มู่เสวี่ยหลินทำงานเป็บาร์เทนเดอร์มานานกว่าหนึ่งชั่วยามแล้ว แต่สองอาหลานเบื้องหน้านางก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เด็กสาวรู้สึกเสียใจมากจนอยากย้อนเวลากลับไปตีตัวเองเมื่อหนึ่งชั่วยามที่ดันไปเอ่ยเช่นนั้น นางประเมินความชอบสุราของสัตว์วิเศษต่ำไป
“ท่านอาจารย์ไม่ใช่ว่าถึงเวลาต้องไปเรียนแล้วหรือเ้าคะ”
“เื่นี้ไม่รีบ” สวีซือเชี่ยนเอ่ยตอบพลางยกจอกสุราขึ้นมาดื่มอย่างมีความสุข
มู่เสวี่ยหลินที่เห็นเช่นนั้นก็ทำได้เพียงหุบปากและชงเหล้าให้อาจารย์ต่อ ั์ตาสีมรกตมองศิษย์พี่ห้าที่นอนแมะอยู่บนโต๊ะ ดวงหน้ากระต่ายขาวขึ้นสีนิดๆ กระต่ายทั้งตัวนอนนิ่งราวกับตุ๊กตา
แม้กระนั้นมันก็ยังไม่ยอมปล่อยมือไม่สิอุ้งเท้าจากแก้วค็อกเทล เมื่อเห็นศิษย์พี่เป็แบบนั้นมู่เสวี่ยหลินก็รู้สึกอยากหัวเราะขึ้นมา เพราะเป็ครั้งแรกที่นางได้เห็นกระต่ายเมา
“ท่านอาจารย์ท่านดื่มมานานมากแล้ว ท่านไม่คิดจะ..” พักบ้างหรือ มู่เสวี่ยหลินกลืนคำพูดสุดท้ายลงคอเมื่อได้เห็นรอยยิ้มของอีกฝ่าย
“เสี่ยวหลินเมื่อครู่เ้าว่าอะไรนะ”
“อ้อข้าจะบอกว่ามาลองรสชาติใหม่กันเถอะ”
“ได้”
มู่เสวี่ยหลิน “T^T” ใครก็ได้ช่วยเอานางออกไปจากตรงนี้ที
ราวกับได้ยินเสียงร้องขอของมู่เสวี่ยหลิน ประมุขตระกูลสวีก็เดินเข้ามาพอดี ชายหนุ่มมองลูกชายที่นอนกอดขาแก้วบนโต๊ะด้วยงุนงง จากนั้นก็หันไปมองน้องชายที่กำลังดื่มเครื่องดื่มสีม่วงอย่างมีความสุขด้วยความฉงน
“น้องสี่วันนี้เ้าไม่ปรุงยาหรือ”
“พี่ใหญ่ท่านมาแล้ว”
“ท่านประมุขสวี” มู่เสวี่ยหลินโค้งคำนับอีกฝ่าย ส่วนในใจก็คิดว่าตนรอดแล้ว
“ตามสบายเถอะ” สวีซืออิ๋งเอ่ยจบก็หันไปมองบุตรชายคนเล็กที่นอนเมาแอ๋อยู่บนโต๊ะ
“ใครให้เขาดื่มั้แ่เช้า”
สวีซืออิ๋งเอ่ยถามพลางหยิบยาแก้เมามายัดเข้าปากกระต่าย เมื่อโอสถเข้าปากก็ละลายทันทีความเย็นแผ่กระจายไปทั่วร่าง ไม่นานสวีหลิงเหยียนก็ตื่น
“ท่านพ่อ..”
“ตื่นแล้วรึ”
“ขอรับ..”
