ตอนที่ 10
และแล้ววันแรกกับการใช้ชีวิตในชนบทก็หมดไป กับการจัดการสิ่งต่างๆ ในบ้านพักที่ได้ถูกจัดสรรนี้ แม้จะมีเื่ให้น่ารำคาญไปบ้าง แต่ก็ไม่อยากจะสนใจ จนมันผ่านไปได้
ในที่สุดตอนเช้าของอีกวันที่เป็วันเริ่มต้นทำงานก็มาถึง และวันนี้หวังลี่ซือเป็คนทำอาหาร แม้อาหารจะไม่อร่อยเท่าที่เธอทำ แต่ก็พอกินได้ แต่ที่น่าเป็ห่วงคือสองคนที่จนป่านนี้ยังทำอาหารกันอยู่เลย ไม่รู้ว่าจะไปรายงานตัวทันหรือเปล่า แต่ก็แค่มองดูเท่านั้น ไม่ได้คิดที่จะเข้าไปช่วยแต่อย่างใด เพราะเบื่อที่จะฟังคำพูดไม่น่าฟังของพวกเธอทั้งสองคน ที่เอาแต่โทษคนอื่น ไม่คิดที่จะโทษตัวเองเลยสักนิดเดียว
"พวกเธอนี่ใจดำกันจริงๆ เลยนะ ดูสิไม่รู้ว่าพวกเราจะไปทำงานกันทันหรือเปล่า"
พูดออกไปอย่างโมโหที่ตอนนี้คนอื่นๆ กินอาหารกันอิ่มแล้วแต่พวกเธอยังทำอาหารไม่เสร็จเลยด้วยซ้ำ น่าโมโหเสียจริง
"ถ้าคิดว่าตัวเองทำช้าก็ควรที่จะลุกขึ้นมาทำให้เร็วกว่านี้สิ ไม่ใช่เอาแต่โทษคนอื่น คราวหลังหัดโทษตัวเองบ้างก็ได้นะ"
ซีฟางหรู อดไม่ได้ที่จะโต้ตอบกลับไป เพราะไม่ชอบใจกับคำว่านั้น เพราะไม่ใช่ความผิดของพวกเธอเสียหน่อย แล้วจะมาว่าพวกเธอใจดำได้อย่างไรกัน
"ก็ถ้าพวกเธอทำอาหารเผื่อเราสองคนก็ได้กินแล้วไม่ใช่หรือ"
"เราว่าพวกเธอพูดไม่รู้เื่แล้ว ในเมื่อเราคุยกันแล้วว่าต่างคนต่างทำ อย่าได้พูดเื่นี้อีก พวกเราไปทำงานกันดีกว่า เดี๋ยวจะไปทำงานสาย จะถูกตัดคะแนนแต้มงานได้ พวกเธอเองก็ควรที่จะรีบด้วยล่ะ ไม่อย่างนั้นได้แต้มงานน้อย อาหารที่จะได้รับแบ่งก็จะน้อยตามไปด้วยนะ"
หวังลี่ซื่อ ว่าให้เสร็จจึงได้ชวนเพื่อนๆ ออกไปทำงาน ส่วนเธอทาครีมกันแดดมาแล้ว แต่ก็ยังเตรียมทั้งหมวก เสื้อแขนยาวและถุงมือไปด้วย เพราะกลัวว่าแดดจะแรงอาจทำให้ผิวไหม้ได้ แม้จะทาครีมกันแดดแล้วก็ตามที
"ฟางหรูเธอเตรียมพร้อมได้ดีมากเลยนะดูสิมันสามารถป้องกันแดดได้ดีมาก"
เธอมองอุปกรณ์ที่เพื่อนเตรียมมาอย่างอดที่จะทึ่งไม่ได้ เพราะมันดูดีและน่าจะสามารถที่จะป้องกันได้ดีทีเดียว แม้เธอจะมีแต่มันก็ไม่ได้ดีเท่าของเพื่อน สักเท่าไร ไม่รู้ว่าไปซื้อของพวกนี้มาจากไหนกัน น่าจะมีราคามากทีเดียว
ส่วนฟางหรูก็ไม่ได้ตอบอะไร เพราะจะบอกว่าอย่างไรดีล่ะ ของพวกนี้เธอเคยปลอมตัวเป็คนงานในไร่จึงได้มีของพวกนี้อยู่เยอะพอสมควร จึงสามารถนำมาใช้ได้ดีทีเดียว แม้จะดูแตกต่างจากคนอื่นๆ ไปบ้างแต่เธอเป็คนแปลกถิ่นพวกเขาคงไม่สนใจอะไร
"อืม พอดีคิดว่าจะได้มาทำงานในชนบทเลยเตรียมมาด้วย คิดว่าต้องได้ใช้อย่างแน่นอนน่ะ"
"อย่างนี้นี่เอง แม้จะแปลกไปบ้าง แต่การใช้งานน่าจะดีกว่ามากทีเดียว"
"เราต้องไปที่บ้านของผู้ใหญ่บ้านก่อนใช่ไหม เพราะเรายังไม่รู้ว่าต้องทำงานตรงส่วนไหน"
