ในเสี้ยววินาทีที่ร่างดำทะมึนพุ่งทะลุผ่านตัวลัลทริมาก็เ็ปไปถึงกระดูกและได้กลิ่นเหม็นแปลกๆ
เด็กสาวรวบรวมสติลุกขึ้นแล้วพุ่งไปยังประตูโดยไม่หันกลับไปมองแต่มือยังไม่ทันถึงลูกบิด ประตูก็เปิดออกเสียก่อนโดยคนที่เดินสวนเข้ามา
ตึง!
“โอ๊ย!”
“ทำซุ่มซ่ามอะไรของเธอยัยแม่มด”น้ำเสียงเ็าเอ่ยด้วยความรำคาญแต่พอมองเห็นลัลทริมากำลังเอามือกุมจมูกและน้ำตาคลอเบ้า เขาก็เริ่มยิ้มมุมปาก “หึ...หึ หรือว่าเธอเห็นอะไร ไหนเล่าซิ”
“ไม่มีอะไรหรอกน่า”เด็กสาวโบกมือไปมา รีบปฏิเสธ “ฉันเห็นนายหายไปก็เลยจะออกมาตาม”
การินจ้องลัลทริมาอย่างคาดคั้นเอียงคอมองซ้ายมองขวาอยู่พักใหญ่แต่เธอก็ยังตีหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่ดี
“ชิ น่าเบื่อ”
“เราลงไปข้างล่างกันเถอะฉันอยากถามคุณป้าเ้าของบ้านเื่งานวัดคืนนี้ นายบอกว่าเบื่อไม่ใช่เหรองั้นมาช่วยฉันเก็บข้อมูลสิ”
ไม่รอให้การินบ่ายเบี่ยงลัลทริมาดันหลังเด็กหนุ่มให้ออกจากห้องหางตาเหลือบมองเข้าไปก็เห็นเพียงห้องที่ว่างเปล่า
อาจจะตาฝาดก็ได้มั้ง
เธอปลอบใจตัวเองอย่างนั้น
......................................
พอดูให้ดีแล้วเรือนสองชั้นหลังนี้ค่อนข้างใหญ่โตชั้นบนแบ่งเป็ห้องถึงสี่ห้อง
“ห้องมีตั้งเยอะแต่กลับเปิดให้พักแค่ห้องเดียว”การินชะลอฝีเท้าหยุดอยู่หน้าประตูไม้บานหนึ่ง
“เรามากันแค่สองคนเขาเลยไม่อยากเปิดหลายห้องมั้ง”
“งั้นรึ” เด็กหนุ่มบิดลูกบิดประตูที่อยู่ใกล้มือเปิดเข้าไปด้านในลัลทริมาเห็นแบบนั้นก็หน้าเหวอรีบห้ามเขาด้วยความลนลาน
แน่นอนว่าคำเตือนของเธอพัดผ่านไปเหมือนแค่สายลม
ห้องด้านในเป็ห้องนอนตกแต่งเรียบง่าย มีเสื้อผ้าและของใช้ทั่วไป ดูออกว่าเป็ห้องที่ถูกใช้งาน
“มันเสียมารยาทนะการิน”
การินส่งเสียงบ่นเบาๆก่อนจะยอมปิดประตูแล้วสะบัดหน้าหนีเตรียมก้าวลงบันไดโดยไม่เห็นว่าอีกคนแอบถอนหายใจโล่งอกเบาๆ
แกรก!
ทั้งคู่ชะงักเสียงลูกบิดประตูดังขึ้นจากด้านหลัง
แกรกแกรก!
ลัลทริมาเห็นเต็มตาว่าลูกบิดหมุนไปมาอย่างต่อเนื่องคล้ายกับคนหมุนจากด้านในเพราะเปิดประตูไม่ออก
พริบตานั้นประสาทััของเธอก็รับรู้ได้ถึงพลังงานด้านลบที่รุนแรง มองเห็นควันสีดำค่อยๆโชยออกมาจากช่องใต้ประตูทีละน้อย แม้จะไม่มากแต่ก็ตรึงเธอให้ยืนนิ่งตัวแข็งค้าง
“หึ...หึ มาแล้วรึ”การินเดาออกว่าเธอััได้ถึงอะไรบางอย่างเขาปราดเข้าไปคว้าลูกบิดประตูทันที
กึก...
