โหมวซือฉิงขบคิดเด็กหนุ่มขี้อายตรงหน้าดูสุภาพแต่ก็ดูลุ่มลึกเสื้อผ้าที่ถูกซักจนซีดขาวและเริ่มขาดไม่ได้ลดกลิ่นอายคลุมเครือบนตัวเขาลงเลยสักนิด
จากจุดนี้โหมวซือฉิงประเมินได้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้รักศักดิ์ศรีตัวเองมากและเขาก็น่าจะมีความสัมพันธ์กับน้องสาวของเธอแบบ ‘แอบรักข้างเดียว’สำหรับคนที่รักศักดิ์ศรีตัวเองมากๆ คนหนึ่ง เธอก็ไม่อยาก ‘จี้’ จุดนี้อีก
ผ่านไปครู่หนึ่ง โหมวซือฉิงจึงยื่นมือเรียวเล็กขาวผ่องให้ “เอาละ วันนี้ก็ถือว่านายตอบคำถามฉันแล้ว เอาเบอร์มาสิ ไว้ว่างๆฉันจะโทรหา!”
“ไม่มี!” สวี่ตวถอนหายใจโล่งอกก่อนจะแบมือตอบไปตามตรง“ผมไม่มีโทรศัพท์!”
โหมวซือฉิงอดไม่ได้ที่จะทั้งโมโหทั้งขบขันสมัยนี้เด็กประถมยังมีโทรศัพท์มือถือกันทั้งนั้นไม่ต้องพูดถึงสวี่ตงที่โตจนเป็เด็กมัธยมปลายเลยแต่เห็นสีหน้าเขาไม่เหมือนกำลังโกหก แล้วนึกถึงเสื้อผ้าเก่าขาดไปทั้งตัวดูเหมือนเขาคงมีความลับอะไรที่ยากจะพูดอยู่จริงๆแต่ว่าเด็กรุ่นหลังที่ได้รับความโปรดปรานจากหลงชิวเซิงทำไมถึงมีสภาพน่าสังเวชได้ถึงขนาดนี้ล่ะ
เื่นี้ไว้มีเวลาค่อยลองถามผู้เฒ่าหลงตอนนี้มีเื่อื่นให้จัดการ!
โหมวซือฉิงรีบถามสวี่ตงอีกครั้ง “มีอีกคนหนึ่งที่ปล่อยไปไม่ได้บอกมา ผู้สมรู้ร่วมคิดของอาเล็กคือใคร”
“เป็ผู้ชายวัยประมาณสามสิบกว่าๆ สวมสูทสีน้ำเงินผูกเน็กไทลายดาวสีดำ…” สวี่ตงพยักหน้าพร้อมบอกเล่าถึงรูปพรรณสันฐานของคนคนนั้นอย่างละเอียดโหมวหย่วนซานและโหมวกวนจิ่งไม่ทำอะไรโหมวกวนถัง แต่ผู้สมรู้ร่วมคิดคนนี้คงหลีกหนีความทุกข์ทรมานไม่พ้นแล้ว
โหมวซือฉิงถามรายละเอียดของคนคนนั้นเสร็จก็ออกไปทันทีสวี่ตงหอบหายใจพลางลุกขึ้นยืน พักหนึ่งที่เขากังวลหนักแม่เสือร้ายอย่างโหมวซือฉิงคนนี้ยั่วไม่ขึ้นยุไม่ลง ต่อไปหากพบเจอเธออีกคงต้องหาทางหนีทีไล่ไว้บ้าง!
ท่ามกลางห้องโถงอันพลุกพล่าน ที่หน้าประตู โหมวซือฉิงสั่งให้ชายในชุดลำลองสองคนจับกุมผู้สมรู้ร่วมคิดของโหมวกวนถังและนำไปส่งยังสถานีตำรวจท้องถิ่น
สวี่ตงเห็นโหมวกวนถังนั่งดื่มอยู่คนเดียวอย่างน่าหดหู่ที่โต๊ะมุมหนึ่งเวลาเพียงไม่นานเขาดูแก่ลงไปสิบยี่สิบปีเลยทีเดียว!
