ฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 43 เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเสียเลย

            ฉินเหลาอู่หันหลังเดินจากไปเงียบๆ

            เขารู้สึกว่าเนื้อหาจากนี้ไปคงไม่เหมาะที่จะฟังต่ออีกแล้ว...

            ...

            ภายในกระโจม ฟู่ถิงเย่จับมือของหวาชิงเสวี่ยไว้แน่นอย่างดื้อรั้นพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “มือเย็นอย่างกับน้ำแข็ง! เจ้ายังอยากจะให้มือเป็นแผลจากการถูกความเย็นกัดอีกหรือ?!”

            หวาชิงเสวี่ยก้มหน้าลงด้วยความลำบากใจ

            นับว่านางเริ่มจะเข้าใจแล้วว่าบุรุษผู้นี้ แม้แต่เวลาพูดคำหวาน เขาก็ยังพูดออกมาอย่างดุดันราวกับกำลังตะคอกใส่คน...

            ช่างเถิด...

            จะโต้เถียงสู้เขาก็เถียงไม่ชนะจะต่อยตีเขาก็ไม่ได้ แล้วนางจะทำอะไรได้เล่า? ก็ต้องยอมรับไปสิ...

            ผ่านไปเนิ่นนาน หวาชิงเสวี่ยก็เงยหน้าขึ้นมองฟู่ถิงเย่ด้วยความลำบากใจ

            “ท่านแม่ทัพ...”

            ฟู่ถิงเย่ถลึงตา มองด้วยสายตาดุดันอีกครั้งเหมือนกับว่าถ้าหวาชิงเสวี่ยพูดคำว่า "ไม่" ออกมาอีกเพียงคำเดียว ก็จะถูกตำหนิอีก!

            หวาชิงเสวี่ยทำท่าลังเลว่าจะพูดดีหรือไม่แต่ในที่สุดก็พูดมันออกมา “...ข้ารู้สึก...เหมือนว่า เหงื่อออกแล้วเจ้าค่ะ...”

            ฟู่ถิงเย่เงียบไป ปล่อยมือของนางแต่ก็ยังพูดทิ้งท้ายอีกประโยคว่า "ผิงไฟต่อไป อย่าให้เย็นอีก"

            หวาชิงเสวี่ยคิดในใจ‘ข้าไม่ใช่มันเทศเสียหน่อย’

            ผลปรากฏว่าเมื่อนางก้มลงมองฮึฮึ...มือของนางถูกเขาบีบจนแดง! คล้ายมันเทศจริงด้วย!

            ฟู่ถิงเย่ยกกล่องอาหารขึ้นมาเปิดออก แล้วหยิบขนมแป้งกรอบม้วนส่งให้หวาชิงเสวี่ยกิน

            หวาชิงเสวี่ยลองชิมคำหนึ่งรสชาติกรอบ หอมหวานนิดๆ รสชาติอร่อยเกินคาด

            นางอดไม่ได้ที่จะรู้สึกท้อแท้คิดในใจ สมแล้วที่เป็นคนครัวระดับสูง ถึงแม้จะไม่มีเนย แต่ก็ยังทำออกมาอร่อยได้...

            ฝีมือการทำอาหารของนางเทียบกับผู้อื่นไม่ได้เลยสินะ...

            ทั้งสองนั่งกินขนมแป้งกรอบม้วนหน้าเตาไฟโดยไม่พูดอะไร

            คำแล้วคำเล่า มีเพียงเสียงเคี้ยวกรอบๆดังขึ้นภายในกระโจม...

            หลังจากกินไปสักพักฟู่ถิงเย่คงจะรู้สึกกระหายน้ำ จึงลุกขึ้นไปรินชาสองถ้วย ถ้วยหนึ่งให้ตัวเอง อีกถ้วยยื่นมาให้หวาชิงเสวี่ย

            หวาชิงเสวี่ยเงยหน้าขึ้นรับชาพอเห็นหน้าของฟู่ถิงเย่ ทันใดนั้นก็หลุดเสียง “พรืด” ออกมา!