จู่ๆลูกบิดก็หยุดนิ่ง ไม่มีแรงต้านส่งมาจากอีกฝั่งเด็กสาวกลืนน้ำลายอึกใหญ่ไม่กล้าแม้จะกะพริบตา
แอ๊ด...!
พอเด็กหนุ่มถอนมือออกบานประตูก็ค่อยๆ เปิดแง้ม เขาแสยะยิ้มด้วยความพึงพอใจและผลักมันเข้าไปอย่างช้าๆทั้งที่ลัลทริมาพยายามดึงเสื้อเขาไว้อย่างสุดฤทธิ์
ต่างจากห้องที่แล้ว...ห้องนี้ทาสีขาวทั้งห้องและอวลไปด้วยกลิ่นธูปผ้าม่านสีขาวเข้าชุดกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ ตู้เสื้อผ้า เตียงนอนสี่เสาและโต๊ะเขียนหนังสือถูกจัดวางไว้อย่างมีระเบียบราวกับภาพในละครย้อนยุค
การินตรงไปยังโต๊ะซึ่งมีกระถางธูปวางอยู่ในกระถางมีเพียงเศษธูปทว่ากลิ่นยังคงกรุ่น
“เราออกไปกันเถอะฉันรู้สึกไม่ดีเลย” ลัลทริมากระตุกชายเสื้อเด็กหนุ่มไม่อยากจะอยู่ในห้องอีกแม้แต่อึดใจเดียว
การินกวาดตามองรอบห้องพอไม่เห็นอะไรน่าสนใจมากกว่านั้นจึงยอมตามเธอออกไป
วูบ...
ลมเย็นพัดระแผ่นหลังทั้งคู่หางตาทั้งสองมองเห็นชายผ้าม่านปลิวเบาๆ
เด็กสาวขนลุกซู่รีบออกจากห้องโดยไม่พูดอะไรและไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมอง
เพราะตอนที่เธอเดินเข้าไปไม่มีหน้าต่างบานไหนเปิดเอาไว้เลยสักบาน
......................................
ลัลทริมาลงมานั่งรอที่โต๊ะใต้ถุนบ้านพร้อมสมุดจดที่เธอกลับไปเอามาจากห้องพักพยายามไม่คิดอะไรฟุ้งซ่านและตั้งสมาธิไปที่หัวข้อรายงานที่ต้องทำการินใช้เวลาอยู่บนชั้นสองอีกพักใหญ่ก็ตามลงมานั่งทำหน้าเบื่อหน่ายอยู่ข้างๆ
บนโต๊ะมีจานขนมหวานอยู่ใต้ฝาชีหวายเ้าของบ้านเห็นแขกลงมาแล้วก็รินน้ำใส่เหยือกมาตั้งไว้ให้และนั่งคุยเป็เพื่อน
“เพราะโควิดที่นี่เลยปิดไม่ได้รับคนมาพักหลายเดือนแล้ว เมืองอาจจะดูเงียบเหงาหน่อยนะลูก”
“จากที่หนูหาข้อมูลมาหมู่บ้านนี้มีงานบุญที่ทำกันมานานหลายชั่วอายุคนเลยอยากมาหาข้อมูลทำรายงานค่ะ”
“อ๋อ...งานบุญหลบเรินใช่ไหม”หญิงวัยกลางคนพูดรัวเร็วด้วยสำเนียงภาษาถิ่นพอเห็นเด็กสาวทำหน้าเหมือนไม่เข้าใจก็อมยิ้มและอธิบายให้ช้าลง “เรียกว่างาน บุญ-หลบ-เริน ภาษาที่นี่แปลว่ากลับบ้านเป็การทำบุญให้บรรพบุรุษ ก็เหมือนงานสารทเดือนสิบนั่นล่ะจ้ะ”
“หลบ...เริน” ลัลทริมาจดข้อมูลลงสมุดอย่างตั้งอกตั้งใจ
“เป็งานบุญที่จัดขึ้นทุกสี่ปีแยกต่างหากจากงานสารทปีนี้น่าเสียดายที่ติดเื่โรคติดต่อไม่อย่างนั้นคงมีนักท่องเที่ยวมากันมากกว่านี้งานจัดกันเจ็ดวันเจ็ดคืนที่วัดท้ายหมู่บ้านนี่เอง เอ้อ แต่คืนนี้น่ะ...”
