บทที่ 5
เส้นทางที่แตกต่าง
จางิกำลังตกตะลึงกับสิ่งที่ตนเองได้พบเจอในตอนนี้กำลังตกตะลึงกับสิ่งที่ตนเองพบเห็นก้อนสีดำสนิทที่เป็ก้อนปราณลอยเข้ามาและประสานเข้าที่บริเวณฝ่ามือ
ในตอนนี้มันประสานเข้ามาที่ปราณพร้อมกับตัวอักษรปริศนาที่ปรากฏขึ้นบริเวณด้านหน้าอีกครั้ง
ภายในหัวเต็มไปด้วยความมึนงงจางิในตอนนี้พยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่มันเกิดขึ้นบริเวณด้านหน้าของตนเอง
เขาใช้ตาตนเองจ้องมองไปที่สิ่งที่ปรากฏขึ้นบริเวณด้านหน้า
[ระบบ :เรียกคืนสัตว์อสูรหมาป่าโลหิต เรียบร้อย ]
พร้อมกับได้ยินเสียงภายในหัวที่อธิบายกับสิ่งที่แสดงขึ้นมาในตอนนี้ “ อย่างที่นายท่านเห็นตอนนี้หมาป่าโลหิตโดนเรียกกลับมาเรียบร้อยแล้วสิ่งที่เรียกว่าจำนวนการใช้งานอสูรคือขีดจำกัดการเรียกสัตว์อสูรออกมาใช้งาน”
เขารู้สึกตกตะลึงกับสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้แต่ก็ใช้ฝ่ามือของตนเองยื่นไปด้านหน้าแล้วลองเรียกมันออกมาอีกครั้ง
แน่นอนว่ามันสามารถทำได้ผลก้อนปราณสีดำลอยออกมาจากรูปบุปผาสีดำบริเวณหลังฝ่ามือข้างขวาแล้วค่อยๆก่อกำเนิดกลายเป็ร่างของหมาป่าโลหิต
[ระบบ :เรียกใช้งานสัตว์อสูร หมาป่าโลหิต เรียบร้อย ]
นั่นคือสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้าของเขาในตอนนี้เ้าหมาป่าโลหิตบริเวณด้านหน้ามันมีการเปลี่ยนแปลงที่บังเกิดขึ้น
โดยเสียงจากสตรีปริศนาภายในหัวมันไม่แจ้งเตือนขึ้นมานางได้ทำการพูดอธิบายกับสิ่งที่เกิดขึ้น “ สำหรับสิ่งที่เรียกว่า Lvมันคือระดับความแข็งแกร่งที่สามารถพัฒนาขึ้นได้ของสัตว์อสูรภายในพันธสัญญา ”
“ เดี๋ยวนะที่เ้ากำลังจะสื่อคือข้าสามารถทำให้พวกมันที่อยู่ภายในพันธสัญญาของข้าแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างนั้นหรือ ”
“ นายท่านเข้าใจได้ถูกต้องแล้วท่านสามารถพัฒนาสัตว์อสูรที่อยู่ภายในพันธสัญญาของตนเองให้มีความแข็งแกร่งที่เพิ่มมากขึ้นได้โดยได้รับความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นจากหลากหลายปัจจัย”
จางิหลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นมุมปากค่อยค่อยยกยิ้มขึ้นมาแม้ว่าจะไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นสักเท่าไหร่แต่ในตอนนี้มองเห็นเ้าสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้ามันเป็พลังของเขา
