บทที่ 5 นิมิตอันวุ่นวาย และการตามหาเ้าของโพสต์
แผ่นดินสั่นะเื ส่งเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ข้อเท็จจริงพิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่ออันตรายมาเยือนอย่างกะทันหัน มนุษย์ไม่สามารถตอบสนองได้อย่างมีประสิทธิภาพภายในสามวินาทีแรก
สมองของหลี่เทียนหรานว่างเปล่าไปชั่วขณะ
ในตอนนั้นเอง เสี่ยวเฮยก็คำรามออกมาครั้งหนึ่ง แล้วพุ่งทะยานออกจากข้างขาของเขาอย่างบ้าคลั่ง
ขนาดตัวของทั้งสองต่างกันลิบลับ หากเกิดการปะทะกันจริง ๆ ผลลัพธ์ย่อมไม่ต้องสงสัยเลย
แต่เสี่ยวเฮยกลับเหมือนกับอัศวินผู้ไม่เกรงกลัวความตาย ที่ชักดาบเข้าสู้กับัชั่วร้ายเพื่อปกป้องาาของตน!
เสี่ยวเฮยไม่ได้ใช้กำลังเข้าปะทะกับวัวเหลืองโดยตรง แต่ใช้ความได้เปรียบด้านขนาดตัวและความเร็ว เคลื่อนไหวคล่องแคล่วราวกับปลาที่ว่ายวนอยู่รอบตัววัวเหลือง เขี้ยวอันแหลมคมจู่โจมเข้าใส่บริเวณิัที่ฉีกขาดอยู่เดิมของมันอย่างต่อเนื่อง
วัวเหลืองถูกยั่วโทสะ มันเปลี่ยนทิศทางเตรียมจะเหยียบเ้าหมาป่าที่น่ารำคาญตัวนี้ให้ตาย
ในวินาทีวิกฤตนั้นเอง ร่างหนึ่งที่เปล่งประกายโลหะก็ะโออกมาจากด้านข้าง
ตูม!
สุนัขล่าเนื้อหมายเลขหนึ่งได้รับคำสั่งจากหลี่เทียนหราน มันพุ่งเข้าใส่ราวกับเสือโคร่งตะครุบเหยื่อจนวัวเหลืองกลายพันธุ์ล้มลงกับพื้น จากนั้นก็อ้าปากกว้าง ใช้ฟันเหล็กกล้าขนาดห้าเิเที่เปล่งประกายเย็นเยียบงับเข้าที่ลำคอของวัวเหลือง!
ฉัวะ!
กร๊อบ!
พร้อมกับเสียงกระดูกแตกที่ชวนให้เสียวฟัน หัวของวัวเหลืองกลายพันธุ์ตัวนั้นถูกสุนัขล่าเนื้อหมายเลขหนึ่งกัดจนแหลกละเอียดและตายในทันที
หลี่เทียนหรานหอบหายใจแรง พลางกวักมือเรียก "เสี่ยวเฮย มานี่!"
หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียดว่าบนตัวของเสี่ยวเฮยไม่มีาแที่เกิดจากวัวเหลืองกลายพันธุ์ หลี่เทียนหรานจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
อันตรายเกินไปจริง ๆ
ในวันสิ้นโลก มีวิกฤตที่มองไม่เห็นซ่อนอยู่ทุกหนแห่ง ดูเหมือนว่าเขาต้องรีบกำจัดภัยแฝงที่อยู่รอบตัวให้เร็วที่สุดเสียแล้ว
หากเื่ในวันนี้เกิดขึ้นกับหานหาน ผลที่ตามมาคงเกินจะจินตนาการได้!
...