"คงต้องเป็อย่างนั้น"
เมื่อมาถึงก็เห็นว่ามีผู้ใหญ่บ้าน และมีผู้ชายอีกสองคนที่พวกเธอไม่รู้จักยืนอยู่ด้วย แต่เดี๋ยวก็คงจะรู้ว่าพวกเขาเป็ใคร
"สวัสดีค่ะ / สวัสดีครับ"
ทั้งสี่คนทักทายพวกเขาทันที แม้จะไม่รู้ว่าอีกสองคนเป็ใครก็ตามที
"สวัสดี แล้วเป็อย่างไรบ้าง ได้พักผ่อนกันไปแล้วหนึ่งวัน พอที่จะปรับตัวพร้อมที่จะทำงานกันบ้างหรือยัง แล้วอีกสองคนหายไปไหน ยังไม่มาอีกหรือ รู้กันใช่ไหม ถ้ามาช้าหรือทำงานไม่ได้ แต้มงานจะได้ลดน้อยลง"
ผู้ใหญ่บ้านที่ถามผู้มาอยู่ใหม่ และอดที่จะถามหาอีกสองคนที่ยังไม่เห็นไม่ได้ เพราะพวกเขาอยู่ที่บ้านเดียวกัน และตอนนี้ก็เกือบถึงเวลาที่จะต้องเริ่มงานกันแล้วด้วย ถ้าช้ากว่านี้จะต้องถูกหักแต้มงานอย่างแน่นอน
"พวกเราพอจะปรับตัวได้บ้างแล้วครับ ส่วนเพื่อนอีกสองคน.."
แต่ห่าวอู๋จวิน ยังไม่ทันที่จะบอกเื่ของเพื่อนสาวทั้งสองคนที่ยังกินอาหารไม่เสร็จ แต่ทั้งสองคนกลับวิ่งมาถึงเสียก่อน จึงไม่ได้พูดอะไรออกไปอีก
"ถ้าอย่างนั้นมาครบก็ดีแล้ว ลุงมีคนที่จะแนะนำอีกสองคน เพราะพวกเขาจะต้องเป็คนดูแลในหน่วยของการผลิตที่ทุกคนจะต้องทำ คือ เยี่ยนเฉิงเทียน เป็หัวหน้ากองการผลิต ส่วนอีกคน เยี่ยนเฉิงหลง เป็ผู้ช่วยและเป็ผู้ควบคุมงานการผลิตทั้งหมดอีกด้วย"
"สวัสดีครับ / สวัสดีค่ะ"
หลังจากนั้น ทั้งหกคนต่างแนะนำตัวเอง ให้กับทั้งสองคนที่ยังไม่ได้รู้จักกัน
"สวัสดี ยินดีต้อนรับทุกคนนะที่จะมาช่วยงานในหน่วยงานการผลิตของพวกเราในหมู่บ้านแห่งนี้ และก็ขอให้ทุกคนตั้งใจทำงาน เพราะความตั้งใจในการทำงานจะทำให้แต้มงานมากไปด้วย ซึ่งมันจะเปลี่ยนไปเป็อาหารในการแจกจ่ายให้ทุกคนหลังจากเก็บเกี่ยวแล้ว" เฉิงเทียน พูดให้ยุวปัญญาชนกลุ่มนี้ได้ฟัง
"ผมเองก็ยินดีต้อนรับทุกคนเหมือนกันครับ อาจจะลำบากไปบ้างในการทำครั้งแรกของพวกคุณทุกคน แต่ก็ขอให้ตั้งใจทำให้เต็มที่ แต่ถ้าใครทำตรงไหนไม่ไหว ก็ขอให้มาแจ้งกับผมเป็การส่วนตัวได้นะครับ"
เยี่ยนเฉิงหลง บอกพร้อมทั้งยิ้มที่เหมือนว่าจะดูดีที่สุดไปให้กับทุกคน โดยเฉพาะผู้หญิง ดูก็รู้ว่าคงจะเป็พวกเ้าชู้ไม่เบา และการที่เขาพูดอย่างนั้นน่าจะมีอะไรแอบแฝงอย่างแน่นอน เธอจะไม่เข้าไปยุ่งกับผู้ชายคนนี้อย่างแน่นอน ลองได้ยิ้มโปรยเสน่ห์อย่างนี้ คงไม่พ้นโปรยไปทั้งหมู่บ้านแล้วหรือเปล่า เธอจึงยิ้มตอบไปตามมารยาทเท่านั้น แต่สายตาของเขากลับไม่มองไปทางอื่น กลับมองตรงมาที่เธอนานเกินจนเธอรู้สึกอึดอัด และดูเหมือนผู้ใหญ่บ้านคงจะรู้อะไรมาบ้าง จึงได้เอ่ยขึ้นมา
"เอาล่ะ ในเมื่อรู้จักกันแล้ว เฉิงหลง จะจัดงานให้พวกเขาทำอะไรกัน"
