บทที่ 19 อาจารย์กู้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร!
หนิวชิงเฉ่าถือจานอาหารออกมาเสิร์ฟด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้ม "พระเ้า! ผัดขึ้นฉ่ายหมูสับทำไมถึงทำได้หอมขนาดนี้? แถมสวีเถาเถาทำออกมาได้อย่างพิถีพิถันมากเลยนะ การจัดจานก็ดูสวยงามมากขนาดนี้ มีทั้งพริกเขียวพริกแดงช่างน่ากินเหลือเกิน ฮือ ๆ ๆ ฉันไม่อยากเสิร์ฟให้ลูกค้าแล้ว ตอนนี้อยากชิมเอง!"
พี่ก่วงซุ่นก็กลืนน้ำลายตามไปด้วยแต่เขาสนใจเทคนิคการทำอาหารของสวีเถาเถามากกว่า
แต่ถึงยังไงสวีเถาเถาไม่ได้สนใจที่พี่ก่วงซุ่นจะแอบดูวิธีทำอาหารของเธอเลย
เพราะวิชาทำอาหารที่เธอเรียนรู้มาตั้งหลายปี ถ้าจะถูกขโมยไปง่าย ๆ แบบนี้ ตำราอาหารหลวงที่สืบทอดกันมาในตระกูลของพวกเธอก็คงไม่มีความหมายอะไรเลย!
พี่ก่วงซุ่นก็สังเกตเห็นจุดนี้ จึงรู้สึกซาบซึ้งใจต่อสวีเถาเถามาก อีกทั้งเวลาที่เขาช่วยสวีเถาเถาก็จะยิ่งทำให้เธอมีความละเอียดรอบคอบมากขึ้น
หลายครั้งที่น้ำมัน เกลือ ซอส น้ำส้มสายชูหมด ขอเพียงแค่สวีเถาเถาเอ่ยปาก เขาก็จะส่งให้ถึงมือทันที ช่วยประหยัดเวลาไปได้มากเลย
วันนี้คนที่มาทานอาหารที่ร้านอาหารของรัฐในเขตซีเจียง ต่างรู้สึกว่าเวลาช่างผ่านไปช้าเหลือเกิน
ั้แ่กลิ่นหอมของจานแรกโชยมา ก็สามารถปลุกความหิวที่หลับใหลของลูกค้าในห้องโถงได้อย่างง่ายดายจากนั้นอาหารก็เริ่มทยอยออกมาเสิร์ฟทีละจาน แต่ละจานล้วนมีกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ
แต่ก็ยังไม่ถึงคิวของตัวเองสักที
ไม่มีใครมีอารมณ์จะพูดคุยกันอีกแล้ว
ทุกคนต่างจ้องมองไปที่พนักงานสาวคนนั้น รอฟังเธอเรียกชื่อ
คนที่ถูกเรียกชื่อก็จะไปรับอาหารที่สั่งไว้ท่ามกลางสายตาจับจ้องของผู้คนมากมาย พอลุกขึ้นไปที่หน้าต่างเพื่อรับอาหารจานของตัวเองที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว พร้อมกับความรู้สึกเพลิดเพลินจากสายตาที่มองมาอย่างอิจฉาริษยาของคนรอบข้าง
เมื่อกลับมาที่โต๊ะ พวกเขาก็อดใจไม่ไหวที่จะรีบชิมอาหารกับเพื่อนร่วมโต๊ะทันที ไม่คิดว่าอาหารที่หอมขนาดนี้แล้ว จะมีรสชาติที่อร่อยยิ่งกว่าอีก
ได้ยินเสียงกลืนน้ำลายดังมาจากโต๊ะข้าง ๆ นั่นก็ยิ่งทำให้รู้สึกดีขึ้นไปอีก!
