"กริ๊งๆ" เสียงโทรศัพท์ที่ดังไม่หยุดทำให้หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงต้องควานหาต้นตอของเสียงอย่างทุลักทุเล แน่นอนว่าปาร์ตี้เมื่อคืนทำให้เธอเป็เช่นนี้ หญิงสาวอ่านชื่อก่อนกดรับ "วิเวียน"
"ฮัลโหล" เสียงงัวเงียอย่างเห็นได้ชัด
"ไอ้เฟย์แกอยู่ไหนเนี่ย แกยังไม่ตื่นเหรอ รีบเลยนะ ฉันกำลังไปสนามบินแล้วแกต้องมาให้ทันภายในหนึ่งชั่วโมง ลุกขึ้น เดี๋ยวนี้" เสียงปลายสายบอกถึงความเร่งรีบเป็อย่างมาก
"โอเค จะถึงในครึ่งชั่วโมง" เสียงหญิงสาวตอบเนิบๆ ก่อนกดวางสายของเพื่อนสาว
เฟย์ต้า ยูทูปเบอร์สาวที่รักในการท่องเที่ยวเป็ชีวิตจิตใจ เธอเลือกทำงานเป็ฟรีแลนด์เพราะเธอชอบที่จะทำอะไรตามใจตัวเอง เธอไม่ชอบกฎหรือระเบียบในที่ทำงาน เธอจึงเที่ยวไปด้วยทำงานไปด้วยและแน่นอนว่ามันก็ทำให้เธอมีเงินใช้ แต่มันก็ไม่ใช่ทุกครั้งที่เธอจะเที่ยวอย่างมีความสุข เพราะเมื่อการแข่งขันสูงขึ้นเธอก็ต้องทำมากขึ้น คิดหัวข้อและคอนเทนส์ที่น่าสนใจมากขึ้นตามไปด้วย และในวันนี้เธอต้องเดินทางไปดูไบ ค้นหามุมมองใหม่ๆ ที่ผู้ชายมีต่อผู้หญิงที่เป็นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวที่ดูไบตามลำพัง ด้วยศาสนาและวัฒนะธรรมที่แตกต่าง พวกเค้าจะมองเธอเป็แบบไหน
เฟย์ต้ายังคงนั่งงงๆ อยู่บนเตียงเพราะเธอไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหนก่อนหรือไม่ สมองของเธอก็คงยังไม่กลับมาจากคลับเมื่อคืน
'ฉันเก็บกระเป๋าไว้แล้ว ชุดที่จะใส่แขวนอยู่ตรงนั้น รองเท้าอยู่ตรงนั่น โอเคต้องไปอาบน้ำ' หญิงสาวนั่งพูดกับตัวเองราวคนบ้า ก่อนที่จะลุกไปอาบน้ำ แน่นอนว่าภายในห้านาทีเธอก็วิ่งออกมาสวมชุดที่แขวนอยู่และสะพายกระเป๋า โทรศัพท์ที่ดังอยู่เป็ระยะ ทำให้เฟย์ต้าต้องตั้งสั่น เธอสวมรองเท้า ลากกระเป๋าเดินทางเธอมั่นใจว่าไม่ได้ลืมอะไรไว้อย่างแน่นอนเพราะเธอเตรียมตัวไว้เป็อย่างดี แต่พอเธอบิดลูกบิดประตูและกลอนประตูเด้งขึ้น ก็เหมือนคนดีดนิ้วใส่หูเบาๆ "กุญแจรถ!" สิ้นเสียงพูดกับตัวเองเธอก็รีบวิ่งไปที่เตียงอีกครั้ง เฟย์ต้าลือค้นทุกที่ที่เธอคิดว่ากุญแจรถน่าจะอยู่เวลาผ่านไป ห้านาทีแล้วสำหรับการลือค้น
'เดี๋ยวๆ อิเฟย์ เมื่อคนมึงกลับมา เปิดประตู โยนกระเป๋า มึงสบัดรองเท้าตรงนี้และมึง และมึงขว้าง' เฟย์ต้าทำกิริยาที่เกินขึ้นเมื่อคืนและเธอพอจะจำได้ เฟย์ต้ากวาดตามองไปรอบๆ ว่าเธอมีสิทธิ์ที่จะโยนกุญแจรถไว้ตรงไหนได้บ้าง แต่ไม่ว่าเธอจะมองหายังไงหรือนึกเท่าไรก็นึกไม่ออก และเธอก็ทำตามแพทเทิ้ลเดิมๆ ซ้ำไปมาอีกหลายครั้ง และแล้วเธอก็นึกบางอย่างออก 'ในลิ้นชัก'
