นึกไม่ถึงว่าคนที่พูดแทนหวังเฉียงจะเป็เ้าตัวเล็กกวนหลิง
“ไม่!พี่หวังไม่มีทางเป็ผู้โหยหวนแน่นอน!”
ผู้หญิงที่กล่าวหาหวังเฉียงหันไปมองกวนหลิงพร้อมกับหัวเราะเยาะเ็า
“เด็กน้อยแกจะไปรู้ได้ยังไงว่าเขาไม่ใช่ผู้โหยหวน แกแค่ช่วยพูดเพราะเขาเพิ่งช่วยแกไว้เมื่อกี้นี้ใช่ไหมล่ะ!”
เหมือนกวนหลิงจะใท่าทางของผู้หญิงคนนั้นและพูดอะไรไม่ออกอยู่นานสองนาน
“หนู...หนู...หนู...”
เมื่อเห็นว่ากวนหลิงพูดไม่ออกผู้หญิงคนนั้นก็ยิ้มเยาะยกจมูกขึ้นสูง เหมือนกับแม่ไก่ที่เพิ่งเอาชนะในการต่อสู้
แต่คำพูดถัดไปของกวนหลิงกลับทำให้ทุกคนนิ่งไปแม้แต่ผมเองก็คาดไม่ถึง
เห็นเพียงกวนหลิงพูดคำว่าหนูวนไปวนมาอยู่นานสองนานในที่สุดก็พูดประโยคนั้นออกมา
“เพราะหนูคือกัปตัน!หนูสามารถตรวจดูตัวตันของคนอื่นได้! พี่หวังเป็ผู้โดยสาร ไม่ใช่ผู้โหยหวน!”
คิดไม่ถึงว่ายัยเด็กน้อยคนนี้จะโกหกเพื่อหวังเฉียงผมเองก็เซ็งจนหมดคำพูด
เพราะผมนี่แหละที่เป็กัปตันตัวจริง!
ตอนนี้ผมคิดจะเปิดเผยบทบาทเพื่อช่วยหวังเฉียงก็ไม่ได้แล้วการที่มีกัปตันโผล่ออกมาสองคน หนึ่งในนั้นจะต้องมีตัวปลอมแน่นอนถ้าถูกคิดว่าเป็ตัวปลอม มีความเป็ไปได้สูงที่จะถูกคิดว่าเป็ผู้โหยหวนไปด้วยถึงตอนนั้นถ้าไม่ใช่ผมก็เป็กวนหลิงที่ต้องตาย
ประโยคนี้ของกวนหลิงตอกผู้หญิงคนนั้นหน้าหงายจนพูดอะไรไม่ออกแต่ชายชราไว้ผมสีเงินที่ยืนอยู่ข้างเธอกลับลุกขึ้นมาพูดอย่างช้าๆ
“สาวน้อยหนูมีหลักฐานอะไรที่สามารถยืนยันว่าหนูคือกัปตัน หนูรู้ใช่ไหมว่ากัปตันตรวจสอบตัวตนของคนอื่นอย่างไรอีกอย่างการที่บอกว่าตนเองเป็กัปตันนั้นอันตรายมากเพราะผู้โหยหวนจะพยายามฆ่ากัปตันก่อนใครเพื่อลดความเสี่ยง ถ้าหนูเป็กัปตันจริงๆหลังจากการหลับครั้งที่สอง ผู้โหยหวนอาจจะเลือกฆ่าหนูก็ได้”
คำพูดของชายชราขู่ขวัญกวนหลิงจนร้องไห้ออกมาเธอมองหวังเฉียงอย่างลังเล
ในตอนนี้ซางจื้อหย่วนกลับเอ่ยขึ้น
“กวนหลิงไม่ต้องกลัวนะกัปตันที่เปิดเผยตัวตนถือว่าเสี่ยงที่สุดก็จริง แต่ก็ปลอดภัยที่สุดเช่นกันเพราะเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสามารถปกป้องกัปตันได้ในระหว่างที่หลับเพื่อไม่ให้ผู้โหยหวนโจมตี แต่เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่สามารถปกป้องตนเองได้ดังนั้นเขาจะเลือกปกป้องกัปตันที่มีความสำคัญก่อนแน่นอนและเนื่องจากความสำคัญของกัปตัน ในระหว่างการโหวตกัปตันอาจได้รับสิทธิ์ยกเว้นไม่ต้องถูกโหวตด้วยซ้ำ!”