            “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า” นางอดหัวเราะไม่ได้

            ฟู่ถิงเย่มีสีหน้าฉงน“เป็นอะไรไป?”

            “หน้าของท่าน...” หวาชิงเสวี่ยอยากจะกลั้นขำไว้แต่พอเห็นท่าทางที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวของฟู่ถิงเย่ ก็อดหัวเราะออกมาอีกไม่ได้ “ฮ่าฮ่าฮ่า...เคราของท่านมีเศษขนม...ติดเต็มเลย...”

            ขนมกรอบๆ ก็เป็นเช่นนี้แหละกินแล้วก็มักจะมีเศษขนมร่วงลงมาได้ง่าย

            เคราของฟู่ถิงเย่เต็มไปด้วยเศษขนม

            แท้จริงแล้วก็ไม่ได้มีอะไรหรอกแต่ฟู่ถิงเย่มักจะทำสีหน้าจริงจังอยู่ตลอดเวลา เมื่อประกอบกับเศษขนมที่ติดอยู่บนเคราก็ยิ่งดูน่าขำ!

            ฟู่ถิงเย่ขมวดคิ้ว ยกมือขึ้นมาลูบเคราเศษขนมก็ร่วงหล่นลงมา...

            เขารู้สึกหงุดหงิดใจเช่นกันเพราะเครานี้ เวลากินข้าวหรือซดน้ำแกงในแต่ละวันก็ไม่สะดวกเอาเสียเลย!

            หวาชิงเสวี่ยเห็นว่ามีเศษขนมบางส่วนที่ยังไม่หลุดออกไปกลับยิ่งฝังลึกลงไปในเครา สงสารที่เห็นเขามีสภาพน่าอนาถเช่นนี้ จึงพูดว่า "ให้ข้าช่วยท่านเถิด"

            ฟู่ถิงเย่ได้ยินเช่นนั้นก็หยุดการเคลื่อนไหวนั่งตัวตรงด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

            หวาชิงเสวี่ยยกมือขึ้นนิ้วเรียวสวยยื่นเข้าไปในเคราของเขาอย่างระมัดระวัง ค่อยๆ เขี่ยเศษขนมออกมาทีละนิด

            “ท่านแม่ทัพ ท่านไม่เคยคิดจะโกนเคราหรือเจ้าคะ...”นางถามเสียงค่อย

            ฟู่ถิงเย่ตอบเสียงเข้ม“บุรุษที่ไหนไม่ไว้เครากัน”

            ช่างเป็นคำตอบสมกับเป็นชายแท้จริงๆ

            หวาชิงเสวี่ยกระทบกระเทียบอยู่ภายในใจ‘แต่เคราของคนอื่นก็ไม่ได้หยาบหนาแบบท่านนี่นา!’

            ทั้งแข็ง! แล้วก็ตำมืออีก!

            “เรียบร้อย สะอาดแล้ว”หวาชิงเสวี่ยหดมือกลับ สัมผัสของเคราที่ยังเหลืออยู่บนปลายนิ้วทำให้นางรู้สึกเขินเล็กน้อย

            ฟู่ถิงเย่ปัดเศษขนมที่ติดอยู่บนตัวแล้วถามหวาชิงเสวี่ย“ของที่ข้ามอบให้ เจ้าพกติดตัวไว้หรือไม่?”

            หวาชิงเสวี่ยชะงักไปครู่หนึ่งตอบสนองไม่ทัน

            ของที่เขามอบให้?หรือว่าจะหมายถึงกริชเล่มนั้น?

            “ไม่...ไม่เหมาะกระมังเจ้าคะ?”นางพูดด้วยความลำบากใจ

            พกมีดติดตัวทุกวัน มันแปลกๆนะ

            “ของแทนใจไม่ควรพกติดตัวทุกวันหรือ?”ดวงตาของฟู่ถิงเย่ฉายแววสับสน

            หวาชิงเสวี่ย “...”