ผู้ใหญ่บ้าน ที่เห็นว่าเฉิงหลง มองเด็กสาวจนนานเกินไป จึงรู้สึกไม่สบายใจ และเป็ห่วงเด็กสาวคนนี้มากขึ้น เพราะอย่างไรก็เป็ผู้หญิง และยังมาอาศัยอยู่ต่างถิ่น ทั้งยังจากพ่อแม่พี่น้องมาอีก ถ้าจะมาถูกเฉิงหลงหลอกก็อดที่จะน่าสงสารไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าเ้าตัวมักจะจัดงานตามพึงพอใจ โดยเฉพาะคนที่เขาสนใจหรือทำให้พอใจมักจะได้งานสบายๆ กว่าคนอื่นๆ มาก แต่เขาเองก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะผู้หญิงพวกนั้นเต็มใจที่จะทำอย่างนั้น
"เอ่อ..ครับ ตอนนี้มีงานถอนหญ้ากับหักข้าวโพด สำหรับผู้หญิง ส่วนผู้ชายจะเป็งานขุดดินอย่างเดียว โดยจะแบ่งงานให้คนละแปลงนะครับ ถ้าทำได้หมดแปลง แต้มงานจะได้สิบแต้มเต็ม แต่ถ้าทำไม่ได้หมด แต้มงานก็จะลดลงตามงานที่ทำได้นะครับ"
เขาเผลอมองหญิงสาวที่มาจากในเมืองใหญ่นานไปหน่อย ก็ใครจะไปอดใจไหวกัน ดูสิผิวพรรณดูดีไม่ใช่น้อย ผู้หญิงในชนบทมีใครที่ผิวสวยอย่างนี้กัน และหน้าตาของเธอนั้นดูโดดเด่นกว่าผู้หญิงที่มาด้วยกันอยู่ แต่เหมือนกับเธอจะเป็คนที่ดื้อรั้นไม่เบา เธอยิ้มให้เขาตามมารยาท และไม่มีทีท่าโปรยเสน่ห์เลยสักนิด ผิดกับอีกสองคน ที่ยิ้มให้เขาทันที เหมือน้าให้สนใจ ส่วนอีกคนก็ยิ้ม แต่เหมือนยังสงวนท่าทีอยู่ ทำให้เขาสนใจคนที่ไม่สนใจเขาเลยสักนิดมากขึ้นไปอีก
"แล้วหัวหน้าจะจัดให้พวกเราลงงานตรงส่วนไหนหรือคะ ต้องตอบตามตรง พวกเราไม่เคยทำงานอย่างนี้มาก่อน คงต้องรบกวนหัวหน้าหาคนสอนพวกเราก่อนด้วยค่ะ"
หวังลี่ซือ ที่มองหัวหน้าของเธอ แม้เขาจะไม่สนใจเธอ เพราะเห็นเขามองเพื่อนของเธออยู่นานแล้ว แต่เมื่อเห็นว่าเพื่อนก็ไม่ได้สนใจอะไร จึงได้เบาใจ อย่างน้อยเธอเองก็ยังพอมีความหวัง ถ้าได้เขาช่วยอย่างน้อย เธอก็สามารถอยู่ที่หมู่บ้านนี้อย่างสบายมากขึ้นอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้คงต้องรอดูท่าทีของเขาไปก่อน เธอจะยังไม่รีบร้อนอะไร
"ผมคิดว่า พวกผู้หญิง จะให้ถอนหญ้าไปก่อนแล้วกัน เพราะมันเป็งานที่ไม่ต้องสอนอะไร เพียงแต่ต้องทำให้เรียบร้อย และต้องถอนให้เกลี้ยง หลังจากถอนแล้ว จะต้องนำหญ้าที่ถอนแล้ว ไปจัดเก็บตามที่ชาวบ้านเขาทิ้งก็พอแล้ว หลังจากนั้น เราจะไปตรวจดูและให้คะแนนการทำงานอีกทีหนึ่งนะครับ จากที่ฟัง น้องฟางหรู พอที่จะทำได้หรือเปล่าครับ แล้วคนอื่นๆ ด้วยนะครับ ทำกันได้ไหม "
เยี่ยนเฉิงหลง จงใจที่จะเรียกชื่อหญิงสาวที่เขาสนใจก่อนเป็คนแรก เพื่อที่จะให้เธอรู้ว่าเขาให้ความสนใจกับเธอเป็พิเศษ แล้วจึงถามคนอื่นๆ ในเวลาต่อมา
"ทำได้ค่ะ / ทำได้ครับ"
ฟางหรู เองก็ตอบไปอย่างไม่ได้สนใจอะไร แม้ตอนนี้จะไม่ชอบผู้ชายคนนี้เพิ่มมากขึ้นแล้ว แต่เขายังไม่ได้ทำอะไรมากกว่านี้ เธอจึงทำเป็ไม่สนใจน่าจะดีที่สุดแล้ว
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )