ตอนที่ 8 สังหาร
หนึ่งคืนอันเงียบสงัดผ่านพ้น
วันต่อมาหลินเยี่ยตื่นขึ้นมาแต่เช้า พร้อมทำมื้อเช้าด้วยความรักจากมือของเขาเอง
“ฝีมือตกแล้วนะ ไม่อร่อยเหมือนเมื่อก่อนเลย” หลงซือหยิงชิมไข่ดาวน้ำพร้อมขมวดคิ้วเล็กน้อยแบบจับผิด
หลินเยี่ยเลิกตาขึ้นเล็กน้อย
จักรพรรดิเซียนผู้สง่างามไม่ได้เข้าครัวเองมาพันปี จะทำอาหารเช้าก็เลือกอย่างพิถีพิถันแล้ว
แม้เมื่อเย็นเมื่อวานจะไม่ได้อร่อยอะไรนักก็ตาม...
พบเห็นท่าทีของเธอ แปดในสิบต้องมีเื่ในใจแน่ เพราะแบบนั้นเลยไม่รู้รสชาติอาหาร
ตอนนี้จึงถือโอกาสเอ่ยถาม “ซือหยิง เมื่อวานเธอไปเจอเื่อะไรมาใช่ไหม”
“ไม่มีอะไรหรอก แค่เสียลูกค้าไปคนหนึ่ง เฉียนเจียงที่คุณพูดถึงนั่นแหละ ไม่รู้ว่าว่าเกิดอะไรขึ้น ปุบปับก็ยกเลิกสัญญากับบริษัท” หลงซือหยิงตอบไปแบบไม่ได้ใส่ใจ
คาดว่าผ่านไปหนึ่งคืนแล้ว เธอพอจะจัดการอารมณ์ตัวเองให้กลับเป็ปกติได้
มุมปากหลินเยี่ยยกขึ้นเล็กน้อยพร้อมพยักหน้าตอบรับ
ดูเหมือนการเปิดโปงเฉียนเจียงเมื่อวานจะได้ประโยชน์ตามมาด้วย อีกฝ่ายตีตัวออกห่างหลงซือหยิงอย่างรวดเร็ว
แค่นี้ก็ไม่ต้องไม่ผิดพลาดซ้ำซาก...
ทานอาหารเช้าเรียบร้อย หลินเยี่ยรอหลงซือหยิงแต่งตัวให้ลูกสาว จากนั้นค่อยไปส่งที่โรงเรียนเหมือนตามปกติ
พอมองนาฬิกาก็พบว่าเพิ่งจะแปดโมง ยังเช้าอยู่มาก ขึ้นมานั่งบนรถไม่นาน เขาตัดสินใจไปพบเหอจวินอีกครั้ง
เวลาหนึ่งวัน ด้วยความสามารถของเหอจวิน เื่หลังจากนี้ต่อไปควรต้องแก้ไข
รีบไปทำงานเร็วอีกนิดก็จะหาเงินได้เร็วอีกหน่อย
ไม่เพียงแค่้าให้ตัวเองได้ฝึกตน แต่ยังสามารถช่วยเื่ชีวิตความเป็อยู่ให้กับลูกสาวสุดที่รัก
หลังเดินทางพักหนึ่ง
ตอนนี้เขากำลังเดินเล่นริมทะเลสาบแห่งหนึ่งในเขตชุมชน
หลินเยี่ยแค่นเสียงพร้อมหยุดเท้า
คำของเขากล่าวออกโดยไม่หันกลับมอง “ออกมาได้แล้ว ตามมาตลอดทางอย่างนี้ว่างมากหรือยังไง”
ิญญาศักดิ์สิทธิ์ของหลินเยี่ยแกร่งมากถึงขั้นที่หลังจากออกจากโรงเรียนอนุบาลไม่ถึงสิบนาทีก็ทราบว่ามีคนเดินตาม
ปิดบังพลัง ฝีเท้ายังเบายิ่ง
เพราะบนเส้นทางสัญจรมีผู้คนมากมาย หลินเยี่ยก็เล่นตามน้ำ เลือกมุ่งหน้ามายังริมทะเลสาบที่แทบไม่มีผู้คน