            ของแทนใจอะไรกัน! เป็นท่านที่คิดไปเองฝ่ายเดียวไม่ใช่หรือ?!

            ฟู่ถิงเย่หยิบหวีไม้เล่มหนึ่งออกมาจากอกเสื้อความหมายชัดเจนมาก ‘เจ้าดูสิ ข้าพกมันติดตัวทุกวันเลยนะ’

            หวาชิงเสวี่ยมองหวีไม้ที่มันเงาจนวาววับภายในใจรู้สึกสับสน...

            ท่านแม่ทัพ ท่านเอาไว้ดูเล่นเหมือนของสะสมทุกวันหรืออย่างไร?เหตุใดถึงได้วาววับขนาดนี้! เหมือนถูกขัดมาเลย! ต่อจากนี้ก็คงจะขัดจนเงาใช่หรือไม่?!

            “ครั้งหน้าอย่าลืมพกมาด้วย”ท่านแม่ทัพพูดอย่างองอาจและหนักแน่น

            อีกครั้งที่หวาชิงเสวี่ยเงียบ“...”

            ยังมีครั้งหน้าอีกหรือ?เมื่อครู่ใครกันที่ตะคอกใส่ข้าที่หน้าค่ายทหาร?

            เขาพูดว่าอย่างไรนะ...อ้อ!สถานที่สำคัญอย่างค่ายทหารนี้เป็นที่ที่เจ้าคิดอยากจะมาก็มาได้อย่างนั้นหรือ!

            หวาชิงเสวี่ยยอมแพ้และต่อต้านเพียงแค่เล็กน้อยดื่มชาเสร็จก็ลุกขึ้นยืน พูดเสียงเบาว่า "ท่าทางท่านจะยุ่ง ข้าขอตัวกลับก่อน"

            “ตอนนี้ยังไม่ยุ่ง”ฟู่ถิงเย่พูดตรงๆ

            หวาชิงเสวี่ยชินเสียแล้ว“...”

            ต่อให้ท่านไม่ยุ่ง ข้าก็จะไปอยู่ดี!

            “อยู่ที่นี่จะอย่างไรก็ไม่ค่อยสะดวกข้ากลับก่อนดีกว่าเจ้าค่ะ...”

            หวาชิงเสวี่ยทำท่าจะเดินออกไปฟู่ถิงเย่เอื้อมมือไปคว้าและดึงเข้ามา! อีกฝ่ายมีเรี่ยวแรงมหาศาล! ตัวของนางจึงล้มลงไปในอ้อมกอดของเขา!

            อ่า! ถูกเจ้าหมี...กอดอีกแล้ว!

            “เจ้ากำลังแง่งอนอะไรอยู่?”ฟู่ถิงเย่ถามขณะกอดนางไว้

            หวาชิงเสวี่ยหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาในทันทีเดิมทีไม่ได้งอนแต่ก็รู้สึกขึ้นมาแล้ว! “ข้า...ข้าเปล่านะ...”

            ทันใดนั้นมีนายทหารกล่าวรายงานจากด้านนอกด้วยเสียงอันดัง“ท่านแม่ทัพ! เหลียงเหวินเฉิงจากค่ายธนูหน้าไม้ขอเข้าพบขอรับ!”

            ฟู่ถิงเย่ขมวดคิ้ว ปล่อยหวาชิงเสวี่ยแล้วตะโกนออกไปข้างนอก “หากเป็นเรื่องการดัดแปลงอาวุธ ให้เขาไปพบใต้เท้าเว่ยที่กรมสรรพาวุธโดยตรง”

            เสียงด้านนอกเงียบไปแต่ไม่นานนัก นายทหารก็รายงานอีกครั้ง “เรียนท่านแม่ทัพ! เหลียงเหวินเฉิงไม่ยอมไป บอกว่าหากไม่ได้พบท่านแม่ทัพเขาจะไม่ไปไหนเด็ดขาด!”

