เมื่อเดินมาถึงร้านขายเสื้อผ้า มู่หว่านหลินจับมือของท่านแม่ของนางแล้วเดินไปยังหน้าร้านขายเสื้อผ้าที่่นางเห็นว่าพนักงานขายยืนต้อนรับลูกด้วยร้อยยิ้มแม้ว่าพวกเขาจะแต่งตัวอย่างไร
“ฮูหยิน แม่นางน้อยเชิญเข้ามาดูด้านในก่อนเ้าค่ะ ร้านของเขามีผ้าหลากหลายราคาให้พวกท่านเลือก”
พนักงานหญิงเอ่ยกับมู่หว่านหลินและท่านแม่ของนางด้วยร้อยยิ้มอย่างเป็มิตร มู่หว่านหลินก็ยิ้มตอบนาง
“พี่สาว ข้ากับท่านแม่อยากได้ชุดสำเร็จสีสรรค์สดใสแต่ไม่ฉูดฉาดจนเกินไปเ้าค่ะ”
“เชิญด้านนี้เ้าค่ะ ข้าจะพาพวกท่านไปเลือกเนื้อผ้า ร้านของเรามีแบบมากมายและเนื้อผ้าหลากหลายให้เลือก ถ้าหากไม่ชอบแบบในร้านก็สามารถสั่งตัดใหม่เ้าค่ะ ”
“พี่สาว ท่านช่วยหาชุดสำเร็จผ้าเนื้อดีให้ท่านพ่อกับพี่ชายทั้งสองของได้ด้วยได้หรือไม่”
“ได้สิเ้าคะ"
“พี่ใหญ่พี่รอง พวกท่านเลือกสีผ้ากันเองนะเ้าคะ ส่วนของท่านพ่อก็ให้ท่านแม่เลือกให้ก็แล้วกัน”
“ได้/ได้” พี่ชายทั้งสองพยักหน้ารับคำน้องสาวอย่างว่าง่าย
มู่หว่านหลินเดินตามพนักงานเข้าไปเลือกแบบชุดด้านในกับท่านแม่
ทุกคนได้เสื้อผ้าใหม่คนละห้าชุดพร้อมกับรองเท้าอีกคนละสองคู่
พนักงานขายยิ้มไม่หุบ ที่วันนี้นางโชคดีได้ลูกค้ารายใหญ่พวกเขาซื้อเสื้อผ้าไปหลายสิบตำลึงเงิน
มองคนเพียงแค่ภายนอกไม่ได้จริงๆ
ครอบครัวมู่ทุกคนต่างเปลี่ยนมาสวมใส่เสื้อผ้าใหม่กันทั้งหมดจากนั้นก็ตรงไปยังโรงเตี๊ยม เฉินฟาไฉ่ มู่หว่านหลินเป็คนเลือกโรงเตี๊ยมนี้เองเพราะติดกับร้านอาหารเฉินฟู่ นางเดาว่าเ้าของน่าจะเป็คนเดียวกัน นั้นคือของคนแซ่เฉิน มันดูหรูหราดี นางมีความคิดที่จะเข้าไปลองกินอาหารในร้านเฉินฟู่นั้นสักครั้ง
“น้องเล็ก เ้าจะพักโรงเตี๊ยมนี้จริงๆหรือ” มู่เจิ้งฉวนดึงแขนเสื้อน้องสาวเอาไว้ก่อนที่นางจะก้าวเข้าไปในโรงเตี๊ยม
“นั้นนะสิน้องเล็ก โรงเตี๊ยมใหญ่ขนาดนี้ห้องพักต้องแพงมากแน่ๆเราเปลี่ยนทีพักกันเถอะนะ” มู่ข่ายเหิงพูดหว่านล้อมน้องสาว
“ไม่เ้าค่ะ คืนนี้พวกเราจะพักที่นี่และไปกินอาหารร้านนั้นด้วยเ้าค่ะ”
มู่ข่ายเหิงและมู่เจิ้งฉวนกำลังจะอ้าปากพูดก็ถูกน้องสาวพูดตัดบทขึ้นมาเสียก่อน
“ถ้าพวกท่านไม่ตามใจข้า ข้าจะร้องไห้โวยวายแล้วนะเ้าคะ ”
มู่หว่านหลินยืนบีบน้ำตาให้ไหลลงมา มีหรือพี่ชายทั้งสองจะใจแข็งต่อไปได้
“น้องเล็กเ้าอย่าร้องไห้เลยนะ พี่ใหญ่ตามใจเ้า”
“ใช่ๆน้องเล็กข้าก็ตามใจเ้า เ้าอยากพักที่นี่เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ”
ต้องให้ข้าใช้ท่าไม้ตายใช่ไหมถึงจะยอมกัน นางอยากจะบอกเหลือเกินว่านางมีเห็ดหลินจือแดงอีกมากมายไม่ต้องห่วงเื่เงิน แต่ก็ไม่ได้อีก
