กลางดึกที่เงียบสงัดมีเงาสายหนึ่งเคลื่อนไหวบนยอดไม้อย่างรวดเร็ว ข้างหลังมีเงาชุดดำหลายร่างกำลังไล่ตามอย่างไม่ลดละ เงาทั้งหมดเคลื่อนตัวไปจนถึงลานกว้างและหันเผชิญหน้ากัน ฝ่ายหนึ่งมีเพียงคนเดียว อีกฝ่ายมีถึงห้าคน ต่างฝ่ายต่างมองกันเพื่อหยั่งเชิงก่อนที่จะมีการลงไม้ลงมือ เสียงเข้มดังขึ้นก่อนที่จะเกิดการโจมตีของทั้งสองฝ่าย
"หยุดมือเถิดพะยะค่ะองค์หญิงซิ่วอิง" เสียงนี้เปรียบเสมือนเสียง์ของกลุ่มชายชุดดำ หนานหย่งเหอเอ่ยห้ามองค์หญิงเหลียนซิ่วอิงให้หยุดมือกับเหล่าองครักษ์พร้อมกับโบกมือเป็สัญญาณให้พวกเขาสลายตัวไป ถ้าหากเขาตามมาไม่ทันผู้ใต้บังคับบัญชาอาจจะต้องนอนหยอดน้ำแกงต้มไปตามๆกัน คราวก่อนองค์หญิงลงมือเต็มสิบส่วนไม่มีความปรานีให้กับคนของเขาแม้แต่น้อย
"พี่เหอท่านน่าจะเข้ามาให้ช้ากว่านี้สักหน่อย ข้ากำลังฝึกซ้อมให้เหล่าองครักษ์อยู่ท่านไม่เห็นหรือ" เหลียนซิ่วอิงเอ่ยกับหนานหย่งเหออย่างท้าทาย นางไม่สบอารมณ์เล็กน้อยที่หัวหน้าองครักษ์เข้ามาขัดขวางการเล่นสนุกของนาง "ท่านให้ข้าได้ออกกำลังกายอีกสักหน่อยเถอะเ้าค่ะ" นางเปลี่ยนมาเอ่ยอย่างออดอ้อน ทุกครั้งที่นางทำท่าทางเช่นนี้มัก
จะได้รับการตามใจจากทุกคนเสมอ รวมถึงองครักษ์หน้าตายนี้ก็ไม่ได้รับการยกเว้น
"ตอนนี้ดึกมากแล้วพะยะค่ะ ควรจะเป็เวลาที่พระองค์บรรทมอยู่ในตำหนักไม่ใช่เวลาเล่นสนุก" ครานี้หนานหย่งเหอเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง เวลานี้เป็ยามจื่อ* ทุกคนในวังหลวงล้วนตกอยู่ในห้วงนิทรา คงจะมีก็แต่องค์หญิงผู้นี้ที่ไม่ยอมหลับยอมนอน เขาถอนหายใจเบาๆกับความดื้อดึงของนาง "หากองค์หญิงยังไม่หยุด กระหม่อมคงต้องกราบทูลให้ฝ่าาทรงทราบ" เขาพูดตามจริงไม่ใช่แค่ขู่
ปีนี้องค์หญิงเหลียนซิ่วอิงอายุ 18 ชันษาเต็ม ทันทีที่นางลืมตาดูโลกเขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็หัวหน้าองครักษ์ประจำพระองค์พ่วงด้วยตำแหน่งอาจารย์สอนวรยุทธ์ให้แก่นาง ในตอนนั้นเขาอายุเพียง 14 ปี แต่เขาไม่เคยทำงานผิดพลาดแม้สักครั้งเดียวจึงได้รับความไว้วางใจจากฝ่าาจนมาถึงทุกวันนี้ เขากับนางผูกพันธ์กันดั่งพ่อลูก นางเป็องค์หญิงเพียงองค์เดียวของแคว้นเหลียนดังนั้นจะมีสิ่งใดผิดพลาดไม่ได้ ไม่อย่างนั้นหัวของทุกคนในตระกูลหนานคงจะไม่พอชดใช้
"เหตุใดครั้งนี้ท่านถึงขัดใจข้า ไม่ตามใจเหมือนทุกคราเล่า" นางงุนงงยิ่งนัก