แม้ว่าโหมวหย่วนซานและโหมวกวนจิ่งจะไม่ส่งเขาไปสถานีตำรวจเพียงเพราะว่าเขาแซ่ ‘โหมว’ แต่ทันทีที่เื่นี้ถูกเปิดโปงสถานะของเขาในตระกูลโหมวคงตกต่ำถึงขีดสุดอย่างไม่ต้องสงสัยผู้นำตระกูลอย่างโหมวหย่วนซานคงทอดทิ้งเขาโดยสมบูรณ์นี่เป็จุดจบที่ทำให้เขาเสียใจยิ่งกว่าจับเขาส่งสถานีตำรวจเสียอีกและแทบจะพูดได้เลยว่าอนาคตของโหมวกวนถังจบสิ้นลงเช่นเดียวกับตำแหน่งราชการ
อย่างไรก็ตามการดื่มเพื่อบรรเทาความโศกเศร้ามีแต่จะทำให้ยิ่งแย่ลงในไม่ช้าโหมวกวนถังก็เมา ร้องไห้และหัวเราะกับตัวเองไม่ได้สังเกตเห็นสวี่ตงเลยสักนิด หลังจากเื่ราวถูกเปิดโปงเขาก็ลืม ‘ตัวละคร’ นี้ไปจนสิ้น
สวี่ตงมองหาหลงชิวเซิงกับหนิวเซี่ยงตง ทั้งสองคนอยู่ที่โต๊ะกับโหมวหย่วนซานดื่มกันไปหลายแก้วจนในที่สุดก็เมาได้ที่แล้ว ไม่ช้าก็เร็วคงถูกหิ้วกลับไป เดิมทีผู้เฒ่าหลง้าพาเขามาหาประสบการณ์และแสดงความสามารถแต่ใครจะรู้เล่าว่าจะเกิดเื่ไม่คาดคิดกับโหมวหย่วนซาน แผนการเปลี่ยนไปหมด!
เวลานี้ภายในห้องโถงแเื่พลุกพล่านหลงชิวเซิงได้รับการ ‘คารวะ’ ไปพร้อมๆ กับโหมวหย่วนซานจนหน้าแดงก่ำแสดงว่าเริ่มเมามากแล้ว
โหมวกวนจิ่งยืนขึ้นยกแก้วให้ทุกคนในงาน “แขกทุกท่านขอขอบคุณที่มาร่วมงานฉลองวันเกิดครบเจ็ดสิบห้าปีของคุณพ่อผมในวันนี้ผมโหมวกวนจิ่งขอขอบคุณทุกๆ ท่าน คุณพ่อผมอายุมากแล้ว ดื่มก็เพื่อสนุกเท่านั้นตอนนี้ผมขอเป็ตัวแทนดื่มอวยพรทุกท่านแทนคุณพ่อ ขอให้ทุกท่านไม่ต้องดื่มอวยพรกับคุณพ่อผมแล้วนะครับทุกอย่างอยู่ในแก้วนี้ ผมขอดื่มให้ก่อน!”
โหมวกวนจิ่งกล่าวจบก็ยกดื่มรวดเดียวก่อนจะกระแทกแก้วเปล่าลงบนโต๊ะดัง ‘ตุ้บ’ แล้วโบกมือเรียกบริกร “รินเหล้าวันนี้คุณพ่อผมดื่มมากไม่ได้ แต่ผมโหมวกวนจิ่งจะดื่มไปกับทุกท่านเอง!”