"อาจารย์กู้ อาจารย์กู้"
กู้อวี้อวิ๋นขมวดคิ้วหันหน้าไปมองด้วยแววตาที่บ่งบอกว่าเขารู้สึกรำคาญ
หญิงสาวคนนั้นชื่อซูซินฮุ่ย เป็คนที่แม่ของกู้อวี้อวิ๋นจัดหามาให้ทานข้าวด้วยในวันนี้ เธอเป็เ้าหน้าที่คนใหม่ที่กรมการเคหะและการก่อสร้างเมืองรับเข้ามาในปีนี้
กู้อวี้อวิ๋นอายุ 29 ปีในปีนี้ ปีหน้าก็จะ 30 ปีผู้ชายวัยเดียวกับเขาส่วนใหญ่มีลูกกันไปสองสามคนแล้วแต่กู้อวี้อวิ๋นยังไม่ได้แต่งงานเลย เื่นี้ทำให้พ่อแม่ของตระกูลกู้กังวลมาก
นับั้แ่กู้อวี้อวิ๋นได้รับเชิญกลับมาจากต่างประเทศ พ่อแม่ของเขาก็จัดหาคู่ให้เขาได้สานสัมพันธ์อยู่บ่อย ๆ ทั้งลูกสาวของลุงแถวบ้าน ลูกสาวของเพื่อนร่วมงานพ่อแม่ ลูกน้องในที่ทำงานของพ่อแม่ และเด็กสาวที่มีเงื่อนไขดีที่ญาติรู้จัก...
กู้อวี้อวิ๋นรู้สึกว่าตัวเองเหมือนพ่อพันธุ์หมูที่ถูกบังคับให้ผสมพันธุ์อยู่ทุกวัน ถูกคาดหวังให้ผสมพันธุ์กับแม่หมูเพื่อให้กำเนิดทายาทที่พ่อแม่พอใจ
ในขณะที่ความชอบของเขาเองกลับถูกละเลย
เื่นี้ทำให้กู้อวี้อวิ๋นรู้สึกไม่พอใจและโมโหมาก
"อาจารย์กู้พูดอะไรบ้างสิคะ สนใจฉันหน่อยได้ไหม? ป้าซูบอกว่าคุณเป็สุภาพบุรุษที่สุด แต่ทำไมฉันถึงไม่รู้สึกเลยล่ะคะ"
ซูซินฮุ่ยเท้าคางมองกู้อวี้อวิ๋นบนใบหน้ามีรอยยิ้มซุกซน ในใจเธอมั่นใจมากว่าจะต้องได้ชายหนุ่มที่ยอดเยี่ยมคนนี้มาอย่างแน่นอน
กู้อวี้อวิ๋นเป็อาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยซี หน้าตาหล่อเหลาและมาจากตระกูลที่โดดเด่น
จากที่แม่เธอบอก เขาเป็คนที่มีนิสัยประหลาดอยู่บ้างนิดหน่อย
จนกระทั่งผู้หญิงหลายคนที่เคยถูกแนะนำให้รู้จักกับกู้อวี้อวิ๋นก่อนหน้าเธอ ต่างก็ต้องจากไปด้วยความผิดหวังเพราะความไม่เข้าใจในเื่ความรักของเขา
แต่ถึงอย่างนั้นซูซินฮุ่ยก็ยังมั่นใจมากว่าจะสามารถพิชิตใจอาจารย์กู้คนนี้ได้
แม้ฐานะทางครอบครัวของเธอจะเทียบกับครอบครัวของกู้อวี้อวิ๋นไม่ได้ แต่ตัวเธอเองก็เป็คนเก่ง หน้าตาก็จัดว่าโดดเด่นในหมู่ผู้หญิงด้วยกัน ั้แ่เด็กจนโตก็มีผู้ชายมาจีบไม่เคยขาด
สิ่งนี้ทำให้เธอมั่นใจอย่างมาก เธอพอใจในความสามารถทุกด้านของกู้อวี้อวิ๋นเธอจะต้องพิชิตใจชายคนนี้ให้ได้
กู้อวี้อวิ๋นไม่รู้ถึงความคิดที่วนเวียนอยู่ในใจของซูซินฮุ่ย แต่เขาแค่รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้น่ารำคาญมาก
"คุณจะเงียบหน่อยได้ไหม คุณเสียงดังน่ารำคาญมากเลย"
รอยยิ้มเ้าเสน่ห์บนใบหน้าของซูซินฮุ่ยหายไปชั่วขณะ
"อะไรนะ?"
เธอเกือบจะสงสัยว่าหูของตัวเองได้ยินผิดไปเองหรือเปล่า
ในโลกนี้ยังไม่เคยมีผู้ชายคนไหนบอกว่าเธอพูดมากเกินไปเลยมีสาวสวยมาออดอ้อนจะเรียกว่าพูดมากได้ยังไง?