ซางจื้อหย่วนพูดประโยคนี้จบผมอยากจะตบหน้าตนเองสักฉาดทันที
โธ่เอ๊ย! ทำไมผมถึงคิดไม่ถึงจุดนี้มาก่อน
เช่นนั้นตอนนี้ผมควรจะเปิดเผยบทบาทหรือเปล่า
แต่ตอนนี้ควรจะเปิดเผยตัวตนดีไหม การโผล่มาสองกัปตันมันคงแปลกมาก
ในขณะที่ผมกำลังสับสนเื่ที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้นอีก
ผู้หญิงคนนั้นจู่ๆ ก็หัวเราะออกมาเสียงดัง
“แกมันนังสำส่อนเมื่อสักครู่ก็เป็คนแรกที่คิดจะฆ่าคน ตอนนี้เพื่อจะช่วยชู้รักที่เป็ฆาตกรยังมาพูดโกหกว่าตนเองเป็กัปตันอีก แต่ถึงแกจะวางแผนแยบยลไปมันก็เท่านั้นฉันนี่แหละคือกัปตันตัวจริง!
ฉันตรวจสอบแล้วว่าเด็กคนนี้เป็ผู้โหยหวนเธอแค่พยายามปกปิดตัวตนเพื่อวางแผนฆ่าพวกเราทั้งหมดเท่านั้นตอนนี้เธอเป็ผู้โหยหวน ส่วนพวกฆาตกรล่ะ พวกเรารู้กันดีแล้ว เลือกพวกเขารับรองว่าไม่พลาดแน่นอน!”
ผมยืนอึ้งกับคำพูดที่ฟังดูหน้าตายและไร้ยางอายของผู้หญิงคนนั้นจนอยากจะเดินไปตบเธอสักทีสองทีแต่เสียดายที่ตอนนี้ถึงผมจะเปิดเผยตัวตนก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรแล้ว
ในสถานการณ์แบบนี้ การมีกัปตันถึงสามคนจะทำให้ความสำคัญลดลงอย่างมากแถมยังอาจทำให้เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปวดหัวตายได้
สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือ ปืนมักจะยิงนกที่ออกตัวก่อนในเวลาแบบนี้ผมไม่อยากออกตัวมากนัก
ณ เวลานี้ชายชราผมสีเงินเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง
“ตอนนี้มีกัปตันแสดงตัวขึ้นมาสองคนจะต้องมีหนึ่งคนเป็ตัวปลอมแน่นอนและตัวปลอมนั้นมีความเป็ไปได้สูงที่จะเป็ผู้โหยหวนดังนั้นพวกคุณควรจะบอกวิธีการที่กัปตันใช้ตรวจสอบตัวตนของคนอื่นมาเพื่อพิสูจน์ตนเอง”
ทันทีที่ได้ยินว่าจะต้องบอกวิธีตรวจสอบตัวตนเพื่อพิสูจน์ความเป็กัปตันผู้หญิงคนนั้นก็เริ่มอึกอักและยืนกรานให้กวนหลิงเป็คนพูดก่อน
ตอนนี้กวนหลิงตัวน้อยจบเห่แล้ว
ผมกำลังคิดอยู่ว่าควรเปิดเผยบทบาทตนเองเพื่อช่วยกวนหลิงกับหวังเฉียงดีไหมแต่เหตุการณ์มักจะเหนือความคาดหมายของผมเสมอ
เห็นแค่เพียงกวนหลิงลังเลสักพักและกล่าวออกมาว่า
“วิธีที่กัปตันใช้ตรวจสอบตัวตนของคนอื่นคือการใช้รูปถ่ายในโทรศัพท์กดที่รูปของคนนั้น แล้วแอปพลิเคชั่นจะบอกตัวตนของเขาแต่สามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียวหลังจากการลงคะแนนแต่ละครั้ง”
ในขณะนั้นเองผมรู้สึกเหมือนมีม้าป่าหนึ่งหมื่นตัววิ่งผ่านหัวใจของผมไปอย่างบ้าคลั่ง
ทำไมกวนหลิงถึงรู้วิธีตรวจสอบตัวตนคนอื่นของกัปตันด้วย
หรือว่าเธอจะเป็กัปตันตัวจริง?
