บทที่ 23 ลูกวาฬน้อยขี้อ้อน
เยี่ยนลี่เฉิงรีบพุ่งเข้าไปต่อสู้ คนขับและหญิงสาวถูกลูกวาฬน้อยจัดการทีละคนจนดวงตาเห็นดาวระยิบระยับไปหมด เหลือเพียงพี่หลัวที่ยังคงต่อสู้อย่างหนัก
เยี่ยนลี่เฉิงกวาดขาไปรอบ ๆ ต่อยเข้าไปที่ท้องของคู่ต่อสู้ด้วยหลังมือ เมื่อคู่ต่อสู้ยังทนกับความเ็ปได้ เขาจึงเตะเข้าไปที่คางของอีกฝ่าย
ชายร่างกำยำซึ่งมีน้ำหนักเกือบร้อยกิโลกรัม ถูกเตะจนล้มลงกับพื้น
เขาอุ้มอิงอิงน้อยขึ้นมาจากพื้นในขณะที่เธอเตรียมจะลงมืออีกครั้ง เยี่ยนลี่เฉิงที่เคร่งเครียดมาตลอด ในที่สุดก็สามารถผ่อนคลายลงได้
"อิงอิงน้อย าเ็ตรงไหนไหม?"
เขารีบตรวจดู ฉินอิงอิงยิ้มและส่ายหน้า
"พี่ชายลี่เฉิง ฉันต่อยตีได้ดีมาก!"
ถ้าเขาไม่เห็นทั้งหมดด้วยตาตัวเอง เยี่ยนลี่เฉิงจะกล้าเชื่อได้อย่างไรว่าอิงอิงน้อยวัยสามขวบครึ่งจะทุบตีผู้ใหญ่สามคนจนพวกเขาหมดทางสู้
แม้ว่าเขาจะเห็นด้วยตาของตัวเอง เขาก็ยังรู้สึกเสียใจต่ออิงอิงน้อยอยู่ดี
เขาขมวดคิ้วและจับมือที่ขาวผุดผ่องของน้องสาวมาดู
"หลังมือแดงอีกแล้ว"
ครั้งก่อนก็ที่ห้างสรรพสินค้า เขาคิดว่าอิงอิงน้อยเพียงแค่ตีเยี่ยนเสี่ยวหรู เขาคิดไม่ถึงว่าเจียงหรุ่ยก็ถูกเธอตีเช่นกัน
เยี่ยนลี่เฉิงลูบกำปั้นเล็ก ๆ ของอิงอิงน้อยเบา ๆ ในขณะที่มองไปที่เจี่ยงรุ่ยและตำรวจที่กำลังมา
"รีบหยุดพวกเขาเร็ว พวกเขาคิดจะขับรถหลบหนี!"
เจี่ยงรุ่ยรีบวิ่งเข้าไปหลังรถและอุ้มเด็กผู้ชายที่อาการโคม่าไม่ได้สติเข้าไปในรถเก๋ง
คนขับที่แต่เดิม้าใช้เด็กน้อยเป็ตัวประกันต้องยอมแพ้และรีบวิ่งจากฝั่งผู้โดยสารไปยังฝั่งคนขับ พี่หลัวและหญิงสาวคนนั้นก็รีบเข้าไปในรถเช่นกัน
แกร๊ก!
เสียงประตูรถถูกล็อก
เมื่อตำรวจเห็นสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นก็เอ่ย "หยุดเดี๋ยวนี้!"
ที่นี่เป็สถานที่ก่อสร้างซึ่งยังไม่เริ่มดำเนินการจึงมีผู้คนอยู่เบาบางและมีข้าวของระเกะระกะ หากสามคนนี้หลบหนีไปก็จะจับได้ยาก
ฉินอิงอิงกำลังเพลิดเพลินกับการดูแลของพี่ชายที่ถูมือเล็ก ๆ ของเธออย่างเบา ๆ
"พวกเขาหนีไปไม่ได้หรอก!"
เจี่ยงรุ่ยกำลังอุ้มเด็กผู้ชายเข้ามา "ทำไมเหรอ?"
ฉินอิงอิงเม้มริมฝีปากและส่งสัญญาณให้คนที่เหลือดูยางรถยนต์
เจี่ยงรุ่ยมองรถที่กำลังสตาร์ท เมื่อคนในรถเหยียบคันเร่งในที่สุดก็มีเสียงโวยวายออกมา ขณะที่รถยังอยู่ที่เดิม และจู่ ๆ รถก็เอนเอียงมาทางพวกเขา
เยี่ยนลี่เฉิงที่กำลังอุ้มอิงอิงน้อยอยู่จึงรีบถอยหลังอย่างรวดเร็ว เมื่อเหล่าตำรวจเห็นต่างก็รู้สึกขบขัน
ยางรถด้านซ้ายไม่มีลมทั้งสองล้อจึงทำให้รถเอียง
"ขึ้น! จับขึ้นมา!"
หญิงสาวกำลังหามีดปอกผลไม้อยู่ทางเบาะหลังแต่กลับไม่พบอะไรเลย
"มีดของฉันล่ะ?"