แม้จะยังไม่ค่อยเข้าใจว่าเหตุใดบิดาถึงมาอยู่ที่นี่ แต่ทว่าเื่นั้นไม่สำคัญ สวีหลิงเหยียนยกสุราที่เหลือในแก้วมาดื่มอย่างมีความสุข ต้องบอกว่าสุราที่ศิษย์น้องทำมานั้นอร่อยยิ่งนัก แม้ว่าฤทธิ์ของมันจะแรงมันจนเขาดื่มเพียงแค่สี่แก้วก็เริ่มเมาแล้ว
“ยังคิดจะดื่มอีกหรือ”
สวีซืออิ๋งแย่งแก้วในมือไม่สิอุ้งเท้ามา จากนั้นก็สูดดมเล็กน้อย หืม? นี่มันน้ำแครอท? ชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างสงสัย ทั้งสีทั้งกลิ่นต่างก็บ่งบอกว่ามันเป็เพียงน้ำแครอทธรรมดาๆ แต่เหตุใดบุตรชายของเขาถึงเมาหลังจากดื่มมันเข้าไป
ด้วยความสงสัยเขาจึงดื่มน้ำแครอทที่เหลือเพียงน้อยนิดลงไป รสชาติหวานหอมของผลไม้และแครอททำให้สวีซืออิ๋งพึงพอใจไม่น้อยโดยเฉพาะความซาบซ่าที่ให้ความรู้สึกสดชื่นหลังดื่ม
อย่างไรก็ตามไม่นานเขาก็ค้นพบสิ่งผิดปกติ ทันทีที่น้ำแครอทลงท้องเขาก็แสบร้อนราวกับตนได้ดื่มสุราแรงลงไป ทั้งๆ ที่เขาดื่มแค่น้ำแครอท
“นี่..”
“พี่ใหญ่เป็อย่างไรบ้างสุราชงของเสี่ยวหลินถูกใจหรือไม่”
“ไม่เลวเลย”
สวีซืออิ๋งมองแก้วที่ว่างเปล่าอย่างเสียดาย ส่วนสวีหลิงเหยียนที่ถูกแย่งสุราไป ยามนี้ก็กำลังตั้งตารอน้ำผลไม้สูตรใหม่จากมู่เสวี่ยหลิน
“นี่เ้าค่ะ”
“ขอบคุณศิษย์น้อง”
สวีหลิงเหยียนรับแก้วสุราใบใหม่มาด้วยความคาดหวัง คราวนี้มันไม่ใช่น้ำแครอทอีกแล้วแต่เป็สีแดงสดใส ข้างบนเป็สีใสข้างล่างเป็สีแดงประดับด้วยเชอร์รี่สีสวยน่ากิน เมื่อลองดมก็จะได้กลิ่นหอมของสตอเบอร์รี่
กระต่ายขาวใช้อุ้งเท้ายกแก้วขึ้นดื่ม เขาค่อยๆ จิบไปทีละนิดไม่เร่งรีบเหมือนในตอนแรก รสชาติหวานหอมของสตอเบอร์รี่และความซาบซ่าของโซดาเข้ากันได้ดีกับสุราผลไม้ิญญา
“อร่อยยิ่งนัก..”
รสชาติสุราแก้วนี้ช่างถูกใจกระต่ายยิ่งนัก สวีหลิงเหยียนคิดในใจศิษย์น้องของเขาช่างเป็สมบัติจริงๆ แก้วสุราไม่ใหญ่มากสวีหลิงเหยียนใช้เวลาเพียงสั้นๆ ก็จิบไปครึ่งแก้ว ส่วนที่เหลือก็ถูกบิดาแย่งชิงไปอีกครั้ง
“ท่านพ่อเหตุใดท่านต้องมาแย่งข้าด้วย”
“เ้าดื่มไปมากแล้วยังคิดจะดื่มอีกหรือ”
“อันใดกันข้าพึ่งจิบไปแค่หกแก้วเอง ท่านอายังดื่มมากกว่าลูกด้วยซ้ำ”
คำว่าแก้วเขาฟังมาจากมู่เสวี่ยหลิน เนื่องจากจอกสุราที่พวกเขาใช้อยู่นั้นทำมาจากแก้ว นางจึงเรียกมันว่าแก้ว
“เขาเป็ผู้ใหญ่แล้ว ส่วนเ้ายังเล็กอยู่”
สวีซืออิ๋งไม่สนใจแววตาตัดพ้อของบุตรชาย เขายกสุราที่เหลือขึ้นมาดื่มจนหมด หลังจากดื่มเสร็จเขาก็ยังรู้สึกไม่พอจึงได้จ้องมองมู่เสวี่ยหลิน
มู่เสวี่ยหลินที่ถูกจ้อง “...”