แต่ผมสิที่เป็กัปตันตัวจริง!
หรือว่ามีกัปตันสองคน?
เป็ไปไม่ได้! ประกาศบอกเอาไว้ชัดเจนมากว่ามีกัปตันเพียงคนเดียว!
นี่มันเื่อะไรกันแน่
ทำไมกวนหลิงถึงรู้
ผมตกอยู่ในความสับสนวุ่นวายไม่อยากจะคิดอะไรอีกต่อไปแล้ว
ผู้หญิงคนนั้นพยายามพูดเลี่ยงไปด้วยการพูดตามกวนหลิงแต่ทุกคนเริ่มมองเธอด้วยสายตาที่แปลกไป
ในตอนนี้เวลาโหวตก็มาถึง ซางจื้อหย่วนเริ่มนับ
“หนึ่ง...สอง...สาม...”
ครั้งนี้ ใครจะตายนะ
หวังเฉียง กวนหลิง หรือผู้หญิงคนนั้น?
ผมชี้ไปที่ผู้หญิงคนนั้น และเมื่อผลโหวตออกมาผมรู้สึกว่ามันแปลกอย่างบอกไม่ถูก
ทั้งหมดสิบสามเสียง
กวนหลิงสามเสียง มาจากผู้หญิงคนนั้น ชายชราผมสีเงินและได้มาจากผู้ชายวัยรุ่นอีกคนหนึ่ง
หวังเฉียงได้รับสามคะแนนจากครอบครัวพ่อแม่ลูกสามคน
ส่วนซางจื้อหย่วนก็ได้รับคะแนนประหลาดๆสามคะแนนเช่นกัน จากผิ่นชวนเซี่ย หวังเฉียง และเด็กสาวอีกคน
ผู้หญิงคนนั้นได้สี่เสียง จากผม กวนหลิงซางจื้อหย่วนและเฉียนตัวตัว
นึกไม่ถึงว่าเฉียนตัวตัวจะไม่หักหลัง!
แต่ผิ่นชวนเซี่ยกับหวังเฉียงกลับโหวตให้ซางจื้อหย่วนแทน!
นี่มันอะไรกัน
หรือว่าผิ่นชวนเซี่ยกับหวังเฉียงคิดว่าซางจื้อหย่วนเป็ผู้โหยหวน
แล้วเฉียนตัวตัวกำลังเล่นอะไรอยู่
ผมไม่เข้าใจ แต่แค่คนฝั่งพวกเราไม่ต้องตายก็พอแล้วส่วนผู้หญิงคนนั้นถึงคราวต้องตาย
เมื่อผลโหวตออกมาใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นก็ซีดลงทันทีเหมือนคนเป็โรคผิวเผือกเธอล้มลงนั่งกับพื้นกลางทางเดินพร้อมกับมีกลิ่นเหม็นโชยออกมาจากระหว่างขาของเธอ
หลังผลโหวตเสร็จสิ้น ทุกคนหันไปมองหวังเฉียงแต่หวังเฉียงกลับหันหลังไปและพูดอย่างเ็า
“ฉันไม่ฆ่าผู้หญิง”
นั่นแหละเป็ปัญหา เครื่องบินเริ่มสั่นอีกครั้งคราวนี้ชายหนุ่มที่โหวตให้กวนหลิงก้าวไปหาผู้หญิงคนนั้นเธอรีบลุกขึ้นและะโด้วยความหวาดกลัว
“อย่า! แกอย่าเข้ามานะ!อย่าเข้ามา!”
แต่ผู้หญิงคนนั้นกรีดร้องได้ไม่นาน เสียงก็เบาลง
ที่แท้ชายชราผมสีเงินถอดเนคไทออกและเดินมาด้านหลังผู้หญิงคนนั้นก่อนจะรัดคอเธออย่างแรง เขาพูดกระซิบขอโทษข้างหูเธอขณะที่เขาทำร้ายเธอ
“ขอโทษด้วย ถ้าเธอไม่ตายทุกคนก็ต้องตายเธอตายเพื่อช่วยเหลือพวกเรา หลังจากตายแล้วเธอจะขึ้น์ ขอพระเ้าคุ้มครองเธออาเมน”
ผู้หญิงคนนั้นเริ่มหน้าแดงก่ำ ขาเตะถีบไปมามือพยายามคว้าอากาศแต่ก็จับอะไรไม่ได้เลยไม่นานดวงตาของเธอก็เริ่มขาวโพลนและร่างกายอ่อนแรงลงเรื่อยๆ จนในที่สุดเธอก็กลายเป็ศพที่หน้าเขียวคล้ำ
ตายไปอีกหนึ่งคน บนเครื่องบินเหลือเพียงสิบสองคน!