"ถ้าหากคราวนี้หย่งเหอยังตามใจเ้า ข้าอาจจะต้องสั่งโบยเขาในข้อหาที่ตามใจองค์หญิงเหลียนซิ่งอิงจนเสียนิสัย ไม่รู้ว่าสิ่งใดควรหรือไม่ควรทำ" วาจาเฉียบขาดถูกเอื้อนเอ่ยมาจากปากของโอรสั ฮ่องเต้เหลียนเหวินลง เดินออกมาจากมุมมืดเขายืนฟังการสนทนาของลูกสาวกับองครักษ์มาสักพัก เมื่อเห็นว่าองครักษ์เริ่มจะตามใจลูกสาวพระองค์อีกครั้ง จึงได้แสดงตนออกมาสวมบทบาทพ่อใจร้ายทันที
"เสด็จพ่อ/ฝ่าา" ทั้งเหลียนซิ่วอิงและหนานหย่งเหอคุกเข่าลงด้วยความใอย่างพร้อมเพรียงกัน
"ยังจำได้หรือว่าข้าคือพ่อของเ้า เหตุใดจึงดื้อดึงนักนะเสี่ยวอิงเ้าเป็หญิงแต่หาเื่ต่อยตีเยี่ยงบุรุษเช่นนี้มันใช้ได้หรือ เ้าก็เหมือนกันหย่งเหอตามใจนางจนเคยตัว" เหลียนเหวินหลงตวัดสายตามองทั้งสองคนที่คุกเข่าอยูบนพื้นอย่างคนโกรธจัด
"กระหม่อมละเลยต่อหน้าที่ ขอพระองค์โปรดลงพระอาญาด้วยพะยะค่ะ" หนานหย่งเหอน้อมรับความผิดอย่าเต็มใจ เพราะมันคือเื่จริงที่เขาไม่กล้าขัดใจองค์หญิงตัวน้อยผู้นี้ั้แ่เล็กจนโต นับครั้งได้ที่เขาจะขัดใจองค์หญิงเหลียนซิ่วอิง
"ไม่ได้นะเสด็จพ่อ ลงโทษลูกเถิดเพคะลูกดื้อเองที่เอาแต่ใจตนเองเื่นี้พี่เหอไม่ผิดเสียหน่อย" เหลียนซิ่วอิงเอ่ยตอบเสียงเบา
ฮ่องเต้เหลียนเหวินหลงกระตุกยิ้มที่มุมปากแต่ใบหน้ายังคงความเ็าไว้แปดส่วน แต่ภายในพระทัยของพระองค์กำลังหัวเราะร่าที่ได้กลั่นแกล้งทั้งองครักษ์หน้าตายผู้นี้และลูกสาวจอมดื้อของเขา เขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าทั้งสองคนรักกันดั่งคนในครอบครัว คนหนึ่งร้องคนหนึ่งรับกันอย่างสนุกสนาน หลายครั้งหลายคราที่ลูกของพระองค์ไปเล่นซนจนเกิดเื่นอกวังก็เป็หนานหย่งเหอนี่แหละที่เป็คนคอยเก็บกวาดเื่เ่าั้ไม่ให้ถึงพระเนตรพระกรรณ์ของพระองค์ ทั้งสองคนลงทุนทำถึงขนาดนี้พระองค์จึงยอมหลับหูหลับตาเรื่อยมาเพราะไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร ถ้าหากวันใดเกิดเื่ใหญ่ขึ้นมาพระองค์จะไม่ยอมลดโทษให้เพียงเพราะเห็นว่านางเป็ลูกเช่นกัน
"เอาล่ะๆ ครั้งนี้ข้าจะละเว้นโทษหนักเ้าทั้งสองคน แต่ยังไงก็ต้องได้รับโทษเพื่อไม่ให้ผู้อื่นเอาเป็เยี่ยงอย่างได้ องค์หญิงเหลียนซิ่วอิงรับราชโองการ เนื่องจากออกมาเที่ยวเล่นในยามวิกาลโดยที่ไม่ได้รับอนุญาติ ให้กักบริเวณองค์หญิงอยู่แต่ในตำหนักฉางเฉินเป็เวลาสามอาทิตย์ หนานหย่งเหอความผิดของเ้าคือตามพระทัยองค์หญิงจนเคยตัว ละเลยหน้าที่ในการอบรมสั่งสอนนาง ให้รับโทษหยุดงานในราชสำนักเป็เวลาหนึ่งเดือนและถูกตัดเบี้ยหวัดกึ่งนึง"
"เหลียนซิวอิงน้อมรับราชโองการเพคะ"
"หนานหย่งเหอน้อมรับราชโองการพ่ะย่ะค่ะ"