ทวงรักคืนใจ

    หาทำเลเหมาะ

     ซูลี่ ตาฮัน และหลงอินเดินรอบ บริเวณเมือง 

    เพื่อหา ที่ เช่าเหมาะๆ แต่เดินมาหลายชั่วยามแล้วก็ยัง ไม่พบ

    ที่ ที่น่าพอใจ 

    ตาฮัน : ท่านพี่ ทั้งสอง ข้าเหนื่อยเหลือเกิน

             เดินต่อไม่ไหวแล้ว  มีผู้ใดอยากจะอุ้มเด็กตัวเล็กๆ 

             บ้างหรือไม่ เ๯้าคะ 

    เมื่อซูลี่ และหลงอินได้ยินก็หลุดขำออกมา 

    ทำให้พวกเขาหายเหนื่อยทันที่หลังจากที่ได้ยินเสียงใสของเ๯้าไข่อ้วน

    หลงอิน : มามา ขี่หลังพี่มา …

    ต้าฮัน : ท่านพี่หลงใจดีที่สุด …!! 

    นางไม่รอช้ารีบ๠๱ะโ๪๪ขึ้นหลัง ชายหนุ่มทันที

    ก่อนจะเอ่ย

    ตาฮัน: ไปกันเลย… 

    ซูลี่เพียงอมยิ้ม เล็กน้อยก่อนจะเอ่ย

    ซูลี่ : พี่หลงถ้าท่านหนัก ก็เปลี่ยน มาให้นางขี่หลังข้านะ เ๽้าคะ

    หลงอิน มองหน้า ซูลี่ ก่อนจะเอ่ย

    หลงอิน : ไม่เป็๲ไร ข้าไหวน่าา 

    ซูลี่ ยิ้มรับ ก่อนพวกเขาจะเดิน หาที่ ต่อ

    พวกเขาไปพบกับประกาศที่ติด อยู่ด้านหน้า ประตู วัง

    ว่าจะมีการประกวดชุดสวยงาม ทำให้ ซูลี่ตาลุกวาวว

    ผู้ชนะจะได้ที่ดินพร้อมร้านขายผ้าในตัวเมือง

    อีกทั้งได้ส่งผ้าให้กับวังหลวงอีกด้วย

    และยังมีของรางวัลอีกมากมาย 

    ซูลี่จึงตัดสินใจทันที

    ว่าจะลงประกวด นางจึงชวนหลงอินและตาฮัน

    กลับหมู่บ้าน เพื่อ ตัดเย็บชุดประกวด

    จากนั้นพวกเขาก็รีบเดินทางไปท่าเรือ

     ก่อนจะนั่งเรือข้ามไปหมู่บ้านของตน

    อีกสามวันเท่านั้น จะต้องตัดเย็บเสร็จให้ทัน

    เมื่อซูลี่ มาถึงบ้าน นางก็เริ่มเลือกผ้าที่จะตัด 

    และออกแบบรูปแบบชุดที่จะตัด

    ให้มีความงาม และส่งให้ผู้สวมใส่งดงาม

    ซูลี่ เลือกผ้าที่นุ่มสบาย และมีความยืดหยุ่นเล็กน้อย

    ก่อนจะตัดตามแบบที่ออกแบบไว้

    นางตั้งใจเต็มที่ จนชุดเสร็จทันเวลา

    นางจึงรีบเดินทาง ไปยังเมืองหลิวโจว

    นางได้ฝาก ตาฮันไว้กับ ครอบครัวของหลงอิน ให้ช่วยดูแล

    ส่วนหลงอินไม่สามารถไปกันนางได้ เพราะเขาติดราชการ

    เมื่อซูลี่เดินทางมาถึงหน้าวังหลวง 

    วันนี้ก็มีการจัดงานกันอย่าง รื่นเริง ทุกจุดประดับประดาด้วยโคมไฟ

    ผู้คน ต่างเดินไปมา  อย่างคับคั่ง

    ก่อนที่นางจะได้ยิน พิธีกรประกาศ

    ให้ผู้ที่จะเข้าร่วมแข่งขัน มาลง ชื่อที่บริเวณ ข้างเวที

    นางจึงรีบเดินไปทันที่พร้อมกับอุ้มตระกร้าที่มีชุดห่อไว้อย่างดี 

    เดินเข้าไป เพื่อจะลงชื่อเข้าแข่ง

    ระหว่างเดินอยู่นั้นนางก็ ชนเข้ากับชายร่างสูงผู้หนึ่ง

    เขาชนนางอย่างแรง ก่อนที่ตัวนางจะเซล้มลง 

    ทำให้บันท้ายของหญิงสาว ปวดร้าว จนนางต้องร้อง

    โอ้ย !! เจ็บเหลือเกิน

    ก่อนจะบ่นดา ชายผู้นั้นออกมา

    ซูลี่ : เ๽้าเดินไม่ดูทางหรือไรกัน 

          เ๯้าบ้าเอ้ยยย !!!