“หลินเยี่ย เ้าช่างแตกต่าง ดีกว่าน้องชายต่างแม่ไร้ประโยชน์คนนั้นตั้งเยอะ” น้ำเสียงราวหยอกล้อดังขึ้นในดงไม้ไกลห่างร่วมยี่สิบเมตร
ทันใดนี้เองที่ชายวัยกลางคนเผยตัวในชุดนักพรตก้าวเดินออก
เป็ฉินอี่ที่ทำข้อตกลงกับหลินชี่
“ศิษย์สำนักเร้นโลกางั้นหรือ” หลินเยี่ยใช้หางตาพิจารณาและถามออก
พลังของฉินอี่เปรียบดังกระแสน้ำหมุนวน เห็นได้ชัดว่าเป็เซียนที่สร้างรากฐานแล้ว
เขาค่อนข้างประหลาดใจที่หลินชี่ไปรู้จักคนของสำนักเร้นโลกา
แบบนี้เื่ที่เขากังวลห่วงหาภรรยา บางทีอาจได้เบาะแสจากคนตรงหน้า
“ให้ข้าเดา เ้าก็เป็ผู้ฝึกตน เพียงแต่เพิ่งสร้างรากฐานได้”
ฉินอี่ที่สังเกตพบเห็น คิดไปเองว่าทราบระดับพลังของหลินเยี่ยอย่างถ่องแท้ ตอนนี้เผยสีหน้ามาดมั่นกล่าวคำออก “แม้น้องชายเ้าให้ข้ามาลงมือสังหาร แต่ทุกสิ่งบนโลกนี้ล้วนมีความผันแปร”
“น่าเสียดายความสามารถเ้า เข้าสู่หนทางเซียนแล้ว แต่กลับต้องมาตาย”
“ข้าจะละเว้นชีวิตเ้า จงกลับไปเป็ผู้นำตระกูลหลิน สนใจหรือไม่”
“เงื่อนไขล่ะ” หลินเยี่ยเผยยิ้มตอบรับ
“เ้าคำนับข้าเป็อาจารย์ ตราบเท่าที่เดินตามข้า ผลประโยชน์อันไม่สิ้นสุดรอคอยอยู่ เ้าจะเหนือล้ำกว่าคนทั่วไป ชีวิตยืนยาวไม่แก่ไม่ตาย” ฉินอี่เดินเข้าหาหลินเยี่ยพร้อมกล่าวคำเกลี้ยกล่อมให้คล้อยตาม
การชิงราชโองการนั้นมา มันคือจุดประสงค์ที่เขามาอยู่โลกฟากนี้
เพื่อมันเขาจึงต้องอดทนรอถึงห้าปี
ตอนนี้โอกาสมาถึงแล้ว ในไม่ช้าโลกทั้งใบจะแปรเปลี่ยนไปตลอดกาล
พวกหัวโบราณเช่นสำนักเร้นโลกาจะหายไปราวควันที่มอดไหม้
่เวลาที่ผ่านมาเขาต้องวางแผนด้วยตนเอง สร้างอิทธิพลมากมาย นั่นก็เพื่อไว้ใช้ต่อรอง
หากไม่แล้วหลังก่อการสำเร็จ เขาอาจถูกพวกผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายกำจัดทิ้ง
และหลินเยี่ยคือตัวเลือกอันดี
บุตรชายคนโตตระกูลหลิน เป็ผู้ฝึกตนที่เพิ่งสร้างรากฐาน ไม่ว่าตำแหน่ง ฐานะ หรือสติปัญญา ทั้งหมดล้วนเหนือกว่าหลินชี่
เพราะเหตุนั้นเขาจึง้าตัวอีกฝ่าย ขนาดที่ว่ายอมละทิ้งข้อตกลงที่เดิมทำไว้กับหลินชี่
สำหรับผู้ฝึกตน การมีอายุยืนยาวไม่แก่ไม่ตาย มันคือสิ่งที่ยากปฏิเสธ