            ฟู่ถิงเย่อารมณ์เสียขึ้นมาทันทีเขาตะคอก “ลากมันออกไป! โบยสี่สิบไม้!”

            หวาชิงเสวี่ยได้ยินว่าเขาจะโบยคนก็ตกใจกลัว!จับฟู่ถิงเย่ไว้โดยไม่ทันได้ฉุกคิด “ไล่เขาไปก็พอแล้ว คงไม่ต้องถึงขั้นโบยกระมังเจ้าคะ...”

            ฟู่ถิงเย่หนวดกระตุกตาขวาง“หากทุกคนเมินเฉยไม่เคารพคำสั่งแบบเขา ข้าจะยังบัญชาการกองทัพได้อย่างไร?!”

            หวาชิงเสวี่ยถูกตะคอกใส่จนไม่กล้าพูดอะไรต่อนางรู้ดีว่าฟู่ถิงเย่มีเหตุผล จึงเม้มริมฝีปากไว้ ไม่พูดอะไรอีก

            เอาเถอะ ถือว่านางยอมให้ก็แล้วกัน...

            นางแค่...เฮ้อ แค่ไม่ชินถึงแม้จะอยู่ในโลกใบนี้มานานแล้ว แต่การที่ตีรันฟันแทงแล้วฆ่ากันได้ง่ายๆ อย่างไรก็ยังไม่ชินอยู่ดี

            การได้ยินก็ส่วนหนึ่งการได้เห็นด้วยตาตนเองก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

            หลังจากนี้จะพยายามทำเหมือนไม่เห็นก็แล้วกัน...

            หวาชิงเสวี่ยคิดในใจเช่นนี้

            ฟู่ถิงเย่เห็นสีหน้าของหวาชิงเสวี่ยดูเศร้าสร้อยไม่อยากให้ตัวเองดูเป็นคนดุร้ายในสายตาของนาง จึงหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งจากบนโต๊ะในกระโจมขึ้นมาแล้วยื่นให้นางดู

            “เหลียงเหวินเฉิงคนนี้มาหาข้าไม่ต่ำกว่าสามรอบแล้ว!เขาทุ่มเทให้กับการดัดแปลงธนูในค่าย เพราะไม่ได้รับอนุญาตจากกรมสรรพาวุธ จึงข้ามหัวรองหัวหน้าและเสมียนของกรมสรรพาวุธมาพบข้าเพื่อให้ขอข้าอนุญาตให้เขาสร้างธนูลักษณะแบบนี้”

            ฟู่ถิงเย่แค่นเสียงเย็นชาแล้วพูดต่อ “ข้าก็อยากจะให้โอกาสเขา แต่สุดท้ายสิ่งที่สร้างขึ้นมาตามภาพร่างนั้นกลับใช้การไม่ได้เลย!แม้แต่ไก่ตัวเดียวก็ยังยิงไม่ตาย!”

            หวาชิงเสวี่ยกำลังก้มหน้าดูภาพร่างอย่างตั้งใจเมื่อได้ยินคำพูดของฟู่ถิงเย่ ก็รู้สึกพูดไม่ออก “คงไม่ถึงขนาดแม้แต่ไก่ก็ยิงไม่ตายกระมังเจ้าคะท่านแม่ทัพพูดเกินไปแล้ว...ธนูนี้แค่เล็งได้ไม่แม่นยำพอเท่านั้นเอง”

            ฟู่ถิงเย่เถียงกลับในทันที“เล็งได้ไม่แม่นยำพอแม้แต่ไก่สักตัวยังยิงให้ตายไม่ได้นั่นน่ะหรือ?”

            แต่หลังจากพูดจบ เขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

            เขานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งฟู่ถิงเย่มองหวาชิงเสวี่ยด้วยความประหลาดใจ “เจ้าดูภาพนี้เข้าใจหรือ?”