ในชีวิตก่อนเขานั้นทำการฝึกฝนอย่างหนักเพื่อที่จะท่าหลวงขึ้นไปจนอยู่ในระดับสูงสุดและกลายเป็ผู้แข่งแกร่งอันดับหนึ่งขชของใต้หล้า
แต่ดูในตอนนี้สิชีวิตนี้เกิดมาอาภัพไร้ซึ่งวาสนาในการฝึกฝนแต่ยามที่ตนเองนั้นกำลังจะสิ้นใจตายยามลืมตาตื่นขึ้นมากลับพบเจอพลังปริศนาที่น่าตกตะลึง
ในตอนนี้หลังจากที่ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเ้าสิ่งนี้ทำให้เขาได้รู้ว่าเ้าพลังนี้ไม่ธรรมดา
เพราะว่าสัตว์อสูรถือว่าเป็สัตว์ที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุดภายใต้หล้าแห่งนี้ถือว่าเป็สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่ง
เพราะว่าถ้ากล่าวถึงสิ่งมีชีวิตที่เหมือนแข็งแกร่งมากที่สุดภายในใต้หล้าหาใช่สิ่งที่เรียกว่ามนุษย์แต่เป็พวกสัตว์อสูรต่างหากที่เป็สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุด
ผู้คนน้อยนักที่จะสามารถต่อกรกับสัตว์อสูรได้ถ้าไม่ได้ฝึกฝนวรยุทธแล้วก็ทำการฝึกปรือของตัวเองจนมาถึงระดับสูงก็คงจะไม่สามารถทำการต่อกรกับสิ่งมีชีวิตที่มันชื่อว่าสัตว์อสูรได้
ในตอนนี้มุมปากค่อยค่อยยกยิ้มขึ้นมาบนใบหน้าปรากฏซึ่งความดีใจอย่างบอกไม่ถูกในตอนนี้ภายในใจของจางิกำลังเต้นรัวหัวใจภายในอกกำลังถี่รัวยังไม่เป็จังหวะในตอนนี้ไม่สามารถบรรยายความรู้สึกตื่นเต้นแล้วก็กำลังอัดแน่นอยู่ภายในใจได้
เขายกฝ่ามือของตัวเองขึ้นมาแล้วก็ใช้ดวงตาจ้องมองสัญลักษณ์รูปบุปผาสีดำสนิทบริเวณหลังฝ่ามือพร้อมยกยิ้มอย่างเย้ยหยันแล้วก็คิดกับตัวเองภายในใจ “ น่าสนุกดีนี่์ข้าสาบานเอาไว้ั้แ่ชีวิตที่แล้วแล้วว่าชีวิตของข้าจะไม่มีทางตกต่ำเพราะโชคชะตาที่เ้าสร้างขึ้น”
“ เส้นทางที่แตกต่างออกมาจากการฝึกฝนวรยุทธแม้ว่าจะต้องเดินเส้นทางนี้ข้าเองก็จะแข็งแกร่งที่สุดถ้าภายในชีวิตข้าไม่สามารถแข็งแกร่งที่สุดได้ชีวิตหน้ามิขอเกิดเป็คน ”
องค์รัชทายาทแห่งอาณาจักรชิงที่เพิ่งโดนลอบสังหารจนเกือบจะสิ้นชีวิตในตอนนี้กำลังแสดงรอยยิ้มที่มุมปากตั้งปณิธานอันแน่วแน่แก่์ที่ทำให้โชคชะตานั้นเป็เช่นนี้
ดวงตาที่กำลังจ้องมองไปบริเวณ้าท้องนภาในตอนนี้เขากำลังใช้รอยยิ้มที่มุมปากเย้ยหยัน์
….