แต่แล้วหลินเยี่ยกลับหัวเราะพร้อมเอ่ยถาม “เป็อาจารย์ข้า ถือดีอะไร”
จักรพรรดิเซียนผู้ยิ่งใหญ่นับพันปี รุ่งทิวาและราตรีล้วนผ่านพ้นหมดสิ้น เภทภัยจากฟ้านับพันครั้งยังผ่านพ้น ทั้งหมดเขาศึกษาด้วยตนเอง
โลกใบนี้ไม่มีผู้ใดคู่ควรเป็อาจารย์ให้แก่เขาได้
ยังไม่กล่าวว่าอีกฝ่ายเป็เพียงผู้ฝึกรากฐานสำเร็จหนึ่งระดับ เพียงฟังกลับทำเขาอยากหัวเราะดังออกมา
รอยยิ้มเดิมที่ฉินอี่เคยมีเลือนหายวับ
เขาไม่คาดคิดว่าหลินเยี่ยจะไม่สนใจเงื่อนไขที่เสนอ ซ้ำยังไม่เก็บซ่อนสายตาเหยียดหยาม
สายตาเหยียดหยามนี้มันราวกับเข็มเหล็กแทงลึกในกระดูก เขารู้สึกไม่ชอบใจ
เพราะความอัปยศที่ได้รับจากสำนัก ทำให้เขาต้องแบกรับเงื่อนไขของเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ กลายเป็เบี้ยล่างที่คอยทำตามคำสั่ง
“น่าเสียดาย”
ฉินอี่คร้านจะสวมบทบาท ใบหน้ายามนี้คร่ำเคร่งกล่าวออกด้วยเสียงเย็นเยือก “เดิมตั้งใจปล่อยเ้าไป ตอนนี้ดันแส่หาที่ตาย”
“เมื่อใดได้ราชโองการจากตระกูลหลินของเ้า คนเช่นเ้าข้าสามารถหาได้ไม่มีสิ้นสุด”
“จดจำนามข้าเอาไว้ ฉินอี่ นับจากนี้คือผู้ปลิดชีวิตเ้า!”
สิ้นคำกล่าว ชุดของฉินอี่เริ่มพลิ้วไหวแม้ไม่มีลม มันเกิดขึ้นเพราะพลังโทสะ
นิ้วทั้งห้าปรากฏเล็บยาวแหลมคมสว่างวูบ
พลังอันรุนแรงปรากฏพร้อมแสงสว่างเจิดจ้าจากฝ่ามือ ประหนึ่งดวงอาทิตย์ถูกบดบังเพราะไม่อาจสู้แสง
อากาศถูกแผดเผา หายใจเข้าไปจะเหมือนดังเถ้าถ่านที่ไหม้เกรียม
ฟึ่บ!
พริบตา แสงพลันเคลื่อนจากนิ้วฉินอี่เข้าหาหลินเยี่ยประดุจสายฟ้า
สายฟ้าคือความเร็วทัดเทียมแสง
ระยะห่างยี่สิบเมตรไม่ต่างอะไรกับไม่มี
หลินเยี่ยไม่หลบหลีก สายฟ้าฟาดเข้าใส่ร่างอย่างรุนแรง
ฉินอี่เผยสีหน้าอหังการ
เคล็ดหัตถ์สายฟ้า เขาฝึกตนบำเพ็ญเพียรจนถึงขั้นสุด
ขนาดต้นไม้ใหญ่สามคนโอบยังถูกแบ่งออกเป็ซีก ร่างมนุษย์ยิ่งไม่คู่ควรให้กล่าวถึง
แต่แล้วขณะสายฟ้าเลือนหาย ฉินอี่กลับต้องกายแข็งทื่อ
หลินเยี่ยยังยืนอยู่ตรงนั้น เสื้อผ้าก็ยังอยู่ดี สองมือล้วงกระเป๋าไม่ขยับเลยแม้เพียงนิด
เคล็ดหัตถ์สายฟ้าของตัวเขาสิ้นฤทธิ์ถึงเพียงนี้ได้ยังไง?