เด็กสาวได้แต่ร้องไห้ในใจจากนั้นก็ชงสุราแก้วใหม่ให้ประมุขสวี เมื่อเห็นท่าทางตอนดื่มของเขา มู่เสวี่ยหลินก็คิดว่าอีกฝ่ายน่าจะชอบสุราแรงๆ นางจึงหยิบแก้วใบใหญ่ออกมาแล้วเริ่มผสมเหล้า
มู่เสวี่ยหลินเติมน้ำแข็งลงในขวดชงจากนั้นก็ตามด้วยสุราแรงๆ ของโลกมนุษย์แล้วเติมโซดา จากนั้นก็เติมน้ำองุ่นกับไวน์องุ่นและปิดท้ายด้วยสุราิญญารสแรงที่มีกลิ่นหอมของผลไม้
ปิดผาแล้วเขย่าขวด ด้วยความเคยชินท่าทางยามเขย่าของนางจึงเป็ไปตามท่าทางของบาร์เทนเดอร์ อย่างไรก็ตามที่นี่ไม่คนรู้จักบาร์เทนเดอร์ ดังนั้นพวกเขาจึงมองว่าท่าทางของนางนั้นดูแปลกตาแต่ก็น่ามอง
“ท่านประมุขเชิญเ้าค่ะ”
มู่เสวี่ยหลินดันแก้วสุราให้ประมุขสวี สีของมันเป็สีม่วงเข้มหอมกลิ่นองุ่น ข้างบนประดับใบมิ้นท์ที่ช่วยเพิ่มกลิ่นหอม
สวีซืออิ๋งยกแก้วขึ้นมาสูดดมก็ได้กลิ่นหอมขององุ่นและมิ้นท์ เขาไม่ได้กลิ่นของสุราเลยจนกระทั่งดื่มมันลงไป รสชาติของแก้วนี้มิได้หวานเหมือนของบุตรชาย รสชาติของมันเข้มข้นและเต็มเปี่ยมไปความร้อนแรงของสุรา
“ไม่เลวเลย” เป็รสชาติที่เขาชอบ สวีซืออิ๋งคิดในใจศิษย์น้องคนนี้ของบุตรชายช่างน่าสนใจจริงๆ
“เสี่ยวหลินมาทำให้อาจารย์อีกแก้ว”
“ศิษย์น้องอย่าลืมข้านะ”
มู่เสวี่ยหลิน “...”
สุดท้ายแล้วมู่เสวี่ยหลินก็กลายเป็บาร์เทนเดอร์จำเป็ นางคอยชงเหล้าให้พวกเขาไปพร้อมกับตอบคำถามของอาจารย์สวี
....
ทางด้านนายหญิงสวีที่ได้ข่าวว่าสามีไปหาน้องชายเมื่อสองชั่วยามก่อน จนถึงยามนี้ก็ยังไม่กลับมาจากเรือนของอีกฝ่าย คนสนิทของสามีก็มาหานางโดยบอกว่ายังมีงานค้างอีกมาก แต่สามีกลับไม่ยอมมาทำงาน ดังนั้นจึงอยากขอให้นางช่วยไปตามสามีให้หน่อย
“อาหลิงนายท่านเขายังอยู่ที่เรือนของน้องสี่อยู่หรือ”
“เ้าค่ะ”
“เฮ้อ..สองคนนี้นี่..”
