ตอนที่ 14 กลับบ้านท่าเสด็จ
กล้วย!
หลังจากที่ทุกอย่างหยุดลง ทุกคนก็รู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้นเพราะทั้งกล้วยและก็คือพญาหมูป่าต่างก็หยุดนิ่งไม่ขยับทั้งคู่ดังนั้นทุกคนจึงลุ้นมากกว่ากล้วยยังรอดอยู่ไหม……
ซึ่งแท้จริงแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ก็คือ จู่ๆกล้วยก็มีความคิดบางอย่างโผล่ขึ้นในหัวของเขาเกี่ยวกับแผนการต่อสู้ซึ่งความคิดนั้นบอกให้เขาดันด้ามหอกไปที่หินที่เท้าเพื่อรอจังหวะให้พญาหมูป่าอ้าปากออกจึงค่อยปรับองศาให้พอดีแล้วปล่อยให้หอกแทงทะลุจุดเนื้ออ่อนภายในปากเพราะต่อให้ภายนอกแข็งแกร่งมากแค่ไหน แต่ภายในก็ยังอ่อนนิ่มอยู่ดีดังนั้นแล้ววิธีนี้จึงใช้ได้ผลไม่ว่าอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งมากแค่ไหนก็ตาม……
และด้วยการกระทำนี้มันจึงทำให้กล้วยสามารถเอาชนะพญาหมูป่ามาได้แต่เขาก็ต้องแลกมากับความเ็ปอย่างมากเพราะนอของพญาหมูป่านั้นได้แทงเข้ามาที่อกด้านซ้ายของเขาอย่างจังซึ่งตำแหน่งที่ถูกแทงนั้นใกล้กลับหัวใจมากๆซึ่งหากเป็คนปกติทั่วไปคงตายไปแล้วั้แ่ถูกแทงไม่ต้องพูดถึงเด็กที่อายุเพียงแค่เก้าขวบเลย……
แต่เพราะบางอย่างที่ทำให้กล้วยนั้นไม่เพียงไม่ตายแต่เขากลับรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ไหลเข้ามาในตัวของเขาผ่านทางนอของพญาหมูป่าอีกซึ่งมันทำให้เขายังมีชีวิตรอดอยู่ถึงตอนนี้ได้ รวมถึงพละกำลังของเขาที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ…..
นอกจากพละกำลังที่เพิ่มขึ้นแล้ว ประสาทััในการรับรู้ทั้งกลิ้นและเสียงหรือแม้แต่การมองเห็นเองก็ดีขึ้นตามลำดับ ดังนั้นกล้วยจึงค่อยๆค่อยๆ ฟื้นคืนสติกลับมา แต่ก็ยังไม่อาจที่จะขยับตัวได้ในตอนนี้เพราะเขาต้องใช้เวลาอีกในการฟื้นฟูตัวเองซึ่งโชคดีที่เืได้หยุดไหลไปแล้วเพราะพลังงานลึกลับที่เข้ามาในตัวของเขา……
“ดูนั่นพ่อผู้ใหญ่! มีหอกโผล่ออกมาที่หลังหัวของไอ้พญาหมูป่าด้วย!”ทว่าในตอนนั้นเสียงของไอ้แดงก็ดังขึ้นหลังจากที่เห็นปลายหอกโผล่ออกมาที่หลังหัวของพญาหมูป่า…….
หือ?
“จริงด้วย! มีปลายหอกโผล่ออกมาจริงๆเช่นนั้นก็แสดงว่า……..”
กล้วยลูกพ่อ!
แต่ก่อนที่ไอ้บุญจะได้พูดจบประโยคของมันพันผาก็รีบวิ่งเข้าไปเพื่อดูลูกชายของตนโดยไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ต่อให้พญาหมูป่ายังไม่ตายเขาก็ไม่กลัว……
ซึ่งในขณะที่พันผากำลังวิ่งเข้าไปนั้นเสียงอ่อนแรงของกล้วยก็ได้ดังขึ้น ซึ่งมันฟังดูแล้วเ็ปอย่างมากและด้วยเสียงของกล้วยนี้ ทุกคนก็ได้สติและรับรู้ได้ว่ากล้วยนั้นยังไม่ตายแต่เป็พญาหมูป่าต่างหากที่ตายด้วยน้ำมือของกล้วยเด็กเก้าขวบ…..