เมื่อคืนเฟย์ต้าเปิดประตู และโยนกระเป๋า ก่อนที่เธอจะพยายามถอดรองเท้าแล้วมันไม่ออกเธอจึงใช้วิธีสบัดมันออกจากเท้าแทน ในมือของเธอถือกุญแจรถที่มีพวงกุญแจสตอเบอร์รี่สีแดงห้อยอยู่ในใจคิดว่าเธอจะโยน แต่ในขณะนั้นเธอคิดขึ้นได้ว่าพรุ่งนี้อาจหาไม่เจอ เธอจึงใส่ไว้ในลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง คิดขึ้นได้เธอจึงรีบวิ่งไปที่ลิ้นชักและเมื่อเธอดึงออกมาเธอก็เจอพวงกุญแจรูปสตอเบอร์รี่สีแดงอยู่ในนั้นจริงๆ เฟย์ตามองนาฬิกาที่ข้อมือก็อนถอนหายใจ ครึ่งชั่วโมงแล้วเธอคิดว่างานนี้อาจตกเครื่องอย่างแน่นอน แต่เธอยังมีเวลาอีกครึ่งชั่วโมงอย่างน้อยเธอก็ต้องพยายาม
เฟย์ต้าขับรถอย่างรีบร้อนไปที่สนามบินยังดีคอนโดของเธออยู่ไม่ไกลจากสนามบินมากนัก แต่ตัวเธอเองไม่รู้ว่าเมื่อเข้าไปแล้วกว่าจะไปถึงประตูเกจเธอจะทันรึเปล่า เฟย์ต้าดูเวลาอีกครั้งก่อนเลี้ยวเข้าสนามบิน อีกสิบนาที เธอหาที่จอดรถอย่างรีบร้อน แน่นอนว่าต้องต่อแถวเพราะมีรถหลายคันต่อคิวอยู่
'อีกแปดนาที' เธอยังคงมองนาฬิกาก่อนผ่านจุดฝากรถ เธอซื้อบัตรจอดรถหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่จะโยนมันไว้ที่คอนโซลด้านหน้ารถและตอนนี้โทรศัพท์ของเธอก็ยังสั่นอยู่อย่างต่อเนื่อง เธอได้ที่จอดที่ไกลจากประตูพอสมควร เธอรีบลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ปิดประตูล๊อครถและแน่นอนวิ่ง
เฟย์ต้าวิ่งสุดชีวิตเพื่อไปให้ถึงเกจเก้า ซึ่งเป็เกจที่ค่อนข้างกลางแต่ก็ยังคงไกลสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ แบบเธอ เธอวิ่งผ่านหลายเกจและเธอก็เห็นเกจของตัวเองอยู่ไกลๆ ซึ่งขณะนั้นเธอเห็นหลังไวไวของผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้าไปและเธอคิดว่าตัวเองต้องทันแน่ๆ เมื่อวิ่งมาจนถึงเคาร์เตอร์ก่อนจะค้นหาตั๋วและพาสปอร์ตที่หนีบอยู่ด้วยกันและยื่นให้พนักงาน เธอรูดซิปกระเป๋าปิดก่อนจะมองหน้าพนักงานแล้วยิ้มอย่างหอบๆ