ในตระกูลโหมว โหมวหย่วนซานคือผู้นำแต่่สิบกว่าปีที่ผ่านมาเขาก็ค่อยๆ ลดบทบาทตัวเองลงมอบอำนาจในมือให้โหมวกวนจิ่งผู้เป็ลูกชายกอปรกับโหมวกวนจิ่งมีความสามารถโดดเด่นเหนือผู้ใด โหมวหย่วนซานจึงไม่ยื่นมือก้าวก่ายธุรกิจอีกดังนั้นในสายตาคนนอก ชื่อเสียงและอิทธิพลของโหมวกวนจิ่งจึงยิ่งใหญ่กว่าโหมวหย่วนซานมาก
แน่นอนว่าคนที่ใกล้ชิดกับตระกูลโหมวหรือผู้มีอิทธิพลรุ่นก่อนๆต่างก็รู้ดีว่าโหมวหย่วนซานคือผู้นำที่แท้จริงของตระกูลโหมว
ทว่าการก่อร่างสร้างตัวของโหมวกวนจิ่งใน่สิบกว่าปีที่ผ่านมาก็แข็งแกร่งมากจริงๆมีชื่อเสียงในฐานะผู้ที่ร่ำรวยที่สุดของเมืองถงเฉิงคำพูดเพียงประโยคเดียวหรือการลงทุนเพียงนิดเดียวก็ทำให้เหล่าเ้าหน้าที่ระดับสูงแห่กันทำตามแล้วหากจะพูดว่าโหมวกวนจิ่งกระทืบเท้า เมืองถงเฉิงจะเกิดแผ่นดินไหวก็ไม่ใช่เื่แปลก!
แเื่ที่มางานในวันนี้นอกจากผู้นำประจำเมืองไม่กี่คนและนักธุรกิจรายใหญ่อีกไม่กี่คนก็ไม่มีใครมีคุณสมบัติพอจะนั่งร่วมโต๊ะกับเขาคำพูดของโหมวกวนจิ่งจึงแทบจะทำให้แขกทั้งห้องโถงลุกขึ้นดื่มร่วมกับเขา
หลงชิวเซิงกับโหมวหย่วนซานอายุมากแล้ว สุราภายในงานก็ล้วนเป็ของมีชื่อและฤทธิ์แรงแทบทั้งนั้นดื่มไปสักพักก็แยกทิศไม่ถูกแล้ว
ส่วนหนิวเซี่ยงตงค่อนข้างคอแข็ง แต่ตอนนี้ก็เมาได้ที่แล้วพอเห็นสวี่ตงเดินมาก็โบกมือเรียกพร้อมหัวเราะเอิ๊กอ๊าก “สวี่ตง มาๆๆ ดื่มๆ !”
สวี่ตงเข้ามาใกล้แล้วยิ้มแหยก่อนจะกระซิบว่า “อาหนิว ผมไม่ดื่มแล้ว คุณดูสิ คุณกับผู้เฒ่าหลงเมากันหมด ถ้าผมดื่มกับคุณแล้วจะพาพวกคุณกลับยังไงเล่า”
หนิวเซี่ยงตงชะงักแล้วส่ายหน้ายิ้มๆ “ใครสนเล่าพวกเราเป็ผู้ชายมีอายุกันหมดแล้ว ถึงยังไงก็คงไม่ถูกพวกสาวๆลากตัวกลับไปปรนนิบัติหรอกมั้ง”
“เอ่อ…”
สวี่ตงหน้าแดงถึงอย่างไรเขาก็ยังเป็เด็กหนุ่มที่ไม่เคยผ่านประสบการณ์เื่อย่างว่ามาก่อนแม้ว่าจะโตและผ่านอะไรมามากกว่าเด็กวัยเดียวกันแต่ได้ยินเื่ของผู้ใหญ่ระหว่างชายหญิงก็ยังเขินหน้าแดง!