“ทะ ทะ ท่านพ่อ!” กล้วยส่งเสียงพูดกับพันผาด้วยน้ำเสียงที่แ่เบาเพราะเขาได้รับาเ็จากนอของพญาหมูป่าที่เสียบเข้าไปที่หัวไหลทางด้านซ้ายของเขาไม่ลึกมากนักอีกทั้งยังมีร่างพญาหมูป่าทับร่างของเขาอยู่………
“เ้าชั่งกล้าหาญมาก ลูกพ่อ!” พันผาพูดตอบกลับกล้วยไปด้วยสีหน้าและแววตาที่บ่งบอกถึงความภาคภูมิใจในความกล้าหาญของลูกชายของเขาเป็อย่างยิ่ง……
ตึง ตึง ตึง ตึง
แปร้น แปร้น แปร้น!
กล้วย!
“โธ่! เ้าเด็กน้อยเป็เยี่ยงไรบ้างกล้วย!?” ผู้ใหญ่บ้านวิ่งเข้าไปสอบถามกล้วยพร้อมกับทุกๆคน ที่ต่างก็วิ่งตรงเข้าไปดูกล้วยที่โดนพญาหมูป่าทับตัวของเขาเอาไว้ซึ่งพญาคชสารพงไพรก็ได้ส่งเสียงโห่ร้องและพากันก้าวเดินอย่างรวดเร็วเพื่อเข้าไปดูกล้วยด้วยความเป็ห่วงแทบทุกตัวเลยก็ว่าได้โดยเฉพาะพญาคชสารพงไพรตัวน้อยที่แสดงอาการเป็ห่วงกล้วยอย่างเห็นได้ชัด…….
“เอ้า! พวกเอ็งช่วยกันดึงร่างของพญาหมูป่าออกจากเ้ากล้วยเร็วเข้า”หลังจากที่ผู้ใหญ่บ้านได้สอบถามกล้วยเขาก็ดีใจขึ้นมาที่กล้วยไม่เป็อันตรายถึงแก่ชีวิตเขาก็ได้สั่งให้ลูกบ้านทุกคนช่วยกันดึงร่างของพญาหมูป่าที่ทับกล้วยอยู่ให้ออกมาจากตัวของเขาทันที……..
ขอรับผู้ใหญ่!
อึ๊บ อึ๊บ อึ๊บ อ้า!
“ตัวใหญ่หนักเป็บ้าเลยวะ! ไอ้โอ่งพูดขึ้นด้วยความเหน็ดเหนื่อยหลังจากที่เขาและทุกๆคนช่วยดึงร่างของพญาหมูป่าออกจากตัวของกล้วยได้สำเร็จ……..
“ข้าก็คิดเหมือนไอ้โอ่งว่ะ วันๆมันคงจักกินแล้วก็นอนเป็แน่ จนตัวของมันใหญ่โตกว่าหมูป่าทั่วๆ ไปเอาแบบนี้!”ชายหนุ่มที่ชื่อไก่พูดขึ้นด้วยความสงสัยที่ว่าชีวิตของพญาหมูป่าส่วนใหญ่มันคงจะเอาแต่กินและนอนเป็หลักจึงทำให้ร่างกายของมันใหญ่โตกว่าหมูป่าทั่วๆ ไปซึ่งตัวของพญาหมูป่าก็ใหญ่โตผิดปกติกว่าหมูป่าที่พวกเขาเคยพบเห็นเลยก็ว่าได้…….
“เอาละ! หยุดพูดคุยกันเสียทีพวกนักวิเคราะห์ วิจารณ์ทั้งสองหันหลังกลับไปดูนั่น”ไอ้แดงพูดขึ้นให้ไอ้โอ่งและไอ้ไก่หันหลังกลับไปดูกล้วยที่กำลังจะลุกขึ้นมานั่งเพื่อที่พวกเข้าจะได้ดูอาการของกล้วยที่กำลังาเ็จะได้หาวิธีการช่วยเหลือเขาต่อไป…….
“เ้าลุกขึ้นยืนไหวนะลูกพ่อ!” พันผายื่นมืออีกข้างของเขาจับที่บริเวณหัวไหลของกล้วยและสอบถามด้วยความเป็ห่วงหลังจากที่กล้วยได้ลุกขึ้นมานั่งและทำท่าทีเหมือนกับจะลุกพยายามที่จะลุกขึ้นยืนอย่างนั้น…….
“ข้าไม่เป็กระไรแล้วขอรับท่านพ่อ!” กล้วยพูดตอบพันผาไปด้วยสีหน้าที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งดูจากภายนอกเหมือนเขาไม่ได้เป็อะไรมากนักถ้าเป็มนุษย์ทั่วไปเขาอาจจะได้รับาเ็มากกว่านี้แน่นอน…….
“เ้ายังเจ็บส่วนไหนอีกหรือไม่พ่อจัดได้ช่วยเหลือเ้าถูก!?” พันผาสอบถามลูกด้วยความเป็ห่วงอีกครั้งซึ่งเขาก็อยากจะรู้อาการของกล้วยให้แน่ชัดจะได้ช่วยเหลือเขาให้ถูกที่ถูกทางก่อนที่กล้วยจะลุกขึ้นยืนและเดินกลับหมู่บ้านพร้อมกับตนและชาวบ้าน…….
