บทที่ 14
“ขอรับ!!”
จะดีจะร้ายอย่างไร ฮูหยินผู้เฒ่าก็ได้ชื่อว่าเป็นายสูงสุดแห่งเรือนหลัง และผู้ที่รับใช้ใกล้ชินนางก็เปรียบเสมือนนายสูงสุดของเหล่าคนรับใช้ในจวน เมื่อได้รับคำสั่งของผู้รับใช้ใกล้ชิดฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว บ่าวชายหลายึคนก็กรูกันเข้ามา หมายจะรับตัวหลินหลิ่งฟางเอาไว้ เพื่อสำเร็จโทษในภายหลัง
แต่ยังไม่ทันที่บ่าวสี่ห้าคนจะได้เข้าใกล้ร่างของเด็กหญิง ลุงเฉียงที่เคยยืนนิ่งๆ อยู่กับรถลากเก่าๆ ที่มีสัมภาระอยู่เพียงไม่กี่อย่าง ก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าเด็กสาว และในชั่วพริบตาบ่าววัยหนุ่มตัวโตๆ สี่ห้าคนก็ถูกฟาดลงไปกองกับพื้น โดยที่ไม่แม้แต่จะสามารถแตะตัว ไม่สิต้องบอกว่ายังไม่อาจจะเข้าใกล้ได้เลยด้วยซ้ำ!
“นี่...”
ในตอนนั้นเองที่คนสนิทของแม่ทัพใหญ่ถึงกับเดินเข้ามาเบื้องหน้าของผู้เป็นาย เพราะฝีมือของอีกฝ่ายนั้น ถือได้ว่าเป็จอมยุทธ์ที่มีฝีมือสูงส่งคนหนึ่งได้เลยทีเดียว และที่สำคัญก็คือสองนายบ่าวต่างก็คิดไปในทางเดียวกัน
‘นี่ชายคนนั้นมีฝีมืออยู่ในระดับนี้มาโดยตลอดเลยอย่างนั้นหรือ!’
อย่างที่รู้กันอยู่ทั่วไป ว่าโดยมากแล้วเหล่ายอดฝีมือที่อยู่ในระดับสูงโดยส่วนมาก ถ้าหากไม่ได้รับการว่าจ้างจากบุคคลสำคัญในราคาสูงลิ่ว ก็มักจะมีค่ายมีพรรคเป็ของตัวเอง และไม่ค่อยจะยุ่งเกี่ยวเื่ราวของโลกฝั่งราชสำนักมากนัก
สำหรับชายวัยกลางคนผู้นี้แล้วมันก็ยิ่งน่าเหลือเชื่อเข้าไปอีก เพราะในความทรงจำของพวกเขา สองสามีภรรยาคู่นี้เป็เพียงแค่คนรับใช้ของฮูหยินใหญ่มาั้แ่สมัยก่อน ที่ไม่ค่อยจะมีบทบาทมากนัก ไม่สิต้องบอกว่าเขานั้นแทบจะทำตัวไร้ตัวตนจืดจางไปกับฝูงชน เสียจนแทบจะกลายไปเป็หนึ่งเดียวกับสิ่งแวดล้อมที่ไม่มีอะไรน่าสนใจ
แต่กลับกลายเป็ว่าเขาคนนี้มีพลังฝีมือจนขนาดที่สามารถปลดปล่อยลมปราณออกมานอกกายได้ เท่ากับว่าอย่างน้อยเขาก็มีพลังฝีมือพอๆ กับแม่ทัพใหญ่ที่เกือบกะเป็ที่หนึ่งในแผ่นดินด้านการต่อสู้
ซึ่งบางทีฝีมือของเขาอาจจะสูงมากไปกว่านี้ด้วยซ้ำ!
ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือชายคนนี้ทำตัวเป็เพียงคนรับใช้ธรรมดาๆ มาตลอดหลายปี ซึ่งถ้าหากอีกฝ่ายเป็ไส้ศึกป่านนี้จวนแม่ทัพคงเหลือเพียงแต่ชื่อ...
