เจียงอีเฉินไม่ได้มีความรู้สึกสังหรณ์ใจที่ไม่ดีเช่นนี้มานานมากแล้ว ครั้งล่าสุดที่รู้สึกหนาวสั่นเป็ระลอกแบบนี้ คือตอนที่เหล่าศิษย์พี่ร่วมมือกันรุมตีเขา เพื่อบีบให้เขายอมรับตำแหน่งเ้าสำนัก หรือว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยศิษย์พี่ทั้งสองจะเปลี่ยนใจร่วมมือกับคนอื่น ๆ บีบให้เขาไปแดนปีศาจกันนะ?
ลำพังตัวเขาคนเดียวไม่อาจสู้คนทั้งหกได้เจียงอีเฉินจึงรีบจัดการธุระของสำนักให้เสร็จสิ้นแล้วเร่งขี่กระบี่กลับไปยังยอดเขาเจียงอวิ๋นทันที สำนักเทียนสุ่ยมีพื้นที่กว้างขวางมากและมีภูมิประเทศหลากหลาย เจียงอีเฉินมีูเาในอยู่หลายลูก บางยอดเขาก็ไม่มีคนอาศัย บางยอดเขาก็แบ่งให้ลูกศิษย์หลายคน เพื่อให้พวกเขาได้ใช้สอยตามใจชอบ
บนยอดเขาเจียงอวิ๋นจึงมีเพียงพวกเขาสามคนพ่อแม่ลูกเท่านั้น
เมื่อเห็นหุ่นเชิดกำลังเก็บของเล่นที่เจียงซินทำตกไว้ในลานบ้าน เจียงอีเฉินก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา และรีบเดินเข้าบ้าน "ซินซิน"
ยังไม่ทันขาดคำ เขาก็เห็นฉีหลานชิงอุ้มลูกสาวนั่งอยู่บนเก้าอี้กุหลาบ นางมองเขาด้วยรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม และบนโต๊ะข้างตัวนางยังมีถุงศิลาิญญาที่เก่าคร่ำครึและดูคุ้นตาเป็อย่างยิ่งวางอยู่
หัวใจของเจียงอีเฉินเต้นระรัว เข่าเริ่มอ่อนแรง เขาซ่อนไว้อย่างดีถึงเพียงนั้นฉีหลานชิงไปพบเข้าได้อย่างไรกัน? เจียงซินส่งเสียงอ้อแอ้ร้องเรียกอยากจะบอกท่านพ่อใจจะขาด
[ท่านพ่อ... ท่านแม่เก่งจังเลย... ข้าเพิ่งจะคิดได้ว่าท่านซ่อนถุงศิลาิญญาไว้ที่ข้อเข่าซ้ายของหุ่นเชิด แต่นางกลับหาเจอเสียแล้ว!]
เจียงอีเฉินเพิ่งเข้าใจ ที่แท้ยอดดวงใจก็เป็คนบอกนี่เอง!
เขาได้แต่ฝืนยิ้มแห้ง ๆ ด้วยความอัดอั้นตันใจแล้วกล่าวว่า "หลานชิง... นี่... นี่ไม่ใช่ของข้า"
ฉีหลานชิงยกน้ำชาขึ้นจิบอย่างช้า ๆ แล้วกล่าวเรียบ ๆ ว่า "ไม่ใช่ของท่านจริง ๆ นั่นแหละ เพราะตอนนี้มันเป็ของข้าแล้ว"
"ข้าผิดไปแล้ว" เจียงอีเฉินรีบคุกเข่าลงตรงหน้าฉีหลานชิงอย่างรวดเร็ว กุมมือนางไว้และสำนึกผิดอย่างจริงจัง
ฉีหลานชิงปรายตามองเขาแวบหนึ่งโดยไม่พูดอะไร
เจียงอีเฉินจึงชิงพูดขึ้นเอง "ศิลาิญญาระดับสูงหนึ่งหมื่นก้อนนี้เป็เงินพิเศษที่ตระกูลเฉินมอบให้ข้าตอนที่ช่วยกำจัดปีศาจมารเมื่อปีที่แล้ว"
ฉีหลานชิงขมวดคิ้ว "ค่าตอบแทนที่ตระกูลเฉินให้ไม่ใช่สามแสนศิลาิญญาระดับสูงหรอกหรือ? ทำไมยังมีอีกหนึ่งหมื่น?"