อึก อึก อึก
“ดื่มน้ำก่อนสิลูก!”
“ขอบใจขอรับท่านพ่อ”หลังจากที่กล้วยได้ดื่มน้ำจนเกือบจะหมดกระบอกไม้ไผ่ เขาก็ได้ทำท่าที่จะลุกขึ้นยืนพร้อมกับยืนขึ้นทันที ซึ่งทุกๆ คนพร้อมกับพญาคชสารพงไพรทั้งโขลงต่างก็เห็นกล้วยที่ลุกขึ้นยืนเองได้ในทันที…….
“กล้วย!! ฮีโร่ของพวกเรา!”
เย้ เย้ เย้ เย้!
เสียงไอ้แดงะโเรียกชื่อกล้วย พร้อมกับพวกชาวบ้านต่างพากันชโยโฮ่ร้องด้วยความดีอกดีใจที่เด็กน้อยที่ชื่อว่ากล้วยได้ฆ่าพญาหมูป่าให้กับพวกเขาและเขาก็ปลอดภัยดีไม่ได้รับอันตรายจากพญาหมูป่าแต่อย่างใดซึ่งบงบอกว่าการเดินทางล่าสัตว์ในครั้งนี้ไม่มีผู้ใดได้รับอันตรายแต่อย่างใดอีกทั้งยังบ่งบอกถึงความประสบณ์ผลสำเร็จในการเดินทางล่าสัตว์ของพวกชาวบ้าน………
โฮกกกกกก
แปร้น แปร้น
โอ้ยยยยย ตุบ!
“หา! กล้วย! ลูกพ่อ”เสียงของพันผาะโดังขึ้น หลังจากที่กล้วยได้เดินไปแค่สามก้าวและเสียของพญาคชสารพงไพรก็ร้องขึ้นพร้อมกับกล้วยที่หกล้มลงไปนอนกองอยู่กับพื้นทันทีซึ่งพญาคชสารพงไพรกับพันผาได้เห็นการเดินของกล้วยที่ไม้แข็งแรงมันจึงพยายามส่งเสียงให้พันผาช่วยประคองแต่ก็ไม่ทันการณ์กล้วยได้หกล้มลงไปกับกองพื้นเสียก่อน…….
ท่านพ่อ! ขาของข้าทำไมมันถึงได้ชาและก้าวไม่ออกขอรับ!?”กล้วยนอนถามพันผาด้วยสีหน้าที่ตกอกใที่ขาของเขาไม่มีเรี่ยวแรงที่จะเดินต่อไปได้กล้วยได้แต่สงสัยว่าจะเกิดเหตุร้ายอันใดขึ้นกับตัวของเขาอีกหรือไม่…….
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!
แปร้น แปร้น!
“เ้ามิได้เป็อันใดดอก เ้าเด็กน้อยแค่ตะคริวกินของขาของเ้าก็เท่านั้น!” พญาคชสารพงไพรตัวจ่าฝูงหัวเราะกล้วยเสียงดังขึ้นทำให้ทุกคนที่ยืนอยู่บริเวณหันหน้าไปมองทุกสายตาซึ่งพญาคชสารพงไพรก็ได้บอกให้ทุกคนไม่ต้องใกันไปเสียให้มากที่กล้วยมีอาการขาอ่อนหกล้มลงไปนั้นเป็เพราะร่างของพญาหมูป่าได้นอนทับขาของกล้วยเป็เวลานานมากเกินไปจึงทำให้เืที่ไหลเวียนในบริเวณขาไม่สะดวกหรือเส้นอาจเอ็นเคลื่อนที่จึงทำให้เป็ตะคริวนี้เอง……..
อ้อออ! อ้อออ! อ้อออ! อ้อออ!
อย่างนี้นี่เอง! เฮ้ย!!
“ชะ ชะ ช้างพูดได้!?” กลุ่มล่าสัตว์ทุกๆคนพูดขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกันด้วยสีหน้าที่สุดแปลกใจที่พากันได้ยินเสียงของพญาคชสารพงไพรตัวจ่าฝูงได้พูดขึ้น ซึ่งในครั้งที่ผ่านมาพญาคชสารพงไพรก็มีแต่ใช้กระแสจิตเพื่อพูดคุยกับบางคนเท่านั้นแต่ในเหตุการณ์ในครั้งนี้พญาคชสารพงไพรกลับพูดออกมาอย่างชัดเจนจนทุกๆคนสามารถได้ยินได้เสียงของมันอย่างชัดเจนราวกับมนุษย์พูดมันจึงสร้างความแปลงใจให้กับพวกเขาเป็อย่างมาก…….