“จนถึงตอนนี้ท่านก็ยังไม่มีอะไรจะกล่าวสินะ...ท่านพ่อ”
เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเป็ไปได้อย่างราบรื่น หลินหลิ่งฟางก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วหันไปกล่าวกับบิดาที่หลบอยู่หลังคนสนิท โดยที่ไม่ได้กล่าวสิ่งใดมาั้แ่ต้น
“เ้า้าอะไร”
“อย่างที่ข้าได้แจ้งเอาไว้แล้วว่าพวกเราแม่ลูกจะจากไปจากจวนแห่งนี้ ท่านแม่ทัพโปรดลงตราประทับใบหย่าให้กับท่านแม่ด้วย”
นางกล่าวสิ่งที่ตั้งใจเอาไว้แล้วออกไป นางไม่สนว่าหลังจากนี้ใครจะมองจวนแม่ทัพว่าอย่างไร เพราะสุดท้ายก็คงไม่เกี่ยวข้องกับพวกนางอีกต่อไปแล้ว และที่สำคัญก็คือการลบมลทินให้แก่มารดาและครอบครัวของนางในวันข้างหน้า อย่างน้อยที่สุดหากมีอะไรเกิดขึ้นในอนาคต ก็จะสามารถรับประกันได้ว่าไม่ใช่พวกนางที่เป็ฝ่ายถูกทิ้ง แต่เป็พวกนางที่เดินออกไปจากจุดนี้ด้วยตัวเอง
และตอนนี้หลินหลิ่งฟางทันใจแล้วว่ามันน่าจะสำเร็จมากกว่าล้มเหลว ดูจากปฏิกิริยาของทุกคนที่มีต่อท่านลุงเฉียงแล้ว พวกนางก็คงพอจะถือได้ว่าพอจะมีอะไรอยู่ในแขนเสื้ออยู่บ้าง
“เ้าเข้าใจสิ่งที่ตัวเองกำลังกล่าวหรือไม่” แม่ทัพใหญ่หลินฟงไม่ได้กล่าวกับบุตรสาวแต่อย่างใด แต่เขามองไปทางฮูหยินใหญ่หม่านชิงที่ตอนนี้กำลังจะเป็อดีตไปแล้ว “เ้าแน่ใจแล้วหรือว่าจะทำเช่นนี้”
“ในคราแรกข้าก็ไม่อยากที่จะพูดอะไรมากมายนัก เพราะจะอย่างไรเราก็เคยมีความทรงจำดีๆ ร่วมกันมา” เมื่อมองไปยังสายตาที่กำลังตัดพ้อนาง หม่านชิงก็ระบายลมหายใจออกมา แล้วสบตาคู่นั้นด้วยสายตาที่ดูถูก
“...”
“ท่านจำได้หรือไม่ว่าในวันนั้นท่านเคยสัญญาอะไรกับข้าเอาไว้บ้าง มันอาจจะจริงที่ก่อนหน้านี้หลายปีท่านก็เคยพยายามสู้เพื่อที่จะให้พวกเราได้อยู่ด้วยกัน แต่หลังจากนั้นเล่า?”