            “เหตุใดถึงจะดูไม่เข้าใจเจ้าคะ?เขาวาดออกจะชัดเจนเช่นนี้” หวาชิงเสวี่ยก็มีสีหน้าฉงนเช่นกัน “หรือว่าท่านแม่ทัพดูไม่ออก?”

            ฟู่ถิงเย่มองนางอย่างตกตะลึง

            แน่นอนว่าเขาดูรู้เรื่องแต่หวาชิงเสวี่ยเป็นเพียงสตรี...จะดูภาพร่างการผลิตอาวุธที่ซับซ้อนเช่นนี้ออกได้อย่างไร?!

            นี่ไม่ใช่แบบลายปักผ้าเสียหน่อย!

            “จริงๆ แล้วท่านแม่ทัพไม่ควรโบยเขานะเจ้าคะ...”หวาชิงเสวี่ยยังคงกังวลเรื่องที่ฟู่ถิงเย่ชอบสั่งโบยคน นางก้มมองภาพร่างพลางพูดว่า“จริงๆ แล้วแนวคิดของเขานั้นไม่ผิด เพียงแต่ยังมีบางจุดที่ไม่ค่อยถูกต้อง หากปรับปรุงเพิ่มเติมแรงดึงที่ต้องการจะลดน้อยลงอย่างมาก ระยะยิงก็น่าจะประมาณหกร้อยเมตร...”

            ฟู่ถิงเย่กล่าว “หกร้อยเมตร?”

            หวาชิงเสวี่ยนึกขึ้นได้ว่าในสมัยโบราณเวลาพูดถึงระยะยิงของธนู มักจะใช้หน่วยเป็นก้าว นางจึงคำนวณในใจเงียบๆ แล้วอธิบายว่า“ก็คือประมาณ...สี่ร้อยก้าวเจ้าค่ะ”

            สีหน้าของฟู่ถิงเย่ยิ่งแสดงออกถึงความแปลกใจมองนางตรงๆ แล้วถามว่า “เจ้ารู้ได้อย่างไร?”

            หวาชิงเสวี่ยรู้สึกงง“ข้าดูจากภาพเจ้าค่ะ...นั่นน่ะ แค่ดูก็คำนวณออกมาได้แล้ว”

            สีหน้าท่าทางนั้นเหมือนจะกำลังบอกว่า‘หนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสอง ง่ายแค่นั้นเอง’

            ฟู่ถิงเย่เงียบไปครู่หนึ่งถามว่า “ระยะสังหารอยู่ที่เท่าใด?”

            ระยะยิงสูงสุดกับระยะสังหารที่มีประสิทธิภาพนั้นต่างกันธนูที่ยิงได้สี่ร้อยก้าว ไม่ได้หมายความว่ามันจะสามารถทำร้ายศัตรูที่อยู่ห่างออกไปสี่ร้อยก้าวได้

            หวาชิงเสวี่ยตอบอย่างรวดเร็ว“ประมาณสองร้อยก้าวเจ้าค่ะ”

            ฟู่ถิงเย่จ้องมองนาง“เจ้ารู้หรือไม่ว่าธนูที่กองทัพของเราใช้อยู่ในตอนนี้มีระยะยิงเท่าใด?”

            หวาชิงเสวี่ยส่ายหัว

            ฟู่ถิงเย่กล่าวว่า“หนึ่งร้อยห้าสิบก้าว ระยะสังหารอยู่ที่ภายในหนึ่งร้อยก้าว ดังนั้นสิ่งที่เจ้าพูดในขณะนี้ไม่ต่างอะไรกับเรื่องเพ้อฝันเลย”

            การดัดแปลงธนู หากสามารถเพิ่มระยะได้ยี่สิบก้าวหรือสามสิบก้าวก็ถือว่าไม่ธรรมดาแล้ว หวาชิงเสวี่ยพูดง่ายๆ เพียงไม่กี่คำ กลับเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทันทีเสียอย่างนั้น!นี่จะไม่ทำให้ฟู่ถิงเย่ตกใจได้อย่างไร!