“ป้าน้อย!แม่ให้มาตามไปช่วยหน่อยจ้ะ”
บทสนทนาที่กำลังต่อเนื่องสะดุดลงเพราะหน้าบ้านมีเด็กหญิงยืนะโอยู่ข้างต้นกระดังงา
“วันนี้ป้าจะยุ่งๆอาหารเย็นอยู่ในครัว ไปอุ่นกินกันตามสบายเลยนะ” ป้าเ้าของบ้านลุกขึ้นแต่เหมือนนึกอะไรบางอย่างได้ “ลืมบอกแถวนี้กลางคืนมันเปลี่ยวอย่าไปข้างนอกกันล่ะค่ำแล้วถ้าป้ายังไม่กลับก็ปิดบ้านได้เลย ป้ามีกุญแจเดี๋ยวไขเข้าไปเองจ้ะ”
อย่าออกไปตอนกลางคืนงั้นเหรอ?
สายตาสองคู่หันมาสบกันอย่างไม่ได้นัดหมายก่อนการินจะหันหนีทำท่าลอยหน้าลอยตาลัลทริมาแน่ใจว่าเขาจะไม่ทำตามคำเตือนของเ้าของบ้านอย่างแน่นอน
“หรือเราจะรีบไปแล้วรีบกลับก่อนจะดึกดีนะ”
“ไปไหน” การินถามด้วยน้ำเสียงยียวน ใช้ปลายนิ้วเขี่ยขนมในจานไปมา
“เรามาที่นี่เพราะฉันอยากได้ข้อมูลงานวัด...เอ๊ยงานบุญหลบเรินไง สี่ปีมีครั้งนะ เราโชคดีแค่ไหนที่มาตรง่มีงานพอดี”
“หึ...หึคราวนี้กลับเป็ยัยแม่มดอยากออกไปงั้นเหรอ” การินหัวเราะในลำคอ“มันเป็งานบุญเลี้ยงผี ไปก็ดีนะยัยแม่มดอย่างเธออาจจะปลุกผีทั้งป่าช้ามาให้ฉันดูแก้เบื่อก็ได้”
“ไม่มีทางย่ะเพราะเราจะรีบไปเก็บข้อมูล ถ่ายรูป แล้วกลับก่อนดึกและฉันจะไม่มีทางทำอะไรตามที่นายยุแน่ๆ”
“งั้นรึ ทั้งๆที่คนอย่างเธอชอบยุ่งเื่ชาวบ้านแถมยังเรียกร้องหาอาถรรพ์อยู่แล้วเป็เื่ปกตินี่นะแต่ถ้าอยากไปก็ลองดู ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าเราจะได้กลับเร็วไหม หึ...หึ”
“ไม่แกล้งฉันสักวันจะเป็อะไรมากไหม”ลัลทริมาลุกพรวดอย่างหมดความอดทนแต่ยังไม่ทันได้เดินหนีการินก็ลุกตามแล้วคว้าข้อมือเธออย่างแรง
ทั้งคู่มัวแต่เถียงกันจนไม่ได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์ที่ขับมาจอดหน้าบ้าน
“วู้ๆมาขัดจังหวะหรือเปล่าเนี่ย”
สายตาสองคู่จ้องไปที่เด็กหนุ่มผิวสีเข้มพร้อมกันเขาคือเด็กหนุ่มที่พวกเธอเจอตอนไปเช่ารถนั่นเอง
......................................
