ้ากับข้าเราช่างมีความคล้ายคลึงกัน” เอ่ยจบมันก็ตบไหล่ลู่ซุนเกอพร้อมกลับแสดงรอยยิ้มพิกล“จริงสินายน้อยลู่อยู่ไหนเล่าข้าอยากจะต่อรองกับมันจนจะแย่แล้ว”
ลู่ซุนเกอมองซ้ายขวาปราดเดียวก็เห็นลู่เฟยในทันที“นั่นไง ข้าเจอแล้วให้ข้าไปตามมาให้หรือไม่” เอ่ยจบมันก็ชี้นิ้วไปทางลู่เฟย
ฟงซวนเว่ยรู้ได้ทันทีว่าเป็ลู่เฟยเพราะว่าอาภรณ์ที่ลู่เฟยสวมนั้นออกจะแตกต่างกับผู้อื่น“ไม่จำเป็ ข้าจะไปหาด้วยตัวเอง” เอ่ยจบมันก็วิ่งไม่ช้าไม่เร็วไปทางลู่เฟย
ลู่เทียนฉีเห็นที่ฟงซวนเว่ยตรงมาทางนี้ “ลู่เฟย ดูเหมือนนายน้อยฟงจะอยากเจอลูก” เอ่ยจบมันก็มองหน้าลู่เฟยพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย
ฟงซวนเว่ยมาถึงตรงหน้าลู่เฟยเอ่ย“ท่านคือนายน้อยลู่ใช่หรือไม่ ข้าคือนายน้อยฟงฟงซวนเว่ย” เอ่ยจบมันก็มองดูสำรวจลู่เฟยเมื่อมันเห็นพลังยุทธของลู่เฟยมันแทบจะะเิหัวเราะออกมาแต่มันก็ทำได้เพียงแค่ขำในใจเพราะว่ามันยังต้องต่อรองกับลู่เฟย
ลู่เฟย “ข้าลู่เฟย นายน้อยตระกูลลู่” มีหรือที่ลู่เฟยจะดูไม่ออก มันรู้เลยว่านายน้อยฟงผู้นี้ก็ไม่ค่อยจะต่างไปจากผู้อื่นนักมันมีแววตาเหยียดหยามสายหนึ่งแฝงอยู่
ฟงซวนเว่ยมองซ้ายขวาเอ่ย “แล้วสหายอีกสองคนที่ไปกับท่านเล่า พาข้าไปรู้จักหน่อยเป็อย่างไร”
ลู่เฟยเอ่ย “ไม่มีปัญหาถ้านายน้อยฟงอยากพบ”ลู่เฟยที่จริงแล้วไม่อยากจะให้นายน้อยฟงผู้นี้มาเพ่นพ่านแถวตนเองกับมู่ไฉซูซักเท่าไหร่แต่ก็ต้องเอ่ยตอบออกไปเพื่อที่จะไม่ให้ขัดใจอีกฝ่าย
ลู่เฟยก็พานายน้อยฟงเดินไปหาคนทั้งสองมู่ไฉซูกับหนิงกวงซือก็ยืนอยู่ด้วยกัน ลู่เฟยพาฟงซวนเว่ยไปเพียงเพิ่งทักทายกันเท่านั้นฟงซวนเว่ยก็กอดคอลู่เฟยกระซิบคำแ่เบา “ข้าอยากคุยกับท่านเป็การส่วนตัว”
ท่าทีของฟงซวนเว่ยผิดแปลกไปลู่เฟยสามารถดูออกได้อย่างชัดเจนโดยเฉพาะที่มันพาฟงซวนเว่ยไปทักทายคนทั้งสอง
ฟงซวนเว่ยพาลู่เฟยมายังใต้ต้นไม้ใหญ่ไม่ห่างจากหน้าตำหนักใหญ่มากเพียงมองก็สามารถเห็นได้แต่มันก็เหมาะที่จะเป็ที่คุยกันเงียบๆสองคน
ลู่เฟย “นายน้อยฟงมีเื่อะไรหรือ เื่สำคัญหรอกกระมั้ง?”
ฟงซวนเว่ยฝ่ามือทั้งสองประกบกันท่าทางแปลกพิกลเอ่ย“ดูแล้วก็เป็เื่สำคัญสำหรับข้าแต่ดูเหมือนคงจะไม่ลำบากต่อนายน้อยลู่ซักเท่าไหร่”
ลู่เฟยเอ่ย “นายน้อยฟงต้อง้าอะไรจากข้างั้นหรือ?”