ยามวิกาลแสงจันทรากระทบกลางป่ากองเพลิงกองเล็กๆถูกจุดขึ้นพร้อมกับเนื้อมากมายที่ถูกย่างบนกองเพลิงร่างของเด็กหนุ่มวัยสิบหกปีกำลังนั่งอยู่หน้ากองเพลิงพลางกับใช้ฝ่ามือของตนเองยกเนื้อความและเนื้อหมูขึ้นมากินอย่างตะกละตะกลาม
จางิทำการกินเนื้อพวกเราแล้วก็โยนให้กับเ้าหมาป่าสีเืที่กำลังนั่งอยู่ข้างข้างเขากินไปด้วยในตอนนี้อย่างที่มองเห็นบริเวณรอบๆร่างกายมีแต่ซากศพของหมูป่าแล้วก็กวางป่าจำนวนมากที่พอจะเป็อาหารได้หลายมื้อ
จางิใช้ดวงตามองไปที่หมาป่าโลหิต
ในตอนนี้เริ่มทำการปรับความเข้าใจเกี่ยวกับเ้าสิ่งที่ปรากฏขึ้นภายในร่างกายของเขาแล้วแม้ว่าเขาไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่ก็เริ่มคุ้นชินกับมันเรื่อยเรื่อยหลังจากที่ใช้ชีวิตกับมันมาหนึ่งวันเต็มเต็ม
ในตอนนี้ใช้ดวงตามองตรงที่หมาป่าโลหิตมันปรากฏตัวอักษรขึ้นมา
[ชื่ออสูรหมาป่าโลหิต LV.7]
[ระดับ 1ดาว]
[พลังชีวิต260/260 ปราณ 70/70]
[ความสามารถ- เขี้ยวแหลมคม LV 1 - เคลื่อนไหวรวดเร็ว LV 1]
ความแข็งแกร่งของมันเพิ่มขึ้นหมาป่าโลหิตทำการล่าพวกกวางทั้งวันทำให้ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นตามความเข้าใจที่หญิงสาวผู้นั้นทำการอธิบาย
“ ในตอนนี้จากที่ทำความเข้าใจก็คือสามารถทำให้เ้านี้แข็งแกร่งขึ้นได้โดยการต่อสู้ในการสังหารคู่ต่อสู้แข็งแกร่งขึ้นได้แต่ว่าก็ยังไม่ได้ลองให้มันไปต่อสู้กับสัตว์อสูรในตอนนี้เหยื่อของมันตลอดทั้งวันทำการให้กวางป่าแล้วก็พวกหมูป่าทำให้ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นก็จริงแต่ว่าก็ยังไม่ได้เห็นผลอะไรมากมายนัก”
“ หมาป่าโลหิตแม้ว่าจะเป็อสูรให้ดูน่าเกรงกลัวแต่ว่าเมื่อมองดูแล้วภายในหมู่ของส่วนผสมของพวกมันเองหมาป่าโลหิตที่มีระดับหนึ่งดาวเกือบจะอ่อนแอที่สุดเลยทีเดียว”
“ ถ้าจะให้มันไปปะทะกับสัตว์อสูรเพื่อที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งภายในร่างกายของมันก็คงจะต้องคิดดีดีว่าสัตว์อสูรประเภทใดที่มันสามารถเอาชนะได้”
จางิในขณะที่กำลังนั่งคิดเช่นนั้นส่งเสียงเอ่ยถามกับหญิงสาวที่อยู่ภายในหัวของตนเองเพื่อเพิ่มความเข้าใจให้มากขึ้นตั้งเป็คำถามขึ้นมาว่า “ เสี่ยวหนิงการที่จะสามารถพัฒนาความแข็งแกร่งของมันได้รวดเร็วการต่อสู้กับสัตว์อสูรมันมีผลหรือไม่”
“ เรียนนายท่านความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรที่เพิ่มขึ้นมันจะประเมินจากความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้เ้าค่ะไม่จำกัดว่าเป็สัตว์อสูรขอเพียงแค่มีความแข็งแกร่งที่ยิ่งมากก็ยิ่งทำให้สัตว์อสูรภายในพันธสัญญาพัฒนาความสามารถได้รวดเร็ว”
“ เข้าใจแล้วแล้วถ้าสัตว์อสูรเกิดต่อสู้แล้วพ่ายแพ้จนทำให้เสียชีวิตล่ะ?”