เมื่อฉินอิงอิงได้ยินก็หัวเราะคิกคักและชี้ไปที่พุ่มหญ้าด้านใน
"อยู่ในพุ่มหญ้านั้น ไกลออกไปสักหน่อยนะ!"
หญิงสาวหมดคำพูด "..."
เด็กประหลาดคนนี้มาจากที่ไหน!
เดิมทีการจับตัวเธอเหมือนจะเป็ทางเลือกที่ดี แต่ท้ายที่สุดทั้งสามคนก็ถูกจับกุม
"เธออ… อื้ออ!"
คุณตำรวจไม่อยากให้ฉินอิงอิงถูกคุกคามด้วยวาจาจึงเอาเศษผ้ายัดเข้าไปในปากของหญิงสาว
หนึ่งในตำรวจที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้าเดินเข้ามา เขามองฉินอิงอิงด้วยความสงสัย
"หนูน้อย เธอรู้ได้อย่างไรว่าอีกฝ่ายกำลังหามีดปอกผลไม้?"
ฉินอิงอิงหัวเราะคิกคัก "เพราะมีดปอกผลไม้ที่ฉันหยิบก่อนหน้านี้อยู่ใต้ที่นั่งของเธอพอดี!"
คุณตำรวจรู้สึกใอย่างมาก "เธอหยิบมีดปอกผลไม้เหรอ?"
ฉินอิงอิงพยักหน้า "ใช่ค่ะ! ฉันหยิบมีดปอกผลไม้ที่เขาซ่อนไว้ใต้เบาะแล้วทำให้พวกเขา… โกรธ!"
คุณตำรวจอึ้งกิมกี่ "..."
เขาไม่รู้จะแสดงความรู้สึกขอบคุณและมีความสุขออกมาอย่างไรจึงทำได้เพียงยกนิ้วโป้งขึ้นทั้งสองมือ
เด็กน้อยคนนี้เก่งสุด ๆ ไปเลย!
คุณตำรวจมองไปยังเยี่ยนลี่เฉิง "คุณคือ..."
เยี่ยนลี่เฉิงมองเขาและเอ่ย "ผมเป็พี่ชายของเธอ"
คนฟังพยักหน้า "โชคดีที่เธอระบุตำแหน่งถูกและโชคดีที่น้องสาวของคุณฉลาดพอ ไม่เช่นนั้นเหตุการณ์ในวันนี้อาจเป็โศกนาฏกรรม"
"พวกคุณเก่งมาก เราจะพาสามคนนี้ไปที่โรงพักก่อนแล้วจะเอารถมารับพวกคุณไปให้เบาะแสที่โรงพักทีหลัง"
เยี่ยนลี่เฉิงขมวดคิ้ว เขาคิดว่าถ้าไปคนเดียวก็ไม่เป็ไร เพราะเขาอายุสิบขวบแล้ว
แต่อิงอิงน้อยเพิ่งจะสามขวบครึ่ง
"คุณตำรวจครับ ผม..."
ฉินอิงอิงถามคุณตำรวจด้วยเสียงไร้เดียงสา "ถามเหตุการณ์อะไรเหรอ เื่ที่ฉันหยุดพวกเขาได้อย่างไรใช่ไหมคะ?"
คุณตำรวจรู้สึกมีความสุขมาก
"ใช่! ถามหนูน้อยว่าจับคนเลวทั้งสามได้อย่างไร!"
เนื่องจากเหล่าตำรวจไม่ได้เห็นฉากที่อิงอิงน้อยต่อสู้ เยี่ยนลี่เฉิงจึงเลือกที่จะเห็นแก่ตัว เขาไม่้าให้ทุกคนรู้ว่าอิงอิงน้อยแตกต่างจากเด็กคนอื่น ๆ
"คุณตำรวจครับ อิงอิงน้อยยังเด็ก วันนี้คงรู้สึกใมาก ผมจะพาเธอกลับก่อน"
คุณหัวหน้าตำรวจไม่ได้ขัดอะไร
เด็กน้อยที่เจี่ยงรุ่ยอุ้มไว้ค่อย ๆ ตื่นขึ้นมา กะประมาณแล้วน่าจะอายุราว ๆ ห้าถึงหกขวบ
เขาหน้าตาสับสนเหมือนยังไม่รู้ว่าตนเองอยู่ที่ไหน
"คุณอาครับ คุณพ่อของผมล่ะ?"
เด็กผู้ชายคนนี้ชื่อลู่ฉี พักอยู่ใกล้กับโรงเรียน คุณพ่อของเขาเป็ครูใหญ่ของโรงเรียนชุนหัวและคุณแม่ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาล
วันนี้ออกมาเที่ยวเล่นกับคุณพ่อ ในขณะที่คุณพ่อช่วยซื้อสมุดภาพ จู่ ๆ ก็มีคนมาปิดปากและจมูกของเขา ผ่านไปสักพักเขาก็หมดสติไป
หลังสับสนอยู่ครู่หนึ่ง ลู่ฉีก็จำทุกอย่างได้และร้องไห้ในขณะที่ะโว่าคนเลว
"ฮืออ… เลว… คนเลว!"