"สามแสนศิลาิญญาระดับสูงนั่นคือค่าตอบแทน ส่วนหนึ่งหมื่นนี้พวกเขาให้แยกต่างหากเป็ค่าใช้จ่ายในการสืบสวนคดี"
เจียงอีเฉินไม่กล้าปิดบัง ยอมสารภาพทุกอย่างตามตรง
ศิลาิญญาระดับสูงสามแสนก้อน หลังจากหักส่วนที่ต้องส่งมอบให้สำนักตามกฎแล้ว ส่วนที่เหลือเขาก็ส่งมอบให้ฉีหลานชิงทั้งหมด ฉีหลานชิงแบ่งให้เขาเป็เงินส่วนตัวสามหมื่นก้อน ส่วนที่เหลือทั้งหมดเข้าบัญชีกลางของยอดเขาเจียงอวิ๋น อย่างไรเสียเจียงอีเฉินก็เป็เ้าสำนัก ย่อมต้องมีเื่การเข้าสังคม ศิลาิญญาสามหมื่นก้อนนี้จึงเป็ค่าใช้จ่ายที่จำเป็
ส่วนศิลาิญญาระดับสูงอีกหนึ่งหมื่นก้อนที่เหลือ นอกจากเขาและตระกูลเฉินแล้วไม่มีใครรู้ เจียงอีเฉินจึงแอบเก็บไว้เป็เงินลับเงียบ ๆ เขาไม่กล้าแม้แต่จะซ่อนไว้ในแหวนมิติของตัวเอง เพราะกลัวว่าฉีหลานชิงจะพบเข้า นึกไม่ถึงว่าซ่อนมาได้ตั้งหนึ่งปีเต็ม กลับถูกลูกสาวเปิดโปงจนได้
เ้าตัวเล็กนี่รู้เื่นี้ได้อย่างไรกัน! เจียงอีเฉินคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก เมื่อแอบชำเลืองมองเจียงซิน ก็เห็นลูกสาวกำลังยิ้มคิกคักให้เขา
[ว้าว ๆ ๆ ผู้บำเพ็ญกระบี่อันดับหนึ่งในสายตาคนนอก กลับกลายเป็คนกลัวภรรยา! ผู้บำเพ็ญกระบี่ผู้ยิ่งใหญ่ระดับผสานกายา เงินลับกลับมีเพียงแค่หนึ่งหมื่นศิลาิญญาระดับสูงเท่านั้น แค่ของขวัญแรกพบที่ศิษย์พี่ห้าให้ข้าวันนี้ก็แปดแสนแล้วนะ! จึ๊! ท่านพ่อจนจริง ๆ ด้วย]
เจียงอีเฉินรู้สึกอิจฉา เ้าห้าเด็กคนนั้นรวยเกินไปแล้ว! บอกตั้งกี่ครั้งแล้วว่าพวกผู้บำเพ็ญกระบี่ไม่จำเป็ต้องรวยขนาดนี้ ทำไมเด็กคนนี้ถึงไม่ฟังกันนะ?
เจียงอีเฉินคิดว่าไว้คราวหลังต้องสั่งสอนฉู่หลินเฟิงให้ดี
ฉีหลานชิงยกขาขวาขึ้นเหยียบที่หน้าอกของเขา "ซ่อนศิลาิญญาไว้มากมายขนาดนี้ คิดจะเอาไปทำอะไร?"