“ไง เจอกันอีกแล้ว”ลัลทริมาสลัดมือออกจากมือการิน ยิ้มเจื่อนกระเถิบห่างแต่ดูจากสีหน้าของเด็กหนุ่มผิวเข้มแล้วเขาต้องเข้าใจผิดแน่ๆว่าเธอกับการินไม่ได้เป็แค่เพื่อนกัน
“แม่ให้เอาของมาให้น่ะ ป้าน้อยไม่อยู่บ้านเหรอ”
“อื้อเห็นบอกว่ามีธุระ”
“อ๋อ น่าจะไปช่วยเตรียมงานบุญใหญ่วันสุดท้ายที่บ้านฉันพวกผู้ใหญ่ไปช่วยงานกันเยอะเลย”
“งานบุญหลบเรินใช่ไหมฉันกำลังอยากได้ข้อมูลเพิ่มอยู่พอดีเลย”
“อ้าว สนใจด้วยเหรอถ้ามีอะไรถามฉันได้เลยนะเื่ในหมู่บ้านนี้ทั้งเื่ผีเื่คนพี่เต้ขาใหญ่รู้ทุกเื่”
ลัลทริมาสาบานได้ว่าได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆมาจากคนที่อยู่ข้างหลัง ไม่ต้องหันไปดูก็พอรู้ว่าเขากำลังทำสีหน้าอย่างไร
“มองงี้อยากหาเื่รึไงเห็นอย่างงี้ฉันศิษย์มีครูนะเฟ้ย วิชาอาคมของขลังก็มีพอตัวนะ ดูนี่ๆ” ขาใหญ่แต่ตัวเล็กถลกเสื้อด้านหลังโชว์ให้ดูรอยสักยันต์
“ดูท่าครูของแกจะเซฟรูปมาจากเน็ตแบบไม่รู้อะไรเลยสิเนี่ยยันต์แก้น่ะมันกลับข้าง ระวังแทนที่จะกันผีจะกลายเป็เรียกผีแทนนะ หึ...หึ”
“แก!”
“เอาล่ะ ใจเย็นๆอย่าเพิ่งทะเลาะกันเลยนะ” ลัลทริมาเอาตัวไปขวางเด็กหนุ่มทั้งคู่“ฉันชื่อลัล นี่การิน ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะ”
พอเต้รู้ชื่อลัลทริมาก็อารมณ์ดีขึ้นหันไปยิ้มให้เธออย่างกวนโทสะคนข้างๆ
“จริงสิเมื่อกี้ลัลบอกว่าอยากไปงานวัดเหรอ”
“ใช่ๆฉันกับการินว่าจะออกจากบ้านก่อนค่ำ”
“งั้นเหรอป้าน้อยบอกว่าไปได้เหรอ” เต้ถามหน้างงๆ ก่อนจะร้องเสียงสูง “เปล่าๆ ไม่มีไร! ปกติป้าแกไม่ค่อยชอบให้พวกเราออกจากบ้านตอนกลางคืน จุ๊ๆๆพวกผู้ใหญ่หัวโบราณเป็งี้ทุกบ้านแหละหลอกฉันว่ากลางคืนจะมีผีออกมาั้แ่เด็กแล้ว”
“แล้วอย่างนี้พวกเราเอาไงดี”ลัลทริมาถามการินเพื่อขอความเห็น แต่เด็กหนุ่มกลับเบ้ปาก หันหลังให้ดูก็รู้ว่าจงใจเมิน
“คนจากกรุงเทพฯคงไม่กล้าไปล่ะสิ เอางี้...เขาไม่อยากไปก็ไปกับฉันสิพี่เต้เป็ไกด์ให้ฟรีไม่คิดเงิน”
แม้จะมองไม่เห็นหน้าการินแต่ความรู้สึกเสียวสันหลังก็พอทำให้เธอรู้ว่าเขาไม่พอใจอยู่แน่ๆ
“เอ่อ...เราสองคนต้องทำรายงานด้วยกันจริงไหมการิน” เธอหันไปถามการินที่ยังคงยืนหันหลังให้ในเมื่อไม่ตอบสักที ลัลทริมาก็จนใจ “นี่...ฉันไม่อยากไปกับเขาสองคนนายไปกับฉันนะ”
แล้วจู่ๆการินยิ้มก็มุมปาก
“หึ...หึ หึ...หึก็ได้ๆ ...ในเมื่อเธอขอมา เธอบอกเองนะว่าอยากไปงั้นคืนนี้ก็อย่าทำให้ฉันเบื่อเสียล่ะ ยัยแม่มด”