แต่ผมก็ยังไม่รู้ว่าใครคือผู้โหยหวนกันแน่
หลังจากการโหวตครั้งที่สองจบลง ผมกลับไปที่นั่งและนั่งครุ่นคิดอยู่นาน
จู่ๆผิ่นชวนเซี่ยก็เดินเข้ามาและชวนผมไปเข้าร่วมการสนทนากับกลุ่มของพวกเขาอีกครั้ง
ผมไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่เดินตามไปเงียบๆ
ผิ่นชวนเซี่ยเริ่มพูดก่อนเหมือนเธอจะแปลกใจมากว่าทำไมเฉียนตัวตัวจึงไม่หักหลัง
“เฉียนตัวตัวทำไมเมื่อสักครู่คุณถึงไม่โหวตหวังเฉียง แต่กลับโหวตให้ผู้หญิงคนนั้นแทน”
เฉียนตัวตัวเพียงแค่หัวเราะออกมา
“ในสถานการณ์ตอนนั้นคะแนนมันแตกไปแล้ว ถ้าช่วยหวังเฉียงได้ก็ต้องช่วย การทำกำไรต้องมาก่อนส่วนผู้หญิงคนนั้นน่ะเหรอ ก็แค่ไม่ถูกชะตาเธอเท่านั้นแหละแล้วเธอกับหวังเฉียงทำไมถึงโหวตให้ซางจื้อหย่วนล่ะ หรือเพราะไม่ชอบหน้าเขางั้นเหรอ”
ผิ่นชวนเซี่ยตอบด้วยหน้าตาบ้องแบ๊ว
“ฉันเห็นพี่หวังโหวตเขาฉันก็เลยโหวตตาม”
หวังเฉียงกลับพูดด้วยใบหน้าเ็า
“วิธีการฆ่าคนแบบนั้นของผมมีแค่ทหารที่ทำเป็และบนเครื่องบินลำนี้ ผมรู้สึกว่ามีเพียงซางจื้อหย่วนกับผมที่เคยเข้าร่วมการเกณฑ์ทหารมาก่อน!”
ผมมองซางจื้อหยวนด้วยสายตาเหน็บแนมอีกครั้ง
“ไม่นึกว่านายจะเคยเป็ทหารคราวนี้นายคงพูดอะไรไม่ออกแล้วล่ะสิ”
ซางจื้อหย่วนแค่ยิ้ม
“ไม่เป็ไรบนเครื่องบินลำนี้ใครก็เป็ผู้โหยหวนได้ ถึงอย่างไรผมก็เป็ผู้โดยสารไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่กลัวอะไรอยู่แล้ว”
ยิ่งซางจื้อหยวนพูดแบบนี้ ผมยิ่งสงสัยในตัวเขาโชคดีที่ผมยังมีโอกาสอีกหนึ่งครั้งในการตรวจสอบตัวตนของเขาแต่เมื่อผมกำลังจะกดดูตัวตนของซางจื้อหย่วน จู่ๆ ผมก็หยุดมือไว้
เพราะผมอยากดูตัวตนของอีกคนมากกว่า
กวนหลิง!
ทำไมเธอจึงรู้วิธีตรวจสอบตัวตนของคนอื่นของกัปตัน
หรือว่าเธอคือผู้โหยหวน?
เป็ไปไม่ได้! ผมไม่เคยบอกใครเลยและคนอื่นก็ไม่สามารถแหกกฎกติกามาดูการ์ดของผมได้
ถึงเธอจะเป็ผู้โหยหวน ก็ไม่น่าจะรู้วิธีตรวจสอบตัวตนของกัปตันได้
นอกเสียจาก...
ผมตัดสินใจหลบไปที่มุมหนึ่งและใช้โทรศัพท์ตรวจสอบตัวตนของกวนหลิง
แต่ผลลัพธ์กลับทำให้ผมใเกินคาด