นางกล่าวพลางหวนนึกไปถึงอดีตที่ตนเองยอมทอดทิ้งทุกอย่างเพื่อที่จะมาตกระกำลำบากและถูกดูถูกดูแคลนต่างๆ นา เพื่อที่จะมาใช้ชีวิตร่วมกับคนที่นางรัก แต่พอมาถึงตอนนี้นากก็รู้แล้วว่าตัวเองในตอนนั้นโง่งมแค่ไหน
มันอาจจะจริงที่เขาไม่เคยทำร้ายนางตรงๆ เลยสักครั้ง แต่ความเป็จริงก็คือั้แ่เขาได้ลูกชาย และนางไม่สามารถให้กำเนิดทายาทสืบสกุลแก่เขาได้ เขาก็ปล่อยให้คนรอบๆ กายนางกระทำสิ่งที่เลวร้ายต่างๆ มากมาย ชนิดที่ถ้าหากนางไม่เคยฝึกฝนและถูกเขี้ยวเข็นอย่างหนักมาก่อน นางก็คงจะตายไปตั้งนานแล้ว
ยิ่งมาถึงเื่ล่าสุด นี่ถ้าหากว่าเสี่ยวฟางของนางไม่เตือนสตินางเอาไว้ นางก็คงจะยังจมกับความเสียใจอยู่อย่างนั้น และบางทีนางอาจจะตายไปทั้งๆ ที่นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่านางผิดตรงไหน
แต่เมื่อเสี่ยวฟางเอ่ยถึงเื่ราวต่างๆ และยิ่งมองาแบนร่างของบุตรสาว ก็ทำให้นางสำนึกขึ้นได้ ว่าสุดท้ายแล้วสิ่งที่นางควรคำนึงถึงมากที่สุด ไม่ใช่เื่ราวในอดีตที่ผ่านพ้นไปแล้ว แต่เป็ลูกๆ ทั้งสองคนที่กำลังเติบโตไปข้างหน้า ซึ่งถ้าหากไม่ใช่นางที่เป็แม่คอยปกป้องทั้งสอง แล้วใครกันที่จะคอยโอบอุ้มทั้งสองจนเติบใหญ่!
“นี่เป็ครั้งแรกที่ได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของเ้า” แม่ทัพใหญ่ถอนหายใจอย่างไร้เรี่ยวแรง ตลอดเวลาหลายวันมานี้เขาใช้ความคิดเกี่ยวกับเื่นี้มากพอสมควร และเขาก็เสียใจต่อสิ่งที่เขาได้ละเลยตลอดมา
ซึ่งเขาตั้งใจเอาไว้ว่าจะคืนฐานะให้แก่นาง แต่ก็อย่างที่ว่านั่นแหละ เขาก็คงทำอะไรมากไม่ได้ เพราะจะอย่างไรฮูหยินรองก็เป็มารดาของบุตรชายเขา แต่อย่างน้อยเขาก็อยากจะเก็บนางเอาไว้ข้างกาย ไม่ว่าจะเป็เพราะความเห็นแก่ตัวหรือเพราะชื่อเสียงวงศ์ตระกูลก็ตามที
“แล้วถ้าข้าไม่ยินยอมให้เ้าหย่าออกไปล่ะ?” หลังจากที่เงียบไปชั่วครู่ นี่เป็คำแรกที่เอ่ยออกมาจากปากแม่ทัพใหญ่ ซึ่งมันก็ไม่ได้ผิดจากความคาดหมายของผู้คนที่อยู่ที่นี่เท่าไรนัก
“ข้า...”
ในตอนนั้นเองที่เด็กหญิงกำลังจะกล่าวบางอย่างขึ้นมา ก็มีเสียงหนึ่งแทรกขึ้นเสียก่อน
“ถ้าท่านไม่เห็นด้วยเดี๋ยวข้าจะทูลขอราชโองการต่อฝ่าาเองดีหรือไม่?”
.............
มาแล้วจ้า
ถ้าชอบไม่ชอบยังไงก็อย่าลืมติชมกันบ้างน้า
หรือจะช่วยกันแชร์ก็จะเป็พระคุณอย่างสูงเลยจ้า
จริงๆ ตอนนี้เสร็จั้แ่่บ่าย แต่เอาเป็ว่าอัพเดทให้่หัวค่ำแล้วกันเนาะ แฮ่ะๆ
สำหรับคืนนี้ก็ฝันดีราตรีสวัสดิ์นะทุกคน
แล้วเจอกันพรุ่งนี้่สายๆ หรือก่อนเที่ยงจ้า