"ปิดแล้วค่ะ เราปิดรับไปเมื่อสี่นาทีที่แล้ว ต้องขออภัยลูกค้าจริงๆ หากลูกค้ายัง้าเดินทางไปสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สามารถยื่นเปลี่ยนตั๋วและชำระค่าส่วนต่างได้ที่เคาร์เตอร์ด้านหน้าค่ะ" พนักงานสาวตอบด้วยท่าทางยิ้มแย้มแจ่มใส ส่วนเฟย์ต้าที่ยังคงหอบไม่เสร็จและพึ่งรู้ว่าตัวเองตกเครื่องก็ล้วงโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าแน่นอนว่ามันยังคงสั่นอยู่
'วิเวียน'
"แฮ่ๆ ไม่ทันแฮ่แล้ว" เฟย์ต้าพูดเสียงแหบพร่าจากความเหนื่อย
"ฉันว่าแล้วไอ้เฟย์ แกเนี้ยนะ บอกแล้วว่าอย่าดื่มเพราะมีงานแต่เช้าแกยังไม่ฟังฉันแล้วตอนนี้ยังไงแกเองนั่นแหละที่เสียงาน แกให้ฉันไปเป็เพื่อนแต่แกทิ้งให้ฉันไปคนเดียวต่อไปแกไม่ต้องชวนฉันเลยนะ ถ้าแกจะทิ้งฉันแบบเนี้ย" เฟย์ต้าต้องถือโทรศัพท์ห่างออกจากหูเพราะปลายสายดังเหลือเกินและเธอก็ยอมรับผิดแต่โดยดีโดยไม่เถียง ในขณะเดียวกันก็เดินไปที่เคาร์เตอร์ของสายการบินเดิมที่เธอซื้อไว้ เพื่อเปลี่ยนตั๋วแต่แน่นอนว่ามีค่าส่วนต่างกว่าครึ่งของราคาตั๋วที่ต้องซื้อใหม่
"วิเวียน ฉันเปลี่ยนตั๋วก่อนนะแกถึงก็ไปรอที่โรงแรมเลย แพลนอยู่กับเธอแล้วใช่ไหม" เฟย์ต้าพูดเสียงเศร้าทำให้คนปลายสายรู้สึกตัวว่าอาจพูดแรงเกินไปและยอมอ่อนลง "เออๆ ว่ายังไงก็โทรกลับมาบอกด้วย เห้อ ฉันล่ะท้อกะแกจริงๆ แค่นี้นะ" ก่อนปลายสายจะตัดไปโดยไม่ฟังที่เฟย์ต้าจะพูดอะไร
"อะไรนะคะ เหลือแค่เฟิร์สคลาส" เสียงตอบกลับพนักงานของเฟย์ต้าทำให้ผู้คนบริเวณนั้นหันมามองเธอ
"แล้วราคาเท่าไรเหรอคะ" หญิงสาวพูดเสียงสั่น
"ราคาตั๋วโดยปกติ อยู่ที่แปดหมื่นสี่พันหดร้อยบาทค่ะ แต่ถ้าหักส่วนต่างตั๋วเก่า คุณลูกค้าจะต้องชำระเงินค่าตั๋วที่ เจ็ดหมื่นกับหกร้อยบาทค่ะ" พนักงานสาวแสนสวยตอบกลับมาด้วยเสียงสดใสร่าเริง
"เจ็ดหมื่น...หก" อีกครั้งที่เฟย์ต้าทำให้ผู้คนแถวนั้นใ หญิงสาวกล่าวขอบคุณพนักงานก่อนหันหลังเดินออกมาอย่างเศร้าๆ ก่อนที่เธอจะถูกพนักงานสาวเรียกอีกครั้ง
"คุณผู้หญิงค่ะ คุณผู้หญิงค่ะ" หญิงสาวหันกลับไปโดยไม่พูดอะไร
"ถ้าคุณผู้หญิงจะซื้อต้องรีบหน่อยนะคะ เพราะอีกสามสิบนาทีเกจจะเปิดให้เข้าแล้วค่ะ" เฟย์ต้าพยักหน้ารับอย่างเข้าใจและเดินไปนั่งที่เก้าอี้ที่ทางสายการบินจัดไว้ เธอลองเดินไปถามตามสายการบินอื่นก็ไม่มีที่เธอจะสามารถเดินทางได้อย่างรวดเร็วเลย เพราะเครื่องที่จะไปดูไบในวันนี้มีเหลือเพียงสายการบินนี้เท่านั้น
'เอาว่ะ ถือว่าได้ลองนั่งเฟิร์สคลาส ทำคลิปด้วยเลยแล้วกัน' พูดกับตัวเองเบาๆ ก่อนเปิดกล้องของตัวเองและเริ่มถ่ายทำวิดีโอของเธอเล่าทุกอย่างใส่วิดีโอและเดินไปซื้อตั๋ว พร้อมๆ กัน