นายหญิงสวีได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจะเดินนำเหล่าคนใช้ไปยังเรือนของสวีซือเชี่ยน เมื่อนางมาถึงก็สั่งให้คนอื่นอยู่ข้างนอกจากนั้นนางก็เข้าไปเพียงลำพัง
ข้างในเรือนมู่เสวี่ยหลินนั่งอยู่บนเก้าอี้ ในมือนางมีสุราขวดใหญ่ สายตาของเด็กสาวจ้องมองสุราในมือ ส่วนในหัวก็กำลังจับคู่สุราในมือกับของที่นางมีอยู่ ข้างกายนางมีกระต่ายขาวที่กำลังนอนหมอบอยู่บนโต๊ะ ในอ้อมกอดของกระต่ายน้อยมีแก้วสุรา
ผู้ที่อยู่ตรงข้ามเด็กสาวคือน้องสามีและสามีของนาง ชายหนุ่มทั้งสองกำลังพูดคุยกันโดยมีน้ำน่าสงสัยอยู่ในมือ ดวงหน้าของชายหนุ่มทั้งสองแดงก่ำคล้ายกับคนเมา
“ท่านพี่”
“น้องหญิง”
“ท่านพี่อิ๋งจื่อบอกข้าว่าท่านไม่ยอมไปทำงาน”
“เื่นี้..”
“ท่านพี่มาที่นี่เพื่อแอบดื่มมาหรือ”
“เอ่อ..”
สวีซืออิ๋งอยากบอกว่าเื่ดื่มนั้นแค่บังเอิญ แต่ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยอะไร นายหญิงสวีก็นั่งข้างเขาแล้วจับบุตรชายมาอุ้มไว้
“เอิก..ท่านแม่?”
“อาเหยียนเหตุใดเ้าถึงได้ดื่มมากเช่นนี้”
นายหญิงสวีประหลาดใจไม่น้อยที่ได้เห็นบุตรชายนางเมามากเช่นนี้ เพราะที่ผ่านสวีหลิงเหยียนนั้นควบคุมตนเองมาได้ดีตลอด นอกจากนี้เ้าตัวเองก็ไม่ค่อยชอบสุรามากนัก
“แหะๆ ก็มันอร่อย..เอิ๊ก..เกินไป..ลูกเลยทนไม่ไหว”
สวีหลิงเหยียนพูดจบก็หลับไปทั้งอย่างนั้น ดวงหน้ากระต่ายแดงก่ำจนคล้ายกับผลอิงเถา นายหญิงสวีที่เห็นก็มุมปากกระตุก นางละสงสัยยิ่งนักว่าสุราเลิศรสอันใดที่ทำให้บุตรชายตัวน้อยของนางกลายเป็เช่นนี้
“เอ่อ..นายหญิงเ้าค่ะ”
“มีอันใดรึเด็กน้อย”
“น้ำชาเ้าค่ะ” มู่เสวี่ยหลินยื่นแก้วน้ำชาให้
แก้วที่ใช้มาจากเซตน้ำชาที่นางเก็บสะสม ตัวแก้วเป็แบบแก้วใสมีลวดลายดอกไม้วาดไว้อย่างสวยงาม ขอบแก้วสีทองเป็ประกายใต้แสงแดด น้ำชามีสีฟ้าสดใสราวกับท้องฟ้า เมื่อยกขึ้นดมใกล้จะได้กลิ่นหอมของผลไม้และชา
“อืม..รสชาติไม่เลว”
“หากนายหญิงชอบก็ดีแล้วเ้าค่ะ”
“ขอบใจนะ”
“^^”
มู่เสวี่ยหลินไม่ได้เอ่ยต่อ เพียงแค่วางกาน้ำชาไว้เบื้องหน้าอีกฝ่าย ตัวกาน้ำชาเองก็คล้ายกับแก้วเพียงแค่ว่ามันมีฝาปิด ที่จับบนฝาเป็รูปผีเสื้อสีฟ้างดงาม นายหญิงสวียิ่งมองนางก็ยิ่งชอบชุดน้ำชา
“ชาดียิ่งนักเป็ชาอันใดหรือ”
“เอ่อ..”