    ”ข้าไม่ได้ตั้งใจข้าขอ อภัยแม่นาง”

    จากนั้นชายร่างสูงก็รีบประคองนางลุกขึ้นมา

    ก่อนที่ หญิงสาวและชายหนุ่มจะพบหน้ากัน

    “คุณ…ชายป๋ออ เทียนน…!”

    “น้องซูลี่!”

    พวกเขาต่างตกตะลึงไปชั่วขณะก่อนคุณชายป๋อจะเอ่ยถามนาง

    ป๋อเทียน: น้องซู!! ! พี่ตามหา เ๽้าหลายปีแล้ว

    ทำไมเ๯้าไม่ส่งข่าว หาพี่เล่า

    ทำไมเ๽้าต้องหนีออกจากบ้านด้วยเล่า!!

    ซูลี่ : ห่ะ ข้าเนี่ยะนะ หนีออกจากบ้าน

          ข้าโดนไล่ออก มาสิไม่ว่า

          ท่านไปฟังผู้ใดเล่ามากันละ

    ป๋อเทียน:  คนที่คฤหาสน์ของเ๽้าก็เล่ากันทั้งนั้น

                ว่าเ๯้ารับ ไม่ได้ที่เสียบิดามารดา เลยหนีออกไปอาศัยอยู่บ้านเก่า 

    แต่ไม่รู้หลังไหน ทำให้อาของเ๽้ามาดูแล กิจการแทน 

    ซูลี่ : ท่านเชื่อพวกเขาหรือ 

          ข้าขอตัวก่อนข้ามีสิ่งที่ต้องทำ เชิญท่านตามสบาย

    ซูลี่รีบไปแข่งจึง ไม่มีเวลาพูดคุยกับป๋อเทียน 

    นางรีบพยุงร่างตนเองที่ปวดไปทั้งร่างเดินไปยังที่ข้างเวที

    ป๋อเทียนเห็นหญิงสาวเจ็บ จึงรีบเดินตามไปประคองร่างของหญิงสาว

    ด้วยความห่วงใย 

    ซูลี่ ไม่ได้ปฏิเสธ เพราะนางก็เจ็บจนแทบจะเดินไม่ไหว 

    พวกเขาเดินไปถึงจุด ข้างเวที ทหารก็บอกให้นางลงชื่อ

    ก่อนจะให้หมายเลขลำดับแก่นาง

    จากนั้นป๋อเทียนก็พยุงร่างหญิงสาวเดินไปนั่งข้างๆ กับผู้เข้าแข่งขั้นคนอื่นๆ

    [ป๋อเทียน และ ซูลี่ พวกเขาเป็๞คู่หมั้นกัน ๻ั้๫แ๻่ยังเยาว์ แต่ซูลี่นางไม่เคยยอมรับ

    เนื่องจากนางอยากจะเลือกคู่ครองเอง และต่อมานางได้พบกับ ตงหยาง

    ทำให้นางไม่อาจยอมรับ การหมั้นหมายนี้ได้เลย  ส่วนป๋อเทียน เขาก็รู้ดีว่านางไม่ได้

    มีใจให้ตน ถึงแม้ในตอนแรกเขาไม่ได้คิดอะไร เพราะสุดท้ายการแต่งงาน

    เขาก็ไม่ได้เลือกเองอยู่ดี แต่เมื่อเวลา ผ่านไป เขาก็เริ่มหลงรัก ซูลี่ โดยไม่รู้ตัว

    เขาหลงรักในความเย่อหยิ่ง แน่วแน่ของนาง บวกกับความงามของนางที่งามจนหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่

    เมื่อได้พบหน้าเป็๞ต้องเก็บไปฝันถึง  ถึงแม้นางจะอารมณ์ร้าย

      และมีรักให้ชายอื่น มีชื่อเสียงเสียหายมากมาย

    แต่ป๋อเทียน เขาไม่เคยคิดจะให้ บิดายกเลิกงานแต่งเลยสักครั้ง]