“ สัตว์อสูรภายในพันธะสัญญาเมื่อโดนโจมตีหรือว่าโดนสังหารจนตายภายในกฏเกณฑ์ของพันธสัญญาสัตว์อสูรตนนั้นจะอยู่ในสภาพาเ็แล้วก็ไม่สามารถเรียกออกมาใช้งานได้เป็เวลาเจ็ดวัน ”
หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นเขาก้มใบหน้าของตนเองแล้วก็ขบคิดอย่างจริงจังมันแสดงว่าในตอนนี้มีขีดจำกัดของการใช้งานพวกสัตว์อสูรเหล่านี้อยู่
ภายใต้กฎเกณฑ์และสัญญาที่มันอธิบายออกมาแสดงว่าถ้าทำการต่อสู้แล้วผ่านทางจนพ่ายแพ้ก็จะทำให้ไม่สามารถเรียกใช้งานสัตว์อสูรตนนั้นได้เป็เวลาเจ็ดวันถือว่าเป็ข้อเสียเปรียบที่ปรากฏขึ้น
นั่นคือข้อเสียเปรียบที่มันปรากฏขึ้นมาและจำเป็จะต้องให้เขาคิดอย่างดีดีอย่างที่ใช้สัตว์อสูรในการต่อสู้เพราะว่า่เวลาเจ็ดวันที่หายไปสามารถทำอะไรได้หลายอย่าง
“ ในตอนนี้ตัวของเราเป็ผู้ที่ไร้ซึ่งวรยุทธเพราะแบบนั้นพลังของพวกสัตว์อสูรเหล่านี้ถือว่าเป็พลังที่สามารถปกป้องตนเองได้”
“ แต่ก็คงไม่จำเป็จะต้องกังวลแล้วตอนนี้ถูกถอดออกจากตำแหน่งรัชทายาทโดนเนรเทศมาชายแดนแถมยังโดนลอบสังหารผู้คนที่ทำการสังหารคงคิดว่าตัวของเราตายอยู่แล้วเพราะแบบนั้นไม่จำเป็จะต้องกังวลว่าผู้ใดจะตามมาเล่นงานอีก ” จางิพูดออกมาพร้อมกับแสดงแววตาที่หดหู่
ในชีวิตก่อนถือกำเนิดขึ้นมาโดยที่ตนเองไม่มีญาติพี่น้องไม่มีชาติตระกูลเติบโตขึ้นมาในสำนักเล็กๆเกียรติยศและชื่อเสียงพร้อมกับโหยหาความแข็งแกร่งพัฒนาฝีมือของตนเองขึ้นมาเรื่อยเรื่อย
แต่ในชีวิตนี้เกิดมาภายในราชวงศ์ชีวิตยามเด็กช่างเต็มไปด้วยความสุขแต่ผู้ใดจะรู้ว่ายามไร้กำลังตนเองกับสูญเสียทุกอย่าง
แววตาในตอนนี้กำลังหดหู่เมื่อกำลังคิดว่าใครที่เป็คนสังหารตนเอง “ ผู้ใดเป็คนออกคำสั่งเสด็จพ่ออย่างนั้นหรอ…”
เมื่อลองคิดว่าถ้าผู้เป็บิดาเป็คนสั่งสังหารเขาจริงๆภายในใจเ็ปเป็อย่างมากจางิในขณะที่ความรู้สึกด้านลบกำลังสร้างแทรกข้อความภายในใจเขาสูดหายใจเข้าไปในปอดก่อนที่จะตั้งปณิธานแน่วแน่ “ ไม่ใช่ตอนนี้เค้าไม่ใช่รัชทายาทอีกแล้วเป็เพียงแค่คนธรรมดาหลังจากนี้ข้าจะแข็งแกร่งขึ้น ด้วยพลังที่ได้รับมา ”
เขาใช้ดวงตาจ้องมองรอยสัญลักษณ์ที่ปรากฏอยู่บริเวณฝ่ามือข้างขวาท่ามกลางแสงไฟจากเปลวเพลิงที่ลุกไหม้เบื้องหน้า
จบบท