            สีหน้าของหวาชิงเสวี่ยแข็งค้างดูเหมือนทำอะไรไม่ถูก...

            ฟู่ถิงเย่เห็นสีหน้าของนางเช่นนี้จึงอดไม่ได้ที่จะใจอ่อนลง คิดในใจว่า ‘นางเป็นเพียงสตรีนางหนึ่ง ก็แค่เผลอพูดเกินจริงไปเล็กน้อยเท่านั้นไม่ได้แพร่งพรายออกไปเสียหน่อย ไม่เห็นจะเป็นไร...’

            จะอย่างไรก็เป็นสตรีของเขาเขาไม่ปกป้องแล้วใครจะปกป้อง?

            ฟู่ถิงเย่กำลังจะปลอบหวาชิงเสวี่ยแต่หวาชิงเสวี่ยกลับทำสีหน้าเหมือนรู้สึกผิดและอยากขอโทษ!

            “ขออภัยเจ้าค่ะ...ข้าไม่รู้ว่าธนูที่พวกท่านใช้อยู่...จะแย่ขนาดนี้...”

            ฟู่ถิงเย่แทบจะกระอักเลือดออกมา!

            ราวกับว่าหวาชิงเสวี่ยคิดว่าเขายังถูกโจมตีไม่มากพอ!นางพูดต่ออีกว่า “จริงๆ นะ หากข้ารู้ว่าพวกท่าน...รู้ว่าพวกท่านใช้ธนูแบบนั้น ข้าจะต้องช่วยอย่างเต็มที่แน่นอน!”

            ธนูแบบนั้น...ธนูแบบไหนกัน?!

            น้ำเสียงที่เวทนานี่มันอะไรกัน?!

            ฟู่ถิงเย่ไม่สามารถกระอักเลือดออกมาได้จริงๆจึงมีเพียงใบหน้าของเขาที่บึ้งตึงอย่างยิ่ง

            หวาชิงเสวี่ยไม่รู้ถึงความตกใจของฟู่ถิงเย่นางหยิบภาพร่างขึ้นมาชี้ให้เขาดูด้วยความกระตือรือร้น

            “ท่านดูสิ แนวคิดการดัดแปลงของเขาตรงนี้ถูกต้องทั้งหมด...ปีกธนูโค้งงอไปในทิศทางตรงกันข้ามกับสายธนู หลังจากขึ้นสายธนูแล้ว ปีกธนูจะเคลื่อนไปยังที่วางลูกศรหลังจากดึงสายและยิงลูกศรไปแล้ว ปีกธนูและสายธนูจะสั่นเร็วขึ้น แรงสะท้อนกลับของลูกศรที่ยิงออกไปจะมากขึ้นหากขัดเขาควายมาติดที่ตัวธนูเพื่อเพิ่มแรงดีดกลับของปีกธนู ผลลัพธ์จะดียิ่งขึ้น”

            ฟู่ถิงเย่คลุกคลีอยู่กับอาวุธมาตลอดหลายปีจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่นางพูดนั้นมีเหตุผล?

            เพียงแต่คำพูดเหล่านี้ออกมาจากปากของสตรีที่อ่อนแอบอบบาง มันจึงดูเหมือนเรื่องเหนือความคาดหมาย!

            ฟู่ถิงเย่เก็บความรู้สึกที่ซับซ้อนไว้ในใจหันไปเปิดม่านกระโจม แล้วตะโกนออกไปข้างนอก “เหลียงเหวินเฉิงอยู่ที่ใด?!”

            “รายงานท่านแม่ทัพ!กำลังรับโทษอยู่ขอรับ!”

            “ลากมันกลับมาหาข้า!”

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668