"ฉันต้องฟังรายชื่ออาหาร ถ้าเรียกอาหารของพวกเราแล้วพลาดไปเพราะเสียงพูดของคุณ มันจะสร้างความวุ่นวายให้กับร้านอาหารของรัฐมาก"
กู้อวี้อวิ๋นพูดอย่างจริงจัง ซึ่งก็เข้ากับนิสัยและคำพูดที่เขามักจะพูดออกมาตรง ๆ เสมอ
แต่ซูซินฮุ่ยกลับรู้สึกว่ามันมีอะไรแปลก ๆ
อาจจะเป็เพราะสัญชาตญาณของผู้หญิง เธอรู้สึกว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงที่อาจารย์กู้พูดประโยคนี้ออกมา ไม่ได้เป็เพียงแค่ไม่อยากสร้างความยุ่งยากให้กับร้านอาหารของรัฐเท่านั้น
แต่ดูเหมือนว่า... เขาจะรำคาญที่เธอทำให้เขากินข้าวไม่ได้มากกว่า
ไม่ ไม่ถูกต้อง!
อาจารย์กู้ที่ดูเหมือนเป็สุภาพบุรุษไม่ยุ่งเกี่ยวกับเื่ทางโลก เป็ไปไม่ได้ที่เขาจะตำหนิเธอด้วยเหตุผลน่าขันเช่นนี้
เธอส่งรอยยิ้มประจบประแจงให้กู้อวี้อวิ๋น"งั้นฉันจะไม่พูดแล้ว อาจารย์กู้เป็คนช่างเอาใจใส่และอบอุ่นจริง ๆ แม้แต่การกินข้าวในร้านอาหารของรัฐยังคำนึงถึงคนอื่น ฉันรู้สึกประทับใจมาก ฉันต้องเรียนรู้จากอาจารย์กู้เพิ่มหน่อยแล้ว!"
กู้อวี้อวิ๋นไม่ได้แสดงความคิดเห็นใด ๆ ต่อ ั้แ่กลับจากต่างประเทศ เขาได้ยินคำประจบประแจงที่ไม่จริงใจแบบนี้มามากแล้ว ในใจคนพวกนั้นคงคิดว่าเขาเป็คนจู้จี้และเื่มาก แต่ก็ต้องแสดงสีหน้าเห็นด้วยกับเขา
ซูซินฮุ่ยไม่ใช่คนแรก และก็คงจะไม่ใช่คนสุดท้ายด้วย
เขาสูดกลิ่นหอมที่โชยมาจากหน้าต่างร้านอาหารของรัฐอย่างเคลิบเคลิ้ม ในใจยังมีความรู้สึกว่าได้รับการปลอบใจและกลิ่นหอมนั้นยังทำให้เขาคาดหวังความอร่อยอยู่บ้าง
ในขณะที่กู้อวี้อวิ๋นกำลังจะทนไม่ไหวที่จะมองไปรอบ ๆ และคิดจะถามบริกรว่าทำอาหารให้พวกเขาหรือยัง ในที่สุดก็ได้ยินชื่อเมนูที่เขาสั่งเสียที
"ซี่โครงหมูตุ๋น! ใครสั่งซี่โครงหมูตุ๋น! รีบมารับด่วน!"
"ของฉัน!"
กู้อวี้อวิ๋นรีบลุกขึ้นยืนและเดินไปที่หน้าต่างเร็วกว่าปกติเป็สองเท่า
เขามองดูจานอาหารที่วางอยู่ที่หน้าต่าง ซี่โครงหมูตุ๋นที่ราดด้วยน้ำมันพริกและซอสถั่วเหลืองโรยงาหอมกรุ่น กลิ่นหอมของเนื้อที่ลอยอบอวลอยู่ปลายจมูกยิ่งเข้มข้นขึ้นไปอีก
"ขอบคุณครับ"
ไม่สนใจเื่การวางตัวอีกต่อไป เขายกจานแล้วเดินกลับไปที่นั่ง
ด้วยสีสันและกลิ่นหอมนี้ จากประสบการณ์อันยาวนานในการชิมอาหารเลิศรสมามากมายของกู้อวี้อวิ๋นเขามีเหตุผลเพียงพอที่จะตัดสินว่านี่คือซี่โครงหมูตุ๋นที่สมบูรณ์แบบทั้งรูปลักษณ์ กลิ่น และรสชาติอย่างแน่นอน!