ทางหัวหน้าตำรวจได้แจ้งให้พ่อของเขาไปรับลูกชายที่สถานีตำรวจแล้ว เมื่อเห็นว่าลู่ฉีใมากจึงรีบเข้าไปปลอบ
หลังจากลู่ฉีสงบลง คุรตำรวจจึงพาเจี่ยงรุ่ย ลู่ฉีและพี่หลัวออกไปก่อน
เดิมทีเขาอยากไปส่งเยี่ยนลี่เฉิงกับน้องสาวกลับไปก่อนแต่ถูกปฏิเสธ
"รถของพวกเราใกล้จะมาถึงแล้ว"
หลังจากที่ตำรวจออกไป รถของตระกูลฉินก็ตามมาถึงทันที
เยี่ยนลี่เฉิงนั่งอยู่ที่เบาะหลังและส่งสัญญาณให้คนขับรถเอากะบังหน้าลง
เขากอดอิงอิงน้อยไว้ในอ้อมแขนและกดเสียงให้เบาที่สุด
"อิงอิงน้อย วันนี้เธอทำได้ดีและยอดเยี่ยมมาก ๆ"
ฉินอิงอิงยิ้มและพยักหน้า "ฉันเก่งอยู่เสมอ!"
เมื่อเห็นเธอแสดงออกอย่างภูมิใจ เยี่ยนลี่เฉิงจึงอดไม่ได้ที่จะตำหนิ
สถานการณ์นี้ก็เหมือนกับตอนที่เธอสำลักน้ำ หรืออาจจะทำให้เขากลัวมากกว่าตอนที่เธอสำลักน้ำเสียอีก
เยี่ยนลี่เฉิงวางอิงอิงน้อยบนที่นั่งและมองไปที่มุมข้างของใบหน้าอ้วนกลม
"อิงอิงน้อย ถ้าเธอพบสถานการณ์นี้ในอนาคต ห้ามเสี่ยงชีวิตอีก วันนี้โชคดีที่พวกเขามีกันไม่มากและเธอเองก็มีทักษะการต่อสู้ที่ดี"
"แต่ถ้าพวกเขามีคนมากหรือมีอาวุธอันตรายมาด้วยล่ะ?"
ฉินอิงอิงชะงักค้าง "..."
ตอนนั้นเธอคิดเพียงแค่จะตามเด็กจากคนเลวกลับมาจึงไม่ได้คิดถึงเื่อื่นเลย
แต่เธอยอมรับว่าพี่ชายลี่เฉิงพูดถูก แต่ก่อนที่พี่ชายลี่เฉิงจะเริ่มสอนอะไรมากไปกว่านี้ เธอก็กลอกตาไปมา ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าควรทำอย่างไร
"พี่ชายลี่เฉิง ถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้ในครั้งหน้า… ฉันจะไม่ไปคนเดียวแน่นอน ต้องพาพี่ชายลี่เฉิงไปด้วย!"
ราวกับยังเอ่ยไม่พอ ฉินอิงอิงเอียงศีรษะและคิดอยู่ครู่หนึ่ง
"อ๋อ! ถ้าหากคุณพ่อก็อยู่ด้วยจะต้องพาคุณพ่อไปด้วยกัน!"
เปิดศึกแบบหมู่!
แน่นอนเล่นกันทั้งครอบครัวต้องสนุกกว่า!
ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายถูกตีจนตาย พวกเขาจะได้ตัวสั่นและวิ่งหนีไปด้วยความอับอาย
เยี่ยนลี่เฉิงทั้งไม่รู้จะทำอย่างไรและทั้งตลกในเวลาเดียวกัน
เขาลูบศีรษะของอิงอิงน้อยที่แห้งแล้วด้วยความร้อนจากพระอาทิตย์และยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน
"อิงอิงน้อยพูดถูกทั้งหมด แต่อย่าลืมที่จะโทรแจ้งความหนึ่งหนึ่งศูนย์ด้วย"
ลูกวาฬน้อยแปซิฟิกไม่เข้าใจความหมายของการโทรแจ้งตำรวจ แต่คำอธิบายต่าง ๆ รวมถึงตัวอย่างการเรียกตำรวจก็ผุดขึ้นมาในหัวและเธอก็เข้าใจมันทันที
"ฉันเข้าใจแล้ว พี่ชายลี่เฉิงคะ วันนี้ฉันทำไม่ถูก ทำให้… พี่ลี่เฉิงเป็ห่วงแล้ว… พี่ชายไม่โกรธนะ~~~"
ยอมรับผิด!
อ้อน!
จะต้องถู ๆ ไถ ๆ และจุ๊บ ๆ ด้วย
ลูกวาฬน้อยะโเข้าไปในอ้อมแขนของพี่ชายพร้อมส่งเสียง ‘อิงงง’ จับศีรษะของอีกฝ่ายและจุ๊บไปที่คาง