“เอาละ เอาละ พวกเอ็งมิต้องแปลงใจกันดอกเอาเป็ว่าพวกข้าได้หารืกันเรียบร้อยแล้วข้าจักไปส่งเ้าหนูกล้วยพร้อมกับพวกเอ็งถึงหมูบ้านท่าเสด็จเลยทีเดียว!” พญาคชสารพงไพรบอกได้บอกทุกๆ คนไปว่าฝูงพญาคชสารพงไพรทุกตัวจะไปส่งทุกคนถึงหมู่บ้านท่าเสด็จ………..
โฮกกกกกก!
“ขึ้นไปอยู่บนหลังของข้าเ้าหนู!” หลังจากที่พญาคชสารพงไพรได้พูดจบมันก็ได้ใช้งวงรัดไปที่บริเวณเอวของกล้วยพร้อมกับเหวี่ยงงวงยกกล้วยขึ้นไปวางกล้วยเอาไว้ที่ด้านหลังของมันในทันที…….
แปร้น แปร้น!
ตึง ตึง ตึง ตึง
พญาคชสารพงไพรตัวน้อยดีใจใหญ่ ที่ได้เห็นกล้วยขึ้นไปนั่งบนหลังพ่อของมันซึ่งมันทั้งส่งเสียงร้องพร้อมกับกระทืบเท้าของมันด้วยความชอบใจเป็ยิ่งนักที่มันจะได้ไปส่งกล้วยเพื่อนรักของมันถึงในหมู่บ้านท่าเสด็จอันเป็ถิ่นที่อยู่ของพวกมนุษย์……..
โฮกกกกก แปร้น แปร้น!
“ใครที่ได้รับาเ็ หรืออยากจะนั่งก็เลือกนั่งได้ตามใจของพวกเอ็งครานี้ข้าอนุญาต!” หลังจากที่พญาคชสารพงไพรตัวจ่าฝูงได้พูดจบเหล่าพญาคชสารพงไพรที่เป็บริวารแปดสิบกว่าเชือกก็พากันย่อตัวและนั้นลงเพื่อให้ชาวบ้านท่าเสด็จสามารถขึ้นนั่งบนหลังของมันได้ตามใจชอบ……..
“เย้!! ข้าจักได้นั่งบนหลังของช้างใหญ่แล้วโว้ย!”ไอ้แดงโห่ร้องด้วยความดีใจสุดขีดที่จะได้นั่งบนหลังของฝูงคชสารพงไพรซึ่งตัวของไอ้แดงเองก็ไม่ได้รับาเ็อะไรมากนักแต่เขาก็อยากที่จะนั่งบนหลังของฝูงคชสารพงไพรสักครั้งในชีวิต…….
“มึงจักโห่ร้องเสียงดังไปกระไร ประเดี๋ยวพญาคชสารพงไพรเกิดหมั่นใส่มึงขึ้นมาพลันเปลี่ยนใจให้นั่งหลังเสียก่อน เพราะเสียงของมึงนี่ละ ไอ้แดง!” ไอ้บุญพูดเตือนสติของไอ้แดง ที่เขาดีใจโห่ร้องขึ้นมาเสียงดังจนเกินไปซึ่งการกระทำแบบนั้นอาจทำให้พญาคชสารพงไพรไม่พอใจขึ้นมาแทนที่จะได้นั่งกันกลับบ้านอย่างสบายๆกลับจะต้องเดินกลับบ้านเพราะการดีใจที่เสียมารยาทของไอ้แดงในครั้งนี้………
“มึงหุบปากเน่าๆ ของมึงไปเลยนะไอ้บุญ ไอ้ผีเจาะปาก!”ไอ้แดงชี้หน้าด่าไอ้บุญกลับทันทีด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจที่ไอ้บุญได้ไปพูดดักคอของตนทุกครั้งที่เขาดีใจซึ่งมันเป็เื่ปกติของทั้งสองคน………
“ตัวนั้นหน้าดุ ตัวโน้นก็หน้าโหดเกินไปตัวนี้ดีกว่าท่าทางใจดี้ใจดี ข้าขอนั่งหน่อยนะจ๊ะ!” ไอ้บุญออกเดินวิพากษ์วิจารณ์พญาคชสารพงไพรแต่ละเชือกก่อนที่เขาจะไปหยุดอยู่ตรงหน้าของพญาคชสารเชือกหนึ่งและพูดขอขึ้นหลังอย่างนอบน้อมถ่อมตน……..
อึ๊บ อึ๊บ!
แปร้น แปร้น!
ตุบ โอ้ยยยยย!
โครมมมมมม!