“ตอบไม่ได้หรือ”
“ป่าวเ้าค่ะ ข้ากังวลว่าท่านจะไม่ชอบ”
“ไม่เป็ไรบอกมาเถอะ”
“ชาดอกไม้เ้าค่ะ”
“อืม ช่างเป็ชาดอกไม้ที่งดงามยิ่ง”
“แฮะๆ”
มู่เสวี่ยหลินหัวเราะแห้งๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกผิด ความจริงแล้วในชามีสุราผสมอยู่เพียงแต่ไม่มาก ซึ่งเดิมทีแล้วนางจะไม่ทำแต่ทว่าท่านอาจารย์สวีผู้กลัวว่าพี่ชายจะโดนดุได้สั่งให้นางทำ
เด็กสาวอยากร้องไห้ยิ่งนักเมื่อได้ฟังคำสั่ง แต่นางไม่มีทางเลือกเพราะนางไม่อยากถูกลงโทษให้ไปคัดตำราโอสถ นางกลัวว่าถ้าได้คัดอีกครั้งมือน้อยๆ ของนางคงทนไม่ไหว
“ชาดี..แต่..”
เมื่อได้ยินเสียงนายหญิงสวี มู่เสวี่ยหลินก็ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว นางกลัวเหลือเกินว่าตนจะถูกทุบตีหากอีกฝ่ายจบได้ว่านางผสมสุราลงไปด้วย
“มีอันใดหรือเ้าคะ”
“อืม..เ้าคงจะใส่สุราลงไปด้วยสินะ”
“...”
“ไม่ต้องกลัวไป ข้าไม่ลงโทษเ้าหรอกเด็กน้อย” เมื่อเห็นสีหน้าหวาดกลัวของเด็กสาว นายหญิงสวีก็เอ่ยปลอบอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม เพราะนางไม่คิดจะโทษเด็กสาวเลย กลับกันคนที่สมควรโดนควรเป็น้องสามีของนางมากกว่า
“ท่านไม่โกรธหรือ”
“ไม่ข้าเพียงแต่แปลกใจที่เ้าสามารถผสมพวกมันด้วยกันได้โดยที่รสชาติสุราหายไปจนเหลือเพียงแค่ชาเท่านั้น”
“เื่นี้..”
มู่เสวี่ยหลินหลุบตาลงมองโต๊ะ ในหัวหวนนึกถึงไปวันคืนที่นางโดนมาสเตอร์จับมาฝึกชงค็อกเทล ชาที่นายหญิงสวีดื่มนั้นเป็หนึ่งในค็อกเทลสูตรลับของนางเอง ด้วยความที่นางเป็คนชื่นชอบชา
นางเลยลองผสมมันเข้าด้วยผลที่ได้ก็คือรสชาติออกมาดีเกินคาด มาสเตอร์เองก็พอใจกับมันมากเพราะมันมีแอลกอฮอล์ต่ำเหมาะสำหรับหญิงสาวและผู้สูงอายุที่ชื่นชอบชา
“บอกไม่ได้หรือ..”
“ไม่ใช่เ้าคะ แค่ว่ามันเป็สูตรลับ..”
“เป็เช่นนี้เองข้าเข้าใจแล้ว^^”
นายหญิงสวียิ้มให้มู่เสวี่ยหลิน จากนั้นก็จิบชาต่ออย่างมีความสุข ตัวนางเองก็ชอบสุราแต่นางไม่ค่อยชอ
บกลิ่นของมัน ดังนั้นชาของมู่เสวี่ยหลินจึงโดนใจนางมากเพราะมันไม่มีกลิ่นสุรา
“เด็กดีควรได้รางวัล” เอ่ยจบก็มีถุงจัดเก็บปรากฏขึ้นบนโต๊ะ
มู่เสวี่ยหลินที่ได้รับถุงจัดเก็บอีกใบ “...” ข้าขอเป็อย่างอื่นบ้างได้ไหม?