เจียงอีเฉินรีบตั้งสติแล้วสารภาพด้วยท่าทีนอบน้อมเพื่อขอความเมตตา "ฮูหยิน ข้าผิดไปแล้ว ข้าแค่ไม่ได้เห็นศิลาิญญาของตัวเองเยอะขนาดนี้ในกระเป๋ามานานแล้ว เลยอยากดูให้ชื่นใจ"
แม้ว่าในกระเป๋าของเขาจะมีเงินกองกลางของสำนักและเงินที่ฉีหลานชิงมอบให้ตลอด แต่ศิลาิญญาเ่าั้ไม่ใช่ว่าเขาจะใช้ตามใจชอบได้
ศิลาิญญาพวกนั้นมักจะอยู่ในกระเป๋าเขาได้ไม่นาน ก็กลายเป็ศิลาิญญาของคนอื่น เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่ดูน่าสงสารของผู้เป็พ่อ เจียงซินก็ส่ายหัวรัว ๆ
[ท่านพ่อบื้อจัง ตอนนี้แน่นอนว่าต้องบอกว่าเขากำลังเก็บศิลาิญญาไว้ซื้อพู่กันวาดยันต์ให้ท่านแม่สิ วันหลังเวลาซ่อนเงินลับ ให้เขียนกระดาษโน้ตแบบนี้ไว้ด้วย แล้ววางคู่กับศิลาิญญา เช่นนี้ต่อให้ท่านแม่เห็นก็จะรู้สึกปลื้มปิติใจ และเงินลับต้องแยกซ่อนหลาย ๆ ที่ ยิ่งเยอะยิ่งดี แต่ละที่ให้เขียนว่าซื้อของขวัญที่แตกต่างกันให้ท่านแม่ ต่อให้ศิลาิญญาที่หนึ่งถูกท่านแม่หาเจอ ก็ยังรักษาศิลาิญญาในที่อื่น ๆ ไว้ได้]
เจียงอีเฉินยอมรับว่าคำแนะนำของลูกสาวนั้นดีมาก แต่ว่า... ลูกรัก เ้าช่วยเลิกให้คำแนะนำพ่อต่อหน้าแม่ของเ้าได้หรือไม่?
ตอนนี้นางรู้หมดแล้ว เงินลับของท่านพ่อในภายหน้าจะยังหลงเหลืออยู่อีกหรือ? ฉีหลานชิงอุ้มลูกสาวด้วยมือเดียว มองเจียงอีเฉินด้วยรอยยิ้มแต่ไม่พูดอะไร
เจียงอีเฉินแสดงท่าทีสำนึกผิดยิ่งขึ้น "ข้ารับรองว่าต่อไปนี้จะไม่ซ่อนเงินลับอีก! ไม่ว่าจะหาศิลาิญญาจากข้างนอกได้เท่าไหร่ กลับมาจะรายงานตามจำนวนจริงทั้งหมด!"
ฉีหลานชิงหัวเราะเบา ๆ เท้าขวาที่สวมรองเท้าปักลายดอกบัวสีชมพูอ่อนถอนออกจากหน้าอกของเขา และเตะเขาเบา ๆ หนึ่งที "ลุกขึ้นเถอะ ข้ามีเื่จะคุยกับท่าน"
เจียงอีเฉินถอนหายใจอย่างโล่งอก ลุกขึ้นอุ้มเจียงซิน พลางหยอกล้อลูกสาวและถามว่า "เื่อะไรหรือ?"
"เทียบเชิญของราชวงศ์ชิวเย่ ข้าให้เยี่ยนเอ๋อร์กับหลินเฟิงไปแล้ว ซินซินก็..."
ฉีหลานชิงพูดแล้วก็นึกขึ้นได้ว่าห้ามเปิดเผยว่าตนเองได้ยินเสียงในใจของลูกสาว จึงเปลี่ยนคำพูดเป็ "พวกเขาอยากพาซินซินไปด้วยกัน"
เจียงซินดึงแขนเสื้อของเจียงอีเฉินพลางส่งเสียงอ้อน
[ซินซินก็อยากไป โลกกว้างใหญ่ขนาดนี้ ซินซินอยากเห็น]
ด้วยความแค้นที่ถูกแฉเื่เงินลับ เจียงอีเฉินควรจะไม่อนุญาตตามความ้าของลูกสาว แต่ใครใช้ให้เด็กคนนี้เป็แก้วตาดวงใจของเขากันเล่า?