ห้านาทีต่อมา
กองไฟถูกจุดขึ้นภายในฟาร์ม
หลี่เทียนหรานเผาพืชพรรณที่ได้รับรังสีทั้งหมดจนวอดวาย ส่วนเนื้อของวัวเหลืองกลายพันธุ์นั้น คุณภาพของมันได้เปลี่ยนไปแล้ว หากมนุษย์นำมารับประทานแม้จะไม่เกิดการกลายพันธุ์ แต่จะได้รับพิษเข้าไปแทน และเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องอาเจียนและท้องร่วงอย่างหนัก
หลังจากทำทั้งหมดนี้ พื้นที่ในฟาร์มก็กลายเป็ที่ดินรกร้างว่างเปล่า
หลี่เทียนหรานลองปลูกเมล็ดพันธุ์ธรรมดาที่กักตุนไว้ในคลังสินค้า แต่ไม่นานเมล็ดเ่าั้ก็สูญเสียพลังชีวิตไป กลายเป็สีเหลืองแห้งเหี่ยว และเมื่อขุดขึ้นมาดู ข้อมูลก็เปลี่ยนไปแล้ว
[เมล็ดพันธุ์ที่ถูกกัดกร่อน : เมล็ดพันธุ์ที่ถูกพิษกัดกร่อนเนื่องจากัักับดินที่ปนเปื้อนรังสี ไม่สามารถเจริญเติบโตต่อไปได้]
"ดูเหมือนเมล็ดพันธุ์ที่ตุนไว้จะเสียหายหมดแล้ว..." หลี่เทียนหรานถอนหายใจ แต่ไม่นานเขาก็หยิบเมล็ดพันธุ์ระดับป้องกันรังสีออกมาสองสามเมล็ดจากพื้นที่ของระบบ
เมื่อฝังลงในดิน เขาก็เฝ้าสังเกตข้อมูลของเมล็ดพันธุ์อย่างตื่นเต้น
[เมล็ดข้าวระดับป้องกันรังสี]
[อัตราการเติบโต : 1% (100% หมายถึงโตเต็มที่ สามารถเก็บเกี่ยวได้)]
[สิ่งที่้าในการเติบโต : แสงแดดเพียงพอ, แหล่งน้ำเพียงพอ]
[ระยะเวลาการเติบโต : 72 ชั่วโมง]
ผ่านไปอีกห้านาที เมล็ดพันธุ์ไม่ได้เปลี่ยนเป็สีเหลืองหรือแห้งเหี่ยวไป
และอัตราการเติบโตในข้อมูลเองก็เปลี่ยนเป็ 2%!
เมล็ดพันธุ์ระดับป้องกันรังสีนั้นสามารถปลูกได้!
อีกทั้งระยะเวลาการเติบโตยังสั้นกว่าข้าวปกติมาก เพียงสามวันก็สามารถเก็บเกี่ยวได้หนึ่งครั้งแล้ว
หลี่เทียนหรานคำนวณในใจเงียบ ๆ หากเป็เช่นนี้ อย่างน้อยการใช้ชีวิตตามปกติของเขากับหานหานก็จะไม่เป็ปัญหา
แม้เขาจะกักตุนวัตถุดิบอาหารไว้จำนวนมาก แต่ของจำพวกผักและผลไม้ไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน อย่างมากที่สุดสิบวันถึงครึ่งเดือนก็เน่าเสียแล้ว
หากกินจนหมดแล้วไม่มีการเติมเข้ามา เมื่อเวลาผ่านไป ร่างกายของหานหานและเขาจะขาดวิตามินจำนวนมาก ซึ่งจะนำไปสู่โรคต่าง ๆ หรือทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง...
...
หานหานถูกปลุกให้ตื่นด้วยกลิ่นหอมของเนื้อย่าง
เมื่อเธอสวมชุดนอนลายเปปป้าพิกเล็ตเดินออกมาจากห้องนอน สภาพของเธอแทบจะเหมือนคนละเมอ แต่เมื่อพยายามลืมตาขึ้นมองไปที่ห้องครัว สมองก็ถูกบังคับให้ตื่นตัวทันที!