“ปะ-เป็ไปได้ยังไง เ้าแค่เพิ่งฝึกรากฐาน เป็ไปไม่ได้ที่จะหยุดยั้งเคล็ดหัตถ์สายฟ้าของข้า” ฉินอี่ตื่นตระหนกไม่อาจรับเื่ราว
มันขัดกับสิ่งที่เขาบำเพ็ญเพียรมานานนับทศวรรษ
“สอนปลาให้ว่ายน้ำโดยแท้” หลินเยี่ยเผยมุมปากยกยิ้มก้าวเดินเข้าหาฉินอี่
แม้แต่อัสนีเทพปะาเซียนยังไม่อาจดับสิ้นตัวตนของเขาได้
ดังนั้นอย่าได้กล่าวถึงสายฟ้าจอมปลอมที่ปรากฏจากพลังในร่าง
เพียงใช้เก้า์กลืนเมฆา พวกมันถูกดูดกลืนเลือนหายหมดสิ้นในคราเดียว
“คิดดูิ่ข้างั้นหรือ” สายตาฉินอี่ประหนึ่งลุกโชนด้วยอัคคี ท่าทีเหยียดหยามของหลินเยี่ยทำเขารู้สึกเหมือนถูกไม้ฟาดกลางแสกหน้า
เคล็ดหัตถ์สายฟ้ายังไม่อาจใช้ จำเป็ต้องฟื้นฟูพลังก่อน
นั่นคือการรวบรวมพลังสะสม
ฝีเท้าหลินเยี่ยก้าวเดินออก ระยะทางสิบเมตรประหนึ่งไม่เคยมี ตอนนี้ปรากฏตรงหน้าอีกฝ่าย
น้ำเสียงที่ไร้ซึ่งอารมณ์เผยคำออก “ชีวิตเ้าอยู่ดีไม่ว่าดี รนหาที่ตายโดยแท้”
ภายใต้การจับจ้องอันชวนสะพรึง ฝ่ามือข้างหนึ่งของเขาราวกับยิ่งใหญ่ล้นฟากฟ้า
เพี๊ยะ
เสียงตบอันดับชัดเจนมาพร้อมเสียงกะโหลกศีรษะที่แตกออก
ฉินอี่ผู้อหังการในกำลังของตน ตอนนี้ประหนึ่งกระดาษที่ขาดวิ่น ใบหน้าครึ่งหนึ่งแตกสลายในพริบตา
ร่างกายถูกกดทับลงกับพื้น ดวงตาข้างที่เหลือเบิกโพลง โลหิตไหลหลั่งทั้งเจ็ดทวารจนสิ้นชีวิต
แม้ตกตายเขาก็ยังไม่อาจได้ทราบ ว่าผู้ฝึกตนรากฐานตรงหน้าถือครองอำนาจชวนสะพรึงเช่นนี้ได้อย่างไร
“หลินชี่ ในเมื่อไม่ชอบมีชีวิตอยู่ต่อ งั้นฉันจะดับชีวิตนายเอง น่าเสียดายที่วันนี้คงไม่ได้ไปหางานแล้ว” สายตาเขามองย้อนไปยังศพฉินอี่ เสียงถอนหายใจเผยดังออก เขาย่อตัว แตะััเศษซากนั้นก่อนจะเรียกใช้ “เคล็ดวิชาสืบค้นิญญา”