"ถ่ายได้ไหมคะ" เฟย์ต้าถามพนักงาน "ถ่ายได้ค่ะ แต่ห้ามถ่ายเข้ามาด้านใน" พนักงานตอบกลับสุภาพ
"อ่อคือถ่ายได้แค่ตัวหนูใช่ไหมคะ โอเคค่ะ" เฟย์ต้าซื้อตั๋วเสร็จเธอเดินเข้าไปใช้บริการหลายอย่างในชั้นเฟิร์สคลาส เพราะเธอมาก่อนเวลา เกือบสามชั่วโมง มีทั้งนวดตัว ทั้งอาหารที่เธอกินฟรี ห้องน้ำสุดหรูและอีกมากมายที่เธอได้ใช้ เมื่อเฟย์ต้าถ่ายเสร็จเธอยังคงเหลือเวลาที่จะต้องไปขึ้นเครื่องอีกหนึ่งชั่วโมง เธอจึงเดินเล่นในช๊อปต่างๆ เพื่อหาซื้อเครื่องสำอางไปง้อเพื่อนสาว
เมื่อถึงเวลาขึ้นเครื่องหญิงสาวมาถึงเป็คนแรกเธอทุลักทุเลเล็กน้อยระหว่างทาง เมื่อเธอขึ้นไปบนเครื่องเธอเลือกที่นั่งริมหน้าต่างไว้ก่อนแล้วเพราะเธอมาคนเดียวในหนึ่งแถวจะมีที่นั่งอยู่เพียง สี่ที่นั่ง เธอจึงเลือกติดหน้าต่างเพื่อมองเห็นวิว และมันเป็ที่นั่งเดี่ยว
พนักงานเอาอาหารมาเสิร์ฟ อาหารเหล่านี้เป็อาหารที่เธอเลือกไว้ั้แ่ขึ้นเครื่อง และเธอสามารถเรียกเครื่องดื่มและอาหารทานเล่นได้ตลอดทั้งไฟท์ เฟย์ต้าเพลิดเพลินกับอาหารที่สั่งมาสักพักก่อนที่ความเหนื่อยล้าจะทำให้เธอเริ่มง่วง เธอปิดหน้าต่าง ปิดไฟ และปิดตาของตัวเองลง
"มิส มิส เครื่องจะไต่ระดับแล้วรบกวนรัดเข็มขัดก่อนเครื่องลงด้วยค่ะ"
แอร์โฮสเตสประจำเครื่องมาบอกเธออย่างให้เกียรติ ทั้งที่ในวันนี้การแต่งตัวของเธอแทบจะดูไม่ให้เกียรติแม้เก้าอี้ตัวนี้ด้วยซ้ำ เฟย์ต้าแต่งตัวอย่างรีบร้อนและเสื้อผ้าที่เตรียมไว้เธอไม่อยากให้มันโดดเด่นเกินไปเพราะเธอต้องไปในประเทศที่ผู้ชายเป็ใหญ่และมีความเหลื่อมล้ำทางเพศค่อนข้างมาก เสื้อผ้าที่เธอเลือกสวมมาในวันนี้คือ กางเกงยีนขาม้าเอวสูงตัวใหญ่ ที่มีปลายขาบานๆ และขาดเล็กน้อย กับเสื้อเชิ้ดแขนสั้นเอวลอย ประกบด้วยเสื้อแขนยาวยีนตัวใหญ่ที่คลุมได้เกือบหัวเข่าของเธอ ยังดีว่าเธอมีหน้าตาและผิวพรรณที่ดี จึงแม้ว่าจะสวมเสื้อผ้าชุดไหนก็ไม่ทำให้เธอดูแย่ลงไปได้นั้นเอง
เฟย์ต้า เป็หญิงสาวตัวเล็กสูงเพียง ร้อยห้าสิบนิดๆ เธอมีน้ำหนักเพียงสี่สิบสี่กิโล ผิวของเธอขาวราวกับลูกคุณหนู ดวงตากลมโตรับกับใบหน้ารูปไข่และจมูกได้รูป ปากกระจับสวยจนใครๆ ก็ต้องมองเมื่อเธอเดินผ่าน ติดอยู่เพียงความสูงของเธอเท่านั้นที่ไม่เป็ใจไม่อย่างนั้นแม่ของเธอคงจับเธอเข้าประกวดตามงานต่างๆ แต่ขนาดเธอตัวเตี้ยขนาดนี้แม่ของเธอก็ยังให้เธอไปเดินแบบการกุศลอยู่บ้างในตอนที่มีโอกาส