"พี่ชาย วันนี้มีเนื้อแกะย่างกินด้วยเหรอคะ!" หานหานก้าวขาเล็ก ๆ วิ่งไปที่ห้องครัว แล้วโผล่หัวน้อย ๆ ออกมาจากหลังประตู มองดูเนื้อเสียบไม้ที่ผิวเป็สีเหลืองทองและมีน้ำมันหยดติ๋ง ๆ บนเตาย่างในห้องครัวด้วยสายตาละห้อย จนน้ำลายแทบจะไหลออกมา
หลี่เทียนหรานไม่อนุญาตให้เธอเข้าห้องครัว เพราะเครื่องครัวและไฟในนั้นอันตรายมาก
และอีกอย่าง... เมื่อก่อนหานหานค่อนข้างซื่อบื้อจริง ๆ
ตอนเธออายุสี่ขวบ หลี่เทียนหรานเองก็กำลังย่างเนื้ออยู่ในครัวเช่นกัน เพราะเขาต้องไปหยิบเครื่องปรุงที่กล่องเก็บของในห้องนั่งเล่น ซึ่งห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว เขาจึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก เพียงแต่กำชับหานหานที่นั่งยอง ๆ อยู่หน้าเตาย่างว่าอย่าใช้มือแตะเหล็กเสียบเนื้อ เพราะจะถูกลวกได้
แต่พอหันหลังเดินไปได้เพียงสองก้าว หลี่เทียนหรานก็ได้ยินเสียงร้องไห้โฮออกมา
หานหานเป็เด็กดีและเชื่อฟังมากจริง ๆ
เธอจำคำพูดของหลี่เทียนหรานได้อย่างแม่นยำ เธอซุกมืออวบ ๆ ไว้ในอกไม่กล้าแตะเหล็กเสียบที่ร้อนระอุ แต่เธอกลับแลบลิ้นน้อย ๆ ...เลียมันแทน!
ั้แ่นั้นมา ห้องครัวจึงกลายเป็เขตหวงห้ามสำหรับหานหานไป
หลี่เทียนหรานหันมามองเธอแล้วยิ้มพลางพูดว่า "ใกล้เสร็จแล้วล่ะ ไปรอที่ห้องนั่งเล่นนะ..."
หลังจากอุณหภูมิลดต่ำลง วัวและแกะที่เลี้ยงไว้ในฟาร์มของหลี่เทียนหรานถูกแช่แข็งตายไปกว่าครึ่ง ส่วนที่เหลืออีกไม่กี่ตัวเห็นได้ชัดว่าคงไม่รอดพ้นคืนนี้ที่อุณหภูมิจะลดต่ำลงอีก และต่อให้รอดจากความหนาวได้ เขาก็กังวลว่าวัวแกะธรรมดาเหล่านี้จะเกิดการกลายพันธุ์เพราะกินพืชปนเปื้อนรังสีเข้าไป หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลี่เทียนหรานจึงตัดสินใจฆ่าแกะที่เหลือทั้งหมดเพื่อเก็บเนื้อไว้
เขาคาดการณ์ได้เลยว่า ใน่เวลาต่อจากนี้ มูลค่าของผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ และข้าวสาร จะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่ข่าวเื่แผ่นดินได้รับรังสีแพร่ออกไป ผักและผลไม้สดที่เก็บไว้ในคลังสินค้าของพวกพ่อค้าทั้งหลาย ราคาจะต้องพุ่งขึ้นอย่างน้อยร้อยเท่า!
ในเดือนหน้า ผักจะกลายเป็สินค้าฟุ่มเฟือยที่มีเพียงเศรษฐีเท่านั้นที่สามารถกินได้แล้ว
แต่ทั้งหมดนี้ไม่สามารถส่งผลกระทบต่อหลี่เทียนหรานได้
หลังจากพบว่าเมล็ดพันธุ์ระดับป้องกันรังสีสามารถเติบโตในดินได้ เขาก็ใช้แต้มอีกสองหมื่นแต้มซื้อเมล็ดพันธุ์ผักและผลไม้ระดับป้องกันรังสีอย่างละสิบกิโลกรัม ซึ่งรวมถึงผักกาดหอม บรอกโคลี กะหล่ำปลี ต้นหอม องุ่น สตรอว์เบอร์รี และอื่น ๆ มา
ในฟาร์มมีเครื่องหว่านเมล็ดกึ่งอัตโนมัติที่ซื้อไว้ก่อนหน้านี้อยู่ หลี่เทียนหรานใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงในการหว่านเมล็ดผักและผลไม้เหล่านี้จนครบในพื้นที่เรือนกระจกสิบหมู่ของฟาร์ม
อีกสามวัน ก็จะสามารถเก็บเกี่ยวรอบแรกได้แล้ว
ไม่นาน เนื้อแกะย่างที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายก็ย่างเสร็จ หลี่เทียนหรานโรยเกลือและงาเล็กน้อย แล้วนำผักกาดที่ตุนไว้ในตู้เย็นออกมาผัด
เนื่องจากไม่ได้ัักับดิน ผักเหล่านี้จึงไม่ได้รับรังสี และอยู่ในสถานะ 'ระดับใช้งานได้'
ส่วนผลไม้บางส่วนที่เขาวางกองไว้ในคลังสินค้า เนื่องจากเคยัักับดินมาก่อน พวกมันจึงอยู่ในสถานะ 'ถูกรังสี' และเริ่มเน่าเสีย
ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป แผ่นดินจะไม่บริสุทธิ์อีกต่อไป แต่จะกลายเป็แหล่งแพร่กระจายสารพิษกัมมันตภาพรังสีแทน
...