ฟงซวนเว่ยแกะเชือกที่มัดฝักกระบี่ที่เหน็บอยู่ข้างเอวออกนำกระบี่สีเงินแวววาวออกมาเอ่ย“นี่เป็กระบี่ที่ข้ากะว่าจะเอามาให้เป็ของขวัญนายน้อยลู่เป็การส่วนตัว”เอ่ยจบมันก็ยื่นไปทางลู่เฟย สีหน้ามันกระอักกระอ่วนเล็กน้อยเมื่อยื่นกระบี่ไปเห็นได้ชัดว่ากระบี่เล่มนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อให้ลู่เฟยแต่เป็ของของมันเองแล้วดูเหมือนจะเป็ของมีค่ายิ่ง
ลู่เฟยรับกระบี่มาพร้อมพยักหน้าเล็กน้อย ที่จริงก็อยากบอกปัดแต่ก็กลัวว่าจะไปขัดใจอีกฝ่าย
ฟงซวนเว่ยเอ่ย “ข้า้าสิ่งหนึ่ง” มันมองกระบี่เงินที่อยู่ในมือลู่เฟยพร้อมเอ่ย“หากนายน้อยลู่ยังไม่พอใจ ข้าสามารถฟังความ้าของท่านได้”
ลู่เฟย“หากเป็สิ่งของนายน้อยฟงไปคุยกับท่านผู้นำตระกูลข้าจะไม่ดีกว่าหรอกหรือ” ลู่เฟยรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ว่ามันจะ้าอะไรจากตน
ที่ลู่เทียนฉีบอกมาว่านายน้อยฟงผู้นี้เหมือนจะยั่วโมโหตระกูลลู่แต่เมื่อมันมาคุยด้วยตัวเองกลับดูเหมือนว่าจะไม่ใช่อย่างนั้นกลับกันยิ่งรู้สึกว่าเป็ฝ่ายนายน้อยฟงจะออกไปทางประจบลู่เฟยเสียมากกว่า
ฟงซวนเว่ย “เื่นี้ต้องถามนายน้อยลู่โดยตรงเท่านั้นสิ่งที่ข้า้าคือ” เอ่ยจบมันกระซิบเบาพร้อมกับชี้นิ้วไปทางๆหนึ่งก็คือมู่ไฉซู
ลู่เฟยเงียบงันผ่านไปชั่วครู่จึงเอ่ย“ท่าน้าสตรีงั้นหรือ?”
ฟงซวนเว่ยพยักหน้าสองทีเอ่ย “นายน้อยลู่ก็ดูเหมือนจะเข้าใจง่ายกว่าที่ข้าคิดดูเหมือนว่าท่านกับข้าอาจจะได้เป็สหายกันได้”
ลู่เฟยเอ่ยถาม “นายน้อยฟง ท่านก็ดูเหมือนจะมีสตรีมากมาย แต่ต้องขออภัยตระกูลข้าส่วนมากมีแต่บุรุษ”
ฟงซวนเว่ย “ไม่ไม่ไม่ ข้าไม่ได้คิดโลภปานนั้น ข้าขอเพียงสตรีนางเดียว นางที่ดูจะสนิทกับท่านใช่แล้วๆ นางชื่อ มู่ไฉซู” ฟงซวนเว่
ยก่อนหน้านี้มันบอกจะ่ชิงเหยียดหยามลู่เฟยแต่มาตอนนี้มันเหมือนจะทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้สิ่งที่มัน้ามันถึงกับนำกระบี่ติดตัวที่ดูมีค่ามาแลกแล้วยังสามารถหาอย่างอื่นมาให้อีกหากลู่เฟย้ามันคงจะไม่แม้ที่จะขัดใจลู่เฟยกลัวว่าลู่เฟยจะบอกปัดมัน
ลู่เฟย “ข้าขออภัยด้วย แต่นางสนิทกับข้ามากกว่าที่ท่านเห็นหากท่าน้าสิ่งอื่นท่านสามารถบอกข้าได้”
ฟงซวนเว่ยคิ้วขมวดเอ่ย “แล้วถ้าข้าสามารถยกสตรีอีกห้าคนไปรับใช้นายน้อยลู่เล่าไม่สิๆข้ายกให้สิบคนเลย หรือ้าสิ่งอื่นหากข้าสามารถหาได้ข้าก็จะเอามาให้” เอ่ยจบมันประกบฝ่ามือสองข้างแน่นย่อตัวเล็กน้อย หากว่าที่นี่ไม่มีผู้คนกลัวว่ามันคงคุกเข่าลงไปแล้ว
หากมีผู้อื่นยืนอยู่ข้างๆจ้องมองฟงซวนเว่ยในตอนนี้พวกมันก็คงต้องรู้สึกสมเพชอยู่ไม่น้อยมันถึงกับแทบจะเรียกว่ายอมเลียขาลู่เฟยก็ว่าได้
ลู่เฟยเอ่ย “เอาเป็ว่านายน้อยฟงโปรดเข้าใจนางเป็เหมือนครอบครัวข้า ข้าไม่อาจยกให้ใครทั้งนั้น” เอ่ยจบลู่เฟยก็ยื่นกระบี่ไปทางฟงซวนเว่ย“หากท่านคิดจะเอากระบี่เล่มนี้มาแลกกับนางท่านก็รับคืนไปแต่ถ้าหากเอามาให้ข้าจริงๆข้าก็ขอรับไว้”
ฟงซวนเว่ยเหม่อมองกระบี่ในมือลู่เฟยมันกำลังจะหยิบคืนแต่มันก็รั้งมือไว้ “กระบี่เล่มนี้ข้าให้ท่าน”
ลู่เฟยรับกระบี่ไว้ไม่เอ่ยอะไรอีกที่มันให้กระบี่ลู่เฟยก็แสดงว่ามันกะจะให้ลู่เฟยจริงๆแต่ลู่เฟยไม่คิดแบบนั้นแม้แต่น้อยเพียงสบสายตาของฟงซวนเว่ยเมื่อครู่ก็รู้ได้ว่ามันไม่ได้จะปล่อยผ่านไปเฉยๆแน่แท้
ฟงซวนเว่ยพึมพัมแ่เบาที่มีแค่พวกมันทั้งสองคนได้ยิน“กระบี่นั่นถือว่าแลกกับนางก็แล้วกันแต่ทำไมข้าจะต้องมาขอจากเศษสวะอย่างเ้า!” เอ่ยจบมันก็เดินไปทางตำหนักใหญ่พร้อมกับมุมปากฉีกยิ้มแปลกพิกล