ผมกับไมค์เดินเข้าไปนั่งบนเก้าอี้ผ้าคลุมสีขาวที่ถูกจัดเตรียมไว้ งานใหญ่ขนาดนี้มีที่นั่งเพียงพอสำหรับทุกคนที่เข้าร่วมงาน ไม่แน่ว่าอาจจะเหลือล้น ก็เป็ได้ทั้งนั้น “พี่เอก ผมว่าบอกหัวหน้าเปลี่ยนตัวใหม่ดีไหมพี่ งานใหญ่ขนาดนี้ เลนส์ต้องฝังเพชรแล้วล่ะมั้ง” ไมค์พูดขึ้น หลังจากที่เราช่วยกันเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์ทำมาหากิน ที่อยู่คู่กับพวกผมั้แ่่แรก ๆ ที่บริษัทของเ้านายเปิดใหม่ ผมไม่เคยมางานใหญ่ขนาดนี้ ถึงแม้ปีที่แล้วงานนี้เคยถูกจัดขึ้นที่นี่ แต่ทางผู้จัด ให้เพียงสำนักข่าวดัง ๆ เข้าสัมภาษณ์ ทว่าปีนี้ดูเหมือนจะพิเศษขึ้นสักหน่อย เพราะประธานจัดงานในครั้งนี้ ไม่ธรรมดาเลยเสียจริง
“ใช้ไปเถอะหน่า กล้องเราถ่ายไป ไม่ทำให้ราศีเขาหม่นลงหรอก” ผมพูดพลางใช้สองมือเช็ดเลนส์กล้อง “ไปเถอะพี่ ใกล้ถึงเวลาแล้ว” ไมค์พูดพร้อมกับเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ ใส่ในกระเป๋า ผมกับไมค์เดินเข้าทางประตูเล็กด้านหลังของงาน เพราะประตูใหญ่ด้านหน้านั่นน่ะ ถูกจัดไว้เพื่อแขกของงานโน่น ไม่มีศักดิ์ก็เหมือนไม่มีสิทธิ์ พวกผมสองคนหยิบบัตรประจำตัวขึ้นมาสวม ลงทะเบียนบนโต๊ะรับรองเล็ก ๆ แล้วเดินเข้าไปยังด้านในของงาน ซึ่งที่นั่งของพวกเราถูกจัดไว้ บริเวณใกล้ ๆ กับประตูใหญ่
พิธีกรกล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติมียศทั้งหลาย ไมค์และผมลุกขึ้นเดินไปยังโต๊ะอาหารสำหรับไว้บริการ “ดื่มมั้ยพี่ รสชาติพิลึกดี” ไมค์พูดพลางชูแก้วแชมเปญทรงสูงขึ้น “ฮ่า ๆ แกน่ะสิพิลึก” ผมตบไหล่ไมค์เบา ๆ แล้วหยิบกล้องถ่ายรูปตัวโปรดขึ้นมาถ่ายภาพบรรยากาศและผู้เข้าร่วมงาน ขณะที่ไมค์เองก็หยิบของว่างบนโต๊ะทานอย่างไม่หยุดหย่อน จากนั้น เสียงดนตรีที่บรรเลงอยู่ก็เริ่มเบาลง พิธีกรกล่าวว่าประธานในพิธีเปิดกำลังเดินทางมายังที่แห่งนี้ ผมและไมค์ต่างรู้หน้าที่ เราเดินกลับไปยังที่นั่ง ประตูบานใหญ่ถูกเปิดขึ้นโดยพนักงานตอนรับสองคน จากนั้นก็มีบรรดาผู้จัดงานสวมใส่เสื้อสูทสีขาวและประธานคนสำคัญในครั้งนี้ เดินผ่านประตูบานใหญ่เข้ามายังบริเวณงาน ผมและบรรดาเพื่อนร่วมงานต่างสำนักข่าวเร่งเก็บภาพ จากนั้นประธานก็ทำหน้าที่ในพิธีเปิดงานอยู่บนเวที ผมก็ทำหน้าที่ถ่ายรูปอยู่หลังเลนส์กล้องของผมตลอดงาน