ซูซินฮุ่ยก็ประหลาดใจกับฝีมือของพ่อครัวร้านอาหารของรัฐ แค่ซี่โครงหมูตุ๋นมีกลิ่นหอมมากขนาดนี้เลยหรือ?
เธอเคยกินอาหารที่ร้านอาหารของรัฐกับเพื่อนร่วมงานมาก่อน
เธอทนไม่ไหวแล้ว เห็นอาจารย์กู้ยังคงนั่งตัวตรงไม่ขยับตะเกียบ จึงถามพร้อมรอยยิ้ม "อาจารย์กู้คะ อาหารมาแล้ว พวกเราเริ่มทานกันก่อนไหมคะ?"
กู้อวี้อวิ๋นก็รู้สึกร้อนใจ กำมือแน่นอยู่ใต้โต๊ะมาสักพักแล้ว แต่มารยาทที่ถูกสั่งสอนมาั้แ่เด็กบอกว่า ต้องรออาหารขึ้นโต๊ะครบทุกอย่างก่อนถึงจะเริ่มทานได้ ไม่เช่นนั้นจะถือว่าไม่มีมารยาท
แต่วันนี้เขาเป็คนจ่ายเงินและซูซินฮุ่ยก็คือแขกของเขา แขกเป็ฝ่ายเอ่ยปากเอง
ดวงตาของกู้อวี้อวิ๋นเป็ประกาย ส่งสายตาชื่นชมให้ซูซินฮุ่ยอย่างหาได้ยาก
"งั้นก็เริ่มทานกันเลย"
ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีมารยาท แต่เป็เพราะแขกร้องขอ เ้าภาพเลยต้องตามใจแขก นี่ก็ถือว่าเป็มารยาทเช่นกัน
ซูซินฮุ่ย "..."
ทำไมอาจารย์กู้พูดจาแปลก ๆ นี่เป็มารยาทแบบตะวันตกหรือเปล่านะ
ก่อนที่ซูซินฮุ่ยจะได้คิดอะไรต่อ
เธอก็เห็นอาจารย์กู้หยิบตะเกียบคู่หนึ่งขึ้นมาเช็ดให้สะอาด จากนั้นก็คีบซี่โครงหมูตุ๋นใส่ชามเปล่า วางตะเกียบคู่แรกลง แล้วหยิบตะเกียบอีกคู่ขึ้นมา จากนั้นก็คีบซี่โครงหมูตุ๋นในชามเข้าปาก
แต่เธอไม่รู้ว่าตอนนี้อาจารย์กู้ถึงกับตะลึงไปแล้ว
ซี่โครงหมูตุ๋นจานนี้ ทำให้อาจารย์กู้สงสัยว่าอาหารเลิศรสที่เคยกินมาในอดีตทั้งหมด ที่จริงแล้วคงเป็แค่อาหารหมูเท่านั้น!
เขาพยายามระงับความใในใจ แล้วค่อย ๆ ชิมรสชาติอย่างละเอียด
ซี่โครงที่ผ่านการทอดเบา ๆ กรอบนอกนุ่มใน น้ำซอสมีสีสันสดใส ดูดทีเดียวก็ได้รสชาติของเนื้อและกระดูกเต็มปาก!
ตอนนี้เขาลืมเื่มารยาทที่สุภาพบุรุษควรกระทำ นั่นคือ ‘สุภาพสตรีมาก่อนเสมอ’ ‘วิธีดูแลสุภาพสตรี’ ไปหมดแล้ว เขาหลงใหลอยู่กับซี่โครงหมูตุ๋นจานนี้จนเงยหน้าไม่ขึ้น
ซูซินฮุ่ยไม่ทันได้ทำอะไรต่อ เธอกำลังทึ่งที่เห็นว่าอาจารย์กู้พิถีพิถันกับอาหารจริง ๆ เพราะอาจารย์กู้กินอย่างเอร็ดอร่อยเสียจนน้ำลายเธอแทบจะไหล