ผักผัดสุกแล้ว โจ๊กข้าวฟ่างก็ต้มเสร็จ มื้อค่ำง่าย ๆ ถูกเตรียมจนพร้อม
เพราะหลี่เทียนหรานต้องรับ่ต่อคฤหาสน์ เขาจึงเคยเรียนทำอาหารมาก่อน แม้จะไม่ได้อยู่ในระดับเชฟห้าดาว แต่ก็ถือว่ายอดเยี่ยม
เนื้อย่างกรอบนอกนุ่มใน ผักกาดผัดง่าย ๆ จานหนึ่งก็มีรสชาติหวานสดชื่น
หานหานกินจนน้ำมันเลอะปาก และคอยคีบเนื้อติดมันชิ้นโตใส่ในชามข้าวของเสี่ยวเฮยเป็ระยะ ทั้งคนและสุนัขต่างกินกันอย่างเอร็ดอร่อย
ระหว่างพักกินข้าว หลี่เทียนหรานล็อกอินเข้าสู่ฟอรัม
ในฟอรัมตอนนี้กำลังเดือดระอุ
[ดวงอาทิตย์ถูกบดบัง วันสิ้นโลกมาถึงแล้ว!]
[ไอ้พวกผู้เชี่ยวชาญเฮงซวย ไหนบอกว่าเป็แค่ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ธรรมดาไง?]
[ขอความช่วยเหลือ! ต้นพุทราที่บ้านจู่ ๆ ก็แห้งตายหมดเลย แกะที่บ้านกินลูกพุทราเหี่ยว ๆ ใต้ต้นไม้ลูกหนึ่ง แล้วจู่ ๆ ก็กระอักเื ตายภายในสามนาที!]
[เขตหนานเฉิงจู่ ๆ ก็มีาาหนูตัวใหญ่เท่าสุนัขปรากฏตัว เห็นคนเป็ต้องกัด...]
[ไร่นาและพืชพรรณเหี่ยวเฉาและตายหมดเลย... พื้นที่ปลูกข้าวหลายสิบล้านหมู่จะไม่มีผลผลิตเลยนะ!]
[แม่งเอ๊ย! ซูเปอร์มาร์เก็ตแถวบ้านฉัน ผัก ผลไม้ ข้าวสาร ถูกคนแย่งกันจนบ้าไปหมดแล้ว พวกพ่อค้าหน้าเืขึ้นราคา แอปเปิลลูกละห้าสิบหยวนเลยนะ! ผักกาดขาวเองก็หัวละหนึ่งร้อยแปดสิบหยวน!]
หลี่เทียนหรานไล่อ่านข้อความทีละโพสต์ ทันใดนั้น เขาก็เหลือบไปเห็นโพสต์หนึ่งในบรรดาโพสต์นับไม่ถ้วนเ่าั้
[ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนสมาชิกผู้มีความสามารถทุกท่าน มีใครจำได้ไหมว่าเมื่อประมาณสิบชั่วโมงก่อน มีสมาชิกคนหนึ่งโพสต์กระทู้ชื่อ 'ภัยพิบัติกำลังจะมาถึง โปรดเตรียมตัวให้พร้อม!' ไว้ในฟอรัมนี้? ใครให้เบาะแสได้ จะมีรางวัลให้อย่างงาม!]
หลี่เทียนหรานเลิกคิ้วขึ้น
ชื่อหัวข้อนี้ ่เวลานี้ มันคือโพสต์ที่เขาเคยลงไว้ แล้วถูกตำรวจไซเบอร์ของบอร์ดลบออกภายในเวลาไม่ถึงสามนาทีนั่นเอง!