ความจริงแล้วสวี่ตงกังวลมากเกินไปแขกที่ไม่ได้มีสัมพันธ์ใกล้ชิดอะไรก็ช่างหัวพวกเขาเถอะแต่คนที่มีฐานะอย่างหลงชิวเซิง โหมวกวนจิ่งได้เตรียมการไว้แล้วทางโรงแรมจัดพนักงานมาคอยดูแลแขกที่เมาโดยเฉพาะ ไม่ต้องส่งกลับบ้านสามารถเปิดห้องชั้นบนแล้วส่งขึ้นไปพักได้เลย
ห้องชั้นบนของโรงแรมเกือบทั้งหมดถูกโหมวกวนจิ่งจองไว้แล้วแค่เดินเข้าไปก็พอ
สวี่ตงพาหลงชิวเซิงกับหนิวเซี่ยงตงที่เมาไม่รู้เื่มาส่งที่ห้องถอดเสื้อตัวนอกและรองเท้าให้ก่อนจะพยุงทั้งคู่นอนลงบนเตียงคลี่ผ้านวมผืนบางคลุมให้ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้เรียบร้อยถึงได้พาตัวเองกลับห้องของตน
ภายในห้องของโรงแรมมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันสวี่ตงอาบน้ำเสร็จก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียง เตียงที่นี่ทั้งนุ่มทั้งสบายแต่ยังไงก็ไม่ดีเท่าเตียงในห้องนอนของโรงรับจำนำหนิวเซี่ยงตงแน่นอนว่าห้องนอนของโรงรับจำนำหนิวเซี่ยงตงไม่ได้ดีเท่าของโรงแรมแต่ที่นั่นทำให้สวี่ตงรู้สึก ‘อบอุ่น’ อย่างบอกไม่ถูก อย่างที่โบราณว่ารังเงินรังทองอย่างไรก็ไม่สู้รังสุนัขของตนห้องของโรงแรมจะดีเพียงใดก็ไม่เหมือนอยู่บ้าน
สำหรับสวี่ตง หลายวันที่ผ่านมาเหมือนพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินหลังจากลิ้มรสชีวิตขึ้นๆ ลงๆ เขาก็ก้าวเข้าสู่ถนนสายกว้างอีกครั้งแม้เวลานี้ในกระเป๋าจะมีเงินเพียงไม่กี่ร้อย แต่อนาคตของเขาสว่างโชติ่แล้ว!
โทรทัศน์จอแอลซีดีบนผนังกำลังฉายรายการบันเทิงสวี่ตงจ้องหน้าจอโทรทัศน์ทว่าในสมองกลับไม่จดจำภาพใด ขณะจมอยู่กับความคิดโทรศัพท์บนโต๊ะข้างเตียงก็ส่งเสียงดัง
สวี่ตงสะดุ้งใก่อนจะรับโทรศัพท์ “ฮัลโหลสวัสดีครับ จะคุยกับใครครับ”
ในสายโทรศัพท์มีเสียงผู้หญิงดังมาอย่างนุ่มนวล “คุณผู้ชาย้าบริการพิเศษไหมคะ”
“บริการพิเศษ?” สวี่ตงไม่เข้าใจว่าอะไรคือบริการพิเศษหลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงถามอีกฝ่ายไปว่า “หมายถึงของว่างรอบดึกเหรอครับผมไม่กินแล้ว ไม่หิวครับ!”
เกือบเที่ยงคืนแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็พนักงานโรงแรมส่วนอาหารและเครื่องดื่มโทรมาถามว่า้าอาหารหรือไม่ถึงแม้ห้องของโรงแรมจะถูกโหมวกวนจิ่งจองไว้ แต่ไม่ได้บอกว่ารวมในส่วนของอาหารด้วยกินดื่มอาหารในโรงแรมห้าดาวไม่มีทางราคาถูกแน่ในกระเป๋าเขาก็เหลือเงินไม่กี่ร้อยคงไม่พอหรอก และถึงจะมีเงินพอเขาก็ไม่อยากเอามาเสียกับตรงนี้หากเขาอยากกินไม่สู้ออกไปกินร้านเล็กๆ ข้างนอกดีกว่า สิบกว่าหยวนก็พอให้เขากินอิ่มได้แล้วหากเป็ในโรงแรมนี่จ่ายไปหลายร้อยหยวนยังกินไม่ทันรู้รสเลยด้วยซ้ำ!