เห็นได้ชัดว่าเจียงซินแตกต่างจากเด็กคนอื่น หากมัวแต่กักตัวนางไว้บนยอดเขาเจียงอวิ๋น จะเป็การเสียโอกาสอันดีในการพาลูกสาวไปเปิดหูเปิดตาดูโลก ปุถุชนให้ความสำคัญกับการอ่านหนังสือหมื่นเล่ม และเดินทางหมื่นลี้ ผู้บำเพ็ญเพียรก็เช่นกัน
เจียงอีเฉินคิดเพียงครู่เดียวก็ตกลง "เส้นทางจากสำนักเทียนสุ่ยไปราชวงศ์ชิวเย่ถือว่าปลอดภัย ให้พวกเขาสองคนพาซินซินไปด้วยก็ได้ เยี่ยนเอ๋อร์กับหลินเฟิง ข้าไว้ใจเด็กสองคนนี้ แต่ข้ากังวลเื่ชิวจวินอวี้เล็กน้อย..."
ชิวจวินอวี้คือชื่อของกษัตริย์แห่งแคว้นชิวเย่ เมื่อเจียงอีเฉินเอ่ยถึงเขา น้ำเสียงมีความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
เจียงซินชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อนึกถึงความแค้นของทั้งคู่ ก็เข้าใจในทันที
[ชิวจวินอวี้เคยตามจีบท่านแม่ ท่านพ่อเลยหึงล่ะสิ!]
ใบหน้าแก่ ๆ ของเจียงอีเฉินเปลี่ยนเป็สีแดง เขามองฉีหลานชิงด้วยความประหม่า ไม่เข้าใจว่าทำไมลูกสาวสุดที่รักถึงรู้เื่นี้ด้วย
ฉีหลานชิงเลิกคิ้วมองเขาโดยไม่พูดอะไร นางกับชิวจวินอวี้เคยมี่เวลาเช่นนั้นจริง ๆ ก่อนหน้านี้ทั้งคู่มีความสัมพันธ์แบบมิตรภาพที่สุภาพ เมื่อชิวจวินอวี้แสดงความในใจ แต่นางปฏิเสธอย่างชัดเจน การติดต่อจึงค่อย ๆ จางหายไป ต่อมานางได้เป็คู่บำเพ็ญกับเจียงอีเฉิน ส่วนชิวจวินอวี้ก็มีภรรยาและอนุมากมาย ทั้งสองจึงแทบไม่ได้ติดต่อกัน
เื่เหล่านี้เจียงอีเฉินทราบดี ที่ฉีหลานชิงไม่อยากไปร่วมงานเลี้ยงที่ราชวงศ์ชิวเย่ ก็เพราะ้าหลีกเลี่ยงชิวจวินอวี้จริง ๆ ในเทียบเชิญที่ชิวจวินอวี้ส่งมานั้น จงใจตัดชื่อเจียงอีเฉินออกอย่างชัดเจน ทำให้ฉีหลานชิงรู้สึกแปลก ๆ ท้ายที่สุดแล้วทั้งสองไม่มีความแค้นใหญ่โต เมื่ออีกฝ่ายส่งเทียบเชิญมา หากฉีหลานชิงไม่ไปเลย จะกลายเป็ว่านางเป็ฝ่ายเสียมารยาท
นางไม่สะดวกที่จะพาลูกสาวไปเพียงลำพัง และไม่อยากพาเจียงอีเฉินไปเผชิญหน้ากับชิวจวินอวี้ จึงให้ลูกศิษย์ไปแทน จากความเข้าใจที่นางมีต่อชิวจวินอวี้ เขาจะไม่สร้างความลำบากให้เด็กทั้งสองคน
เจียงอีเฉินก็ทราบจุดนี้ดี เมื่อเห็นว่าลูกสาวอยากออกไปข้างนอกใจจะขาด จึงยอมตกลง "ถ้าอย่างนั้นก็ให้ซินซินไปกับพวกเขาเถอะ"
เจียงซินส่งเสียงไชโย
[เย้... ดีใจ... ดีใจจัง! ซินซินจะได้ออกเดินทางแล้ว! จะไปสืบเื่สนุกชิ้นใหญ่ที่ราชวงศ์ชิวเย่แล้ว!]
บนศีรษะของเจียงอีเฉินและฉีหลานชิงปรากฏเครื่องหมายคำถามขึ้นพร้อมกัน ราชวงศ์ชิวเย่จะมีเื่น่าสนใจอะไรกันนะ?