เมื่อเห็นว่าพี่ชายทั้งสองยอมตามใจนางก็ยิ้มอย่างพอใจ แล้วเดินไปหน้าโรงเตี๊ยมทันที
พนักงานต้อนรับหน้าโรงเตี๊ยมมองดูพวกเขายืนพูดคุยกันอยู่นานเมื่อเห็็นพวกเขาเดินเข้ามาก็กล่าวต้อนรับด้วยร้อยยิ้ม
“เชิญด้านในขอรับ”
ครอบครัวมู่เดินตามพนักงานไปยังหน้าโต๊ะไม้ที่มีชายชรายืนอยู่ด้านหลััง
“พวกท่าน้าห้องพักธรรมดาหรือพิเศษ”
หลงจู๊ชราเอ่ยถามขึ้นมู่หย่งเหิงและภรรยา เพราะเห็นว่าพวกเขาเป็พ่อแม่ของเด็กทั้งสามคนนี้
“ขอห้องธรรมดาสามห้องเ้าค่ะ และขอห้องติดๆกันเ้าค่ะ ” มู่หว่านหลินตอบหลงจู๊
“ห้องธรรมดาคืนละสองตำลึงเงิน แม่นางน้อยพวกเ้าจะพักกี่คืน” หลงจู๊บอกราคากับมู่หว่านหลิน
“พักหนึ่งคืนเ้าค่ะ นี่เ้าค่ะหกตำลึงเงิน” มู่หว่านหลินหยิบเงินออกมาวางบนโต๊ะข้างหน้าที่กั้นระหว่างหลงจู๊กับแขกผู้มาพัก
“ข้าจะให้คนพาไปห้องพัก”
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
เมื่อได้ห้องพักแล้วมู่หว่านหลินก็เดินไปเรียกพี่ชายให้ไปยังห้องของท่านพ่อและท่านแม่
“คราวนี้เ้าก็บอกมาได้แล้วหรือยังว่าขายเห็ดหลินจือแดงได้เท่าไหร่”มู่เจิ้งฉวนที่เก็บความอยากรู้มานาน เมื่ออยู่ในห้องส่วนตัวแล้วเขาจึงเอ่ยถามขึ้นมาทันที
“ทุกคนตั้งใจฟังให้ดีๆนะเ้าคะ เห็ดหลินจือแดงขายได้ดอกละร้อยตำลึงทองเ้าค่ะ”
“เดี๋ยวลูก พ่อขอตั้งสติอีกสักครู่” มู่หย่งเกิงที่ได้สติั้แ่ถึงร้านเสื้อผ้าแล้วแต่เพราะภรรยาของเขาสั่งห้ามเอาไว้บอกว่ามีอะไรค่อยมาคุยกันในที่ส่วนตัว มิเช่นนั้นพวกเขาจะถูกปล้นเอาได้ นั้นเลยทำให้เขาเลือกที่จะทำตัวนิ่งเงียบมาตลอด
เมื่อเห็นว่าท่านพ่อเริ่มจะตั้งสติได้นางก็หยิบเงินที่เหลือออกมาจากถุงเสื้อ แต่ความจริงนางหยิบออกมาจากในมิติ
“นี่คือเงินที่พวกเราขายเห็ดหลินจือแดงได้เ้าค่ะ”
มู่หว่านเห็นว่าทุกคนยังนั่งนิ่งนางจึงหยิบตั๋วเงินออกมาวางให้พวกเขาดู
“นี่คือตั๋วเงินสิบตำลึงทองสองใบ และตั๋วเงินใบละร้อยตำลึงทองอีกสี่ใบเ้าค่ะ ส่วนอีกหนึ่งร้อยตำลึงทองข้าใช้ซื้อเสื้อผ้า จ่ายค่าโรงเตี๊ยมไปแล้วเ้าค่ะ และนี่คือส่วนที่เหลือ "
ถึงจะรู้ว่าเงินนี้ได้มาเพราะนางแต่เมื่อเห็นว่านางใช้เงินหนึ่งร้อยตำลึงเงินหมดภายในวันเดียวพวกเขาทั้งสี่ก็รู้สึกปวดใจไม่น้อย จะดุจะด่าก็ไม่ได้ด้วย
“ท่านแม่เงินจำนวนนี้ให้ท่านเก็บไว้ซื้อที่ดินและสร้างบ้านใหม่ เพราะอีกไม่กี่ปีพี่ใหญ่กับพี่รองก็ต้องแต่งงานนะเ้าคะ”
“อืม..เื่สร้างบ้านใหม่แม่เห็นด้วย”
“เื่ซื้อที่ดินเพิ่มพ่อก็เห็นด้วย”
ส่วนสองหนุ่มของบ้านก็เอาแต่นั่งหน้าแดง อย่างเขินอาย
“นี่ก็เลยอาหารมื้อกลางวันมานานแล้วพวกเราไปหาอะไรกินกันเถอะเ้าค่ะ "