ผู้หญิงในสายก็ไม่เข้าใจความหมายของสวี่ตงและยังคิดว่าเขาล้อเล่นหลังจากชะงักไปครู่หนึ่งก็ถามมาว่า “อะไรคือของว่างรอบดึกฉันถามว่าคุณ้าหญิงบริการไหม คุณแกล้งไม่เข้าใจอะไร”
สวี่ตงตะลึงงัน “หญิงบริการ?ผมจะเอาหญิงบริการมาทำไม ผ้าห่มผ้าเช็ดตัวก็สะอาดเรียบร้อยดีไม่ต้องเปลี่ยนหรอกมั้งครับ”
“นาย…”
อีกฝ่ายถูกสวี่ตงปั่นจนงงไปหมดแล้วจริงๆหายใจเข้าออกอยู่หลายครั้งก่อนจะพูดอย่างฉุนกึก “นี่เ้าหนูไม่เข้าใจจริงๆ หรือแกล้งไม่เข้าใจ ฉันถามว่านาย้าหญิงบริการไหมเดี๋ยวก็บอกของว่างรอบดึก เดี๋ยวก็บอกเปลี่ยนผ้าห่มผ้าเช็ดตัวหมายความว่ายังไงเนี่ย”
สวี่ตงยังสับสนอยู่จริงๆ จึงถามกลับอย่างงงๆ “หญิงบริการของโรงแรมไม่ได้ให้มาเปลี่ยนผ้าหรือส่งอาหารเหรอครับ”
“เฮอะๆๆ …”อีกฝ่ายทนไม่ไหวแล้วจึงสวนกลับอย่างโมโห “ไม่เคยเจอใครทั้งโง่ทั้งงั่งเหมือนนายมาก่อนเลยแม้แต่คำว่าหญิงบริการก็ไม่เข้าใจรึไง งั้นฉันจะบอกให้ นายอยากได้คนนอนด้วยไหมคนสวยๆ น่ะ…”
“อ๋อ…”สวี่ตงตรัสรู้ในที่สุด เขาหน้าแดงทันควันถึงแม้อีกฝ่ายจะไม่เห็นหน้าเขา แต่สวี่ตงก็ยังหน้าแดงจนใกล้ม่วงอ้ำอึ้งพูดไม่ออกอยู่นาน!
ถึงจะอยู่มัธยมปลายแล้วก็ยังถือว่าไร้เดียงสามากและปกติเขาค่อนข้างเก็บตัว ที่โรงเรียนก็ไม่ค่อยมีเพื่อนที่หญิงสาวในโทรศัพท์พูดเมื่อกี้เขาไม่เข้าใจอยู่นาน ต้องพูดตรงๆ เขาถึงเข้าใจ
กลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่พักหนึ่ง สวี่ตงก็รีบปฏิเสธ “ไม่…ไม่…ไม่เอาครับ ผมไม่เอา!”
ราวกับโทรศัพท์มีหนามงอก สวี่ตงโยนมันทิ้งเสียงดัง ‘ตุ้บ’ ก่อนจะถดตัวถอยไปห่างๆหากมีเสียงโทรศัพท์ดังอีก ให้ตายเขาก็ไม่รับแล้ว
ผ่านไปไม่นาน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น สวี่ตงยังหน้าร้อนผ่าวยันกายลุกพร้อมถามออกไป “ใครครับ”
ประตูเปิดออก คนที่อยู่หน้าประตูทำหน้าเหมือนจะยิ้มแต่ไม่ยิ้มเป็โหมวซือฉิง!
“คุณ…เองเหรอ” สวี่ตงนิ่งอึ้ง ก่อนจะถามอย่างประหลาดใจ “คุณ…ดึกขนาดนี้ยังมีอะไรอีก”
โหมวซือฉิงจ้องสวี่ตง มุมปากกระตุกยิ้มนิดๆ เป็สีหน้าที่แปลกประหลาดมาก
สวี่ตงพลันใจกระตุกวูบ รู้สึกว่าเสียงในโทรศัพท์เมื่อกี้คุ้นหูอยู่นิดๆนิ่งไปครู่หนึ่งถึงได้เอ่ยถามเธอว่า “เมื่อกี้…คุณโทรมาเหรอ”